รวมวิธีในการดูแลรักษาเตาไฟฟ้าให้ใช้งานได้ยาวนาน

รวมวิธีในการดูแลรักษาเตาไฟฟ้าให้ใช้งานได้ยาวนาน

เตาไฟฟ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวอีกประเภทหนึ่งที่เรียกได้ว่ามาแรงมากในยุคนี้ ด้วยความสะดวกและรูปลักษณ์ที่ดูดี เสริมความสวยงามให้ห้องครัว ทำให้เตาไฟฟ้าเป็นไอเทมฮิตที่หลายๆ บ้านต้องมี แต่ซื้อทั้งทีก็อยากใช้งานให้ยาวนาน วันนี้ Tecnogas มี 5 วิธีดี ๆ ในการดูแลเตาไฟฟ้าให้ใช้งานได้ยาวนาน คุ้มค่า คุ้มราคา ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ก็สามารถปรุงอาหารได้อย่างเสถียร หมดความกังวลในทุกๆ ด้านอย่างแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วมีอะไรบ้างไปดูรายละเอียดกันได้เลยดีกว่า

5 วิธีในการดูแลเตาไฟฟ้าให้ใช้งานได้ยาวนาน

5 วิธีในการดูแลเตาไฟฟ้าให้ใช้งานได้ยาวนาน

การดูแลเตาไฟฟ้านับเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะยิ่งดูแลได้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะใช้ได้งานได้ยาวนานเท่านั้น แต่ต้องซื้อเตาไฟฟ้าเกรดดีคุณภาพเยี่ยมด้วยนะถึงจะอยู่ได้อย่างยาวนาน และต่อไปนี้ก็จะเป็นการที่จะพาทุกคนมาดู 5 วิธีในการดูแลเตาไฟฟ้าให้ใช้งานได้ยาวนาน ว่ามีอะไรบ้าง

1. ทำความสะอาดหลังใช้งานทุกครั้ง

การทำความสะอาดเตาไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งาน เพราะถ้าหากเราปล่อยคราบสะสม หรือเลือกเครื่องมือขัดล้างที่ไม่เหมาะสมกับผิววัสดุ ก็จะทำให้อายุการใช้งานของเตาไฟฟ้านั้นสั้นลงไปด้วย และนอกจากนี้ยังทำให้เกิดสุขอนามัยที่ไม่ดีอีกต่างหาก ดังนั้นหลังการใช้งานทุกครั้งทำความสะอาดไว้เลยจะเป็นการดีที่สุด

2. ใช้ผ้าหรือฟองน้ำในการทำความสะอาด

การทำความสะอาดเตาไฟฟ้าทำได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ฟองน้ำที่มีผิวนุ่ม หรือผ้าที่มีขนนุ่มอย่างผ้านาโนไฟเบอร์ เพราะการเลือกใช้ฟองน้ำผิวหยาบหรือผ้าขนหนูขนแข็ง ๆ จะทำให้พื้นผิวเตาไฟฟ้าเสียหายได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไฟของเตาไฟฟ้าไม่เสถียรหรือมีอายุการใช้งานที่น้อยลงได้นั่นเอง

3. ใช้น้ำส้มสายชูในการสลายคราบ

หากมีคราบฝังแน่นบนผิวเตาสามารถใช้น้ำส้มสายชูฉีดพ่นลงบนเตาไฟฟ้าเพื่อให้กรดอ่อน ๆ ช่วยสลายคราบ ตามด้วยฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดตามอีกครั้ง

4. โรยเบกกิ้งโซดาเพื่อสลายคราบตะกัน

คราบตะกรันที่เกาะแน่นแก้ไขได้ด้วยการโรยผงเบกกิ้งโซดาลงบนผิวเตา จากนั้นใช้ผ้าที่ชุบด้วยน้ำอุ่นคลุมปิดผิวเตาเอาไว้ 15-20 นาที แล้วเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดอีกครั้ง

5. หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมบริเวณพื้นผิว

หากต้องมีการใช้มีดเพื่อหั่น ปอก เตรียมวัตถุดิบควรหลีกเลี่ยงช่วงบริเวณหน้าเตาหรือพื้นผิวเตา เพราะความคมของมีดหรืออุปกรณ์มีคมจะทำให้เกิดความเสียหายกับผิวเตาได้

ข้อควรระวังในการใช้งานเตาไฟฟ้า

ข้อควรระวังในการใช้งานเตาไฟฟ้า

ข้อสำคัญของการใช้งานเตาไฟฟ้า ได้แก่

  • เลือกภาชนะประกอบอาหารให้เหมาะสมกับเตา ควรเลือกภาชนะที่ทำมาจากเหล็กหล่อ สเตนเลส หรืออะลูมิเนียม
  • ไม่ควรวางภาชนะเปล่า ๆ ไว้บนเตา เพราะอาจเกิดความเสียหาย
  • ไม่ใช้งานเตาไฟฟ้าขณะมือเปียก หรือใช้ภาชนะที่เปียก เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
  • หมั่นทำความสะอาดเป็นประจำ ช่วยยืดอายุการใช้งาน
  • อ่านคู่มือการใช้งานให้ละเอียดก่อนการเริ่มใช้งาน

สรุปบทความ

นอกจากการใช้งานแล้วเตาไฟฟ้าเองก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่ไม่ต่างไปจากอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ที่จะมีวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน และยังต้องดูในเรื่องความคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานด้วย เช่น การเลือกใช้เตาไฟฟ้าจาก Tecnogas ที่มีมาตรฐานสากลรองรับ มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย ให้ทุกการเข้าครัวของคุณเป็นเรื่องง่าย สบายๆ ชิลล์ๆ ที่สำคัญยังสามารถทำความสะอาดได้ง่ายดายอีกด้วย

เมื่อเครื่องล้างจานเกิดไม่ทำงาน มีวิธีแก้อย่างไร

เครื่องล้างจานไม่ทำงาน เกิดจากสาเหตุอะไร มีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง

สำหรับใครที่ใช้เครื่องล้างจานอยู่ที่บ้าน แต่อยู่ดี ๆ เครื่องล้างจานที่บ้านก็ไม่ทำงานทำยังไงดี ? พยายามหาทางแก้ด้วยตัวเองแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขได้ทาง Tecnogas มีคำตอบ! เพราะปัญหาเครื่องล้างจานนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ อย่าเพิ่งคิดว่าเครื่องล้างจานไม่ทำงานจะต้องเสียเงินเสมอไป เพราะบางอาการสามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ง่ายกว่าที่คิด และแน่นอนว่าจะสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โดยไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อใหม่นั่นเอง

สาเหตุที่เครื่องล้างจานไม่ทำงาน มีอะไรบ้าง

สาเหตุที่เครื่องล้างจานไม่ทำงาน มีอะไรบ้าง

ก่อนที่จะไปดูวิธีแก้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูว่าสาเหตุของเครื่องล้างจานไม่ทำงานคืออะไร มีสาเหตุใดบ้าง เพราะบางสาเหตุถ้าหากป้องกันได้ ก็จะไม่ต้องทำการแก้ไขในอนาคตแต่อย่างใด แต่ถ้าหากเกิดแล้วก็ต้องหาวิธีแก้กัน โดยสาเหตุที่ว่านั้นมีดังต่อไปนี้

ตัวกรองอุดตัน

ตัวกรองเครื่องล้างจานมีหน้าที่กรองเศษอาหารไม่ให้หลุดเข้าไปในระบบเครื่องจนเกิดความเสียหาย เมื่อมีเศษอาหารไปติดเยอะเข้าโดยไม่เคยกำจัดออกทำให้อุดตันและทำให้เครื่องล้างจานทำงานไม่ปกติ ดังนั้นเวลาเอาจานเข้าเครื่องล้างจานจำเป็นต้องหมั่นเช็กเอาที่กรองออกมาทำความสะอาดๆ อยู่เสมอๆ

เกิดความผิดปกติของวงจรไฟฟ้า

วงจรไฟฟ้าของเครื่องล้างจานประกอบด้วยหลายส่วน เช่น มอเตอร์ ปั๊มน้ำ เซ็นเซอร์ และแผงควบคุมไฟฟ้า หากมีส่วนไหนทำงานผิดปกติก็จะส่งผลให้เครื่องล้างจานหยุดทำงานได้ ซึ่งในจุดนี้การเช็กอาจจะเป็นไปได้อย่าง อาจต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ

ใช้น้ำยาไม่ได้คุณภาพ

เพราะน้ำยาล้างจานที่ไม่ได้คุณภาพ หรือไม่เหมาะสมกับประเภทคราบสกปรกจะส่งผลให้เครื่องล้างจานทำงานหนักขึ้น สังเกตได้จากจานชามอุปกรณ์ครัวที่นำไปล้างนั้นยังมีคราบตกค้างไม่สะอาด หรือเครื่องล้างจานหยุดทำงานด้วยรหัสแสดงข้อผิดพลาด

วางจานไม่ถูกต้อง

หากวางจานชามผิดตำแหน่ง ห่างเกินไปหรือแน่นเกินไปเครื่องล้างจานอาจจะไม่ทำงานเพราะเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย และทำให้น้ำจากแขนสเปรย์ฉีดทำความสะอาดผิวจานชามได้ไม่ทั่วถึง ถือว่าเป็นระบบเซฟตี้อย่างหนึ่งของเครื่องล้างจาน ดังนั้นหากจานแน่น วางไม่ถูกต้องรีบเอาออกมาเลย

ฝาเครื่องปิดไม่สนิท

เพราะฝาเครื่องล้างจานทำหน้าที่ปิดเครื่องล้างจานขณะล้างเอาไว้เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นออกมาภายนอก การที่ปิดฝาเครื่องไม่แน่นพออาจส่งผลให้ระบบไม่ทำงานตามปกติ เพราะเสี่ยงต่อการแตกหักของถ้วยชามได้ และแน่นอนว่าน้ำอาจเจิ่งนองลงมาข้างล่าง ดังนั้นส่วนมากระบบเลยเลือกที่จะไม่ทำงานเพื่อความปลอดภัยมากกว่า

รวมวิธีแก้ไขเมื่อเครื่องล้างจานไม่ทำงาน

รวมวิธีแก้ไขเมื่อเครื่องล้างจานไม่ทำงาน

เมื่อรู้สาเหตุกันไปแล้ว วิธีแก้ไขเมื่อเครื่องล้างจานของคุณเกิดทำงานผิดปกติ หรือไม่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าเพิ่งเศร้าใจไป เพราะสามารถแก้ไขด้วยวิธีการต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้ที่ทุกคนสามารถทำตามกันได้เลย

  1. ตรวจสอบตัวกรองของเครื่องล้างจานว่ามีการอุดตันหรือไม่ หากมี ให้ใช้แปรงสีฟันขัดเศษอาหารออก
  2. เช็กคุณภาพและประเภทของน้ำยาล้างจาน ควรเลือกใช้น้ำยาล้างจานสำหรับเครื่องล้างจานโดยเฉพาะ และใช้ในปริมาณที่เหมาะสม
  3. จัดเรียงตำแหน่งของจานชามบนเครื่องล้างจานให้ถูกต้อง
  4. เช็กความแน่นของฝาเครื่องล้างจานว่าปิดสนิทดีแล้ว
  5. ตรวจสอบการทำงานภายในระบบมอเตอร์และไฟฟ้าโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ

สรุปบทความ

และนี่ก็คือสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาเมื่อเครื่องล้างจานไม่ทำงาน แค่แก้ปัญหาถูกจุดก็ทำให้เครื่องล้างจานที่งอแงกลับมาใช้งานได้ดีเป็นปกติอีกครั้ง แต่ Tecnogas ขอแนะนำว่าหากเป็นปัญหาภายในระบบควรเรียกใช้บริการจากช่างที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเรา

เตาอบไมโครเวฟไม่ร้อน แก้ได้ภายใน 5 ขั้นตอน

เตาอบไมโครเวฟไม่ร้อน อุ่นอาหารไม่ได้ แก้ได้เพียง 5 ขั้นตอนนี้

เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องให้ความร้อนเกิดอาหารไม่ร้อนขึ้นมานับได้ว่าเป็นอาการที่น่าปวดหัวสำหรับผู้ใช้งานที่จะต้องเช็กความผิดปกติของเจ้าเตาอบไมโครเวฟซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาวงจรไฟฟ้าภายใน หรือการเปิดโหมดผิดจนทำให้ไมโครเวฟไม่ยอมทำงาน ไปจนถึงการเสื่อมสภาพตามการใช้งานของเตาอบไมโครเวฟด้วย ในบทความนี้จึงจะพาทุกคนไปดูการแก้ไข 5 ขั้นตอนที่ทุกคนก็สามารถทำตามได้ง่ายๆ

เตาอบไมโครเวฟ มีส่วนประกอบสำคัญอะไรบ้าง

เตาอบไมโครเวฟ มีส่วนประกอบสำคัญอะไรบ้าง

ใครหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเตาอบไมโครเวฟมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ที่จะสามารถให้ความร้อนอบอาหารอร่อยให้อุ่นน่าทานมาดูส่วนประกอบของเตาอบไมโครเวฟกันดีกว่า

  • แมกนีตรอน (Magnetron) เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตคลื่นไมโครเวฟ 
  • ส่วนควบคุมแมกนีตรอน (Magnetron Controller) ควบคุมการทำงานของแมกนีตรอน
  • ท่อนำคลื่น (Waveguide) คอยส่งคลื่นไปยังช่องอบอาหาร
  • ช่องสำหรับอบอาหาร 
  • กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ป้องกันไม่ให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาด้านนอก
  • ประตู ใช้ปิดเพื่อป้องกันคลื่นไมโครเวฟ

สาเหตุที่เตาอบไมโครเวฟไม่ร้อน มีอะไรบ้าง

สาเหตุที่เตาอบไมโครเวฟไม่ร้อน มีอะไรบ้าง

การใช้เตาอบไมโครเวฟไปนานๆ แน่นอนว่าหลายครั้งต่างก็ต้องมีปัญหาที่ชวนกลุ้มอกกลุ้มใจ อยากจะใช้ความร้อนก็ไม่ได้ที ความร้อนก็ไม่ทำให้อาหารสุก และสารพัดอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องบอกเลยว่าถ้าไม่รู้อาจจะชวนปวดหัวได้ไม่ยาก งานนี้ตามมาดูกันดีกว่าว่ามีสาเหตุอะไรบ้าง

ปรับโหมดไม่ถูกต้อง

การปรับโหมดไมโครเวฟผิดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เตาอบไมโครเวฟไม่ร้อน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้เปิดโหมดละลายน้ำแข็งแทนโหมดอุ่นอาหาร หรือตั้งเวลาอุ่นไม่ถูกต้องซึ่งจะทำให้เตาอบไมโครเวฟไม่สามารถทำงานได้

ใช้เต้ารับเดียวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่น

ปัญหาต่อมาคือการใช้เต้ารับร่วมกันกับอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นทำให้กระแสไฟจ่ายมายังไม่โครเวฟไม่เพียงพอ ทำให้ไมโครเวฟไม่ร้อน ควรแยกเต้ารับสำหรับเตาอบไมโครเวฟโดยเฉพาะเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน

ผนังเตาเสื่อมสภาพ

อย่ามองข้ามผนังเตา เพราะผนังเตาอบไมโครเวฟทำหน้าที่สะท้อนคลื่นไมโครเวฟไปยังอาหาร หากผนังเตาเสื่อมสภาพย่อมทำให้อาหารไม่ร้อน หรือร้อนไม่เพียงพอ

ไมโครเวฟเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน

ไมโครเวฟเองก็มีอายุการใช้งานไม่ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ เมื่อผ่านการใช้งานมานานอาจทำให้ระบบไฟฟ้าภายใน หรือฟิวส์ของเตาอบไมโครเวฟเสื่อมสภาพจนเสื่อมประสิทธิภาพ ไม่ร้อนเหมือนเมื่อก่อน อาจจะถึงเวลาที่ต้องมองหาไมโครเวฟเครื่องใหม่แล้ว

5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการแก้ไขเตาอบไมโครเวฟไม่ร้อน

5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการแก้ไขเตาอบไมโครเวฟไม่ร้อน

สำหรับใครที่เซ็งมากๆ ว่าเตาอบไมโครเวฟไม่ร้อนมาดูวิธีแก้ไขกันเบื้องต้นดีกว่าว่าสามารถที่จะทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาสิ่งเหล่านี้ได้ โดยมีทั้งหมด 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้เลย

  • หากพบว่าเตาอบไมโครเวฟไม่ร้อนให้ทำการถอดปลั๊กไฟออกก่อนเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ไม่ควรพลาดเป็นอันขาด
  • ตรวจสอบฟิวส์ (Fuse) ว่ามีรอยขาดหรือรอยไหม้จากกระแสไฟฟ้าที่มากเกินพิกัดหรือไม่ เพราะจุดนี้อาจทำให้เตาอบไมโครเวฟเสียดายไม่ยาก
  • ตรวจสอบคาปาซิเตอร์ (Capacitor) หากตัวเก็บประจุไฟฟ้ารั่วหรือบวมต้องเปลี่ยนใหม่ เพื่อที่จะกลับมาใช้การได้อีกครั้ง
  • ตรวจสอบแมคนิตรอน (Magnetron) เป็นตัวปล่อยคลื่นไมโครเวฟ ถ้าหากไม่ร้อนให้เปลี่ยนส่วนนี้ใหม่
  • ทดสอบอีกครั้ง เมื่อจัดการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียหายแล้ว ให้ลองเปิดใช้งานไมโครเวฟอีกครั้ง

สรุปบทความ

จะเห็นได้ว่าปัญหาเตาอบไมโครเวฟไม่ร้อนนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายใน กระแสไฟฟ้า และปัญหาการเสื่อมสภาพจากการใช้งาน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน Tecnogas แนะนำให้ผู้ใช้งานจะหมั่นตรวจสอบและเช็กความผิดปกติของเครื่องครัวไฟฟ้าเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ

แนะเคล็ดลับในการเลือกซื้อเตาอบให้ตรงตามความต้องการ

เลือกซื้อเตาอบอย่างไร ให้ตรงตามความต้องการในการใช้งาน มีคำตอบ!

ใครที่กำลังสงสัยว่าเตาอบมีกี่แบบ แล้วควรเลือกซื้อแบบไหนให้คุ้มค่า เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด Tecnogas มีคำตอบ! เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเตาอบและไมโครเวฟ ที่จะทำให้คุณเลือกซื้อเตาอบได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา เหมาะแก่การใช้งานเป็นอย่างมาก ว่าแต่มีเคล็ดลับที่ควรรู้อะไรบ้าง มาดูกันเลย

เตาอบแตกต่างจากไมโครเวฟอย่างไร

เตาอบและไมโครเวฟแม้จะใช้อุ่นอาหารได้เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันที่หลักการทำงานและความเหมาะสมในการประกอบอาหารกันเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของการให้ความร้อน เนื้อสัมผัสของอาหารและอื่นๆ อีกมากมาย

  • เตาอบใช้ความร้อนจากไฟฟ้าหรือแก๊ส ใช้เวลานานกว่า แต่อบอาหารสุกทั่วถึงสม่ำเสมอ ให้รสชาติดีและสามารถทำอาหารได้หลากหลายชนิดมากกว่า
  •  ไมโครเวฟ ใช้ความร้อนจากคลื่นไมโครเวฟ ความร้อนกระจายเฉพาะจุด เหมาะกับการอุ่นอาหารแช่แข็ง หรืออาหารจานด่วนที่จะต้องการทานทันที ไม่เหมาะแก่การนำมาปรุงอาหารเท่าไหร่นัก

เตาอบมีกี่ประเภท

เมื่อเห็นดังนั้นแล้วการซื้อเตาอบคงเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากยิ่งกว่า เพราะสามารถทำอาหารได้หลากหลาย และยังสามารถอุ่นอาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่ทีนี้ต้องบอกเลยว่าเตาอบนั้นมีหลายประเภทมากๆ ว่าแต่มีอะไรบ้างนั้นสามารถตามมาอ่านกันได้เลย

เตาอบไฟฟ้า

1. เตาอบไฟฟ้า

เตาอบไฟฟ้า คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับทำอาหาร โดยการให้ความร้อนผ่านขดลวดทองแดงที่อยู่ด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง พร้อมกับใช้พัดลมช่วยกระจายความร้อนให้อาหารสุกอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังสามารถปรับได้ทั้งอุณหภูมิและจุดที่ต้องการให้ความร้อน เช่น ให้ความร้อนทั้งด้านบนกับล่างพร้อมกัน หรือเลือกเพียงด้านเดียว เหมาะกับการอบขนม เค้ก เนื้อสัตว์ และผักต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญยังสามารถควบคุมความร้อนได้ดี และสามารถประเมินค่าไฟได้อย่างแม่นยำ

เตาอบลมร้อน

2.เตาอบลมร้อน

เตาอบลมร้อน คือ เตาอบที่ทำงานโดยการใช้ความร้อนจากฮีตเตอร์ภายในเตาอบ ร่วมกับพัดลมช่วยกระจายความร้อนให้ทั่วทั้งเตาอบ จึงทำให้อาหารสุกอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว โดยไม่ทำให้อาหารแห้งหรือไหม้  เหมาะกับการอบอาหารที่ต้องการความกรอบ เช่น คุกกี้ โดนัท ไก่อบ เป็นต้น ถือว่าเป็นเตาอบอีกรูปแบบที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

เตาอบขนาดใหญ่

3.เตาอบขนาดใหญ่

เตาอบขนาดใหญ่ คือ เตาอบที่มีขนาดความจุตั้งแต่ 30 ลิตรขึ้นไป ทำงานโดยใช้ความร้อนจากฮีตเตอร์ภายในเตาอบ ร่วมกับพัดลมช่วยกระจายความร้อน เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการอบอาหารปริมาณมาก เช่น การใช้งานในร้านอาหาร โรงแรม โรงงานเบเกอรี่ หรือครัวเรือนขนาดใหญ่ มักพบในร้านอาหารที่ต้องการอบในปริมาณครั้งละมาก ๆ เพื่อการประกอบธุรกิจ หรือสำหรับครอบครัวใหญ่ที่ทำอาหารครั้งละเยอะๆ

เตาอบคอมบิ

4.เตาอบคอมบิ

เตาอบคอมบิ (Combi Oven) คือ เตาอบที่รวมเอาการทำงานของเตาอบลมร้อนและเตาอบไอน้ำเข้าไว้ด้วยกัน จึงทำให้สามารถอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งอบ ย่าง อบไอน้ำ และละลายน้ำแข็ง ซึ่งเป็นเตาอบที่สามารถใช้ได้ทั้งความร้อนจากไฟฟ้าและคลื่นไมโครเวฟ หรือรวมไฟบน-ล่าง ทำให้อบอาหารได้หลายประเภท ตั้งแต่เนื้อสัตว์ เค้ก หรืออุ่นอาหารแช่แข็ง

วิธีเลือกซื้อเตาอบให้ตอบโจทย์การใช้งาน

  • เลือกตามประเภทการใช้งาน เช่น ครอบครัวเล็กทำอาหารไม่บ่อยเหมาะกับเตาอบไฟฟ้า หากเป็นร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ เตาอบขนาดใหญ่ หรือเตาอบลมร้อนจะตอบโจทย์มากกว่า
  • เลือกตามขนาด หากเป็นครอบครัวใหญ่ ทำอาหารหลากหลาย เตาอบคอมบิก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่าเตาอบไฟฟ้าทั่วไป
  • เลือกตามงบประมาณ หากมีงบเฉพาะจะทำให้กำหนดขอบเขตได้ชัดขึ้น เพราะเตาอบมีหลายราคาตั้งแต่หลักพันไปหลักหมื่นบาท

ไฟบน-ไฟล่าง ในเตาอบ คืออะไร

เป็นแหล่งความร้อนที่อยู่ด้านบนและด้านล่างของเตาอบ มีความแตกต่างกันในการใช้งาน คือ ไฟบนมักใช้สำหรับอบขนมหรืออาหารที่ต้องการให้สุกด้านบน เช่น คุกกี้ เค้ก พิซซ่า ส่วนไฟล่างเหมาะกับการปรุงอาหารประเภท พาย แป้ง ที่ต้องการความสุกจากด้านล่าง หรือในเตาอบบางรุ่นยังมีฟังก์ชันพิเศษคือการใช้ทั้งไฟบนและไฟล่างพร้อมกันเพื่อให้อาหารสุกทั่วถึงด้วย

สรุปบทความ

แม้เตาอบจะมีหลากหลายประเภท แต่เราสามารถเลือกใช้ได้โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งาน ขนาด หรือราคา ไปจนถึงฟังก์ชันที่ต้องการ ที่สำคัญคือการเลือกใช้เตาอบนั้นควรใส่ใจในด้านคุณภาพในการใช้งาน เพื่อให้เตาอบนั้นคุ้มค่า คุ้มราคากับเงินที่เราเสียไป ขอแนะนำให้เลือกใช้เตาอบจาก Tecnogas ที่มีมาตรฐานสากล ปลอดภัย มั่นใจในทุกการใช้งาน

ไขข้อสงสัย ครัวเปิด-ปิด ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนถึงตอบโจทย์

ครัวเปิด-ปิด ต่างกันอย่างไร ต้องเลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์

หลายท่านน่าจะเคยได้ยินศัพท์ “ครัวปิด” และ “ครัวเปิด” กันมาบ้าง ซึ่งสองคำนี้มีความหมายแตกต่างกันเป็นอย่างมากในหลากหลายแง่มุมกันเลยทีเดียว อาจจะหมายถึงไลฟ์สไตล์ในการทำครัวและอาหารของบ้านนั้นๆ ก็เป็นได้ แล้วเลือกแบบไหนจะตอบโจทย์กับแต่ละครอบครัวกันแน่นะ ? วันนี้ Tecnogas จะพาทุกท่านไปไขข้อสงสัยพร้อม ๆ กัน

ครัวเปิด คืออะไร

ครัวเปิด คืออะไร

ครัวแบบเปิด หมายถึง ห้องครัวที่สามารถเชื่อมต่อกับส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้ เช่น ครัวติดกับพื้นที่รับแขก หรือพื้นที่โถงกลางโดยไม่มีประตูหรือกำแพงมาปิดกั้น จะพบบ่อยในบ้านหรือคอนโดขนาดเล็กที่พื้นที่ใช้สอยมีจำกัด ทำให้ต้องแบ่งสัดส่วนภายในบ้านเพื่อทำเป็นห้องครัวรวมเข้าไปกับพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งครัวลักษณะนี้จะเหมาะกับการทำอาหารเบาๆ อาหารสไตล์ยุโรปเบาๆ หรือคนที่ไม่ค่อยทำอาหาร

ครัวปิด คืออะไร

ครัวปิด คืออะไร

ครัวแบบปิด คือ ห้องครัวที่มีการแบ่งเป็นสัดเป็นส่วน มีกำแพงและประตูแยกจากส่วนอื่นของบ้านชัดเจน พบบ่อยในบ้านเดี่ยวสมัยใหม่ที่มีพื้นที่กว้างขวาง หรือบ้านที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และต้องการจำกัดขอบเขตในการทำอาหารให้เป็นสัดส่วน เหมาะมากสำหรับคนที่ชื่นชอบการทำอาหาร ยิ่งการทำอาหารหนักก็ยิ่งเหมาะ โดยเฉพาะอาหารไทย เพื่อที่ไม่ให้กลิ่นเข้ามาภายในตัวบ้านหรือที่อยู่อาศัยได้นั่นเอง

ครัวเปิด-ปิด แตกต่างกันอย่างไร

เมื่อเราได้รู้ว่าครัวเปิดและครัวปิดแต่ละแบบนั้นเป็นอย่างไรกันเป็นที่เรียบร้อย และเชื่อว่าใครหลายๆ คนจะนึกภาพออกอย่างแน่นอนทีนี้ เพื่อเจาะลึกแบบมากยิ่งขึ้นมาดูข้อดีและข้อเสียของครัวแต่ละแบบกันดีกว่า

ครัวแบบเปิด 

ข้อดี-ข้อเสียของ ครัวแบบเปิด

ข้อดี ครัวแบบเปิดมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ห้องครัวเปิดทำให้พื้นที่ใช้สอยในบ้านดูกว้างขวางขึ้น ไม่แออัด โดยเฉพาะห้องในคอนโด
  • สะดวกในการเปลี่ยน area ใช้สอย ทำกิจกรรมแบบ Multi ระหว่างรออาหารสุกได้
  • ลดความกดดัน สามารถพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ ได้

ข้อเสีย ครัวแบบเปิดมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • กลิ่นอาหารกระจายไปทั่วบ้านและติดเฟอร์นิเจอร์ หากไม่มีระบบระบายกลิ่นที่ดีพอ
  • เสียงประกอบอาหารและเสียงเครื่องครัวดังรบกวนไปส่วนอื่น ๆ ของที่พัก
  • ทำความสะอาดยาก เพราะไม่มีขอบเขตการทำอาหารที่แน่นอน

ครัวแบบปิด 

ข้อดี-ข้อเสียของ ครัวแบบปิด

ข้อดี ครัวแบบปิดมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

  • ห้องครัวแบบปิดป้องกันกลิ่นอาหารกระจายทั่วบ้านได้ดีกว่า
  • ลดการส่งเสียงรบกวนจากการประกอบอาหาร
  • จำกัดขอบเขตการทำความสะอาดได้ ทำความสะอาดได้ง่ายกว่า

ข้อเสีย ครัวแบบปิดมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

  • การแบ่งห้องเยอะทำให้พื้นที่ใช้สอยในบ้านน้อยลง อาจทำให้บ้านดูคับแคบ
  • ไม่สามารถสื่อสารพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวได้
  • หากห้องรับประทานอาหารอยู่ห่าง ทำให้เสียเวลาข้ามไปมาระหว่างห้อง

สรุปบทความ

และนี่ก็คือความแตกต่างที่มีข้อดีและข้อจำกัดของห้องครัวแบบเปิด และห้องครัวแบบปิด ที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่ใช้สอยและความต้องการของผู้ใช้งาน แต่หัวใจสำคัญของการทำครัวก็คือความปลอดภัยและเครื่องครัวที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะครัวแบบไหนแนะนำให้เลือกเครื่องครัวจาก Tecnogas รับรองมาตรฐานความปลอดภัย ใส่ใจทุกการใช้งาน

รวมไอเดียทาสีห้องครัวใหม่ตามหลักฮวงจุ้ย

7 ไอเดียทาสีห้องครัวใหม่ตามหลักฮวงจุ้ย อยู่แล้วมีแต่ราบรื่น

 สำหรับใครที่กำลังจะทำสีห้องครัวใหม่หรือกำลังรีโนเวท แต่จำเป็นที่จะต้องดูหลักฮวงจุ้ย หรือใครที่เป็นสายมูถูกใจสิ่งนี้! ถ้าอยากรู้ว่าตกแต่งห้องครัว แบบไหนจะช่วยเสริมดวงให้ราบรื่น มีอยู่มีกินตลอดทั้งปี Tecnogas จะบอกให้ว่าเราต้องใส่ใจตั้งแต่เรื่องของ “สี” กันเลยทีเดียว เพราะแต่ละสีต่างก็ให้ความหมาย และให้ความสิริมงคลที่แตกต่างกันว่าแต่มีสีอะไรบ้างนั้นตามไปดูกันได้เลย

หลักฮวงจุ้ยกับการเลือกสีทาห้องครัว

ห้องครัวก็เหมือนห้องอื่น ๆ ภายในบ้านที่เราต้องให้ความสำคัญตั้งแต่โลเคชัน ตำแหน่งประตู ตำแหน่งการหันหน้าชนกับประตูห้องอื่น รวมไปถึงการเลือกทาสีที่เหมาะสม เพราะห้องครัวก็เป็นเหมือนอู่ข้าวอู่น้ำ ถ้าทำถูกหลักก็ถือว่าเสริมมงคล มีกินตลอดทั้งปีไม่มีลำบาก จึงเป็นเหตุให้ใครหลายๆ คนต่างใส่ใจเรื่องนี้เป็นอย่างมากกันเลยทีเดียว ซึ่งต้องบอกเลยว่าการยึดหลักฮวงจุ้ยไม่มีผิด ไม่มีถูกแต่อย่างใด

7 ไอเดียทาสีห้องครัวให้ชีวิตราบรื่น ตามหลักฮวงจุ้ย

คราวนี้ก็ได้มาดูสีที่เหมาะแก่การทาสีครัวกันแล้ว โดย Tecnogas ก็ได้รวบรวม7 ไอเดียทาสีห้องครัวตามหลักฮวงจุ้ยมาฝากคนครัวสายมู ให้ทำอาหารไปดวงเฮงไปพร้อม ๆ กัน โดยรายละเอียดมีดังต่อไปนี้

1. สีเทา

1.สีเทา

ตามหลักฮวงจุ้ยสีเทาหมายถึงความสำเร็จและความโชคดี แนะนำให้เลือกสีเทาอ่อน สีเทากลาง หรือสีเทาเงิน เพราะโทนเทาอ่อนจะทำให้รู้สึกปลอดโปร่งและผ่อนคลาย ที่สำคัญยังสามารถกันการเลอะคราบของอาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

2. สีน้ำตาล

2.สีน้ำตาล

สีน้ำตาลก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสีน้ำตาลเป็นสีที่ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความโชคดีในหลักฮวงจุ้ย เป็นสีที่เหมาะกับห้องครัวให้บรรยากาศที่แสนอบอุ่น และเหมาะกับการทำอาหารเป็นอย่างมาก เพราะสีสดๆ จะตัดกันได้ด้วยดี

3. สีขาว

3.สีขาว

เชื่อกันว่าสีขาวเป็นสีของธาตุโลหะ ซึ่งเป็นธาตุแห่งความบริสุทธิ์และความแข็งแกร่ง รวมถึงห้องครัวสีขาวยังสื่อถึงความสงบ บริสุทธิ์ ช่วยเสริมอารมณ์ผ่อนคลายให้คนในครอบครัว การทำครัวก็จะเพลินๆ ให้ความรู้สึกคลีนๆ สนุกสนานกับการทำครัวมากขึ้น

4. สีฟ้า

4.สีฟ้า

สีฟ้าตามหลักของฮวงจุ้ยเองหมายถึงความโชคดีและความสำเร็จ รวมถึงการทาสีครัวเป็นสีฟ้ายังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกสดใส สร้างสรรค์ ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้ครอบครัว ก็มีหลายบ้านไม่ใช่น้อยเลือกห้องครัวสีนี้

5. สีเขียว

5.สีเขียว

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วสีเขียวหมายถึงความร่าเริง รุ่งโรจน์และโชคดี ทำให้ห้องครัวสีเขียวถือเป็นอีกสีหนึ่งที่มีความเป็นมงคล เหมาะกับการเสริมความแจ่มใส สนุกสนานให้กับครอบครัว

6. สีครีม

6.สีครีม

โดยหลักฮวงจุ้ยแล้วสีครีมเป็นสีของธาตุดิน ซึ่ง ธาตุดินเป็นธาตุแห่งความอุดมสมบูรณ์และความมั่นคง จึงเหมาะกับการทาสีห้องครัวเพื่อส่งเสริมความกินดีอยู่ดี ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น และสงบ

7. สีแดง

7.สีแดง

สีแดงเป็นสีแทนของธาตุไฟ สื่อถึงความกระตือรือร้นและความทะเยอทะยาน ห้องครัวที่ทาสีแดงจะส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแน่นแฟ้น มีชีวิตชีวา และยังเป็นสีมงคลเสริมความโชคดีตามความเชื่อของชาวจีนด้วย

สรุปบทความ

และนี่ก็คือ 7 ไอเดียสีห้องครัวตามหลักฮวงจุ้ยที่ Tecnogas นำมาฝากทุกท่าน แต่สิ่งสำคัญนอกเหนือจากสีห้องครัว ก็คือคุณภาพของเครื่องครัวที่ต้องได้มาตรฐาน ปลอดภัยต่อการใช้งาน แนะนำให้เลือกใช้เครื่องครัว Tecnogas มั่นใจได้ว่าปลอดภัย อุ่นใจในทุกมื้ออาหาร และสามารถเข้ากันได้ดีกับห้องครัวหลากสไตล์ที่ทุกคนพร้อมจะมีครัวที่ใช่ในแบบของคุณ

รวมไอเดียจัดห้องครัวเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในการใช้งาน

8 ไอเดียจัดห้องครัวเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ ให้ดูไม่รก น่าใช้งาน

สำหรับห้องพักหรือคอนโดที่ต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอย วันนี้ Tecnogas มีไอเดียดี ๆ เกี่ยวกับการจัดห้องครัวให้มีพื้นที่ใช้งานเหลือ และเก็บของได้ครบครันมาฝากกัน เพราะปัญหาเรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นปัญหาชวนปวดหัวกันเลยดีกว่า มาดูกันดีกว่าว่า 8 ไอเดียจัดห้องครัวเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ มีรายละเอียดเกี่ยวกับอะไรบ้าง

8 ไอเดียจัดห้องครัวเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ

8 ไอเดียง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้เป็นไอเดียในการจัดห้องครัวให้มีพื้นที่จัดเก็บและใช้งานเพิ่มมากขึ้น สามารถจัดวางได้ตามถนัด ตามความชอบ ทำครัวได้อย่างคล่องตัว ต้องบอกเลยว่ามีเทคนิคมากมายที่น่าสนใจสามารถนำไปปรับใช้ได้เป็นอย่างดี

1. วางตะกร้าแขวนที่บานพับประตู

1.วางตะกร้าแขวนที่บานพับประตู

บานพับประตูมีประโยชน์กับการจัดครัวมากกว่าที่คิด เพราะคุณสามารถวางตะกร้าแบบแขวนไว้ที่ช่องบานพับได้ ทำให้ประหยัดพื้นที่ใช้สอยบริเวณพื้นไปได้มาก และสามารถแบ่งสันปันส่วนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าถ้าใครได้ลองแล้วล่ะก็ การทำครัวสนุกขึ้นอย่างแน่นอน

2. ใช้บล็อกเก็บมีด

2.ใช้บล็อกเก็บมีด

การเก็บมีดใส่บล็อกสำหรับเก็บมีดช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากกว่าการจัดเก็บไว้ในลิ้นชักเคาน์เตอร์หรือการวางรวมไว้ในตะกร้า

3. ทำราวเก็บถุงขยะ

3.ทำราวเก็บถุงขยะ

ราวเก็บถุงขยะหรือถุงพลาสติกช่วยประหยัดช่องจัดเก็บและทำให้ห้องครัวมีความสวยงามสบายตามากยิ่งขึ้น แถมยังหยิบใช้ได้ง่าย ไม่เสียเวลาค้นหา

4. ทำชั้นลอย

4.ทำชั้นลอย

สามารถใช้ผนังห้องครัวให้เป็นประโยชน์ด้วยการติดตั้งชั้นลอยสำหรับไว้วางของ โดยสามารถติดตั้งในรูปแบบที่เหมาะสมกับดีไซน์ครัวและตามรสนิยม เช่น ชั้นไม้มินิมอล ชั้นสเตนเลสคงทน

5. ใช้ตะแกรงวางจานชาม

5.ใช้ตะแกรงวางจานชาม

จานชามจัดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่กินพื้นที่ไปเยอะหากจัดการไม่เหมาะสม การใช้ตะแกรงจัดระเบียบจานชามทำให้เกิดความสวยงามและประหยัดพื้นที่จัดเก็บ

6. วางถาดหรือตะกร้าเก็บเครื่องปรุง

6.วางถาดหรือตะกร้าเก็บเครื่องปรุง

เครื่องปรุงแบบขวดเมื่อเยอะชิ้นก็ยิ่งกินพื้นที่ในห้องครัว การจัดครัวด้วยถาดหรือตะกร้าสำหรับเก็บเครื่องปรุงโดยเฉพาะช่วยจำกัดพื้นที่และหยิบง่ายเมื่อต้องการใช้ แนะนำว่าถ้าหากมีพื้นที่ด้านบนเยอะ ก็หาชั้นมาทำการจัดเก็บเครื่องปรุงก็ได้เช่นกัน และแบ่งเป็นหมวดหมู่ไว้การใช้งานก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

7. ใช้ชั้นเก็บอาหารแบบ 3 ชั้น

7.ใช้ชั้นเก็บอาหารแบบ 3 ชั้น

ชั้นเก็บอาหาร หรือคอนโดเก็บอาหารแบบ 3 ชั้น ช่วยเก็บอาหารโดยไม่ต้องใช้ตู้กับข้าวขนาดใหญ่กินพื้นที่ ทั้งยังช่วยถนอมอาหาร ป้องกันเชื้อโรคได้ดีอีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่น้อยคนนักจะรู้ว่ามีเทคนิคแบบนี้อีกด้วย

8. ใช้ถาดเก็บช้อนส้อมในลิ้นชัก

8.ใช้ถาดเก็บช้อนส้อมในลิ้นชัก

ถาดเก็บช้อนส้อมในลิ้นชักเป็นอีกฟังก์ชันที่ช่วยจัดระเบียบให้ลิ้นชักสามารถเก็บของได้มากขึ้น และหยิบใช้งานช้อนส้อมได้อย่างสะดวกและสะอาดกว่าการทิ้งช้อนส้อมไว้บนเคาน์เตอร์ครัว ที่กว่าจะใช้เวลาหาระหว่างทำครัวอาจทำให้เกิดอันตรายได้ หรือจะใช้ตอนรับประทานอาหารก็ดูลำบากเช่นเดียวกัน

สรุปบทความ

ก็จบกันไปแล้วกับ 8 ไอเดียจาก Tecnogas ที่จะช่วยให้คุณจัดระเบียบห้องครัวให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้นโดยที่อุปกรณ์ในการประกอบอาหารยังอยู่ครบครัน ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ครัวมีพื้นที่จำกัดให้ดูสะอาดตาและน่าใช้งาน สามารถทำครัว ทำอาหารเพลินๆ และเป็นระเบียบเรียบร้อย หยิบจับสะดวกได้เป็นอย่างดี แต่ที่สุดแล้วก็ต้องสามารถติดตั้งเครื่องครัวเพื่อช่วยในการทำอาหารได้เป็นอย่างดีด้วย

รวมเคล็ดลับในการทอดไก่ให้กรอบ ไม่อมน้ำมัน

7 เคล็ดลับทอดไก่ให้กรอบแบบไม่อมน้ำมัน ทำกินเมื่อไหร่ก็อร่อย

วันนี้ Tecnogas พาชาวครัวทุกคนมารู้จักกับเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้การทอดไก่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เป็นเทคนิคดี ๆ ที่ทำให้ไก่ไม่อมน้ำมัน กรอบยาวนาน รับรองว่าทำตามได้ไม่ยากอย่างแน่นอน ที่สำคัญความอร่อยต้องมาอันดับหนึ่ง แต่ทีนี้เราจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องไก่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทำไมไก่ทอดถึงอมน้ำมันง่าย ที่มาพร้อมเคล็ดลับการทอดไก่ให้กรอบ ไม่อมน้ำมัน ตามไปอ่านรายละเอียดด้วยกันได้เลย

ทำไมไก่ทอดถึงอมน้ำมันง่าย

ทำไมไก่ทอดถึงอมน้ำมันง่าย

ทำไมไก่ทอดถึงอมน้ำมันง่าย เพราะเนื้อไก่มีความชื้นอยู่สูง เมื่อถูกความร้อนทำให้ความชื้นจากเนื้อระเหยออกมาจับตัวกับน้ำมันจนทำให้เนื้อไก่อมน้ำมันนั่นเอง แต่นอกจากนี้ก็ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำมันไม่ร้อนมากพอ การทอดไก่ซ้ำ ๆ เป็นต้น ก็จะยิ่งเพิ่มความทวีคูณในการอมน้ำมันไปอีก แน่นอนว่าไม่ดีต่อสุขภาพแบบสุดๆ

7 เคล็ดลับการทอดไก่ให้กรอบ ไม่อมน้ำมัน

7 เคล็ดลับการทอดไก่ให้กรอบ ไม่อมน้ำมัน

คราวนี้มาดูกันดีกว่ากับการแนะนำ 7 เคล็ดลับจาก Tecnogas ที่จะช่วยให้การทอดไก่เป็นเรื่องง่าย ไม่อมน้ำมัน มือใหม่ก็ทำได้ มือโปรก็ทำดี การเข้าครัวเป็นเรื่องง่ายสุดๆ ว่าแต่มีอะไรบ้างมาดูกัน!

1. อุ่นกระทะด้วยน้ำส้มสายชู

เปิดเตาแก๊สไฟอ่อนแล้วเทน้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนโต๊ะลงไป เกลี่ยให้ระเหยออก เนื่องจากน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เมื่อถูกความร้อนจะแตกตัวเป็นกรดและน้ำ ช่วยลดการอมน้ำมันได้ เพราะน้ำกับน้ำมันถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกกันนั่นเอง

2. ตั้งน้ำมันให้ร้อน

ตั้งน้ำมันให้ร้อนในน้ำมันที่ร้อนจะมีการสร้างฟิล์มบาง ๆ ขึ้นมาเคลือบผิวกระทะเอาไว้ทำให้เนื้อสัตว์ไม่ติดกระทะ

3. คลุกแป้งก่อนทอด

เทคนิคการชุบแป้งทอดนอกจากจะช่วยลดการอมน้ำมันได้แล้วยังทำให้อาหารมีความกรอบอร่อยยิ่งขึ้น สามารถใช้แป้งชุบทอด แป้งสาลี แป้งข้าวโพดตามความชอบ คลุกแป้งก่อนทอดเพราะแป้งจะช่วยดูดซับความชื้นออกจากอาหารได้ดีทำให้ไม่อมน้ำมัน

4. ใช้ไฟปานกลางในการทอด

การใช้ไฟกลางจะช่วยให้น้ำมันร้อนสม่ำเสมอ หากไฟอ่อนเกินไปจะทำให้สุกช้าและอมน้ำมัน รวมถึงการเลือกใช้เตาแก๊สที่มีมาตรฐานก็มีส่วนสำคัญ

5. ไม่พลิกไปมา

น้ำมันจะทำหน้าที่สร้างฟิล์มบางๆ เคลือบชิ้นไก่ไว้ การที่เราพลิกไปมาบ่อยทำให้ฟิล์มนั้นแตกออกทำให้ไก่ติดกระทะ และทำให้อมน้ำมันได้ง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรพลิกไปมา

6. เร่งไฟให้แรงก่อนนำขึ้น

การเร่งไฟให้แรงก่อนนำอาหารขึ้นจากกระทะช่วยให้น้ำมันระเหยออกไปเร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้ลดการอมน้ำมันได้อีกระดับหนึ่ง อย่าเอาไก่ลงไปก่อนน้ำมันที่จะเดือดจะเป็นการดีที่สุด

7. วางบนตะแกรงก่อนซับด้วยกระดาษ

ก่อนวางอาหารบนกระดาษรองซับควรทิ้งไว้บนตะแกรงพักอาหารเพื่อให้สะเด็ดน้ำมันและลดความร้อนลงก่อน เพราะถ้าอาหารโดนกับกระดาษทันทีน้ำมันสะสมอยู่กระดาษจะซึมเข้าไปในอาหารได้ การสะเด็ดน้ำมันยิ่งได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพเท่านั้น

สรุปบทความ

และนี่ก็คือ 7 เทคนิคไม่ลับที่ Tecnogas นำมาฝากเป็นความรู้ดี ๆ คู่ครัวที่จะช่วยให้การทำอาหารของคุณง่ายขึ้น และที่สำคัญการเลือกใช้เครื่องครัวที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการเลือกใช้เตาแก๊สที่ได้มาตรฐาน มีกำลังไฟเสถียรจาก Tecnogas จะช่วยจบปัญหาอาหารติดกระทะหรืออมน้ำมันไปได้มากเลยทีเดียว ที่สำคัญยังสามารถทำให้อาหารอร่อย และทำความสะอาดง่ายดายได้มากขึ้นอีกด้วย

เผยเคล็ดไม่ลับ ทอดไข่ยังไงให้ไม่ติดกระทะ

เผยเคล็ดไม่ลับ ทอดไข่เจียว ไข่ดาว ยังไงให้ไม่ติดกระทะจนดูเละ

ไข่เจียว ไข่ดาว เมนูไข่ยอดฮิตติดครัวที่ใคร ๆ ก็ต้องเคยรับประทาน แต่จะทอดไข่อย่างไรให้ไม่ติดกระทะกลับเป็นเรื่องที่หลายคนต้องลุ้นกันแทบทุกครั้ง ไม่ว่าจะทอดเองหรือซื้อกินก็มักประสบปัญหาไข่ติดกระทะจนดูเละ กลายเป็นเมนูที่ไม่น่าทาน วันนี้ Tecnogas ขอมาแชร์เทคนิดดีๆ ที่ช่วยให้ทอดไข่กี่ทีก็ไม่มีปัญหาติดกระทะ รับรองว่าทำตามแล้วไข่เจียวและไข่ดาวของคุณจะสวยน่าทานแน่นอน

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว แล้วติดกระทะ เป็นเพราะอะไร

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว แล้วติดกระทะ เป็นเพราะอะไร

ต้องบอกเลยว่าการทอดไข่เจียว ไข่ดาวนับว่าเป็นเมนูที่ทำง่ายๆ หากใครรู้เทคนิค แต่ถ้าหากไม่รู้เทคนิคก็แทบเป็นอะไรที่ปราบเซียนเหมือนกัน ก่อนอื่นมาดูก่อนว่า ทอดไข่เจียว ไข่ดาว แล้วติดกระทะ เป็นเพราะอะไร

  • กระทะไม่สะอาด กระทะที่มีเศษอาหารหรือน้ำมันเก่าติดอยู่ จะทำให้ไข่เกาะติดได้ง่าย แนะนำให้ล้างกระทะให้สะอาดด้วยน้ำยาล้างจาน เช็ดให้แห้ง แล้วทาน้ำมันบาง ๆ เคลือบผิวกระทะก่อนทอด
  • ใช้ไฟแรงเกินไป ไฟแรงจะทำให้ไข่สุกเร็วเกินไป โปรตีนในไข่จะจับตัวเป็นก้อน ยึดติดกับกระทะได้ง่าย แนะนำให้ใช้ไฟกลางหรือไฟอ่อนแทน
  • ใส่ไข่ลงกระทะช้าเกินไป เมื่อใส่ไข่ลงกระทะช้าเกินไป ไข่จะสัมผัสกับกระทะนานเกินไป โปรตีนในไข่จะจับตัวเป็นก้อน ยึดติดกับกระทะได้ง่าย แนะนำให้ใส่ไข่ลงกระทะทันทีที่น้ำมันร้อน
  • ไม่ใช้น้ำมันให้เพียงพอ น้ำมันไม่เพียงพอจะทำให้ไข่สัมผัสกับกระทะโดยตรง โปรตีนในไข่จะจับตัวเป็นก้อน ยึดติดกับกระทะได้ง่าย 
  • ไข่ไม่สด ไข่เก่าจะมีโปรตีนจับตัวกันแน่น ยึดติดกับกระทะได้ง่าย แนะนำให้ใช้ไข่ใหม่ ๆ แทน

นอกจากนี้ การเลือกกระทะที่เหมาะสมก็มีส่วนสำคัญในการทอดไข่ไม่ให้ติดกระทะ กระทะที่ดีควรเป็นกระทะเคลือบสารกันติดหรือกระทะเหล็กหล่อ กระทะเคลือบสารกันติดจะช่วยไม่ให้ไข่เกาะติดกระทะได้ง่าย ส่วนกระทะเหล็กหล่อจะมีความหนา ช่วยกระจายความร้อนได้ดี ทำให้ไข่สุกทั่วกัน ไม่ไหม้ติดกระทะ

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว ยังไงให้ไม่ติดกระทะ

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว ยังไงให้ไม่ติดกระทะ

เมื่อรู้สาเหตุข้างต้นไปแล้วเราก็สามารถป้องกันได้ เพื่อให้การทอดเมนูไข่ไม่ติดกระทะ ดังนี้

  1. ทำความสะอาดกระทะก่อนปรุง ล้างคราบไขมันเก่า ๆ บนกระทะออก
  2. ไข่ไก่ควรตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ไม่ให้มีความชื้นมากเกินไปก่อนนำมาเจียวหรือดาว
  3. ตั้งกระทะให้ร้อนพร้อม ใส่น้ำมันให้พอดีและเกลี่ยน้ำมันให้ทั่วกระทะก่อนทอด
  4. ทอดไข่ด้วยไฟกลาง

ใช้ปริมาณน้ำมันให้เหมาะสม

น้ำมันเป็นตัวกลางสำคัญที่จะทำให้ไข่ไม่ติดกระทะ โดยปริมาณน้ำมันต้องไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ให้อยู่ในระดับกลาง ๆ พอดีกับไข่ที่จะนำลงไปทอด

ใช้กระทะที่มีผิวเคลือบสารกันติด

ตัวกระทะเป็นปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งอย่าง เพราะกระทะที่ผิวไม่มีสารเคลือบกันติดนั้นต่อให้ล้างทำความสะอาดหรือทำตามขั้นตอนทุกวิธีก็ยังมีโอกาสที่ไข่จะติดกระทะได้อยู่ แนะนำให้เลือกใช้กระทะเทฟล่อนที่ผิวเคลือบสารกันติดจาก Tecnogas ที่ช่วยลดปัญหาอาหารติดกระทะได้

ทอดไข่ทีละฟอง

ช่วยให้สามารถควบคุมปริมาณ กำลังไฟ และความสุกของไข่ได้ทั่วถึงมากกว่าการทอดไข่พร้อมกันทีเดียวหลาย ๆ ฟอง ดังนั้นการเลือกใช้เตาแก๊สที่คุมความเสถียรของไฟได้ดีจะลดปัญหาไข่ติดกระทะได้ด้วย

รอให้น้ำมันร้อนได้ที่

ก่อนที่จะเทไข่ไก่ลงกระทะต้องให้ความสำคัญกับน้ำมันด้วยว่ามีความร้อนในระดับได้ที่แล้วหรือยัง ทดสอบง่าย ๆ ด้วยการหยดไข่ที่ผสมแล้วลงไปเล็กน้อย หากน้ำมันเกิดฟองฟู่ขึ้นมาก็เป็นสัญญาณว่าสามารถนำไข่ลงทอดได้

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว ยังไงให้น้ำมันไม่กระเด็น

อีกปัญหาที่พบบ่อยคือทอดไข่แล้วน้ำมันกระเด็นจนปวดแสบปวดร้อน วิธีแก้ง่าย ๆ คือ ล้างกระทะด้วยฟองน้ำและน้ำยาล้างทำความสะอาด เช็ดน้ำให้แห้งก่อนนำมาประกอบอาหาร ใส่น้ำมันในปริมาณที่เหมาะสม และเลือก เตาแก๊ส ที่คุมความร้อนได้เสถียร จะช่วยลดปัญหาน้ำมันกระเด็นได้

สรุปบทความ

จะเห็นได้ว่าการทอดไข่เจียว ไข่ดาวให้ไม่ติดกระทะนั้นไม่ได้มีเทคนิคที่ยุ่งยากอะไร เพียงแค่ต้องใส่ใจวัตถุดิบก่อนนำมาทอดไม่ให้มีความชื้นจากการแช่เย็น และกระทะที่ใช่ควรเลือกประเภทที่มีสารเคลือบกันติด เช่น กระทะเทฟล่อน และเตาแก๊สคุณภาพดี มีมาตรฐานสากลจาก Tecnogas ที่จะช่วยให้การเข้าครัวเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

แหล่งรวบรวม 3D Models ใช้ฟรี จาก Tecnogas

3D จาก Tecnogas แหล่งรวบรวม 3D Models ที่เหล่าสถาปนิกต้องรู้

มิติใหม่แห่งการจำลองมาถึงแล้ว เหล่าสถาปนิกสายออกแบบห้ามพลาด เพราะ Tecnogas ส่ง 3D Models เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ครัวนานาชนิดในรูปแบบสามมิติให้นักเรียน นักศึกษา นักออกแบบหรือผู้ที่มีความสนใจงาน 3D ไปใช้ประกอบผลงานให้มีความสวยงามครบด้าน เป็นโอกาสทองของคนที่ต้องใช้โมเดลในการทำ Mockup หรือสายงานประเภทสถาปนิกออกแบบภายใน ที่สำคัญคือดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่าย อยากลองออกแบบครัวง่ายๆ ลองมาใช้ 3D จาก Tecnogas กัน

ทำความรู้จัก 3D Models จาก Tecnogas

ทำความรู้จัก 3D Models จาก Tecnogas

เครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าในรูปแบบ 3D จาก Tecnogas เป็นอีกหนึ่งทรัพยากรด้านการออกแบบให้กับคนที่มีความสนใจหรือมีสายงานด้านการออกแบบ สถาปนิก หรือต้องการใช้เพื่อจำลองการออกแบบภายใน พร้อมให้ดาวน์โหลดได้ฟรี ๆ ที่ แหล่งรวบรวม 3D จาก Tecnogas 

3D Models จาก Tecnogas ดีอย่างไร

3D Models ฟรีสำหรับนักเรียน และนักศึกษา

จุดเด่นของ 3D Models เครื่องครัว จาก Tecnogas คือดีไซน์ที่สวยงามสมจริง มีการออกแบบที่หลากหลายให้นักออกแบบเลือกใช้มากกว่า 131 แบบ ทำให้สามารถนำโมเดลสามมิติของเราไปใช้ได้กับ environment ที่แตกต่างกันได้ ปรับให้ดีไซน์เข้าได้กับทุกการออกแบบ รวมถึงความทันสมัยของเครื่องครัวจาก Tecnogas ยังช่วยยกระดับให้ผลงานการออกแบบดูมีความเป็นสากล ทันสมัย และที่สำคัญคือนักออกแบบสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้เริ่มต้นที่อยากทดลองฝีมือ

1. โมเดลเครื่องครัวที่หลากหลาย

Tecnogas เข้าใจความต้องการของนักออกแบบ ได้ดีไซน์โมเดลเครื่องครัวให้เลือกใช้ได้หลากหลาย เหมาะสมกับห้องครัวหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เคาน์เตอร์ประเภท Build-In, เครื่องดูดควันในครัวหลากหลายรุ่น, เตาอบขนาดใหญ่ ไปจนถึงเตาไฟฟ้าหัวคู่ หัวเดี่ยว ไปจนถึงอ่างล้างจานหลากหลายรุ่น มีความหลากหลายและตรงกับสินค้าจริงมากที่สุด

2. นักเรียน และนักศึกษา ใช้ได้

นักเรียน และนักศึกษา ใช้ได้ เพราะ Tecnogas ต้องการสนับสนุนให้นักเรียนและนักศึกษาสามารถเข้าถึงทรัพยากรในการออกแบบที่เพิ่มมากขึ้น ช่วยพัฒนามุมมองด้านการออกแบบใหม่ ๆ จึงสร้างโมเดลฟรีเข้าถึงง่าย เพื่อให้เหมาะกับผู้เริ่มต้นใช้งานอย่างนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการฝึกออกแบบหรือสร้างโปรเจ็คต์

3. ตอบโจทย์กลุ่ม Architecture

สำหรับสายออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรมภายใน ที่ต้องการออกแบบห้องครัวให้มีความละเอียดสมจริง 3D Models จาก Tecnogas ก็เป็นอะไรที่ตอบโจทย์กลุ่ม Architectureเช่นกัน เพราะเราใส่ใจรายละเอียดโมเดลให้มีรุ่นและขนาดที่ตรงกับความต้องการใช้งานของคนในชีวิตจริง สามารถนำไปปรับใช้ได้หลากหลาย ขายงานได้จริง

แหล่งรวบรวม 3D Models ใช้ฟรี

แหล่งรวบรวม 3D Models ใช้ฟรี

แหล่งรวบรวม 3D Models เครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Tecnogas ที่เรานำมาแจกกันในวันนี้ก็เป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์โดนใจความต้องการสายออกแบบ ไม่ว่าจะระดับมือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพก็สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ 3D ไปใช้งานกันได้ตามความต้องการ

Follow Us

TEL. 02-274-3434
EMAIL : webmaster@sbo-brand.com

The Signature Brand Co., Ltd. 
771 Pracha Uthit Road, Samsen Nok,Huai Khwang District, Bangkok 10310