การมองหาอาชีพเสริมหรือธุรกิจของตัวเองที่น่าสนใจ การทำขนมขายถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถเริ่มต้นได้ไม่ยาก แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือจะทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เพื่อลดความเสี่ยงของสินค้าเสียหายและไม่ต้องเหนื่อยทำสดใหม่ทุกวัน บทความนี้ได้รวบรวม 10 เมนูขนมที่ตอบโจทย์ดังกล่าว ซึ่งสามารถทำสต๊อกไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยให้การบริหารจัดการง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นทำธุรกิจเบเกอรี
10 เมนูขนมยอดฮิตทำอะไรขายดีเก็บได้นาน
ขนมที่สามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่เสียรสชาติและความอร่อย มักเป็นขนมอบแห้งหรือขนมที่ผ่านการแปรรูปเพื่อไล่ความชื้นออกไป ทำให้สามารถเก็บในอุณหภูมิห้องหรือในตู้เย็นได้หลายวันหรือหลายสัปดาห์ ซึ่งเมนูเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำง่าย แต่ยังเป็นที่นิยมในตลาด ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการสร้างรายได้
1. คุกกี้เนยสด
คุกกี้เนยสดเป็นขนมที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ด้วยรสชาติหอมมันและเนื้อสัมผัสที่กรอบร่วน สามารถทำได้หลากหลายรูปทรงและตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นเมนูพื้นฐานที่ทำง่ายและเป็นที่ชื่นชอบของทุกเพศทุกวัย ทำให้เป็นตัวเลือกแรก ๆ สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจขนมที่สามารถเก็บได้นาน
ส่วนผสม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม
- เนยสดชนิดเค็ม (อุณหภูมิห้อง) 200 กรัม
- น้ำตาลไอซิ่ง 100 กรัม
- ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 1 ฟอง
- กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
วิธีการทำ
- วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เตรียมถาดอบปูด้วยกระดาษไข
- ตีเนยสดกับน้ำตาลไอซิ่งด้วยเครื่องตีจนขึ้นฟูเป็นสีครีมอ่อน
- ใส่ไข่แดงและกลิ่นวานิลลา ตีให้เข้ากัน
- ค่อย ๆ ใส่แป้งสาลีลงไป ผสมด้วยพายยางจนเป็นเนื้อเดียวกัน
- นำส่วนผสมใส่ถุงบีบ บีบเป็นรูปทรงตามต้องการลงบนถาดอบ
- นำเข้าอบประมาณ 12-15 นาที หรือจนขอบคุกกี้เป็นสีเหลืองทอง
- นำออกจากเตาอบ พักบนตะแกรงจนเย็นสนิท แล้วจึงเก็บใส่ภาชนะที่ปิดมิดชิด
2. บราวนี่กรอบ
บราวนี่กรอบ หรือ บราวนี่แครกเกอร์ เป็นการนำบราวนี่มาอบให้บางและกรอบเหมือนขนมแครกเกอร์ ให้รสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลต แต่มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างออกไป สามารถเก็บไว้ได้นานกว่าบราวนี่เนื้อหนึบทั่วไป และยังง่ายต่อการบรรจุเพื่อจำหน่าย เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจและทำกำไรได้ดี
ส่วนผสม
- ดาร์กช็อกโกแลต 70% 150 กรัม
- เนยจืด 50 กรัม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- น้ำตาลทราย 150 กรัม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
- ผงโกโก้ 20 กรัม
- อัลมอนด์สไลซ์หรือช็อกโกแลตชิปสำหรับโรยหน้า
วิธีการทำ
- วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เตรียมถาดอบปูด้วยกระดาษไข
- ละลายดาร์กช็อกโกแลตกับเนยจืด แล้วพักไว้ให้อุ่น
- ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายจนขึ้นฟู
- เทส่วนผสมช็อกโกแลตที่พักไว้ลงไป ผสมให้เข้ากัน
- ร่อนแป้งสาลีและผงโกโก้ใส่ลงไป ตะล่อมเบา ๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี
- เทส่วนผสมลงบนถาด เกลี่ยให้บางสม่ำเสมอ โรยหน้าด้วยอัลมอนด์สไลซ์
- นำเข้าอบ 20-25 นาที เมื่อสุกแล้วนำออกมาตัดเป็นชิ้นขณะยังร้อน แล้วพักให้เย็นบนตะแกรง
3. เค้กกล้วยตาก
เค้กกล้วยตากเป็นเมนูที่ผสมผสานความหอมหวานของกล้วยตากเข้ากับเนื้อเค้กที่นุ่มชุ่มฉ่ำ กล้วยตากช่วยเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังช่วยให้เค้กสามารถเก็บได้นานขึ้นโดยที่ยังคงความอร่อย เป็นเมนูที่ดัดแปลงมาจากเค้กกล้วยหอมที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ให้ความแปลกใหม่และน่าสนใจยิ่งขึ้น
ส่วนผสม
- แป้งเค้ก 200 กรัม
- ผงฟู 1.5 ช้อนชา
- เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- น้ำมันพืช 120 มิลลิลิตร
- นมสด 60 มิลลิลิตร
- กล้วยตากหั่นเต๋า 150 กรัม
วิธีการทำ
- วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมพิมพ์เค้กทาเนยและรองด้วยกระดาษไข
- ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน พักไว้
- ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายแดงจนส่วนผสมเข้ากันดี
- ค่อย ๆ เทน้ำมันพืชและนมสดลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากัน
- ใส่ส่วนผสมของแห้งลงไป ผสมให้เข้ากัน
- นำกล้วยตากลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว
- เทส่วนผสมลงในพิมพ์ นำเข้าอบประมาณ 30-35 นาที หรือจนเค้กสุก
- นำออกจากเตา พักให้เย็นก่อนนำออกจากพิมพ์
4. ขนมเปี๊ยะไส้ถั่วไข่เค็ม
ขนมเปี๊ยะไส้ถั่วไข่เค็มเป็นขนมมงคลที่ได้รับความนิยมสูง มีจุดเด่นที่แป้งบางกรอบซ้อนกันเป็นชั้นและไส้ถั่วกวนเนื้อเนียนตัดกับความมันเค็มของไข่แดงเค็ม เป็นขนมที่สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องได้นานหลายวันโดยไม่เสียรสชาติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำเป็นของฝากหรือจำหน่ายในช่วงเทศกาลต่าง ๆ
ส่วนผสม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
- น้ำมันพืช 70 กรัม
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
- น้ำเปล่า 70 มิลลิลิตร
- ส่วนผสม (แป้งชั้นใน):
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
- น้ำมันพืช 50 กรัม
- ถั่วเขียวกะเทาะเปลือกนึ่งสุก 300 กรัม
- น้ำตาลทราย 150 กรัม
- กะทิ 100 มิลลิลิตร
- ไข่แดงเค็มดิบ ตามจำนวนชิ้น
วิธีการทำ
- ทำไส้โดยนำถั่วเขียวนึ่งสุกมาปั่นกับกะทิและน้ำตาลทรายให้ละเอียด แล้วนำไปกวนในกระทะจนแห้งปั้นได้ พักให้เย็น
- นำไส้มาปั้นเป็นก้อนกลม แล้วหุ้มไข่แดงเค็ม
- ผสมแป้งชั้นนอกและแป้งชั้นในแยกกัน นวดจนเนียนแล้วพักแป้ง 30 นาที
- แบ่งแป้งทั้งสองชนิดเป็นก้อนเท่า ๆ กัน นำแป้งชั้นนอกหุ้มแป้งชั้นใน แล้วรีดเป็นแผ่นยาวม้วนเป็นท่อน ทำซ้ำ 2 ครั้ง
- นำแป้งที่ได้มารีดเป็นแผ่นกลม ใส่ไส้แล้วห่อให้มิด
- ทาหน้าด้วยไข่แดง แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 15-20 นาที
5. ครองแครงกรอบ
ครองแครงกรอบเป็นขนมไทยโบราณที่ทำจากแป้งสาลี นำไปทอดจนกรอบแล้วคลุกเคล้ากับน้ำตาลเคี่ยวและเครื่องเทศอย่างรากผักชี กระเทียม พริกไทย ทำให้มีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถเก็บไว้ในภาชนะปิดสนิทได้นานเป็นสัปดาห์ เป็นเมนูทานเล่นที่ขายดีและทำได้ไม่ยาก
ส่วนผสม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 300 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- หัวกะทิ 100 มิลลิลิตร
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- ส่วนผสม (น้ำเคลือบ):
- น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี กระเทียม พริกไทย (โขลกละเอียด) 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีการทำ
- ผสมแป้ง เกลือ ไข่ไก่ และน้ำมันพืช ค่อย ๆ นวดกับหัวกะทิจนแป้งเนียนนุ่ม พักแป้งไว้ 30 นาที
- แบ่งแป้งเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วนำไปกดบนพิมพ์ครองแครงให้เป็นลาย
- นำไปทอดในน้ำมันร้อนปานกลางจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
- ทำน้ำเคลือบโดยเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และเครื่องที่โขลกไว้จนเหนียวข้น
- นำครองแครงที่ทอดไว้ลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว พักไว้ให้เย็นและแห้ง
6. ปังเนยกรอบ

ปังเนยกรอบเป็นเมนูที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย และเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกกลุ่ม สามารถทำได้จากขนมปังแผ่นทั่วไป นำมาทาเนยผสมน้ำตาลแล้วอบจนกรอบ เป็นขนมที่เก็บได้นานและยังคงความกรอบอร่อย เหมาะสำหรับทำขายเป็นของว่างทานเล่น หรือทานคู่กับเครื่องดื่มร้อน ๆ
ส่วนผสม
- ขนมปังแผ่น (หั่นบาง) 1 แถว
- เนยสดชนิดเค็ม (อุณหภูมิห้อง) 200 กรัม
- น้ำตาลทราย 100 กรัม
- นมข้นหวาน (ไม่จำเป็น) 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีการทำ
- วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส
- ตีเนยสดกับน้ำตาลทราย (และนมข้นหวาน) จนเป็นเนื้อครีม
- นำส่วนผสมเนยไปทาบนขนมปังแผ่นให้ทั่ว
- เรียงขนมปังใส่ถาดอบ นำเข้าอบประมาณ 10-15 นาที หรือจนกว่าจะเหลืองกรอบ
- นำออกจากเตา พักบนตะแกรงให้เย็นสนิท ก่อนเก็บใส่ถุงหรือกล่อง
7. ข้าวแต๋นราดน้ำตาล
ข้าวแต๋นเป็นขนมพื้นบ้านของไทยที่ทำจากข้าวเหนียวนึ่ง นำมาขึ้นรูปเป็นแผ่นกลมแล้วตากแดดให้แห้ง ก่อนจะนำไปทอดจนพองกรอบ และราดด้วยน้ำตาลปี๊บเคี่ยว เป็นขนมที่เก็บได้นานมาก มีรสชาติหวานหอมและเนื้อสัมผัสกรอบเบา เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่น่าสนใจสำหรับตลาดขนมไทย
ส่วนผสม
- ข้าวเหนียวนึ่งสุก 500 กรัม
- น้ำแตงโม (หรือน้ำเปล่าผสมเกลือเล็กน้อย)
- น้ำตาลปี๊บ 200 กรัม
- น้ำเปล่าสำหรับเคี่ยวน้ำตาล
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีการทำ
- นำข้าวเหนียวนึ่งสุกมามูนกับน้ำแตงโมพอให้เม็ดข้าวร่วน
- ตักข้าวเหนียวใส่พิมพ์วงกลม กดให้แน่นพอประมาณ แล้วนำไปตากแดดจัด 1-2 วันจนแห้งสนิท
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน นำข้าวแต๋นแห้งลงทอดจนพองฟูและเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้
- เคี่ยวน้ำตาลปี๊บกับน้ำเปล่าเล็กน้อยจนเหนียวข้น
- นำน้ำตาลที่เคี่ยวได้มาราดบนหน้าข้าวแต๋นเป็นเส้น ๆ พักไว้ให้น้ำตาลแห้ง
8. กล้วยฉาบเคลือบคาราเมล
กล้วยฉาบเป็นเมนูแปรรูปผลไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย สามารถทำได้ทั้งรสเค็มและรสหวาน สำหรับสูตรเคลือบคาราเมลจะเพิ่มความหอมหวานและทำให้ผิวของกล้วยมีความมันวาวน่ารับประทาน สามารถเก็บไว้ได้นาน เป็นของว่างที่เคี้ยวเพลินและขายง่าย
ส่วนผสม
- กล้วยดิบ (กล้วยน้ำว้าหรือกล้วยหักมุก) 1 หวี
- น้ำตาลทราย 150 กรัม
- เนยสด 30 กรัม
- เกลือป่นเล็กน้อย
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีการทำ
- ปอกเปลือกกล้วยดิบแล้วฝานเป็นแผ่นบาง ๆ ลงในน้ำผสมเกลือหรือน้ำมะนาวเพื่อไม่ให้กล้วยดำ
- นำกล้วยขึ้นจากน้ำ ซับให้แห้ง
- ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำกล้วยลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
- ทำคาราเมลโดยใส่น้ำตาลลงในกระทะ ตั้งไฟอ่อนจนน้ำตาลเริ่มละลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน
- ใส่เนยและเกลือลงไป คนให้เข้ากัน
- นำกล้วยทอดลงไปคลุกเคล้ากับคาราเมลอย่างรวดเร็วจนทั่ว ตักขึ้นพักบนกระดาษไข เกลี่ยไม่ให้ติดกัน
9. มันฝรั่งทอดกรอบอบชีส
มันฝรั่งทอดกรอบเป็นของว่างยอดนิยมตลอดกาล การเพิ่มรสชาติด้วยการอบชีสเข้าไปจะช่วยสร้างความแปลกใหม่และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ มันฝรั่งแผ่นบางกรอบที่คลุกเคล้าด้วยผงชีสหรืออบด้วยชีสขูด จะให้รสชาติเค็มมัน กลมกล่อม และสามารถเก็บไว้ได้นานหากเก็บในภาชนะที่ป้องกันอากาศเข้า
ส่วนผสม
- มันฝรั่ง 3-4 หัว
- น้ำมันสำหรับทอด
- ผงปรุงรสชีส หรือ มอสซาเรลล่าชีสขูด
- เกลือ
วิธีการทำ
- ปอกเปลือกมันฝรั่ง แล้วฝานเป็นแผ่นบาง ๆ ด้วยมีดหรือเครื่องสไลซ์
- นำไปล้างน้ำเพื่อเอาแป้งออก แล้วซับให้แห้งสนิท
- ทอดในน้ำมันร้อนปานกลางจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันและโรยเกลือเล็กน้อย
- วิธีคลุกผงชีส: นำมันฝรั่งทอดที่ยังอุ่น ๆ ใส่ในกล่องที่มีฝาปิด โรยผงชีสลงไปแล้วเขย่าให้เข้ากัน
- วิธีอบชีส: เรียงมันฝรั่งทอดบนถาด โรยด้วยมอสซาเรลล่าชีส แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 5-7 นาทีจนชีสละลาย
10. ป๊อปคอร์นรสต่าง ๆ
ป๊อปคอร์นเป็นเมนูที่ทำง่าย ต้นทุนต่ำ และสามารถสร้างสรรค์รสชาติได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรสหวาน รสเค็ม รสชีส รสคาราเมล หรือรสช็อกโกแลต ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้าง สามารถทำปริมาณมากและบรรจุขายได้ง่าย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์คำถามว่าทำอะไรขายดีเก็บได้นานได้เป็นอย่างดี
ส่วนผสม
- เมล็ดข้าวโพดสำหรับคั่ว 100 กรัม
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- เนยจืด 60 กรัม
- น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
- นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
- เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
วิธีการทำ
ตั้งหม้อใส่น้ำมันและเมล็ดข้าวโพด ปิดฝาใช้ไฟกลาง เมื่อเมล็ดข้าวโพดเริ่มแตกให้เขย่าหม้อเป็นระยะจนเสียงแตกหมดไป เทป๊อปคอร์นพักไว้
- ทำคาราเมลโดยละลายเนยในหม้อใบใหม่ ใส่น้ำตาลทรายแดงและนมข้นหวาน เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนเข้ากัน
- ใส่เบกกิ้งโซดา คนเร็ว ๆ ส่วนผสมจะฟูขึ้น ปิดไฟ
- เทซอสคาราเมลลงบนป๊อปคอร์นที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้ทั่วถึง
- นำไปเกลี่ยบนถาดที่รองด้วยกระดาษไข พักไว้ให้เย็นจนคาราเมลแข็งตัว

เมนูขนมทั้ง 10 รายการนี้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังมองหาว่าจะทำอะไรขายดีเก็บได้นาน ซึ่งแต่ละเมนูมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือสามารถผลิตและเก็บไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยลดภาระในการผลิตและง่ายต่อการวางแผนการขาย การมีอุปกรณ์เครื่องครัวที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้การทำขนมเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊สแบบตั้งพื้นที่ให้ความร้อนสม่ำเสมอ หรือเตาแก๊สสำหรับการเคี่ยวซอสต่าง ๆ การมี เครื่องดูดควันที่ดีก็ช่วยให้ครัวสะอาดไร้กลิ่นรบกวน ซึ่ง Tecnogas มีเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน รวมถึงเตาอบที่ควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ขนมทุกชิ้นสมบูรณ์แบบที่สุด