10 วิธีขจัดคราบน้ำมันห้องครัว ผนัง เตา เครื่องดูดควัน ให้สะอาด

คราบน้ำมันห้องครัว

การทำอาหารมักทิ้งคราบน้ำมันห้องครัวที่สะสมตามผนัง เตาแก๊ส เครื่องดูดควัน และเตาอบ คราบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ห้องครัวดูสกปรก แต่ยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นานจะยิ่งทำความสะอาดยาก การรู้วิธีขจัดคราบที่ถูกต้องจะช่วยให้ครัวของเรากลับมาสะอาดเหมือนใหม่ได้ การทำความสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

10 วิธีขจัดคราบน้ำมันห้องครัว

คราบน้ำมันห้องครัวที่เหนียวเหนอะหนะเป็นปัญหาที่ทุกบ้านต้องเจอ การทำความสะอาดคราบเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องยาก แต่การใช้วัสดุหาง่ายในบ้านก็สามารถช่วยจัดการปัญหาได้ เรามาดู 10 วิธีที่ช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น

1. ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำอุ่น

น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดช่วยสลายคราบน้ำมันห้องครัวได้ดี ให้นำน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำอุ่นในอัตราส่วน 1:1 ใส่ขวดสเปรย์ ฉีดพ่นบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ 5-10 นาที กรดจะช่วยละลายคราบเหนียว จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดออกจนสะอาด วิธีนี้เหมาะสำหรับพื้นผิวทั่วไป แต่ควรเลี่ยงการใช้กับหินอ่อน

2. เบกกิ้งโซดากับน้ำเปล่า

เบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติช่วยขจัดคราบได้ นำเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อยให้พอเป็นเนื้อครีมข้น แล้วนำไปป้ายบริเวณที่มีคราบน้ำมันห้องครัวหนา ๆ โดยเฉพาะบนเตา ทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นใช้ฟองน้ำหรือแปรงขัดเบา ๆ คราบที่เกาะแน่นจะหลุดออกง่ายขึ้น ล้างตามด้วยน้ำสะอาด

3. น้ำยาล้างจานผสมเบกกิ้งโซดา

สำหรับคราบน้ำมันห้องครัวที่ฝังแน่น การผสมพลังของน้ำยาล้างจานที่ช่วยขจัดไขมันกับเบกกิ้งโซดาจะช่วยเสริมฤทธิ์กัน ผสมทั้งสองอย่างในอัตราส่วนเท่ากัน คนให้เข้ากัน นำไปป้ายหรือขัดบริเวณคราบเหนียว ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วใช้ฟองน้ำขัดออก คราบมันที่สะสมจะค่อย ๆ สลายตัว จากนั้นเช็ดทำความสะอาด

4. ใช้น้ำมันพืชช่วยดึงคราบน้ำมัน

หลักการ “น้ำมันดึงน้ำมัน” ใช้ได้ผลดีกับคราบที่ยังไม่เก่ามาก ให้นำน้ำมันพืชหยดลงบนผ้าเล็กน้อย แล้วนำไปเช็ดถูบริเวณที่มีคราบน้ำมันห้องครัวเบา ๆ น้ำมันใหม่จะช่วยละลายคราบน้ำมันเก่าที่เหนียวติดอยู่ เมื่อคราบเริ่มอ่อนตัว ให้ใช้น้ำยาล้างจานเช็ดทำความสะอาดซ้ำอีกครั้ง

5. ทรายแมว

ทรายแมวโดยเฉพาะชนิดที่ทำจากดินเหนียวมีคุณสมบัติดูดซับความมันและความชื้นได้ดี หากมีน้ำมันหกบนพื้นปริมาณมาก ให้โรยทรายแมวทับลงไป ทิ้งไว้สักครู่ให้ทรายดูดซับน้ำมันจนหมดแล้วจึงกวาดทิ้ง วิธีนี้ช่วยจัดการคราบน้ำมันปริมาณมากบนพื้นได้อย่างรวดเร็ว ก่อนทำความสะอาดด้วยวิธีปกติ

6. ใช้น้ำมะนาว

ใช้น้ำมะนาว

น้ำมะนาวมีกรดซิตริกธรรมชาติที่ช่วยสลายไขมันและขจัดกลิ่นได้ดี นำน้ำมะนาวผสมกับน้ำอุ่น หรือใช้มะนาวผ่าซีกถูบริเวณที่มีคราบน้ำมันห้องครัวโดยตรง ทิ้งไว้สักครู่ให้กรดทำงาน แล้วเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด นอกจากช่วยขจัดคราบแล้ว ยังทิ้งกลิ่นหอมสดชื่นไว้ในห้องครัวอีกด้วย

7. เกลือ

เกลือเป็นวัสดุขัดถูจากธรรมชาติที่ช่วยจัดการคราบน้ำมันห้องครัวได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับน้ำส้มสายชูหรือมะนาว นำเกลือไปโรยบนคราบหรือผสมกับน้ำมะนาวให้เป็นเนื้อสครับแล้วใช้ฟองน้ำขัดถู ความหยาบของเกลือจะช่วยขัดคราบออก ในขณะที่กรดจะช่วยสลายไขมัน เหมาะสำหรับคราบบนเขียงหรือเตา

8. น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์

ในกรณีที่คราบน้ำมันห้องครัวสะสมมานานและหนามาก การใช้น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์หรือน้ำยาขจัดคราบไขมันโดยเฉพาะ อาจเป็นทางเลือกที่สะดวก ควรเลือกสูตรที่ปลอดภัยสำหรับพื้นผิวในห้องครัว ฉีดพ่นน้ำยาลงบนคราบ ทิ้งไว้ตามเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำ แล้วจึงเช็ดหรือขัดออก ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก

9. ผงซักฟอก

ผงซักฟอกไม่ได้มีไว้สำหรับซักผ้าเท่านั้น แต่ยังช่วยสลายไขมันได้ดี นำผงซักฟอกเล็กน้อยผสมกับน้ำอุ่น ตีให้เกิดฟอง ใช้ฟองน้ำหรือผ้าจุ่มสารละลายนี้ไปเช็ดบริเวณที่มีคราบน้ำมันห้องครัว เช่น ผนังกระเบื้อง หรือเครื่องดูดควัน สารลดแรงตึงผิวในผงซักฟอกจะช่วยสลายคราบเหนียว จากนั้นเช็ดด้วยน้ำสะอาด

10. ผ้าไมโครไฟเบอร์กับน้ำอุ่น

สำหรับคราบน้ำมันห้องครัวที่เกิดขึ้นใหม่ หรือคราบที่ไม่หนามาก การใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพดีชุบน้ำอุ่นจัด บิดให้หมาดแล้วเช็ดทันที ความร้อนจากน้ำอุ่นจะช่วยละลายไขมัน และเส้นใยของไมโครไฟเบอร์จะช่วยดักจับคราบได้ดีโดยไม่ทิ้งรอยขนแมว เป็นวิธีที่รวดเร็วและไม่ต้องใช้สารเคมี

ทำไมควรเลือกเครื่องครัวจาก Tecnogasthai

การเลือกเครื่องครัวที่ออกแบบมาให้ทำความสะอาดง่าย จะช่วยลดปัญหาคราบน้ำมันห้องครัวสะสมในระยะยาว Tecnogasthai เข้าใจปัญหานี้ เครื่องครัวของเราผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง เช่น สเตนเลสสตีล ที่ทนทานและเช็ดทำความสะอาดง่าย การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานจริง ช่วยให้การดูแลรักษาห้องครัวไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขจัดคราบน้ำมันห้องครัว

แม้จะมีหลายวิธีในการจัดการคราบน้ำมันห้องครัว แต่เรามักมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับคราบเก่าที่ฝังแน่น หรือวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดคราบซ้ำ เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเพื่อช่วยไขข้อข้องใจ

คราบน้ำมันที่เก่ามากทำอย่างไรได้บ้าง?

สำหรับคราบน้ำมันห้องครัวที่เก่าและเหนียวจนแข็งตัว อาจต้องใช้เวลาและความร้อนช่วย ใช้น้ำยาขจัดคราบไขมันชนิดเข้มข้น หรือใช้วิธีพอกเบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ข้ามคืน หรือใช้ไอน้ำร้อนพ่นเพื่อช่วยให้คราบอ่อนตัวลงก่อน จากนั้นจึงขัดออกด้วยแปรงและเช็ดทำความสะอาดหลาย ๆ รอบ

มีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดคราบน้ำมันสะสมหรือไม่?

การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข วิธีที่ดีที่สุดคือการเช็ดทำความสะอาดหลังการใช้งานทุกครั้ง อย่าปล่อยให้ คราบน้ำมันห้องครัวสะสม การติดตั้งเครื่องดูดควันที่มีกำลังดูดสูง และเปิดใช้งานทุกครั้งที่ทำอาหาร จะช่วยดักจับไอน้ำมันได้มาก รวมถึงการใช้แผ่นกันน้ำมันกระเด็นขณะประกอบอาหาร ก็ช่วยลดการสะสมคราบได้

ควรต้องใช้น้ำร้อนหรือน้ำเย็นทำความสะอาด?

น้ำร้อนหรือน้ำอุ่นมักจะช่วยขจัดคราบน้ำมันห้องครัวได้ดีกว่าน้ำเย็น ความร้อนจะช่วยละลายไขมันที่เหนียวเหนอะหนะ ทำให้คราบอ่อนตัวและเช็ดออกง่ายขึ้น การผสมน้ำร้อนกับสารทำความสะอาด เช่น น้ำยาล้างจานหรือน้ำส้มสายชู จะยิ่งช่วยให้การสลายคราบไขมันเป็นไปอย่างรวดเร็ว

สรุปบทความ

จัดการคราบน้ำมันห้องครัว

การจัดการคราบน้ำมันห้องครัวไม่ใช่เรื่องยากหากเรารู้เทคนิคที่ถูกต้อง และทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ การเลือกใช้เครื่องครัวที่มีความทนทาน ทำความสะอาดง่าย จะช่วยรักษาให้เครื่องครัวใช้งานได้ยาวนาน Tecnogasthai ขอแนะนำเตาแก๊สแบบตั้งพื้นและเตาแก๊สที่ทนทาน พร้อมเครื่องดูดควันกำลังสูง และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ รวมถึงเตาอบที่ออกแบบมาเพื่อการทำความสะอาดที่ง่ายดาย

วิธีดูแลรักษาเตาแก๊สหลังใช้งาน ยืดอายุการใช้งานได้ง่าย ๆ

วิธีดูแลรักษาเตาแก๊ส

การใช้งานเตาแก๊สทุกวันย่อมมีคราบสกปรกสะสม การรู้วิธีดูแลรักษาเตาแก๊สที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยให้เตาสวยงามเหมือนใหม่ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน ป้องกันปัญหาการอุดตันของหัวเตา และรักษาความปลอดภัยในการประกอบอาหาร การดูแลหลังใช้งานทันทีเป็นขั้นตอนที่ง่ายและสำคัญที่สุด 

วิธีดูแลรักษาเตาแก๊สหลังใช้งาน

วิธีดูแลรักษาเตาแก๊สทันทีหลังจากการประกอบอาหารเสร็จเพื่อป้องกันคราบฝังแน่น การดูแลเตาแก๊สให้สะอาดอยู่เสมอไม่จำเป็นต้องใช้ขั้นตอนที่ซับซ้อน เพียงแค่ปฏิบัติตามขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ เตาแก๊สของเราก็จะพร้อมใช้งานและดูดีเสมอ

รอให้เตาแก๊สเย็นลง

หลังปิดเตาแก๊สควรปล่อยให้หัวเตาและบริเวณพื้นผิวเตาเย็นลงจนอยู่ในอุณหภูมิปกติ การสัมผัสในขณะที่ยังร้อนจัดอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ การใช้น้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำเย็นราดลงบนพื้นผิวที่ยังร้อน อาจทำให้วัสดุเกิดการหดตัวกะทันหันและเสียหายได้

ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเศษอาหารและคราบน้ำมันทันที

เมื่อเตาเย็นลงแล้วให้นำผ้าสะอาดเนื้อนุ่มชุบน้ำบิดหมาด เช็ดคราบเศษอาหารและคราบน้ำมันที่กระเด็นระหว่างการปรุงอาหารทันที หากปล่อยทิ้งไว้คราบเหล่านี้จะแห้งกรังและฝังแน่น ทำให้การทำความสะอาดในภายหลังยากขึ้นหลายเท่า การเช็ดทันทีช่วยรักษาพื้นผิวเตาให้สะอาด โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีรุนแรงที่อาจกัดกร่อนวัสดุ

ใช้ผ้าแห้งเนื้อเนียนเช็ดซ้ำเพื่อความเงางาม

ใช้ผ้าแห้งเช็ด

หลังจากเช็ดคราบสกปรกด้วยผ้าหมาดแล้ว พื้นผิวเตาอาจยังมีความชื้นหรือคราบน้ำหลงเหลืออยู่ ให้ใช้ผ้าแห้งไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้ง ขั้นตอนนี้จะช่วยขจัดคราบน้ำ ทำให้พื้นผิวเตาแห้งสนิท ไม่ทิ้งรอยด่าง และคืนความเงางาม โดยเฉพาะกับเตาที่เป็นพื้นผิวสเตนเลสหรือกระจก

ตรวจคราบสกปรกบริเวณหัวจุดแก๊ส

หัวจุดแก๊ส (Spark Electrode) เป็นชิ้นส่วนสำคัญในการสตาร์ทเตา หากมีคราบอาหารหรือความชื้นเกาะติด อาจทำให้จุดไฟติดยากหรือจุดไม่ติด ควรสังเกตบริเวณนี้เป็นประจำ หากพบสิ่งสกปรก ให้ใช้แปรงขนาดเล็กค่อย ๆ ปัดทำความสะอาดเบา ๆ ให้แน่ใจว่าบริเวณเขี้ยวจุดประกายไฟนั้นสะอาดและแห้งสนิทอยู่เสมอ

ทำความสะอาดช่องส่งแก๊สและวาล์วใต้เตา

หัวเตาที่มีเศษอาหารอุดตันจะทำให้เปลวไฟออกมาไม่สม่ำเสมอ ควรถอดหัวเตาออกมาทำความสะอาดเป็นระยะ ใช้น้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ แช่ไว้สักครู่ แล้วใช้แปรงขัดคราบที่ติดอยู่ ใช้ลวดเส้นเล็กหรือเข็มแทงตามรูช่องส่งแก๊สเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการอุดตัน ก่อนประกอบกลับต้องเช็ดให้แห้งสนิท

ใช้แปรงสีฟันเก่าสำหรับซอกมุมที่เข้าถึงยาก

เตาแก๊สมีซอกมุมหลายจุดที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง เช่น บริเวณรอยต่อ ขอบเตา หรือรอบฐานหัวเตา แปรงสีฟันเก่าที่ไม่ใช้แล้วจึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับการขจัดคราบฝังแน่นในพื้นที่เล็ก ๆ เหล่านี้ โดยสามารถใช้ร่วมกับน้ำยาทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน ค่อย ๆ ขัดแล้วใช้ผ้าหมาดเช็ดตาม จะช่วยให้เตาสะอาดหมดจดทุกซอกมุม

ตรวจสอบข้อต่อและสายส่งแก๊ส

ควรมองสำรวจสายส่งแก๊สและข้อต่อต่าง ๆ เป็นประจำ เพื่อตรวจหาร่องรอยการแตกร้าว บวม หรือการสึกหรอ หากพบความผิดปกติควรรีบเปลี่ยนใหม่ทันที การตรวจสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิธีดูแลรักษาเตาแก๊สที่ช่วยป้องกันแก๊สรั่วไหล ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงต่อบ้านและผู้อยู่อาศัย

สังเกตลักษณะเปลวไฟที่ปกติ

เปลวไฟที่ปกติควรเป็นสีน้ำเงินเข้มและสม่ำเสมอ หากสังเกตเห็นเปลวไฟเป็นสีส้มหรือสีเหลือง หรือเปลวไฟลอยสูงไม่เกาะหัวเตา อาจเป็นสัญญาณว่ามีสิ่งอุดตันที่หัวเตา หรืออาจมีปัญหาเรื่องอัตราส่วนผสมของอากาศ ให้ลองทำความสะอาดหัวเตาตามขั้นตอนข้างต้น หากยังไม่ดีขึ้นควรติดต่อช่างผู้ชำนาญการเพื่อตรวจสอบ

เปลี่ยนหัวปรับแรงดันและสายยางทุก 5 ปี

อุปกรณ์อย่างหัวปรับแรงดัน (Regulator) และสายยางส่งแก๊สมีอายุการใช้งานจำกัด แม้จะดูภายนอกปกติแต่การเสื่อมสภาพตามกาลเวลาอาจเกิดขึ้นภายใน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดควรเปลี่ยนอุปกรณ์เหล่านี้ทุก ๆ 5 ปี หรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ทำไมควรเลือกเครื่องครัวจาก Tecnogasthai

Tecnogasthai มีเครื่องครัวคุณภาพสูงจากอิตาลีที่ผสานนวัตกรรมและการออกแบบที่หรูหรา เตาแก๊สของเราไม่เพียงแต่ให้ความร้อนที่แม่นยำ แต่ยังผลิตจากวัสดุที่ทนทาน เช่น สเตนเลสเกรดพรีเมียมและกระจกนิรภัย ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษา 

FAQ คำถามที่พบบ่อยในการดูแลรักษาเตาแก๊ส

การดูแลเครื่องครัวมักมีคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะวิธีดูแลรักษาเตาแก๊สและวิธีดูแลรักษาเครื่องดูดควัน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานคู่กันเป็นประจำ เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเพื่อช่วยให้การบำรุงรักษาเครื่องครัวไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ควรทำความสะอาดเตาแก๊สบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการทำความสะอาดขึ้นอยู่กับการใช้งาน สำหรับการใช้งานทั่วไปควรเช็ดคราบสกปรกบนพื้นผิวเตาทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ (Cleaning after use) เพื่อป้องกันคราบฝังแน่น ส่วนการทำความสะอาดใหญ่ เช่น การถอดหัวเตาออกมาขัด หรือการทำความสะอาดซอกมุม ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อสังเกตเห็นว่าเปลวไฟเริ่มผิดปกติ

หัวเตาตันหรือไฟออกไม่สม่ำเสมอ ควรทำอย่างไร?

ปัญหานี้มักเกิดจากเศษอาหารหรือน้ำมันเข้าไปอุดตันในรูส่งแก๊ส ให้ถอดหัวเตาออกมาทำความสะอาด โดยใช้เข็มหรือลวดเส้นเล็ก ค่อย ๆ แยงเข้าไปในรูทีละรูเพื่อขจัดสิ่งอุดตัน จากนั้นล้างด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ ขัดให้สะอาด และต้องแน่ใจว่าเป่าหรือตากจนแห้งสนิทจริง ๆ ก่อนประกอบกลับเข้าที่เดิม

ใช้น้ำยาอะไรทำความสะอาดเตาแก๊ส?

สำหรับคราบทั่วไปการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานสูตรอ่อนโยนก็เพียงพอแล้ว หากเป็นคราบฝังแน่นบนเตาสเตนเลสหรือกระจก สามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับพื้นผิวเครื่องครัวโดยเฉพาะ หรือใช้วิธีธรรมชาติ เช่น เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเล็กน้อย ทาไว้สักครู่แล้วค่อยขัดออก หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงหรือฝอยขัดหม้อแข็ง ๆ

สรุปบทความ

วิธีดูแลรักษาเตาแก๊ส

วิธีดูแลรักษาเตาแก๊สอย่างสม่ำเสมอตามขั้นตอนที่กล่าวมา ไม่เพียงช่วยให้เตาสะอาด แต่ยังยืดอายุการใช้งานและรักษาความปลอดภัย การลงทุนในเครื่องครัวคุณภาพดีจาก Tecnogasthai ช่วยให้การดูแลรักษาง่ายยิ่งขึ้น เลือกชมผลิตภัณฑ์เตาแก๊สแบบตั้งพื้น เตาแก๊ส เครื่องดูดควัน เตาอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์การทำอาหารของเราได้

ตกแต่งห้องครัวด้วยวอลล์เปเปอร์สีสวย ใช้แล้วดูสะอาด เช็ดคราบออกง่าย

วอลล์เปเปอร์ตกแต่งห้องครัว

การเปลี่ยนผนังห้องครัวเดิม ๆ ให้มีชีวิตชีวาขึ้น วอลล์เปเปอร์ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก การตกแต่งห้องครัวด้วยวอลล์เปเปอร์ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ให้พื้นที่ทำอาหาร แต่ยังสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ห้องครัวเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับคราบสกปรกและความชื้นบ่อยครั้ง การเลือกวัสดุที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ เพื่อให้ผนังสวยงามทนทานและดูแลรักษาง่ายในระยะยาว

ตกแต่งห้องครัวด้วยวอลล์เปเปอร์แบบไหนดี

ในการเลือกวัสดุเพื่อตกแต่งห้องครัวด้วยวอลล์เปเปอร์เราจำเป็นต้องพิจารณามากกว่าลวดลายที่สวยงาม เนื่องจากห้องครัวมีความชื้นและไอความร้อนสูง วัสดุที่เลือกใช้จึงต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ สามารถเช็ดทำความสะอาดคราบต่าง ๆ ได้ง่าย ลองมาดูประเภทวอลล์เปเปอร์ที่ได้รับความนิยมสำหรับใช้งานในห้องครัวโดยเฉพาะ

วอลล์เปเปอร์ไวนิล (Vinyl Wallpaper)

วอลล์เปเปอร์ไวนิลเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับห้องครัว เพราะผิวหน้าเคลือบไวนิลทำให้มีความทนทานสูง ทนต่อความชื้นได้ดี จุดเด่นคือการทำความสะอาดที่ง่ายดาย คราบน้ำมันหรือเศษอาหารสามารถเช็ดออกได้โดยไม่ทิ้งรอยด่าง ทำให้ผนังคงความสวยงามอยู่เสมอ มีลวดลายให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับโซนเตรียมอาหารหรือพื้นที่ใกล้เคียงอ่างล้างจานที่อาจมีการกระเซ็นของน้ำบ่อยครั้ง

วอลล์เปเปอร์ PVC

วอลล์เปเปอร์ประเภท PVC (Polyvinyl Chloride) มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติก ทำให้มีความสามารถในการกันน้ำและป้องกันความชื้นซึมผ่านได้เกือบสมบูรณ์แบบ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสความเปียกชื้นสูง ผิวสัมผัสที่เรียบลื่นทำให้การเช็ดคราบสกปรกเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นคราบซอสหรือน้ำมัน การดูแลรักษาจึงไม่ซับซ้อน ช่วยให้ผนังห้องครัวสะอาดตาอยู่เสมอ แม้จะผ่านการใช้งานหนักก็ตาม

วอลล์เปเปอร์ลายกระเบื้องหรือหิน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความงามคลาสสิกของกระเบื้องหรือหินธรรมชาติ แต่มองหาทางเลือกที่ติดตั้งง่ายและประหยัดกว่า วอลล์เปเปอร์ลายพิมพ์สามารถสร้างลวดลายเลียนแบบวัสดุจริงได้อย่างสมจริง ทั้งลายกระเบื้องโมเสก ลายหินอ่อน หรือลายอิฐเปลือย ช่วยเพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับผนังห้องครัวได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการยาแนวหรือน้ำหนักของวัสดุจริง

วอลล์เปเปอร์ลอกติด (Peel & Stick)

วอลล์เปเปอร์แบบลอกติดหรือที่เรียกว่าสติกเกอร์ติดผนัง เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การติดตั้งสะดวกสบายอย่างมาก ไม่ต้องใช้กาวแยกต่างหาก เพียงลอกแผ่นรองด้านหลังออกแล้วแปะลงบนผนังได้เลย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงมือทำเอง (DIY) หรือผู้ที่อยู่อาศัยแบบเช่าที่ต้องการเปลี่ยนแปลงห้องชั่วคราว เมื่อต้องการเปลี่ยนลายใหม่ก็สามารถลอกออกได้โดยไม่ทิ้งคราบกาวไว้บนผนังเดิม

ขั้นตอนการติดวอลล์เปเปอร์ห้องครัว

การติดวอลล์เปเปอร์ห้องครัว

การติดตั้งวอลล์เปเปอร์ในห้องครัวอย่างถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะออกมาสวยงามเรียบร้อย ความใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่การเตรียมพื้นผิวไปจนถึงการเก็บงานขั้นสุดท้ายเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผนังห้องครัวใหม่ของเราดูดี

1. เตรียมพื้นผิว

เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบผนังให้ทั่วถึง หากมีรอยแตกหรือรูตะปู ควรอุดซ่อมให้เรียบร้อย ขัดผนังให้เรียบเนียนเพื่อไม่ให้เกิดฟองอากาศใต้แผ่นวอลล์เปเปอร์ ทำความสะอาดผนังจากฝุ่นผงและคราบไขมัน โดยเฉพาะในห้องครัวที่อาจมีคราบน้ำมันสะสม ทิ้งไว้ให้ผนังแห้งสนิทก่อนเริ่มขั้นตอนถัดไป พื้นผิวที่สะอาดและเรียบจะช่วยให้วอลล์เปเปอร์ยึดเกาะได้ดีที่สุด

2. วัดพื้นที่และตัดวอลล์เปเปอร์

วัดขนาดความสูงและความกว้างของผนังที่จะติดตั้งอย่างแม่นยำ จากนั้นนำมาตัดวอลล์เปเปอร์ โดยควรเผื่อความยาวไว้ประมาณ 5-10 เซนติเมตรทั้งด้านบนและด้านล่างเพื่อการเก็บขอบที่เรียบร้อย หากวอลล์เปเปอร์มีลวดลายต่อเนื่อง ต้องวางแผนการต่อลายให้สัมพันธ์กันก่อนตัดแต่ละแผ่น การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดวัสดุในการติดตั้ง

3. ทากาว 

สำหรับวอลล์เปเปอร์ชนิดที่ต้องใช้กาว ให้ผสมกาวตามคำแนะนำของผู้ผลิต ใช้ลูกกลิ้งหรือแปรงทากาวลงบนด้านหลังของแผ่นวอลล์เปเปอร์ หรือบางกรณีอาจทาที่ผนังโดยตรง ขึ้นอยู่กับชนิดของวอลล์เปเปอร์ ควรทาให้สม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น โดยเฉพาะบริเวณขอบ ระมัดระวังอย่าให้กาวจับตัวเป็นก้อน วอลล์เปเปอร์บางชนิดอาจต้องทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้กาวเซ็ตตัวก่อนนำไปติด

4. เริ่มติดวอลล์เปเปอร์จากส่วนบน

เริ่มติดแผ่นแรกจากมุมห้องหรือจุดที่เด่นที่สุด โดยเริ่มจากด้านบนของผนัง ค่อย ๆ คลี่วอลล์เปเปอร์ลงมาด้านล่าง ใช้เครื่องมือวัดระดับน้ำเพื่อให้แน่ใจว่าแผ่นแรกติดได้ตรงแนวตั้งอย่างสมบูรณ์ ความตรงของแผ่นแรกมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นแนวทางสำหรับแผ่นต่อ ๆ ไป หากแผ่นแรกเอียง แผ่นที่เหลือก็จะเอียงตามไปด้วยทั้งหมด ทำให้ต้องรื้อแก้ไขใหม่

5. ทำความเรียบร้อยที่ขอบและมุม

เมื่อติดวอลล์เปเปอร์เข้าที่แล้วให้ใช้ไม้บรรทัดเหล็กทาบไปตามแนวขอบเพดานและขอบบัวพื้น จากนั้นใช้คัตเตอร์คม ๆ กรีดตัดส่วนเกินออกอย่างระมัดระวัง สำหรับบริเวณมุมห้องให้พับวอลล์เปเปอร์เข้ามุมให้สนิทก่อน แล้วจึงใช้คัตเตอร์กรีดแบ่งแผ่นเพื่อให้สามารถพับเก็บงานได้อย่างเรียบเนียน ไม่เกิดรอยย่นหรือฟองอากาศบริเวณรอยต่อมุมผนัง

6. กดให้แน่นและตรวจสอบ

ใช้ลูกกลิ้งยางหรือแผ่นพลาสติกสำหรับรีดวอลล์เปเปอร์ (Smoothing tool) ค่อย ๆ รีดไล่ฟองอากาศออกจากกลางแผ่นไปยังขอบด้านข้าง รีดให้ทั่วทั้งแผ่นเพื่อให้วอลล์เปเปอร์ยึดเกาะกับผนังอย่างสมบูรณ์ ตรวจสอบรอยต่อระหว่างแผ่นให้แนบสนิทกัน หากมีกาวล้นออกมาบริเวณรอยต่อ ให้รีบใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดออกทันที ก่อนที่กาวจะแห้งและทิ้งคราบไว้

7. ทิ้งให้แห้งและทำความสะอาด

หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้นควรปล่อยให้วอลล์เปเปอร์แห้งสนิทตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ โดยทั่วไปประมาณ 24-48 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการเปิดหน้าต่างหรือพัดลมแรง ๆ ในช่วงนี้ เพราะอาจทำให้วอลล์เปเปอร์แห้งเร็วเกินไปและเกิดการหดตัวหรือร่อนบริเวณขอบได้ เมื่อแห้งสนิทแล้ว ให้ทำความสะอาดคราบกาวที่อาจหลงเหลืออยู่บนผิวหน้าวอลล์เปเปอร์อีกครั้ง

การตกแต่งห้องครัวด้วยวอลล์เปเปอร์

การตกแต่งห้องครัวด้วยวอลล์เปเปอร์เป็นวิธีที่ช่วยยกระดับพื้นที่ทำอาหารให้ดูมีสไตล์และสะท้อนตัวตนได้ชัดเจน การเลือกใช้วัสดุที่ทนทานและเช็ดทำความสะอาดง่ายจะช่วยให้ห้องครัวสวยงามยาวนาน เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของห้องครัว การเลือกเครื่องครัวที่ออกแบบมาอย่างดีก็สำคัญไม่แพ้กัน Tecnogas มีทั้งเตาแก๊สแบบตั้งพื้น เตาแก๊ส เครื่องดูดควัน และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกดีไซน์

เช็กลิสต์อุปกรณ์ในครัวโรงแรมมีอะไรบ้าง ครัวมาตรฐานต้องมีให้ครบ

อุปกรณ์ในครัวโรงแรม

ครัวโรงแรมเปรียบที่ขับเคลื่อนการบริการอาหารทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารหลัก งานจัดเลี้ยง หรือรูมเซอร์วิส การออกแบบครัวจึงต้องรองรับการทำงานหนักและต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้การรังสรรค์เมนูเป็นไปอย่างราบรื่น การจัดเตรียมเครื่องครัวให้ครบถ้วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจว่าอุปกรณ์ในครัวโรงแรมมีอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับครัวมาตรฐานระดับมืออาชีพ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ

อุปกรณ์ในครัวโรงแรมมีอะไรบ้าง

การจัดลำดับความสำคัญของเครื่องครัวในโรงแรมมักแบ่งตามประเภทการใช้งาน เพื่อให้เชฟและพนักงานสามารถทำงานในส่วนของตนได้อย่างคล่องตัว การแบ่งโซนที่ชัดเจนช่วยลดความสับสนและเพิ่มความรวดเร็วในการบริการ โดยสามารถแบ่งประเภทของอุปกรณ์ที่จำเป็นได้ดังต่อไปนี้

อุปกรณ์ทำความร้อนให้อาหารสุก

ส่วนที่สำคัญที่สุดคือโซนปรุงสุก หรือ Hot Kitchen ซึ่งต้องการอุปกรณ์ที่ให้ความร้อนสูงและคงที่ รองรับการสั่งอาหารจำนวนมากพร้อมกัน ประกอบด้วย เตาปรุงอาหารแบบหลายหัว (Commercial Range) เตาทอดน้ำมันลึก (Deep Fryer) สำหรับเมนูทอด เตาย่าง (Grill) สำหรับสเต๊ก และเตาอบลมร้อนขนาดใหญ่ (Convection Oven) ที่ต้องมีความทนทานสูงสำหรับใช้งานหนักโดยเฉพาะ

อุปกรณ์ปรุงอาหาร

เครื่องมือหยิบจับที่ใช้คู่กับเตาไฟ เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับการประกอบอาหารในทุกส่วนของครัว ได้แก่ ตะหลิว สำหรับผัดหรือทอด กระบวย สำหรับตักซุปหรือน้ำแกง และทัพพี สำหรับตักข้าวหรืออาหารจานหลัก รวมถึงที่คีบอาหาร (Tongs) ซึ่งต้องเลือกใช้วัสดุที่ทนความร้อนสูงอย่างสเตนเลสสตีล และปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหาร

ตู้แช่เย็นและเก็บวัตถุดิบแบบอุตสาหกรรม

ตู้แช่เย็น

การรักษาความสดใหม่ของวัตถุดิบคือมาตรฐานสำคัญของโรงแรม ตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งแบบอุตสาหกรรม (Walk-in Cooler/Freezer) จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเก็บสต๊อกสินค้าจำนวนมาก รองรับการใช้งานหลายวัน รวมถึงตู้แช่สเตนเลสแบบเคาน์เตอร์ (Prep Table Refrigerator) ที่ใช้สำหรับเตรียมวัตถุดิบหน้าเตา ช่วยให้เชฟหยิบของได้สะดวก

อุปกรณ์เตรียมอาหาร

ก่อนการปรุงอาหารขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ (Preparation Area) ต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยทุ่นแรงเพื่อความรวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น เครื่องผสมอาหารขนาดใหญ่ (Mixer) สำหรับตีส่วนผสม เครื่องบดเนื้อ (Meat Grinder) เครื่องสไลด์ผักและเนื้อ โต๊ะเตรียมอาหารสเตนเลส (Stainless Steel Prep Table) และชุดมีดเชฟหลากหลายประเภทสำหรับการหั่น สับ ซอย

ภาชนะและอุปกรณ์เสิร์ฟอาหาร

ความประทับใจแรกของลูกค้าอยู่ที่การนำเสนออาหาร ภาชนะที่ใช้จึงต้องมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งจาน ชาม ถ้วยซอส แก้วน้ำ และชุดช้อนส้อมที่ต้องเตรียมไว้ให้เพียงพอต่อจำนวนแขกสูงสุดของโรงแรม รวมถึงอุปกรณ์สำหรับไลน์บุฟเฟต์ เช่น อ่างอุ่นอาหาร (Chafing Dish) โถจ่ายน้ำหวาน และที่คีบสำหรับบริการตนเอง

อุปกรณ์เบเกอรี

โรงแรมส่วนใหญ่มักมีแผนกเบเกอรีหรือ Pastry โดยเฉพาะ เพื่อผลิตขนมปังและของหวานเสิร์ฟภายในโรงแรม อุปกรณ์ที่จำเป็นได้แก่ เตาอบเบเกอรี (Deck Oven) ที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ เครื่องนวดแป้ง (Dough Mixer) เครื่องรีดแป้ง ตะแกรงพักขนม และพิมพ์ขนมประเภทต่าง ๆ

อุปกรณ์ล้างและทำความสะอาด

เมื่อพิจารณาว่าอุปกรณ์ในครัวโรงแรมมีอะไรบ้างสิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือระบบทำความสะอาดและสุขาภิบาล (Dishwashing Area) เครื่องล้างจานอัตโนมัติแบบสายพาน (Conveyor Dishwasher) ช่วยจัดการภาชนะจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วและสะอาดถูกสุขอนามัย พร้อมอ่างล้างจานขนาดใหญ่หลายหลุมสำหรับล้างอุปกรณ์ขนาดใหญ่ และชั้นวางภาชนะให้แห้ง

การเลือกอุปกรณ์ในครัว

การวางแผนเลือกอุปกรณ์ในครัวโรงแรมให้ครบถ้วน เหมาะสมกับการใช้งานจริง การลงทุนในเครื่องครัวที่ทนทานและได้มาตรฐาน จะช่วยให้การทำงานในห้องครัวโรงแรมสะดวกมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่มองหาโซลูชันเครื่องครัว Tecnogas มีเตาแก๊สแบบตั้งพื้นคุณภาพสูง เตาแก๊สหลายรูปแบบเครื่องดูดควันสำหรับงานหนัก และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ครัวระดับมืออาชีพ

Follow Us

TEL. 02-274-3434
EMAIL : webmaster@sbo-brand.com

The Signature Brand Co., Ltd. 
771 Pracha Uthit Road, Samsen Nok,Huai Khwang District, Bangkok 10310