| คนที่ชื่นชอบทำอาหารรับประทานภายในบ้าน โดยเฉพาะอาหารไทยที่จะต้องมีการต้ม ผัด แกง ทอด สิ่งที่จะต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือควันที่เกิดจากการประกอบอาหาร ถ้าหากไม่มีการติดตั้งเครื่องดูดควันในครัวอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้ควันคลุ้งไปทั่วบ้าน มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และเกิดคราบเขม่าควันไฟได้ |
ควรเลือกเครื่องดูดควันในครัวแบบไหนดี? |
| เครื่องดูดควันในครัวที่ดีที่สุดนั้น ไม่ใช่เครื่องดูดควันที่ใหญ่ที่สุด หรือมีกำลังแรงดูดควันที่สูงที่สุด แต่จะต้องเป็นเครื่องดูดควันที่มีขนาดเหมาะกับห้องครัวนั้น ๆ สามารถดูดควันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันจะมีให้เลือกอยู่ 4 แบบหลัก ๆ ได้แก่ |
1. เครื่องดูดควันในครัวมาตรฐาน |
เป็นเครื่องดูดควันที่เหมาะกับครัวขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโด หรืออพาร์ตเมนต์ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ระบบดูดควันแบบต่อท่อออกไปข้างนอกอาคาร หรือระบบดูดควันแบบหมุนเวียน โดยการดูดควันเข้าไป แล้วกรองด้วยแผ่นฟิลเตอร์ และแผ่นคาร์บอน และปล่อยอากาศที่กรองเรียบร้อยแล้วออกมาในห้องก็ได้ |
2. เครื่องดูดควันติดผนัง |
เป็นเครื่องดูดควันในครัวที่นิยมใช้ภายในบ้านมากที่สุด เหมาะกับห้องครัวที่มีขนาดกลาง – ใหญ่ โดยสามารถใช้งานได้กับเตาทำอาหารที่อยู่ติดผนังเท่านั้น ลักษณะของเครื่องจะคล้ายกระโจมอยู่ด้านบน และมีท่อต่อระบายอากาศออกไปด้านนอกบ้าน ทำให้ไม่มีควัน กลิ่นอาหาร หรือละอองน้ำมันหมุนเวียนสะสมอยู่ภายในห้องครัว |
3. เครื่องดูดควันกระโจมกลางห้อง |
เป็นเครื่องดูดควันสำหรับห้องครัวที่ทำเตาประกอบอาหารไว้ตรงกลางห้อง เช่น ร้านอาหารแบบเปิดที่มีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งรับประทานอาหารล้อมรอบ หรือห้องครัวที่อยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง จัดเป็นเครื่องดูดควันที่มีกำลังดูดมากที่สุด |
4. เครื่องดูดควันในครัวแบบฝัง |
เป็นเครื่องดูดควันแบบ Built-in ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะฝังอยู่ด้านข้างของเตา หรือด้านหลังของเตาก็ได้ มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งมาก และมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการติดตั้งเครื่องดูดควันในครัว แต่ไม่อยากให้เครื่องดูดควันเด่นเกินไป |
ปัจจัยอื่น ๆ ในการเลือกเครื่องดูดควันครัวในครัวให้ตอบโจทย์การใช้งานที่สุด |
| การเลือกเครื่องดูดควันในครัวให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดนั้น นอกจากการเลือกดีไซน์ที่ชอบ และรูปแบบเครื่องดูดควันในครัวให้เหมาะกับสถานที่อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่คุณจะต้องศึกษาอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้เครื่องดูดควันที่ถูกใจที่สุด ยกตัวอย่างเช่น |
ขนาดของเครื่องดูดควันในครัว |
| เครื่องดูดควันควรมีขนาดพอดีกับพื้นที่ของเตา หรือใหญ่กว่าพื้นที่ของเตาเล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถดูดควันและกลิ่นจากการทำอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากเกินความจำเป็น |
เสียงของเครื่องดูดควันขณะทำงาน |
| เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะต้องให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในคอนโด หรืออพาร์ตเมนต์ เพราะถ้าหากเครื่องดูดควันมีเสียงดังเกินไปก็อาจจะสร้างเสียงรบกวนให้กับเพื่อนบ้าน และทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้ |
กำลังดูดของเครื่องดูดควัน |
| คุณสามารถคำนวณกำลังดูดของเครื่องดูดควันที่เหมาะสมได้ โดยคำนวณจากพื้นที่ในห้องครัว คิดจาก ความยาว X ความกว้าง X ความสูง (หน่วยเป็นเมตร) X 10 = ความเร็วต่ำสุดของเครื่องดูดควันที่ต้องการ และควรเลือกเครื่องดูดควันที่สามารถปรับระดับแรงลมได้ เพื่อที่จะได้สามารถปรับระดับให้เหมาะสมกับประเภทของอาหารที่ทำได้ |
วัสดุของเครื่องดูดควัน |
| แนะนำให้เลือกเครื่องดูดควันที่ทำจากสเตนเลส AISI 304 ซึ่งเป็นสเตนเลสในกลุ่มออสเตนิติกที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีคุณสมบัติในการกันสนิม ทนต่อการกัดกร่อน และทำความสะอาดได้ง่าย |
ฟิลเตอร์ของเครื่องดูดควัน |
| หากคุณชื่นชอบทำอาหารไทยที่มีกลิ่นแรง ๆ และมีน้ำมันมาก อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการติดตั้งฟิลเตอร์สำหรับดูดซับกลิ่นอย่างฟิลเตอร์คาร์บอน และฟิลเตอร์กรองน้ำมัน |
ฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับเครื่องดูดควัน |
| เครื่องดูดควันในครัวบางรุ่นจะมีฟังก์ชันเสริม เข่น ระบบทำความสะอาดเครื่องอัตโนมัติ หรือระบบตั้งเวลาการทำงานของเครื่องดูดควัน ซึ่งคุณสามารถประเมินได้เลยว่าตนเองต้องการฟังก์ชันเสริมเหล่านี้หรือไม่ |
Tecnogas พร้อมช่วยเลือกเครื่องดูดควันในครัวที่เหมาะกับคุณที่สุด |
| จะเห็นได้ว่า การเลือกเครื่องดูดควันในครัวให้ตอบโจทย์การใช้งานจะต้องดูจากหลายปัจจัยมาก เช่น รูปแบบของเครื่องดูดควัน ระบบการดูดควัน ขนาดของเครื่องดูดควัน กำลังแรงดูด หรือเสียงของเครื่องดูดควันขณะทำงาน เป็นต้น สำหรับท่านใดที่ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้เครื่องดูดควันแบบไหนดี สามารถติดต่อ Tecnogas ได้เลย เราพร้อมช่วยคุณหาเครื่องดูดควันที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ด้วยเครื่องดูดควันจากแบรนด์ดังระดับโลก รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน |
เครื่องดูดควันแบบไหนดี ที่เหมาะกับห้องครัวของเรา
ประโยชน์ของเครื่องดูดควัน
1. ดีต่อสุขภาพคนทำอาหาร และคนรอบข้าง
เครื่องดูดควันช่วยกำจัดมลภาวะต่าง ๆ ที่เกิดจากการทำอาหาร เช่น ไอน้ำ ควัน น้ำมัน ป้องกันการปนเปื้อนบนอาหาร และลดการสูดดมไอน้ำมัน หรือควัน เพราะมลพิษเหล่านี้ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว2. ช่วยรักษาความสะอาดให้กับห้องครัว
เครื่องดูดควันช่วยกำจัดควันและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องครัวสะอาด ปลอดโปร่ง ไม่มีกลิ่นมารบกวน3. เพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน หรือคอนโด
การติดตั้งเครื่องดูดควันในห้องครัว ช่วยเพิ่มมูลค่าให้บ้านหรือคอนโดของคุณในกรณีที่ต้องการขายต่อหรือปล่อยเช่าด้วยเลือกซื้อเครื่องดูดควันแบบไหนดี?
ทำความรู้จักเครื่องดูดควันแต่ละประเภท
1. เครื่องดูดควันแบบติดผนัง (Chimney Hood)
เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีพื้นที่ปรุงอาหารและเตาทำอาหารอยู่ติดผนัง ถือเป็นเครื่องดูดควันที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสามารถติดตั้งได้ทั้งบ้าน และคอนโด ห้องครัวทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก มีประสิทธิภาพการทำงานสูง สามารถดูควันได้เทียบเท่าเครื่องดูดควันแบบกลางห้อง
2. เครื่องดูดควันแบบกลางห้อง (Island Hood)
เป็นเครื่องดูดควันที่แขวนลงมาจากเพดานห้อง เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีพื้นที่ทำครัวอยู่บริเวณกลางห้อง มีโครงสร้างที่แข็งแรง ดีไซน์สวยงาม และมีประสิทธิภาพในการดูดกลิ่นและควันสูง
3. เครื่องดูดควันมาตรฐาน (Slimline Hood)
เป็นเครื่องดูดควันที่มีแรงดูดกลิ่นและควันอาจจะไม่เท่ากับเครื่องดูดควันแบบติดผนัง หรือแบบกลางห้อง แต่มีระบบการระบายอากาศให้เลือกได้ถึง 2 แบบ คือ ระบบหมุนเวียน และระบบท่อ ถ้าห้องครัวไม่สามารถต่อท่อดูดควันออกภายนอกได้ จะใช้ระบบหมุนเวียน โดยกรองกลิ่นและควันด้วยแผ่นฟิลเตอร์และแผ่นคาร์บอน แล้วกรองออกมาเป็นอากาศหมุนเวียนภายในห้องอีกครั้ง เหมาะห้องครัวที่มีพื้นที่จำกัดและไม่สามารถต่อท่อได้ เช่น คอนโด ตอบโจทย์คนที่ไม่ได้ทำอาหารบ่อยครั้งนัก
เลือกระบบการระบายอากาศ
1. ระบบหมุนเวียน (Recirculating)
เป็นระบบดูดซับกลิ่นและควันจากการทำอาหารผ่านฟิลเตอร์ในตัวเครื่อง แล้วกรองเป็นอากาศออกมาหมุนเวียนภายในห้องอีกครั้ง ระบบหมุนเวียนเหมาะกับห้องครัวขนาดเล็กในคอนโด อพาร์ทเมนท์ หรือที่พักอาศัยที่ไม่สะดวกต่อท่อระบายอากาศออกด้านนอก2. ระบบท่อ (Ducting)
เป็นระบบดูดซับกลิ่นและควันไปตามท่อระบายอากาศ ออกสู่ภายนอกตัวบ้าน เป็นระบบที่หลายบ้านเลือกใช้ เพราะมีประสิทธิภาพการทำงานดีเยี่ยมเลือกระบบมอเตอร์
1. มอเตอร์ข้อเหวี่ยง
ใบพัดไม่สัมผัสไอโดยตรง ทำให้หมดกังวลเรื่องใบพัดหรือมอเตอร์เสียเพราะคราบไอน้ำมันเกาะ มีความคงทนแข็งแรง2. มอเตอร์คู่
กำลังดูดสูง ประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาวเลือกแผ่นกรอง (ฟิลเตอร์)
1. แผ่นกรองตาข่ายอลูมิเนียม
แผ่นกรองที่มีตาข่ายอลูมิเนียมวางซ้อนกันลักษณะคล้ายมุ้งลวด ทำให้ดูดซับไอน้ำมันได้ดี เพราะอากาศผ่านแผ่นกรองได้น้อย สามารถถอดแผ่นกรองออกมาทำความสะอาดได้ง่าย2. แผ่นกรองคาร์บอน
แผ่นกรองที่ผลิตจากผงคาร์บอนอัดแน่น สามารถรองรับน้ำมันได้มากและดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดี แต่ไม่สามารถถอดออกมาล้างได้ จึงควรได้รับการตรวจเช็คและเปลี่ยนเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันน้ำมันไปติดตรงมอเตอร์ เป็นสาเหตุเครื่องดูดควันมีอายุสั้นลง3. แผ่นกรองเส้นสแตนเลสสตีล
แผ่นกรองที่ผลิตจากสแตนเลสสตีล สามารถดักจับน้ำมันได้ดี โดยควันและไอน้ำมันจะถูกดักเก็บไว้ภายในแผ่นกรอง ซึ่งการที่ดักไอน้ำมันได้ดีจะทำให้ไอน้ำมันไปถึงมอเตอร์และใบพัดน้อยลง ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานได้เลือกตามดีไซน์ที่ชอบ ฟังก์ชันที่ใช่
นอกจากข้อที่ควรพิจารณาด้านบนแล้ว สามารถเลือกเครื่องดูดควันจากดีไซน์ที่เข้าชุดกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในห้องครัว เพื่อเพิ่มความสวยงามน่ามองของห้องครัวมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันเครื่องดูดควันมีดีไซน์ที่หลากหลาย ทั้งมินิมอลเรียบง่าย หรูหราคลาสสิค หรือแบบโมเดิร์น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันพิเศษอื่น ๆ เช่น ปิดการทำงานอัตโนมัติ ควบคุมด้วยระบบสัมผัส ซึ่งพิจารณาจากการใช้งานเป็นหลัก เพื่อเลือกเครื่องดูดควันที่ตอบโจทย์ที่สุด เครื่องดูดควันมีประโยชน์มากกว่าแค่การดูดควันขณะทำอาหารเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ทั้งในด้านความสะอาด ความปลอดภัย และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับที่อยู่อาศัยของเราได้อีกด้วย เมื่อรู้วิธีการเลือกเครื่องดูดควันที่เรานำมาฝากกันแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อเครื่องดูดควันที่ไหนดี Tenogas พร้อมให้บริการจำหน่ายเครื่องดูดควันหลากหลายรุ่น ให้คุณสามารถเลือกเครื่องที่ถูกใจ เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด รับรองว่างานสวย งานคุณภาพแน่นอนอ่างล้างจานแบบไหนดีที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด
อ่างล้างจาน เป็นอุปกรณ์สำคัญคู่ห้องครัวของหลาย ๆ บ้าน เพราะนอกจากจะอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าพ่อบ้านแม่บ้าน ไม่ต้องหลังขดหลังแข็งก้มล้างจานโดยการใช้กะละมัง ยังสามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ทั้งใช้ล้างจานชาม ล้างมือ หรือล้างวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ประกอบอาหารก็ทำได้เช่นกัน แต่เลือกอ่างล้างจานแบบไหนดี ถึงจะคุ้มค่า เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด บทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกอ่างล้างจาน พร้อมทั้งแนะนำ อ่างล้างจาน จาก Tecnogas ที่คัดมาให้แล้วว่าคุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน
วิธีการเลือกอ่างล้างจาน แบบไหนดีที่สุด1. ขนาดห้องครัว และประเภทการใช้งานขนาดห้องครัวและประเภทการใช้งาน เป็นสิ่งที่ควรคำนึงเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อต้องเลือกซื้ออ่างล้างจาน เพราะลักษณะของอ่างล้างจานทั้งแบบ 1 หลุม และ 2 หลุม ต่างก็เหมาะกับพื้นที่และประเภทการใช้งานที่แตกต่างกันไป
2. วัสดุอ่างล้างจานมีให้เลือกหลายวัสดุ เช่น สแตนเลส หินแกรนิต เซรามิค ซึ่งแต่ละวัสดุก็จะมีความแข็งแรง และราคาที่แตกต่างกัน โดยส่วนมากสแตนเลสจะได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีราคาไม่สูง เป็นสนิมได้ยาก ทั้งนี้สามารถเลือกได้ตามความชื่นชอบคงผู้ใช้งาน 3. ความลึกและความตื้นความลึกของอ่างล้างจานเป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเลือกอ่างล้างจานที่ตื้นเกินไป จะทำให้น้ำกระเด็นเลอะบริเวณรอบ ๆ ได้ โดยควรเลือกอ่างล้างจานที่มีหลุมลึกอย่างน้อย 17 เซนติเมตรเป็นต้นไป 4. ฟังก์ชันเสริมนอกจากอ่างสำหรับล้างจานแล้ว อ่างล้างจานบางชนิดจะมีฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ เช่น การมีที่พักด้านข้างอ่างล้างจาน เพื่อให้วางภาชนะหรือวัตถุดิบที่เราต้องการสะเด็ดน้ำให้แห้ง ซึ่งอ่างล้างจานในปัจุบันมีทั้งชนิดที่มีและไม่มีที่พักด้านข้าง สำหรับใครที่ต้องการก็ตรวจสอบให้ดีก่อนเลือกซื้อ เลือกอ่างล้างจานแบบไหนดีจาก Tecnogas1. อ่างล้างจานรุ่น TNS TT 624823 SSอ่างล้างจานแบบ 1 หลุม รุ่นนี้ทำมาจากสแตนเลสสตีล ที่ทนต่อการกัดกร่อนสูง เป็นสนิมได้ยาก มาพร้อมขาตั้ง ชุดสะดืออ่าง ท่อดักกลิ่น และชุดท่อน้ำทิ้ง สามารถนำไปติดตั้งโดยต่อท่อต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก็สามารถใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่มองหาอ่างล้างจานที่สามารถใช้งานนอกบ้าน หรือภายในครัว เพราะมีน้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายสะดวก 2. อ่างล้างจานรุ่น TNP 1052 U
3. อ่างล้างจานรุ่น TNP GIN 2B (BLACK)
4. อ่างล้างจานรุ่น TNP SOFIA 2B1Dอ่างล้างจานแบบ 2 หลุม 1 ที่พัก แบบฝัง ตัวอ่างมีขนาดใหญ่ เพิ่มความสะดวกสบายเมื่อมีการทำอาหารและมีการล้างวัตถุดิบ หรือการล้างจานปริมาณมาก เพราะมีที่พักด้านขวาสำหรับวางพักวัตถุดิบและภาชนะที่ล้างเรียบร้อยแล้ว ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่ารุ่นอื่น ๆ รุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ห้องครัวขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความคุ้มค่าทั้งความคงทน และสามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีการเลือกอ่างล้างจาน รวมทั้งอ่างล้างจานที่เราได้นำมาแนะนำในบทความนี้ จะเห็นได้ว่าการจะเลือกซื้ออ่างล้างจานสักอัน จะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยอย่างถี่ถ้วน เพื่อความสมดุลกับห้องครัว การใช้งาน และคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด สำหรับใครกำลังมองหาอ่างล้างจาน และไม่รู้ว่าจะเลือกอ่างล้างจากแบบไหนดี นอกจาก 4 รุ่นที่เราได้นำเสนอไป Tecnogas ยังมีอ่างล้างจานรุ่นอื่น ๆ ให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา รับรองว่าถูกใจอย่างแน่นอน |
เลือกเตาอบพิซซ่าแบบไหนดี ที่เหมาะกับคุณที่สุด
เลือกเตาอบพิซซ่าแบบไหนดีที่เหมาะกับคุณ1. พิจารณาจากประเภทการทำงาน
การทำพิซซ่าสามารถใช้เตาอบหลายประเภท ซึ่งการใช้งานก็จะมีความยากง่ายแตกต่างกันไป
2. เลือกรุ่นที่ปรับอุณหภูมิได้หลากหลาย
การควบคุมอุณหภูมิให้พอเหมาะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมนูขนมปังอย่าง พิซซ่า ความร้อนมีผลต่อความนุ่มฟูของเนื้อแป้ง การเลือกเตาอบสำหรับทำพิซซ่า จึงควรเลือกเตาอบรุ่นที่สามารถปรับอุณหภูมิที่หลากหลาย สามารถกระจายความร้อนอย่างทั่วถึง เลือกบริเวณที่ต้องการส่งความร้อนได้ เช่น เลือกให้ร้อนแค่ด้านบน เลือกให้ร้อนแค่ด้านล่าง หรือร้อนทั้งด้านบนและล่าง เพื่อให้ได้พิซซ่าแป้งบางกรอบ หรือหนานุ่มตามความต้องการ และวัตถุดิบต่าง ๆ บนหน้าพิซซ่าสุกอย่างทั่วถึง
3. ดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย
ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในการประกอบอาหาร ทั้งก่อนและหลังจากทำอาหาร หลายคนไม่อยากทำอาหารเพราะขี้เกียจทำความสะอาด ดังนั้นการเลือกเตาอบจึงควรเลือกชนิดที่ดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย โดยอุปกรณ์หลายชนิดรวมทั้งเตาอบหลายยี่ห้อก็มีการเคลือบสารกันติด ช่วยป้องกันเศษอาหารติดผนังเตาอบ และสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย เพียงใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู
4. มีฟีเจอร์การทำงานที่ตอบโจทย์
เตาอบที่มีฟีเจอร์การทำงานที่หลากหลายย่อมเป็นที่ต้องการของใครหลาย ๆ คน ซึ่งเตาอบในปัจจุบันต่างมีฟีเจอร์ที่หลากหลายเพื่อรองรับการทำงานที่ครอบคลุม เช่น การปรับอุณหภูมิควบคุมความหลายได้อย่างชาญฉลาด มีระบบระบายความร้อน สามารถตั้งเวลาการทำอาหารล่วงหน้าได้ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้จะทำให้เตาอบทำงานได้อย่างคุ้มค่า และได้อาหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับใครที่อยากผันตัวเป็นเชฟมือใหม่ การมีเตาอบติดบ้านเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากเตาอบจะสามารถทำพิซซ่าได้แล้ว ยังสามารถใช้ทำเมนูอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ทั้งคาวและหวาน เรียกว่าสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน หากใครสนใจเตาอบไม่ว่าจะมือใหม่ หรือคนที่ชำนาญแล้ว Tecnogas มีเตาอบหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของคุณที่สุด |
แนะนำ 3 เครื่องล้างจานในคอนโด ที่ควรมีติดห้อง
การล้างจานเป็นงานที่ทำไม่ยากแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าน่าเบื่อ และเปลืองเวลาไม่น้อย โดยเฉพาะมนุษย์คอนโดที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ จะดีกว่าไหมหากมีเครื่องทุ่นแรงและเวลาที่สามารถอำนวยความสะดวกในการล้างจาน ทำให้การล้างจานเป็นเรื่องง่าย สะดวก ประหยัดเวลา จานชามสะอาดหมดจดได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้จะมาแนะนำเครื่องล้างจานคอนโดที่ควรมีติดห้องไว้ แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นแน่นอน
ประโยชน์ของเครื่องล้างจานคอนโดที่ควรมีไว้การมีเครื่องล้างจานในคอนโดเป็นประโยชน์หลายอย่าง เช่น
แนะนำเครื่องล้างจานใช้ในคอนโดจาก Tecnogasปัจจุบันมีเครื่องล้างจานให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปแบบ ขนาด ราคา ฟังก์ชันการใช้งาน เราขอแนะนำ 3 เครื่องล้างจานที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมนุษย์คอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด1. เครื่องล้างจานรุ่น TNP DW 5566 Wเครื่องล้างจานขนาดกะทัดรัดเพียง 40 เซนติเมตร สามารถตั้งบนเคาน์เตอร์ภายในห้องครัว หรือบริเวณอื่น ๆ ได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการล้างจานจำนวนไม่เยอะต่อครั้ง ด้วยขนาดกะทัดรัดทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ภายในน้อง ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก มาพร้อมคุณสมบัติ ได้แก่
2. เครื่องล้างจานรุ่น TNP DW 745 Wเครื่องล้างจานแบบตั้งพื้น ขนาด 45 เซนติเมตร สีขาวสุดมินิมอล ดีไซน์เรียบง่าย สามารถทำความสะอาดจานชามได้หมดจด พร้อมโปรแกรมการทำงานที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการ และคุณสมบัติต่าง ๆ ได้แก่
3. เครื่องล้างจานรุ่น TNP DW 612 Wเครื่องล้างจานแบบตั้งพื้น ขนาด 60 เซนติเมตร ดีไซน์เรียบง่ายเหมาะกับห้องทุกรูปแบบ รองรับการล้างจานได้มากถึง 12 ชุดมาตรฐาน ตอบโจทย์สายปาร์ตี้ หรือครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องล้างจานทีละมาก ๆ พร้อมกับคุณสมบัติ ได้แก่
|
ทำป๊อปคอร์นสูตรโรงหนังง่ายๆ ด้วยเตาไฟฟ้า
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมทำป๊อปคอร์น
สูตรป๊อปคอร์นที่เราจะมาแนะนำวันนี้ ใช้อุปกรณ์เพียง 3 อย่าง คือ เตาไฟฟ้า กระทะ และหม้อเท่านั้น ขอบอกว่าง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้วสูตรทำป๊อปคอร์น อร่อยเหมือนซื้อที่โรงหนัง
ป๊อปคอร์นโรงหนังมีหลายรสชาติให้เลือก วันนี้เราได้รวบรวมวิธีการทำป๊อปคอร์น 3 รสชาติยอดฮิต ที่ทำได้ง่าย ๆ โดยคุณสามารถนำไปประยุกต์ หรือปรับแต่งให้รสชาติถูกปาก อร่อยได้มากขึ้น
1. ป๊อปคอร์นรสชีส
ส่วนผสม : เมล็ดข้าวโพด ½ ถ้วยตวง เนยเค็ม ½ ถ้วยตวง ผงชีส 2-3 ช้อนโต๊ะ หรือตามใจชอบ วิธีทำ- เปิดเตาไฟฟ้า ตั้งไฟปานกลาง แล้วใส่เนยเค็มลงไปละลายให้ทั่วทั้งกระทะ
- ใส่เมล็ดข้าวโพด ผงชีส ลงไปในกระทะ และคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน
- คนไปเรื่อย ๆ จนเมล็ดข้าวโพดเริ่มแตกเป็นป๊อปคอร์น ให้ปิดฝา และเขย่า ๆ ให้ป๊อปคอร์นโดนความร้อนอย่างทั่วถึง
- รอประมาณ 3 นาที หรือจนไม่มีเสียงข้าวโพดแตกตัว ให้ปิดเตา ชิมรสตามใจชอบ ในขั้นตอนนี้สามารถโรยผงชีสเพิ่มเพื่อความเข้มข้น พร้อมรับประทานได้
2. ป๊อปคอร์นรสคาราเมล
ส่วนผสม : เมล็ดข้าวโพด ½ ถ้วยตวง น้ำมันพืช ½ ถ้วยตวง ส่วนผสมซอสคาราเมล : เนยเค็มประมาณ 70 กรัม วิปปิ้งครีม 50 กรัม น้ำตาล 200 กรัม เกลือ ¼ ช้อนชา Baking soda ½ ช้อนชา กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา (ถ้ามี) คอร์นไซรัป 50 กรัม (ถ้ามี สามารถใช้น้ำผึ้งแทนได้) วิธีทำ- ตั้งหม้อ เปิดเตาไฟฟ้า และเติมน้ำมัน รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นเติมเมล็ดข้าวโพดลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว
- รอจะเมล็ดข้าวโพดแตกเป็นป๊อปคอร์น ให้นำขึ้นพักไว้
- ตั้งหม้อ ใส่น้ำ และน้ำตาล คนจนละลายเข้ากันดี จากนั้นใส่คอร์นไซรัปลงไปคนให้เข้ากัน
- เติมวิปปิ้งครีม คนให้เข้ากัน ตามด้วยกลิ่นวานิลลา Baking soda และเนยเค็ม
- คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนเริ่มเป็นสีน้ำตาล พอเริ่มเป็นสีน้ำตาลทั่วทั้งหม้อ แล้วจึงปิดไฟ
- นำซอสคาราเมลที่ได้ไปคลุกเคล้ากับป๊อปคอร์นที่พักทิ้งไว้เป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมรับประทาน หรือใครจะนำไปอบต่อ โดยใช้เตาอบ อุณหภูมิ 150 องศา 60 นาที
3. ป๊อปคอร์นรสบาบีคิว
ส่วนผสม : เมล็ดข้าวโพด ½ ถ้วยตวง เนยเค็ม ½ ถ้วยตวง ผงบาร์บีคิว 2-3 ช้อนโต๊ะ หรือตามใจชอบ วิธีทำ- เปิดเตาไฟฟ้า ตั้งไฟปานกลาง แล้วใส่เนยเค็มลงไปละลายให้ทั่วทั้งกระทะ
- ใส่เมล็ดข้าวโพด ผงบาร์บีคิว ลงไปในหม้อ และคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน
- คนไปเรื่อย ๆ จนเมล็ดข้าวโพดเริ่มแตกเป็นป๊อปคอร์น ให้ปิดฝา และเขย่า ๆ ให้ป๊อปคอร์นโดนความร้อนอย่างทั่วถึง
- รอประมาณ 3 นาที หรือจนไม่มีเสียงข้าวโพดแตกตัว ให้ปิดเตา ชิมรสตามใจชอบ สามารถโรยผงบาร์บีคิวเพิ่มเพื่อความเข้มข้น พร้อมรับประทานได้
แจกไอเดียแต่งห้องครัวหลากสไตล์ ให้เป็นเอกลักษณ์
เบื่อห้องครัวเก่า ๆ ที่ดูไม่สวยงาม และไม่เป็นระเบียบจนทำให้ไม่อยากเข้าไปทำอาหารอยู่ใช่ไหม? วันนี้ Tecnogas ได้รวบรวมไอเดียรีโนเวทห้องครัวให้มีเอกลักษณ์และสไตล์เฉพาะตัวที่สามารถบ่งบอกตัวตนของเจ้าของบ้านได้ ซึ่งนอกจากการแต่งห้องครัวให้มีความสวยงามจะช่วยบ่งบอกรสนิยมของเจ้าของบ้านได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจในการทำอาหารให้กับเจ้าของบ้านหรือสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีไอเดียรีโนเวทห้องครัวอะไรที่ถูกใจคุณบ้าง
ไอเดียแต่งห้องครัวหลากสไตล์ สวยไม่ซ้ำใคร
การตกแต่งหรือรีโนเวทห้องครัวให้มีความสวยงาม เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการเข้าครัวเพื่อทำอาหารได้ นอกจากนี้หากมีการจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ก็จะยิ่งทำให้ห้องครัวดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นได้อีกด้วย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าว่ามีไอเดียแต่งห้องครัวอะไรที่น่าสนใจบ้าง
1. คุมโทนเรียบหรูด้วยสีเข้ม
อยากได้ห้องครัวที่มีความคลาสสิก สวยแบบไร้กาลเวลาต้องเลือกใช้สีโทนเข้มอย่างสีดำ เพราะสีดำถือเป็นสีที่มีความคลาสสิก ไม่ว่าจะยุคไหนก็ดูดีอยู่เสมอ ซึ่งการตกแต่งห้องครัวด้วยสีเข้ม จะเน้นการตกแต่งให้ดูเรียบหรู น้อยแต่มาก และหลีกเลี่ยงการนำของใช้ในครัวที่เป็นสีอื่นมาวางไว้บริเวณนั้น หรือหากการตกแต่งห้องครัวด้วยสีดำล้วนจะดูยากหรือดูทะมึนจนเกินไป ก็สามารถหาคู่สีที่ดูตัดกันหรือเข้ามาสัก 2-3 สี เพื่อเพิ่มมิติและจุดเด่นก็ได้เช่นกัน
2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ที่เข้ากับครัว
การเลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ที่เข้ากับครัว จะช่วยคุมโทนห้องและทำให้ห้องดูมีความเป็นระเบียบได้มากขึ้น ซึ่งการจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เข้ากับห้องครัว ควรจะพิจารณาจากสไตล์ของห้องครัวเป็นหลัก เช่น หากห้องครัวถูกดีไซน์ให้เรียบ ๆ ดีเทลไม่เยอะมาก ก็ควรจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบหรูเช่นเดียวกัน หรือหากถูกดีไซน์ด้วยสไตล์ลอฟท์ ก็ควรจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดีไซน์ให้มีความดิบ เท่ เช่น การเลือกเตาแบบฝังเฟอร์นิเจอร์ (Built-in) ที่มีดีไซน์ดิบ เท่ ที่เลือกใช้วัสดุสเตนเลส เป็นต้น
3. ใช้เฟอร์นิเจอร์ช่วยคุมโทน
สีของเฟอร์นิเจอร์ในห้องครัวเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยคุมโทนห้องให้มีเอกลักษณ์มากขึ้นได้ โดยคุณอาจจะนำสไตล์ของห้องครัวมาใช้ในการพิจารณาเพื่อเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เช่น หากเป็นห้องครัวสีขาวดำสไตล์โมเดิร์น ก็ให้เลือกเฟอร์นิเจอร์สีดำที่มีความเรียบหรู ฟังก์ชันครบครันในชิ้นเดียว หรือหากเป็นห้องครัวสไตล์มินิมอล ก็ให้เลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน เพื่อเพิ่มอารมณ์ที่ดูอบอุ่นให้มากขึ้น
4. เน้นความสบายตาด้วยครัวสไตล์ธรรมชาติ
การมีธรรมชาติรายล้อมอยู่ภายในบ้านจะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดูอบอุ่น สบายตา และอบอุ่นได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ต้นไม้บางชนิดยังช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้สดชื่นได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งการแต่งห้องครัวให้เป็นสไตล์ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุเฟอร์นิเจอร์ที่มีความธรรมชาติอย่างการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้หรือหินอ่อน หรือจะเป็นการปลูกต้นไม้ที่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้ เช่น ต้นกะเพรา ต้นโรสแมรี่ ต้นไทม์ ต้นสะระแหน่ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะนำมาประกอบอาหารได้แล้ว ยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับบริเวณนั้นได้อีกด้วย
ได้ทราบไอเดียการแต่งห้องครัวทั้ง 4 ไอเดียที่ Tecnogas รวบรวมมาให้แล้ว ก็คงจะทำให้ใครหลายคนได้ข้อมูลในการรีโนเวทห้องครัวกันบ้างแล้ว แน่นอนว่าการคุมโทนห้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งสี วัสดุเฟอร์นิเจอร์ และสไตล์ห้องจะช่วยให้ห้องครัวของคุณดูมีเอกลักษณ์ ดูสบายตา และเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นได้
ซึ่งถ้าหากคุณกำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังสามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ของการดีไซน์ที่สวยงาม และเรียบหรูได้อยู่ก็ต้องเลือก เตาอบแบบฝังเฟอร์นิเจอร์ (Built-in) จาก Tecnogas ที่ดีไซน์ออกมาให้มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ให้เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านสามารถทำอาหารได้อย่างสะดวกสบาย
แจก 4 สูตรขนมอบด้วยเตาอบเล็ก
แจก 4 สูตรขนมอบด้วยเตาอบเล็ก ทำง่ายแต่อร่อยชัวร์!
1. เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง
เอาใจคนรักช็อกโกแลตแต่กลัวอ้วนกันด้วยสูตรขนมอบยอดฮิตเมนูนี้! เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง เมนูที่สามารถทำทานได้ง่าย ๆ แถมทานได้เพลิน ๆ ไม่ต้องกลัวอ้วนอีกด้วย!ส่วนผสมสำหรับทำเค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง
- เนย สำหรับทาพิมพ์
- น้ำตาลทราย สำหรับเคลือบพิมพ์
- ดาร์กช็อกโกแลต 70% 140 กรัม
- เนยจืด 50 กรัม
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- พิมพ์เค้กทรงกลมขนาด 8 นิ้ว
- กระดาษรองอบ
- อ่างผสมทนความร้อน
- หม้อต้มน้ำ
- ชามผสม 2 ใบ
- เครื่องผสมอาหาร (หากไม่มีสามารถใช้ตะกร้อมือแทนได้)
วิธีทำเค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง
- ทาเนยบริเวณพิมพ์เค้กและโรยน้ำตาลทรายบาง ๆ ให้ทั่วพิมพ์เค้ก เคาะน้ำตาลส่วนเกินออก แล้วนำกระดาษรองอบมารองที่ก้นของพิมพ์เค้ก
- นำช็อกโกแลต เนย และน้ำมันพืชใส่ในอ่างผสม และนำไปวางบนหม้อที่มีน้ำร้อนเพื่อละลายช็อกโกแลต เนย และน้ำมันพืช จากนั้นคนให้เข้ากัน
- ตอกไข่ไก่ 2 ฟอง โดยแยกถ้วยไข่แดงและถ้วยไข่ขาว จากนั้นตอกไข่ไก่ที่เหลือ 1 ฟองลงไปในถ้วยที่มีไข่แดง ร่อนผงโกโก้ลงไป และผสมให้เข้ากัน
- นำช็อกโกแลตที่ละลายกับเนยมาผสมลงในถ้วยที่มีไข่แดง และตีให้เข้ากัน
- ใช้เครื่องผสมอาหารตีผสมไข่ขาวที่แยกไว้จนขึ้นฟู โดยในระหว่างนั้นให้แบ่งเติมน้ำตาล 3 รอบ ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน
- แบ่งตักไข่ขาวลงไปผสมกับช็อกโกแลตและผสมให้เข้ากันอย่างเบามือ
- เทส่วนผสมลงไปพิมพ์เค้กที่เตรียมไว้ นำไปอบที่อุณหภูมิ 165 องศาเซลเซียส ประมาณ 35 นาทีหรือจนเค้กสุก พักให้เย็นแล้วนำออกจากพิมพ์ หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ
2. ขนมหม้อแกงไข่
เมนูที่ 2 ขอเป็นเมนูเอาใจคนรักขนมไทยกันสักหน่อย กับเมนูหม้อแกงไข่ ที่สามารถทำได้ไม่ยาก แถมจะใส่เครื่องเยอะแค่ไหนก็จัดเต็มได้ตามต้องการส่วนผสมสำหรับทำขนมหม้อแกงไข่
- หอมแดงซอย 12 หัว
- น้ำมันพืช
- ไข่เป็ด 8 ฟอง
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- กะทิ 500 กรัม
- แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
- ใบเตย 6 ใบ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- กระทะ
- ชามผสม
- ผ้าขาวบาง
- พิมพ์ทรงเหลี่ยม (หรือตามต้องการ)
วิธีทำขนมหม้อแกงไข่
- นำหอมแดงมาเจียวในกระทะให้พอเป็นสีเหลืองน่าทาน เมื่อได้ที่แล้วให้ตักหอมแดง และน้ำมันแยกใส่ถ้วยไว้
- ตอกไข่ใส่ชาม ใส่เกลือป่น และตีให้ขึ้นฟู จากนั้นผสมกะทิ แป้ง น้ำตาลโตนด และใบเตย ขยำให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย และนำส่วนผสมที่ได้ไปกรองกับผ้าขาวบาง
- ใช้น้ำมันที่เหลือจากการเจียวหอมมาทาให้ทั่วพิมพ์ เทส่วนผสมที่กรองแล้วใส่ถาด
- นำขนมเข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าจะสุก
- ทาหน้าขนมด้วยน้ำมันที่ใช้เจียวหอม จากนั้นโรยหอมเจียวตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
3. บลูเบอร์รี่มัฟฟิน
มาต่อกันที่เมนูบลูเบอร์รี่มัฟฟิน เมนูแสนอร่อยที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แถมได้รสหวานอมเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่ทุกคำที่ทานรับรองว่าถ้าได้ทานแล้วจะหยุดทานไม่ได้!ส่วนผสมสำหรับทำบลูเบอร์รี่มัฟฟิน
- แป้งอเนกประสงค์ 145 กรัม
- น้ำตาลทราย 75 กรัม
- ผงฟู 5 กรัม
- เกลือ ¼ ช้อนชา
- ไข่ไก่ (เบอร์ 1) 1 ฟอง
- กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา
- เนยจืดละลาย 25 กรัม
- นมสด 110 กรัม
- บลูเบอร์รี่ 80 กรัม
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- ชามผสม
- ไม้พายผสมแป้ง
- พิมพ์มัฟฟิน
- กระดาษรอง
วิธีทำบลูเบอร์รี่มัฟฟิน
- นำแป้งอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย ผงฟู และเกลือใส่ลงในชามผสม จากนั้นคนให้เข้ากันและพักไว้
- นำไข่ไก่ กลิ่นวานิลลา นมจืด และเนยละลายมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นเทใส่ลงในชามผสมแป้ง ตีให้พอเข้ากัน จากนั้นใส่บลูเบอร์รี่ลงไปและคนให้พอเข้ากันอีกครั้ง
- ตักแป้งมัฟฟินลงในพิมพ์มัฟฟินที่รองด้วยกระดาษรอง จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-25 นาที นำออกมาพักไว้ให้เย็นแล้วจัดเสิร์ฟ
4. เมอแรงค์กาแฟ
ใครที่หาขนมทานคู่กับกาแฟอยู่ต้องเมนูนี้เลย เมอแรงค์กาแฟ ที่มีวิธีทำแสนง่าย แถมวัตถุดิบที่ต้องเตรียมก็สามารถหาได้ในครัวอยู่แล้ว ซื้อเพิ่มแค่นิดหน่อยเท่านั้นเองส่วนผสมสำหรับทำเมอแรงค์กาแฟ
- ผงกาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำอุ่น 30 มิลลิลิตร
- ไข่ขาว (เบอร์ 2) 3 ฟอง
- น้ำตาลทราย 150 กรัม
- แป้งข้าวโพด 20 กรัม
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- ตะกร้ามืออัตโนมัติ
- อ่างผสม
- ถุงบีบ
- ถาดอบขนม
วิธีทำเมอแรงค์กาแฟ
- วอร์มเตาอบไว้ให้มีความร้อนทั่วก่อนเริ่มเตรียมส่วนผสม
- ละลายผงกาแฟในน้ำอุ่น และพักไว้ให้เย็น
- ตีไข่ขาวในชามผสมให้ขึ้นฟู แบ่งใส่น้ำตาลทราย 3 รอบ ตีด้วยตะกร้อมืออัตโนมัติ ใช้ความเร็วสูงสุดต่อเนื่องจนไข่ขาวตั้งยอด
- นำกาแฟที่เย็นแล้วใสอ่างผสมอีกใบ ร่อนแป้งข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากันจนแป้งละลาย จากนั้นนำไข่ขาวที่ตีไว้แบ่งใส่ลงไปผสม 2 รอบ คนให้เข้ากัน
- ตักใส่ถุงบีบ แล้วบีบใส่ถาดตามรูปทรงที่ชอบ นำเข้าเตาอบใช้ไฟบน-ล่าง 120 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมง
แนะนำเตาอบพื้น (Freestanding) ที่แม่บ้านเลิฟ จะอบจะย่างก็ทำได้
ทำความรู้จักเตาอบพื้น (Freestanding) คืออะไร
เตาอบพื้น (Freestanding) หรือจะเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เตาตั้งพื้นพร้อมเตาอบ เป็นอุปกรณ์เครื่องครัวที่ถูกพัฒนามาให้ใช้งานได้ในลักษณะแบบตั้งพื้น นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานระหว่างเตาแก๊สและเตาอบที่เป็นอุปกรณ์เครื่องครัวสุดจำเป็นเข้าไว้ด้วยกันในชิ้นเดียว ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีอีกด้วย โดยเตาอบพื้นหรือเตาตั้งพื้นส่วนใหญ่ มักจะเป็นระบบแก๊สทั้งส่วนของเตาแก๊สและเตาอบ ทำให้ควบคุมไฟหรือใช้งานได้ค่อนข้างยาก แต่เตาอบพื้นของ Tecnogas มีการพัฒนาระบบไฟฟ้าที่สามารถใช้งานและควบคุมได้ง่ายเข้ามาแทนที่ระบบแก๊สแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นไปอีก3 รุ่นเตาอบพื้น (Freestanding) ที่ใช้ในบ้าน จาก Tecnogas
ได้ทำความรู้จักกับเตาอบพื้น (Freestanding) กันไปแล้ว อันดับต่อไปก็ได้เวลาแนะนำเตาอบพื้นทั้ง 3 รุ่นจาก Tecnogas ที่ต้องบอกเลยว่า ฟังก์ชันครบครัน ดีไซน์ทันสมัย มาพร้อมความสะดวกสบายในราคาจับต้องได้ จะมีรุ่นใดที่น่าสนใจและโดนใจคุณบ้าง ไปดูกันเลย1. เตาอบพื้นรุ่น TNP FS 640 EE
เตาอบพื้นรุ่น TNP FS 640 EE เป็นรุ่นที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีราคาไม่สูงมาก ทำให้เหมาะสำหรับเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเข้าครัว แล้วต้องการความสะดวกสบายควบคู่ไปกับราคาที่สามารถจับต้องได้สุด ๆ นอกจากนี้หัวเตาเพลทไฟฟ้าของรุ่นนี้ยังสามารถใช้งานได้กับภาชนะทุกประเภท แถมยังมีความทนทานและสามารถซ่อมแซมได้ง่าย
- เตาตั้งพื้นโครงสร้างสเตนเลสขนาด 60 เซนติเมตร ความจุ 56 ลิตร
- สามารถอบและย่างอาหารด้วยระบบไฟฟ้าที่อุณหภูมิตั้งแต่ 40-250 องศาเซลเซียส
- สามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้สูงสุด 90 นาที
- 7 โปรแกรมการทำงาน ควบคุมด้วยลูกบิดและปุ่มกด พร้อมจอแสดงผลแบบดิจิทัล
- มาพร้อมลิ้นชักอุ่นอาหารและแกนย่าง
- เตาหัวเพลทไฟฟ้า 4 หัว หัวเตาใหญ่กำลังไฟ 2,000 วัตต์ หัวเตากลางกำลังไฟ 1,500 วัตต์ และหัวเตาเล็กกำลังไฟ 1,000 วัตต์
- ประตูกระจกนิรภัย ช่วยป้องกันความร้อนแผ่ออกด้านนอก
- ราคา 25,900 บาท (ยังไม่รวมค่าบริการติดตั้ง)
2. เตาอบพื้นรุ่น TNP FS CHB 6004 S
เตาอบพื้นรุ่น TNP FS CHB 6004 S เป็นเตาอบพื้นขนาดความจุ 65 ลิตร เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือ มีโปรแกรมการทำงานให้เลือกถึง 10 โปรแกรม! มาพร้อมหัวเตาเซรามิกที่สามารถใช้ได้กับภาชนะทุกประเภท
- เตาตั้งพื้นโครงสร้างสเตนเลส ขนาด 60 เซนติเมตร ความจุ 65 ลิตร
- สามารถอบและย่างอาหารด้วยระบบไฟฟ้าที่อุณหภูมิสูงสุด 240 องศาเซลเซียส
- 10 โปรแกรมการทำงาน ควบคุมด้วยลูกบิด
- สามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้สูงสุด 120 นาที
- ประตูกระจกนิรภัย ช่วยป้องกันความร้อนแผ่ออกด้านนอก
- หัวเตาเซรามิก 4 หัว กำลังไฟ 1,800 วัตต์ 2 หัว และกำลังไฟ 1,200 วัตต์ 2 หัว
- มาพร้อมแกนย่าง
- ราคา 29,900 บาท (ยังไม่รวมค่าบริการติดตั้ง)
3. เตาอบพื้นรุ่น TNP FS IHB 6004 S
เตาอบพื้นรุ่น TNP FS IHB 6004 S ถือเป็นรุ่นที่เราแนะนำให้เลือกซื้อมาใช้งานสุด ๆ เพราะมีความจุถึง 65 ลิตร พร้อมโปรแกรมการทำงานถึง 9 โปรแกรม ที่สำคัญคือ หัวเตาของรุ่นนี้เลือกใช้เป็นหัวเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ช่วยปรับความร้อนได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดไฟสูง ตอบโจทย์สำหรับการใช้งานในบ้านสุด ๆ
- เตาตั้งพื้นโครงสร้างสเตนเลส ขนาด 60 เซนติเมตร ความจุ 65 ลิตร
- สามารถอบและย่างอาหารด้วยระบบไฟฟ้าที่อุณหภูมิสูงสุด 240 องศาเซลเซียส
- 9 โปรแกรมการทำงาน ควบคุมด้วยลูกบิดและปุ่มกด พร้อมจอแสดงผลแบบดิจิทัล
- สามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้สูงสุด 120 นาที
- ประตูกระจกนิรภัย ช่วยป้องกันความร้อนแผ่ออกด้านนอก
- หัวเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว กำลังไฟ 1,500 วัตต์ 2 หัว และกำลังไฟ 2,000 วัตต์ 2 หัว
- มาพร้อมแกนย่าง
- ราคา 33,900 บาท (ยังไม่รวมค่าบริการติดตั้ง)
5 รุ่นเตาอบราคาถูก น่าใช้งาน 2024 จาก Tecnogas
ใครกำลังหาเตาอบราคาถูกที่เหมาะสำหรับการใช้งานในคอนโดอยู่ มารวมกันตรงนี้! เพราะวันนี้ Technogas รวบรวมรุ่นเตาอบราคาไม่เกิน 10,000 บาทที่เหมาะสำหรับการใช้งานในคอนโดมาให้คุณได้ทราบถึงจุดเด่นในการใช้งาน และไปเลือกซื้อกัน โดยในวันนี้เราจะแนะนำเตาอบถึง 4 รุ่น แต่ก่อนที่จะไปทราบจุดเด่นของเตาอบทั้ง 4 รุ่นของเรา Tecnogas จะขอพาคุณไปรู้จักเทคนิคการเลือกซื้อเตาอบราคาถูกกันเสียก่อน เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อเตาอบที่เหมาะสมกับการใช้งาน และขนาดพื้นที่ห้องของคุณได้ ไปดูกันเลยดีกว่า
เทคนิคเลือกซื้อเตาอบราคาถูกให้เหมาะกับการใช้งาน
การเลือกซื้อเตาอบที่เหมาะสมกับการใช้งาน และขนาดพื้นที่เป็นสิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะหากคุณเลือกซื้อเตาอบที่ไม่ตอบโจทย์กับการใช้งานและขนาดพื้นที่ไป ก็จะทำให้คุณไม่ได้ใช้งานและเป็นการเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยเทคนิคการเลือกซื้อเตาอบที่เราได้รวบรวมมา มีดังนี้
1.เลือกขนาดของเตาอบให้เหมาะสม
การเลือกขนาดของเตาอบ ควรเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ตั้ง ความถี่ในการทำอาหาร และรูปแบบของอาหารที่จะทำ เพราะยิ่งเตาอบมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ ความจุก็ยิ่งเยอะ รวมถึงมีราคาสูงและต้องใช้พื้นที่ในการวางมากขึ้นตามไปด้วย หากคุณอาศัยอยู่คนเดียว และเน้นการทำอาหารง่าย ๆ ก็อาจจะเลือกเตาอบที่มีความจุน้อยกว่า 20 ลิตร
แต่หากต้องการทำอาหารสำหรับทานภายในครอบครัว ก็อาจจะเลือกเตาอบไฟฟ้าตั้งโต๊ะที่มีขนาดประมาณ 20 ลิตร และถ้าหากคุณเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ก็ควรเลือกเตาอบไฟฟ้าหรือเตาอบลมร้อนที่มีขนาดตั้งแต่ 45-60 ลิตรขึ้นไป
2.ตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งเตาอบ
ควรเลือกตำแหน่งที่จะติดตั้งเตาอบไฟฟ้าให้อยู่ใกล้กับปลั๊กไฟและห่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ พอสมควร นอกจากนี้ยังไม่ควรวางไว้ชิดผนังเพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้อย่างสะดวก และหากเลือกเตาอบไฟฟ้าแบบบิลท์อิน ก็ควรจะเลือกซื้อก่อนที่จะเริ่มทำเคาน์เตอร์ครัว เพื่อให้ช่างสามารถวัดพื้นที่และออกแบบเคาน์เตอร์ให้เหมาะกับการวางเตาอบได้
3.ฟังก์ชันการใช้งานของเตาอบ
การเลือกฟังก์ชันการใช้งานของเตาอบที่สะดวกสบาย อย่างน้อยควรจะสามารถปรับอุณหภูมิได้หลากหลาย และมีให้ปรับใช้ไฟบน-ไฟล่าง เพื่อให้สามารถใช้งานได้กับเมนูที่หลากหลาย หรือหากคุณใช้งานเป็นประจำและต้องการฟังก์ชันที่ครบครันมากขึ้นก็อาจจะเลือกแบบที่มีไม้เสียบย่างสำหรับเนื้อสัตว์ที่สามารถติดตั้งแทนตะแกรงได้
รวม 5 อันดับเตาอบราคาถูก น่าใช้งานประจำปี 2024 จาก Tecnogas

1. เตาอบตั้งโต๊ะรุ่น TNP 2038Q-H7 ความจุ 36 ลิตร ราคา 3,990 บาท

หนึ่งในเตาอบราคาถูก 2024 จาก Tecnogas ที่คุ้มที่สุดในตอนนี้ กับเตาอบรุ่น TNP 2038Q-H7 เตาอบระบบไฟฟ้าแบบตั้งโต๊ะ กำลังไฟ 1,500 วัตต์ ความจุ 36 ลิตร ที่สามารถใช้งานในคอนโดได้เช่นกัน และมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้าที่เราได้แนะนำไปคือ สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 100-250 องศาเซลเซียส มาพร้อมอุปกรณ์ที่ทำให้สามารถอบ ปิ้ง หรือย่างอาหารได้อย่างสะดวกสบาย สามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้นานสูงสุด 60 นาที และปลอดภัยด้วยระบบตัดการทำงานอัตโนมัติรวมถึงเสียงสัญญาณเตือน ในราคาเพียง 3,990 บาท
2. เตาอบตั้งโต๊ะรุ่น TNP SO 863 B ความจุ 63 ลิตร ราคา 4,990 บาท

เตาอบรุ่น TNP SO 863 B เป็นเตาอบและย่างด้วยระบบไฟฟ้าแบบตั้งโต๊ะ กำลังไฟ 2,200 วัตต์ ความจุ 63 ลิตร สามารถใช้งานในคอนโดหรือจะเป็นโฮมคาเฟ่ขนาดเล็กในคอนโดก็ได้เช่นกัน โดยรุ่นนี้สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 100-250 องศาเซลเซียส รวมถึงสามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้นานสูงสุด 60 นาที และปลอดภัยด้วยระบบตัดการทำงานอัตโนมัติพร้อมเสียงสัญญาณเตือนเช่นเดียวกับรุ่นอื่น ๆ แต่มีฟังก์ชันเพิ่มเติมที่ค่อนข้างหลากหลายได้แก่ พัดลมกระจายความร้อน, แกนย่าง, โปรแกรมอบไฟบน, โปรแกรมอบไฟล่าง และโปรแกรมอบมาตรฐาน (ไฟบน-ล่าง) ในราคา 4,990 บาท
3. เตาอบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น TNP MN 706 GS ความจุ 70 ลิตร ราคา 8,900 บาท

เตาอบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น รุ่น TNP MN 706 GS สามารถอบและย่างอาหารด้วยระบบไฟฟ้า กำลังไฟ 2,300 วัตต์ ความจุ 70 ลิตร โดยรุ่นนี้สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 50-250 องศาเซลเซียส และสามารถตั้งเวลาในการปรุงอาหารได้นานสูงสุด 120 นาที นอกจากนี้ยังมีประตูกระจกนิรภัยสีดำ 3 ชั้นที่ช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้แผ่ออกมาด้านนอก รวมถึงระบบ Cooling Fan ที่ช่วยระบายความร้อนในเตาอบได้อีกด้วย ซึ่งเตาอบรุ่นนี้ถือว่าเหมาะมากสำหรับคนที่มีโฮมคาเฟ่ขนาดเล็กในคอนโด เพราะสามารถประหยัดพลังงานได้ในระดับ Class A ในราคา 8,900 บาท
4. เตาอบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น TNP MN 705 B ความจุ 70 ลิตร ราคา 9,900 บาท

อีกหนึ่งเตาอบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น TNP MN 705 B มาพร้อมระบบการย่างและอบอาหารด้วยระบบไฟฟ้า กับกำลังไฟ 2,300 วัตต์ ในความจุ 70 ลิตรเท่ากับตัวก่อนหน้า สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 50-250 องศาเซลเซียส ด้วยการควบคุมด้วยลูกบิด พร้อม 6 โปรแกรมการทำงานสุดตอบโจทย์ และกระจกนิรภัยสีดำ 3 ชั้น ที่ช่วยป้องกันความร้อนแผ่ออกมาด้านนอก อีกทั้งยังมีระบบ ระบบ Cooling Fan ระบายความร้อนในเตาอบ แต่ประหยัดพลังงานในระดับ Class A
5. เตาอบแบบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น TNP 807 B ความจุ 80 ลิตร ราคา 15,900 บาท

ขยับความจุเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย แต่ยังคงความคุ้มค่าในด้านราคา ก็คือรุ่น TNP 807 B ที่มาพร้อมฟังก์ชันการอบและย่างด้วยระบบไฟฟ้าในกำลังไฟ 3,150 วัตต์ กับความจุ 80 ลิตร สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 50-250 องศาเซลเซียส พร้อม 8 ระบบการทำงานที่ควบคุมด้วยลูกบิด และจอแสดงผลแบบดิจิทัล ตั้งเวลาในการอบล่วงหน้าสูงสุด 10 ชม. มีระบบ Cooling Fan ระบายความร้อนในเตาอบ และระบบ Safety Lock ป้องกันการสัมผัสโดยบังเอิญ อีกทั้งยังสามารถถอดประตูเตาอบออกเพื่อทำความสะอาดได้ง่าย และยังคงประหยัดพลังงานใน Class A เช่นเดิม
สรุป 5 รุ่นเตาอบราคาถูก น่าใช้งาน 2024 จาก Tecnogas
ในการเลือกเตาอบราคาถูกไว้ใช้งาน ต้องไม่ดูเพียงราคาเท่านั้น แต่ต้องดูถึงคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุมการปรุงอาหารทุกประเภท ซึ่งเป็นอีกสิ่งสำคัญที่คนรักการเข้าครัวไม่ควรมองข้าม เตาอบ Tecnogas คือหนึ่งในแบรนด์ที่พร้อมตอบโจทย์งานครัวอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความเป็นผู้นำในด้านแบรนด์เครื่องครัวนำเข้าจากยุโรป และอิตาลีที่อยู่มายาวนานกว่า 60 ปี






















