หมดปัญหาทำอาหารควันคลุ้งทั่วบ้านด้วยวิธีเลือกเครื่องดูดควันในครัวที่เหมาะกับคุณ

วิธีเลือกเครื่องดูดควันในครัว
คนที่ชื่นชอบทำอาหารรับประทานภายในบ้าน โดยเฉพาะอาหารไทยที่จะต้องมีการต้ม ผัด แกง ทอด สิ่งที่จะต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือควันที่เกิดจากการประกอบอาหาร ถ้าหากไม่มีการติดตั้งเครื่องดูดควันในครัวอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้ควันคลุ้งไปทั่วบ้าน มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และเกิดคราบเขม่าควันไฟได้

ควรเลือกเครื่องดูดควันในครัวแบบไหนดี?

เครื่องดูดควันในครัวที่ดีที่สุดนั้น ไม่ใช่เครื่องดูดควันที่ใหญ่ที่สุด หรือมีกำลังแรงดูดควันที่สูงที่สุด แต่จะต้องเป็นเครื่องดูดควันที่มีขนาดเหมาะกับห้องครัวนั้น ๆ สามารถดูดควันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันจะมีให้เลือกอยู่ 4 แบบหลัก ๆ ได้แก่

1. เครื่องดูดควันในครัวมาตรฐาน

เครื่องดูดควันมาตราฐาน เป็นเครื่องดูดควันที่เหมาะกับครัวขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโด หรืออพาร์ตเมนต์ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ระบบดูดควันแบบต่อท่อออกไปข้างนอกอาคาร หรือระบบดูดควันแบบหมุนเวียน โดยการดูดควันเข้าไป แล้วกรองด้วยแผ่นฟิลเตอร์ และแผ่นคาร์บอน และปล่อยอากาศที่กรองเรียบร้อยแล้วออกมาในห้องก็ได้

2. เครื่องดูดควันติดผนัง

เครื่องดูดควันติดผนัง เป็นเครื่องดูดควันในครัวที่นิยมใช้ภายในบ้านมากที่สุด เหมาะกับห้องครัวที่มีขนาดกลาง – ใหญ่ โดยสามารถใช้งานได้กับเตาทำอาหารที่อยู่ติดผนังเท่านั้น ลักษณะของเครื่องจะคล้ายกระโจมอยู่ด้านบน และมีท่อต่อระบายอากาศออกไปด้านนอกบ้าน ทำให้ไม่มีควัน กลิ่นอาหาร หรือละอองน้ำมันหมุนเวียนสะสมอยู่ภายในห้องครัว

3. เครื่องดูดควันกระโจมกลางห้อง

เครื่องดูดควันกระโจมกลางห้อง เป็นเครื่องดูดควันสำหรับห้องครัวที่ทำเตาประกอบอาหารไว้ตรงกลางห้อง เช่น ร้านอาหารแบบเปิดที่มีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งรับประทานอาหารล้อมรอบ หรือห้องครัวที่อยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง จัดเป็นเครื่องดูดควันที่มีกำลังดูดมากที่สุด

4. เครื่องดูดควันในครัวแบบฝัง

เครื่องดูดควันแบบฝัง(บิ้วอิน) เป็นเครื่องดูดควันแบบ Built-in ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะฝังอยู่ด้านข้างของเตา หรือด้านหลังของเตาก็ได้ มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งมาก และมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการติดตั้งเครื่องดูดควันในครัว แต่ไม่อยากให้เครื่องดูดควันเด่นเกินไป

ปัจจัยอื่น ๆ ในการเลือกเครื่องดูดควันครัวในครัวให้ตอบโจทย์การใช้งานที่สุด

การเลือกเครื่องดูดควันในครัวให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดนั้น นอกจากการเลือกดีไซน์ที่ชอบ และรูปแบบเครื่องดูดควันในครัวให้เหมาะกับสถานที่อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่คุณจะต้องศึกษาอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้เครื่องดูดควันที่ถูกใจที่สุด ยกตัวอย่างเช่น

ขนาดของเครื่องดูดควันในครัว

เครื่องดูดควันควรมีขนาดพอดีกับพื้นที่ของเตา หรือใหญ่กว่าพื้นที่ของเตาเล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถดูดควันและกลิ่นจากการทำอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากเกินความจำเป็น

เสียงของเครื่องดูดควันขณะทำงาน

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะต้องให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในคอนโด หรืออพาร์ตเมนต์ เพราะถ้าหากเครื่องดูดควันมีเสียงดังเกินไปก็อาจจะสร้างเสียงรบกวนให้กับเพื่อนบ้าน และทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้

กำลังดูดของเครื่องดูดควัน

คุณสามารถคำนวณกำลังดูดของเครื่องดูดควันที่เหมาะสมได้ โดยคำนวณจากพื้นที่ในห้องครัว คิดจาก ความยาว X ความกว้าง X ความสูง (หน่วยเป็นเมตร) X 10 = ความเร็วต่ำสุดของเครื่องดูดควันที่ต้องการ และควรเลือกเครื่องดูดควันที่สามารถปรับระดับแรงลมได้ เพื่อที่จะได้สามารถปรับระดับให้เหมาะสมกับประเภทของอาหารที่ทำได้

วัสดุของเครื่องดูดควัน

แนะนำให้เลือกเครื่องดูดควันที่ทำจากสเตนเลส AISI 304 ซึ่งเป็นสเตนเลสในกลุ่มออสเตนิติกที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีคุณสมบัติในการกันสนิม ทนต่อการกัดกร่อน และทำความสะอาดได้ง่าย

ฟิลเตอร์ของเครื่องดูดควัน

หากคุณชื่นชอบทำอาหารไทยที่มีกลิ่นแรง ๆ และมีน้ำมันมาก อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการติดตั้งฟิลเตอร์สำหรับดูดซับกลิ่นอย่างฟิลเตอร์คาร์บอน และฟิลเตอร์กรองน้ำมัน 

ฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับเครื่องดูดควัน

เครื่องดูดควันในครัวบางรุ่นจะมีฟังก์ชันเสริม เข่น ระบบทำความสะอาดเครื่องอัตโนมัติ หรือระบบตั้งเวลาการทำงานของเครื่องดูดควัน ซึ่งคุณสามารถประเมินได้เลยว่าตนเองต้องการฟังก์ชันเสริมเหล่านี้หรือไม่

Tecnogas พร้อมช่วยเลือกเครื่องดูดควันในครัวที่เหมาะกับคุณที่สุด

จะเห็นได้ว่า การเลือกเครื่องดูดควันในครัวให้ตอบโจทย์การใช้งานจะต้องดูจากหลายปัจจัยมาก เช่น รูปแบบของเครื่องดูดควัน ระบบการดูดควัน ขนาดของเครื่องดูดควัน กำลังแรงดูด หรือเสียงของเครื่องดูดควันขณะทำงาน เป็นต้น สำหรับท่านใดที่ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้เครื่องดูดควันแบบไหนดี สามารถติดต่อ Tecnogas ได้เลย เราพร้อมช่วยคุณหาเครื่องดูดควันที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ด้วยเครื่องดูดควันจากแบรนด์ดังระดับโลก รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

เครื่องดูดควันแบบไหนดี ที่เหมาะกับห้องครัวของเรา

การเลือกซื้อเครื่องดูดควัน
เครื่องดูดควัน เป็นอีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่ควรมีติดครัวเอาไว้ เพราะห้องครัวเป็นห้องที่ต้องมีการระบายอากาศอยู่เสมอ ทั้งควันและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากการทำอาหาร ซึ่งปัจจุบันก็มีการผลิตเครื่องดูดควันที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย แต่จะเลือกซื้อเครื่องดูดควันแบบไหนดีที่ตอบโจทย์ของเรามากที่สุด ? บทความนี้จะพาไปดูเลือกไอเดียการเลือกซื้อเครื่องดูดควัน เพราะซื้อทั้งที ต้องเลือกให้ดี และคุ้มค่าที่สุด!

ประโยชน์ของเครื่องดูดควัน

1. ดีต่อสุขภาพคนทำอาหาร และคนรอบข้าง

เครื่องดูดควันช่วยกำจัดมลภาวะต่าง ๆ ที่เกิดจากการทำอาหาร เช่น ไอน้ำ ควัน น้ำมัน ป้องกันการปนเปื้อนบนอาหาร และลดการสูดดมไอน้ำมัน หรือควัน เพราะมลพิษเหล่านี้ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

2. ช่วยรักษาความสะอาดให้กับห้องครัว

เครื่องดูดควันช่วยกำจัดควันและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องครัวสะอาด ปลอดโปร่ง ไม่มีกลิ่นมารบกวน

3. เพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน หรือคอนโด

การติดตั้งเครื่องดูดควันในห้องครัว ช่วยเพิ่มมูลค่าให้บ้านหรือคอนโดของคุณในกรณีที่ต้องการขายต่อหรือปล่อยเช่าด้วย

เลือกซื้อเครื่องดูดควันแบบไหนดี?

ทำความรู้จักเครื่องดูดควันแต่ละประเภท

1. เครื่องดูดควันแบบติดผนัง (Chimney Hood)

เครื่องดูดควันแบบติดผนัง (Chimney Hood) เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีพื้นที่ปรุงอาหารและเตาทำอาหารอยู่ติดผนัง ถือเป็นเครื่องดูดควันที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสามารถติดตั้งได้ทั้งบ้าน และคอนโด ห้องครัวทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก มีประสิทธิภาพการทำงานสูง สามารถดูควันได้เทียบเท่าเครื่องดูดควันแบบกลางห้อง

2. เครื่องดูดควันแบบกลางห้อง (Island Hood)

เครื่องดูดควันแบบกลางห้อง (Island Hood) เป็นเครื่องดูดควันที่แขวนลงมาจากเพดานห้อง เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีพื้นที่ทำครัวอยู่บริเวณกลางห้อง มีโครงสร้างที่แข็งแรง ดีไซน์สวยงาม และมีประสิทธิภาพในการดูดกลิ่นและควันสูง

3. เครื่องดูดควันมาตรฐาน (Slimline Hood)

เครื่องดูดควันมาตรฐาน (Slimline Hood) เป็นเครื่องดูดควันที่มีแรงดูดกลิ่นและควันอาจจะไม่เท่ากับเครื่องดูดควันแบบติดผนัง หรือแบบกลางห้อง แต่มีระบบการระบายอากาศให้เลือกได้ถึง 2 แบบ คือ ระบบหมุนเวียน และระบบท่อ ถ้าห้องครัวไม่สามารถต่อท่อดูดควันออกภายนอกได้ จะใช้ระบบหมุนเวียน โดยกรองกลิ่นและควันด้วยแผ่นฟิลเตอร์และแผ่นคาร์บอน แล้วกรองออกมาเป็นอากาศหมุนเวียนภายในห้องอีกครั้ง เหมาะห้องครัวที่มีพื้นที่จำกัดและไม่สามารถต่อท่อได้ เช่น คอนโด ตอบโจทย์คนที่ไม่ได้ทำอาหารบ่อยครั้งนัก

เลือกระบบการระบายอากาศ

เลือกระบบการระบายอากาศ

1. ระบบหมุนเวียน (Recirculating)

เป็นระบบดูดซับกลิ่นและควันจากการทำอาหารผ่านฟิลเตอร์ในตัวเครื่อง แล้วกรองเป็นอากาศออกมาหมุนเวียนภายในห้องอีกครั้ง ระบบหมุนเวียนเหมาะกับห้องครัวขนาดเล็กในคอนโด อพาร์ทเมนท์ หรือที่พักอาศัยที่ไม่สะดวกต่อท่อระบายอากาศออกด้านนอก

2. ระบบท่อ (Ducting)

เป็นระบบดูดซับกลิ่นและควันไปตามท่อระบายอากาศ ออกสู่ภายนอกตัวบ้าน เป็นระบบที่หลายบ้านเลือกใช้ เพราะมีประสิทธิภาพการทำงานดีเยี่ยม

เลือกระบบมอเตอร์

1. มอเตอร์ข้อเหวี่ยง

ใบพัดไม่สัมผัสไอโดยตรง ทำให้หมดกังวลเรื่องใบพัดหรือมอเตอร์เสียเพราะคราบไอน้ำมันเกาะ มีความคงทนแข็งแรง

2. มอเตอร์คู่

กำลังดูดสูง ประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว

เลือกแผ่นกรอง (ฟิลเตอร์)

เลือกแผ่นกรอง (ฟิลเตอร์)

1. แผ่นกรองตาข่ายอลูมิเนียม

แผ่นกรองที่มีตาข่ายอลูมิเนียมวางซ้อนกันลักษณะคล้ายมุ้งลวด ทำให้ดูดซับไอน้ำมันได้ดี เพราะอากาศผ่านแผ่นกรองได้น้อย สามารถถอดแผ่นกรองออกมาทำความสะอาดได้ง่าย

2. แผ่นกรองคาร์บอน

แผ่นกรองที่ผลิตจากผงคาร์บอนอัดแน่น สามารถรองรับน้ำมันได้มากและดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดี แต่ไม่สามารถถอดออกมาล้างได้ จึงควรได้รับการตรวจเช็คและเปลี่ยนเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันน้ำมันไปติดตรงมอเตอร์ เป็นสาเหตุเครื่องดูดควันมีอายุสั้นลง

3. แผ่นกรองเส้นสแตนเลสสตีล

แผ่นกรองที่ผลิตจากสแตนเลสสตีล สามารถดักจับน้ำมันได้ดี โดยควันและไอน้ำมันจะถูกดักเก็บไว้ภายในแผ่นกรอง ซึ่งการที่ดักไอน้ำมันได้ดีจะทำให้ไอน้ำมันไปถึงมอเตอร์และใบพัดน้อยลง ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานได้

เลือกตามดีไซน์ที่ชอบ ฟังก์ชันที่ใช่

นอกจากข้อที่ควรพิจารณาด้านบนแล้ว สามารถเลือกเครื่องดูดควันจากดีไซน์ที่เข้าชุดกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในห้องครัว เพื่อเพิ่มความสวยงามน่ามองของห้องครัวมากขึ้น  ซึ่งในปัจจุบันเครื่องดูดควันมีดีไซน์ที่หลากหลาย ทั้งมินิมอลเรียบง่าย หรูหราคลาสสิค หรือแบบโมเดิร์น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันพิเศษอื่น ๆ เช่น ปิดการทำงานอัตโนมัติ ควบคุมด้วยระบบสัมผัส ซึ่งพิจารณาจากการใช้งานเป็นหลัก เพื่อเลือกเครื่องดูดควันที่ตอบโจทย์ที่สุด เครื่องดูดควันมีประโยชน์มากกว่าแค่การดูดควันขณะทำอาหารเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ทั้งในด้านความสะอาด ความปลอดภัย และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับที่อยู่อาศัยของเราได้อีกด้วย เมื่อรู้วิธีการเลือกเครื่องดูดควันที่เรานำมาฝากกันแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อเครื่องดูดควันที่ไหนดี Tenogas พร้อมให้บริการจำหน่ายเครื่องดูดควันหลากหลายรุ่น ให้คุณสามารถเลือกเครื่องที่ถูกใจ เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด รับรองว่างานสวย งานคุณภาพแน่นอน

อ่างล้างจานแบบไหนดีที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด

เลือกอ่างล้างจานแบบไหนดี

อ่างล้างจาน เป็นอุปกรณ์สำคัญคู่ห้องครัวของหลาย ๆ บ้าน เพราะนอกจากจะอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าพ่อบ้านแม่บ้าน ไม่ต้องหลังขดหลังแข็งก้มล้างจานโดยการใช้กะละมัง ยังสามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ทั้งใช้ล้างจานชาม ล้างมือ หรือล้างวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ประกอบอาหารก็ทำได้เช่นกัน แต่เลือกอ่างล้างจานแบบไหนดี ถึงจะคุ้มค่า เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด บทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกอ่างล้างจาน พร้อมทั้งแนะนำ อ่างล้างจาน จาก Tecnogas ที่คัดมาให้แล้วว่าคุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน

วิธีการเลือกอ่างล้างจาน แบบไหนดีที่สุด

1. ขนาดห้องครัว และประเภทการใช้งาน

ขนาดห้องครัวและประเภทการใช้งาน เป็นสิ่งที่ควรคำนึงเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อต้องเลือกซื้ออ่างล้างจาน เพราะลักษณะของอ่างล้างจานทั้งแบบ 1 หลุม และ 2 หลุม ต่างก็เหมาะกับพื้นที่และประเภทการใช้งานที่แตกต่างกันไป

  • อ่างล้างจาน แบบ 1 หลุม เป็นอ่างล้างจานที่ได้รับความนิยม เหมาะสำหรับครัวเรือนทั่วไปที่มีพื้นที่ขนาดเล็กไม่จนถึงขนาดกลาง ประมาณจานที่ต้องล้างในแต่ละครั้งไม่มาก หรือประกอบอาหารไม่มากนัก เพื่อประหยัดพื้นที่ภายในห้องครัว
  • อ่างล้างจาน แบบ 2 หลุม เหมาะสำหรับครัวขนาดใหญ่ จำเป็นต้องล้างจานในปริมาณมาก เพราะสามารถใช้พร้อมกับทีเดียว 2 หลุม

2. วัสดุ

อ่างล้างจานมีให้เลือกหลายวัสดุ เช่น สแตนเลส หินแกรนิต เซรามิค ซึ่งแต่ละวัสดุก็จะมีความแข็งแรง และราคาที่แตกต่างกัน โดยส่วนมากสแตนเลสจะได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีราคาไม่สูง เป็นสนิมได้ยาก ทั้งนี้สามารถเลือกได้ตามความชื่นชอบคงผู้ใช้งาน

3. ความลึกและความตื้น

ความลึกของอ่างล้างจานเป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเลือกอ่างล้างจานที่ตื้นเกินไป จะทำให้น้ำกระเด็นเลอะบริเวณรอบ ๆ ได้ โดยควรเลือกอ่างล้างจานที่มีหลุมลึกอย่างน้อย 17 เซนติเมตรเป็นต้นไป

4. ฟังก์ชันเสริม

นอกจากอ่างสำหรับล้างจานแล้ว อ่างล้างจานบางชนิดจะมีฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ เช่น การมีที่พักด้านข้างอ่างล้างจาน เพื่อให้วางภาชนะหรือวัตถุดิบที่เราต้องการสะเด็ดน้ำให้แห้ง ซึ่งอ่างล้างจานในปัจุบันมีทั้งชนิดที่มีและไม่มีที่พักด้านข้าง สำหรับใครที่ต้องการก็ตรวจสอบให้ดีก่อนเลือกซื้อ

เลือกอ่างล้างจานแบบไหนดีจาก Tecnogas

1. อ่างล้างจานรุ่น TNS TT 624823 SS

อ่างล้างจานรุ่น TNS TT 624823 SS

อ่างล้างจานแบบ 1 หลุม รุ่นนี้ทำมาจากสแตนเลสสตีล ที่ทนต่อการกัดกร่อนสูง เป็นสนิมได้ยาก มาพร้อมขาตั้ง ชุดสะดืออ่าง ท่อดักกลิ่น และชุดท่อน้ำทิ้ง สามารถนำไปติดตั้งโดยต่อท่อต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก็สามารถใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่มองหาอ่างล้างจานที่สามารถใช้งานนอกบ้าน หรือภายในครัว เพราะมีน้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายสะดวก

2. อ่างล้างจานรุ่น TNP 1052 U

อ่างล้างจานรุ่น TNP 1052 U
อ่างล้างจานแบบ 1 หลุมแบบฝัง พร้อมชุดสะดืออ่าง และท่อน้ำทิ้ง อ่างล้างจานแบบฝังเหมาะสำหรับห้องครัวภายในคอนโด อพาร์ทเมนต์ หรือครัวเรือนที่มีห้องครัวขนาดเล็ก พื้นที่ใช้สอยจำกัด ซึ่งอ่างล้างจานแบบฝังจะออกแบบให้ติดตั้งฝังบนเคาน์เตอร์ในครัว ให้ความเรียบร้อย สวยงาม ห้องครัวดูเป็นระเบียบมากขึ้น

3. อ่างล้างจานรุ่น TNP GIN 2B (BLACK)

อ่างล้างจานรุ่น TNP GIN 2B (BLACK)
อ่างล้างจานแกรนิตแบบ 2 หลุม ตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความรวดเร็ว เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีพื้นที่กว้าง โดยรุ่นนี้ทำจากหินแกรนิตซึ่งมีความแข็งแกร่งและทนทานมากกว่าวัสดุอื่น ๆ ทนต่อรอยขีดข่วนของมีด หรือช้อนส้อม และการสึกหรอ ทำให้สามารถใช้งานในระยะยาวมากกว่าวัสดุแบบทั่วไป นอกจากจะได้ความคุ้มค่า คงทนของผลิตภัณฑ์แล้ว ยังได้ความสวยงาม เพิ่มความดูดีให้กับห้องครัว

4. อ่างล้างจานรุ่น TNP SOFIA 2B1D

อ่างล้างจานรุ่น TNP SOFIA 2B1D

อ่างล้างจานแบบ 2 หลุม 1 ที่พัก แบบฝัง ตัวอ่างมีขนาดใหญ่ เพิ่มความสะดวกสบายเมื่อมีการทำอาหารและมีการล้างวัตถุดิบ หรือการล้างจานปริมาณมาก เพราะมีที่พักด้านขวาสำหรับวางพักวัตถุดิบและภาชนะที่ล้างเรียบร้อยแล้ว ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่ารุ่นอื่น ๆ รุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ห้องครัวขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความคุ้มค่าทั้งความคงทน และสามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีการเลือกอ่างล้างจาน รวมทั้งอ่างล้างจานที่เราได้นำมาแนะนำในบทความนี้ จะเห็นได้ว่าการจะเลือกซื้ออ่างล้างจานสักอัน จะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยอย่างถี่ถ้วน เพื่อความสมดุลกับห้องครัว การใช้งาน และคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด สำหรับใครกำลังมองหาอ่างล้างจาน และไม่รู้ว่าจะเลือกอ่างล้างจากแบบไหนดี นอกจาก 4 รุ่นที่เราได้นำเสนอไป Tecnogas ยังมีอ่างล้างจานรุ่นอื่น ๆ ให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา รับรองว่าถูกใจอย่างแน่นอน

เลือกเตาอบพิซซ่าแบบไหนดี ที่เหมาะกับคุณที่สุด

เลือกเตาอบพิซซ่าแบบไหนดี
พิซซ่าเป็นเมนูโปรดของใครบ้าง ? สำหรับใครที่ชื่นชอบพิซซ่า และอยากทำทานเองง่าย ๆ ที่บ้าน หรือใครที่กำลังเริ่มฝึกทำอาหารด้วยเตาอบ แต่ไม่รู้จะเลือกเตาอบพิซซ่าแบบไหนดี วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกเตาอบพิซซ่าให้เหมาะสม จะทำทานเองหรือทำขายก็บอกเลยปังแน่นอน

เลือกเตาอบพิซซ่าแบบไหนดีที่เหมาะกับคุณ

1. พิจารณาจากประเภทการทำงาน

พิจารณาจากประเภทการทำงาน การทำพิซซ่าสามารถใช้เตาอบหลายประเภท ซึ่งการใช้งานก็จะมีความยากง่ายแตกต่างกันไป
  • เตาอบด้วยระบบไฟฟ้า เป็นเตาอบที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป มีทั้งแบบตั้งโต๊ะและแบบฝัง มีหลายขนาดให้เลือกซื้อขึ้นอยู่กับปริมาณที่ต้องการอบ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มทำพิซซ่ามือใหม่
  • เตาอบด้วยระบบแก๊ส เป็นเตาอบที่มีมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ ด้านบนจะเป็นหัวแก๊สสำหรับทำอาหาร และด้านล่างเป็นเตาอบที่ทำงานด้วยแก๊สนั่นเอง อย่างไรก็ตามการใช้งานจะยากสำหรับมือใหม่ เพราะควบคุมอุณหภูมิได้อย่าง ความร้อนอาจกระจายตัวไม่ทั่วถึง ต้องหมั่นตรวจสอบอาหารในเตาอบอยู่เสมอ ป้องกันการไหม้ เตาอบชนิดนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่มีความชำนาญ

2. เลือกรุ่นที่ปรับอุณหภูมิได้หลากหลาย

เลือกรุ่นที่ปรับอุณหภูมิได้หลากหลาย การควบคุมอุณหภูมิให้พอเหมาะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมนูขนมปังอย่าง พิซซ่า ความร้อนมีผลต่อความนุ่มฟูของเนื้อแป้ง การเลือกเตาอบสำหรับทำพิซซ่า จึงควรเลือกเตาอบรุ่นที่สามารถปรับอุณหภูมิที่หลากหลาย สามารถกระจายความร้อนอย่างทั่วถึง เลือกบริเวณที่ต้องการส่งความร้อนได้ เช่น เลือกให้ร้อนแค่ด้านบน เลือกให้ร้อนแค่ด้านล่าง หรือร้อนทั้งด้านบนและล่าง เพื่อให้ได้พิซซ่าแป้งบางกรอบ หรือหนานุ่มตามความต้องการ  และวัตถุดิบต่าง ๆ บนหน้าพิซซ่าสุกอย่างทั่วถึง

3. ดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย

ดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในการประกอบอาหาร ทั้งก่อนและหลังจากทำอาหาร หลายคนไม่อยากทำอาหารเพราะขี้เกียจทำความสะอาด ดังนั้นการเลือกเตาอบจึงควรเลือกชนิดที่ดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย โดยอุปกรณ์หลายชนิดรวมทั้งเตาอบหลายยี่ห้อก็มีการเคลือบสารกันติด ช่วยป้องกันเศษอาหารติดผนังเตาอบ และสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย เพียงใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู

4. มีฟีเจอร์การทำงานที่ตอบโจทย์

มีฟีเจอร์การทำงานที่ตอบโจทย์ เตาอบที่มีฟีเจอร์การทำงานที่หลากหลายย่อมเป็นที่ต้องการของใครหลาย ๆ คน ซึ่งเตาอบในปัจจุบันต่างมีฟีเจอร์ที่หลากหลายเพื่อรองรับการทำงานที่ครอบคลุม เช่น การปรับอุณหภูมิควบคุมความหลายได้อย่างชาญฉลาด มีระบบระบายความร้อน สามารถตั้งเวลาการทำอาหารล่วงหน้าได้ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้จะทำให้เตาอบทำงานได้อย่างคุ้มค่า และได้อาหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับใครที่อยากผันตัวเป็นเชฟมือใหม่ การมีเตาอบติดบ้านเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากเตาอบจะสามารถทำพิซซ่าได้แล้ว ยังสามารถใช้ทำเมนูอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ทั้งคาวและหวาน เรียกว่าสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน หากใครสนใจเตาอบไม่ว่าจะมือใหม่ หรือคนที่ชำนาญแล้ว Tecnogas มีเตาอบหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของคุณที่สุด

แนะนำ 3 เครื่องล้างจานในคอนโด ที่ควรมีติดห้อง

เครื่องล้างจานในคอนโด
การล้างจานเป็นงานที่ทำไม่ยากแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าน่าเบื่อ และเปลืองเวลาไม่น้อย โดยเฉพาะมนุษย์คอนโดที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ จะดีกว่าไหมหากมีเครื่องทุ่นแรงและเวลาที่สามารถอำนวยความสะดวกในการล้างจาน ทำให้การล้างจานเป็นเรื่องง่าย สะดวก ประหยัดเวลา จานชามสะอาดหมดจดได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้จะมาแนะนำเครื่องล้างจานคอนโดที่ควรมีติดห้องไว้ แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นแน่นอน

ประโยชน์ของเครื่องล้างจานคอนโดที่ควรมีไว้

การมีเครื่องล้างจานในคอนโดเป็นประโยชน์หลายอย่าง เช่น
  • หมดกังวลเรื่องคราบสกปรก

ความสะอาดบนภาชนะใส่อาหารเป็นเรื่องใหญ่ เครื่องล้างจานจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการขจัดคราบอาหารที่หลงเหลือไว้ เพราะสามารถฉีดอัดแรงดันน้ำ ผสมกับน้ำยาล้างจาน เพื่อทำความสะอาดจานชาม จบปัญหาเรื่องคราบสกปรกและเชื้อโรค
  • ลดภาระงาน

เพียงกดปุ่มเริ่มทำงาน เทคโนโลยีที่ทันสมัยของเครื่องล้างจานก็สามารถทำงานได้อัตโนมัติ ทำให้คุณสามารถนำเวลาที่เหลือไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ได้มากขึ้น
  • ประหยัดเวลา

การล้างจานค่อนข้างใช้เวลาพอสมควรเพราะต้องให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดให้มากที่สุด ยิ่งทำอาหารเยอะ ยิ่งมีจานที่ต้องล้างเยอะ การมีเครื่องล้างจานก็จะช่วยให้ประหยัดเวลามากขึ้น
  • มีให้เลือกหลากหลาย

ปัจจุบันมีเครื่องล้างจานให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก แบบตั้งพื้น แบบบิวท์อิน หรือแบบวางบนเคาน์เตอร์ สามารถเลือกรูปแบบเครื่องล้างจานที่เหมาะกับตัวของคุณเอง

แนะนำเครื่องล้างจานใช้ในคอนโดจาก Tecnogas 

ปัจจุบันมีเครื่องล้างจานให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปแบบ ขนาด ราคา ฟังก์ชันการใช้งาน เราขอแนะนำ 3 เครื่องล้างจานที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมนุษย์คอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด

1. เครื่องล้างจานรุ่น TNP DW 5566 W

เครื่องล้างจานขนาดกะทัดรัดเพียง 40 เซนติเมตร สามารถตั้งบนเคาน์เตอร์ภายในห้องครัว หรือบริเวณอื่น ๆ ได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการล้างจานจำนวนไม่เยอะต่อครั้ง ด้วยขนาดกะทัดรัดทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ภายในน้อง ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก มาพร้อมคุณสมบัติ ได้แก่ เครื่องล้างจานรุ่น TNP DW 5566 W
  • โปรแกรมทำงานอัตโนมัติ 5 โปรแกรม ได้แก่ Intensive (ล้างหนัก) Normal (ล้างธรรมดา) Eco (ล้างแบบประหยัด) Glass (ล้างแก้ว) Rapid (ล้างเร่งด่วน)
  • ควบคุมการใช้งานด้วยระบบสัมผัส
  • จอแสดงผล LED
  • สามารถตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้าอัตโนมัติ 2/4/6/8 ชั่วโมง
  • รองรับการล้างจาก 6 ชุดมาตรฐาน
  • ใช้น้ำสูงสุดไม่เกิด 10 ลิตรต่อรอบ

2. เครื่องล้างจานรุ่น TNP DW 745 W

เครื่องล้างจานแบบตั้งพื้น ขนาด 45 เซนติเมตร สีขาวสุดมินิมอล ดีไซน์เรียบง่าย สามารถทำความสะอาดจานชามได้หมดจด พร้อมโปรแกรมการทำงานที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการ และคุณสมบัติต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องล้างจานรุ่น TNP DW 745 W
  • โปรแกรมการทำงานอัตโนมัติ 7 โปรแกรม ได้แก่ Intensive (ล้างหนัก) Normal (ล้างธรรมดา) Eco (ล้างแบบประหยัด) Glass (ล้างแก้ว) 90 Mins (90 นาที) Rapid (ล้างเร่งด่วน) Auto (อัตโนมัติ)
  • โปรแกรมพิเศษ : Half load (สำหรับกรณีล้างจานชามจำนวนน้อยกว่า 6 ชุดมาตรฐานสามารถช่วยประหยัดน้ำและพลังงานได้ประมาณ 15%)
  • รองรับการล้างจาน 10 ชุดมาตรฐาน
  • จอแสดงผล LED
  • ตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้า 1 – 24 ชั่วโมง
  • ประหยัดไฟ Class A++AA

3. เครื่องล้างจานรุ่น TNP DW 612 W

เครื่องล้างจานแบบตั้งพื้น ขนาด 60 เซนติเมตร ดีไซน์เรียบง่ายเหมาะกับห้องทุกรูปแบบ รองรับการล้างจานได้มากถึง 12 ชุดมาตรฐาน ตอบโจทย์สายปาร์ตี้ หรือครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องล้างจานทีละมาก ๆ พร้อมกับคุณสมบัติ ได้แก่ เครื่องล้างจานรุ่น TNP DW 612 W  
  • โปรแกรมการทำงานอัตโนมัติ 6 โปรแกรม ได้แก่ Intensive (ล้างหนัก) Normal (ล้างธรรมดา) Eco (ล้างแบบประหยัด) Glass (ล้างแก้ว) 90 Mins (90 นาที) Rapid (ล้างเร่งด่วน) รองรับการล้างจาน 12 ชุดมาตรฐาน
  • จอแสดงผล LED
  • ประหยัดไฟ Class A+
ชาวคอนโดที่อยากให้การล้างจานเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้น ลองมองหาเครื่องล้างจานสักเครื่องไว้ติดห้อง อาจจะทำให้คุณลืมวิธีการล้างจานแบบเดิม ๆ ชีวิตคล่องตัวขึ้นกว่าที่เคยหากมีเครื่องล้างจาน คอนโดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวาง หรือคอนโดขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด ก็สามารถเลือกซื้อเครื่องล้างจานได้ตามความเหมาะสม เชื่อว่า 3 รุ่นที่เราแนะนำวันนี้ จะต้องมีรุ่นที่ถูกใจและเหมาะกับห้องของคุณอย่างแน่นอน

ทำป๊อปคอร์นสูตรโรงหนังง่ายๆ ด้วยเตาไฟฟ้า

ทำป๊อปคอร์นสูตรโรงหนังง่ายๆ ด้วยเตาไฟฟ้า
ป๊อปคอร์นเป็นของทานเล่นที่ใคร ๆ ก็นึกถึงเวลาไปดูหนังที่โรงหนัง แถมป๊อปคอร์นที่ขายที่โรงหนังยังมีเนื้อที่นุ่มฟูมากกว่าป๊อปคอร์นในร้านทั่วไป กินทีไรก็ติดใจจนอยากทำเองเวลาดูหนังที่บ้าน วันนี้ Technogas มีสูตรทำป๊อปคอร์นโรงหนังที่ง่ายแสนง่าย เพียงแค่มีเตาไฟฟ้า แถมไม่ต้องง้อเครื่องคั่วป๊อปคอร์นแบบโรงหนัง จะทำอย่างไรนั้น ตามไปดูกันเลยในบทความนี้

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมทำป๊อปคอร์น

สูตรป๊อปคอร์นที่เราจะมาแนะนำวันนี้ ใช้อุปกรณ์เพียง 3 อย่าง คือ เตาไฟฟ้า กระทะ และหม้อเท่านั้น ขอบอกว่าง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

สูตรทำป๊อปคอร์น อร่อยเหมือนซื้อที่โรงหนัง 

ป๊อปคอร์นโรงหนังมีหลายรสชาติให้เลือก วันนี้เราได้รวบรวมวิธีการทำป๊อปคอร์น 3 รสชาติยอดฮิต ที่ทำได้ง่าย ๆ  โดยคุณสามารถนำไปประยุกต์ หรือปรับแต่งให้รสชาติถูกปาก อร่อยได้มากขึ้น ป๊อปคอร์นรสชีส

1. ป๊อปคอร์นรสชีส

ส่วนผสม : เมล็ดข้าวโพด ½ ถ้วยตวง เนยเค็ม ½ ถ้วยตวง ผงชีส 2-3 ช้อนโต๊ะ หรือตามใจชอบ วิธีทำ
  1. เปิดเตาไฟฟ้า ตั้งไฟปานกลาง แล้วใส่เนยเค็มลงไปละลายให้ทั่วทั้งกระทะ
  2. ใส่เมล็ดข้าวโพด ผงชีส ลงไปในกระทะ และคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน
  3. คนไปเรื่อย ๆ จนเมล็ดข้าวโพดเริ่มแตกเป็นป๊อปคอร์น ให้ปิดฝา และเขย่า ๆ ให้ป๊อปคอร์นโดนความร้อนอย่างทั่วถึง
  4. รอประมาณ 3 นาที หรือจนไม่มีเสียงข้าวโพดแตกตัว ให้ปิดเตา ชิมรสตามใจชอบ ในขั้นตอนนี้สามารถโรยผงชีสเพิ่มเพื่อความเข้มข้น พร้อมรับประทานได้
ป๊อปคอร์นรสคาราเมล

2. ป๊อปคอร์นรสคาราเมล

ส่วนผสม : เมล็ดข้าวโพด ½ ถ้วยตวง น้ำมันพืช ½ ถ้วยตวง  ส่วนผสมซอสคาราเมล : เนยเค็มประมาณ 70 กรัม วิปปิ้งครีม 50 กรัม น้ำตาล 200 กรัม เกลือ ¼ ช้อนชา Baking soda ½ ช้อนชา กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา (ถ้ามี) คอร์นไซรัป 50 กรัม (ถ้ามี สามารถใช้น้ำผึ้งแทนได้) วิธีทำ
  1. ตั้งหม้อ เปิดเตาไฟฟ้า และเติมน้ำมัน รอให้น้ำมันร้อน จากนั้นเติมเมล็ดข้าวโพดลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว
  2. รอจะเมล็ดข้าวโพดแตกเป็นป๊อปคอร์น ให้นำขึ้นพักไว้
  3. ตั้งหม้อ ใส่น้ำ และน้ำตาล คนจนละลายเข้ากันดี จากนั้นใส่คอร์นไซรัปลงไปคนให้เข้ากัน
  4. เติมวิปปิ้งครีม คนให้เข้ากัน ตามด้วยกลิ่นวานิลลา Baking soda และเนยเค็ม 
  5. คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนเริ่มเป็นสีน้ำตาล พอเริ่มเป็นสีน้ำตาลทั่วทั้งหม้อ แล้วจึงปิดไฟ
  6. นำซอสคาราเมลที่ได้ไปคลุกเคล้ากับป๊อปคอร์นที่พักทิ้งไว้เป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมรับประทาน หรือใครจะนำไปอบต่อ โดยใช้เตาอบ อุณหภูมิ 150 องศา 60 นาที 
ป๊อปคอร์นรสบาบีคิว

3. ป๊อปคอร์นรสบาบีคิว

ส่วนผสม : เมล็ดข้าวโพด ½ ถ้วยตวง เนยเค็ม ½ ถ้วยตวง ผงบาร์บีคิว 2-3 ช้อนโต๊ะ หรือตามใจชอบ วิธีทำ
  1. เปิดเตาไฟฟ้า ตั้งไฟปานกลาง แล้วใส่เนยเค็มลงไปละลายให้ทั่วทั้งกระทะ
  2. ใส่เมล็ดข้าวโพด ผงบาร์บีคิว ลงไปในหม้อ และคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน
  3. คนไปเรื่อย ๆ จนเมล็ดข้าวโพดเริ่มแตกเป็นป๊อปคอร์น ให้ปิดฝา และเขย่า ๆ ให้ป๊อปคอร์นโดนความร้อนอย่างทั่วถึง 
  4. รอประมาณ 3 นาที หรือจนไม่มีเสียงข้าวโพดแตกตัว ให้ปิดเตา ชิมรสตามใจชอบ สามารถโรยผงบาร์บีคิวเพิ่มเพื่อความเข้มข้น พร้อมรับประทานได้
ป๊อปคอร์นเป็นเมนูทานเล่น ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ สะดวก และประหยัดเวลา แม้แคลอรีจะพุ่งปรี๊ดจนน่าเป็นห่วง แต่การทำทานเองสามารถควบคุมปริมาณเนยหรือน้ำมันได้ เพียงแค่มีเตาไฟฟ้า ก็สามารถเปิดโรงหนังที่บ้านได้ทุกเวลา ให้คุณสามารถดูหนังยาว ๆ พร้อมป๊อปคอร์นแสนอร่อย หนังยังไม่จบ ก็ทำเพิ่มได้เรื่อย ๆ โต้รุ่งกันไปเลย!

แจกไอเดียแต่งห้องครัวหลากสไตล์ ให้เป็นเอกลักษณ์

รวมไอเดียแต่งห้องครัว

เบื่อห้องครัวเก่า ๆ ที่ดูไม่สวยงาม และไม่เป็นระเบียบจนทำให้ไม่อยากเข้าไปทำอาหารอยู่ใช่ไหม? วันนี้ Tecnogas ได้รวบรวมไอเดียรีโนเวทห้องครัวให้มีเอกลักษณ์และสไตล์เฉพาะตัวที่สามารถบ่งบอกตัวตนของเจ้าของบ้านได้ ซึ่งนอกจากการแต่งห้องครัวให้มีความสวยงามจะช่วยบ่งบอกรสนิยมของเจ้าของบ้านได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจในการทำอาหารให้กับเจ้าของบ้านหรือสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีไอเดียรีโนเวทห้องครัวอะไรที่ถูกใจคุณบ้าง

ไอเดียแต่งห้องครัวหลากสไตล์ สวยไม่ซ้ำใคร

การตกแต่งหรือรีโนเวทห้องครัวให้มีความสวยงาม เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการเข้าครัวเพื่อทำอาหารได้ นอกจากนี้หากมีการจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ก็จะยิ่งทำให้ห้องครัวดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นได้อีกด้วย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่าว่ามีไอเดียแต่งห้องครัวอะไรที่น่าสนใจบ้าง

1. คุมโทนเรียบหรูด้วยสีเข้ม

คุมโทนครัวเรียบหรูด้วยสีเข้ม

อยากได้ห้องครัวที่มีความคลาสสิก สวยแบบไร้กาลเวลาต้องเลือกใช้สีโทนเข้มอย่างสีดำ เพราะสีดำถือเป็นสีที่มีความคลาสสิก ไม่ว่าจะยุคไหนก็ดูดีอยู่เสมอ ซึ่งการตกแต่งห้องครัวด้วยสีเข้ม จะเน้นการตกแต่งให้ดูเรียบหรู น้อยแต่มาก และหลีกเลี่ยงการนำของใช้ในครัวที่เป็นสีอื่นมาวางไว้บริเวณนั้น หรือหากการตกแต่งห้องครัวด้วยสีดำล้วนจะดูยากหรือดูทะมึนจนเกินไป ก็สามารถหาคู่สีที่ดูตัดกันหรือเข้ามาสัก 2-3 สี เพื่อเพิ่มมิติและจุดเด่นก็ได้เช่นกัน

2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ที่เข้ากับครัว

เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ที่เข้ากับครัว

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ที่เข้ากับครัว จะช่วยคุมโทนห้องและทำให้ห้องดูมีความเป็นระเบียบได้มากขึ้น ซึ่งการจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เข้ากับห้องครัว ควรจะพิจารณาจากสไตล์ของห้องครัวเป็นหลัก เช่น หากห้องครัวถูกดีไซน์ให้เรียบ ๆ ดีเทลไม่เยอะมาก ก็ควรจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบหรูเช่นเดียวกัน หรือหากถูกดีไซน์ด้วยสไตล์ลอฟท์ ก็ควรจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดีไซน์ให้มีความดิบ เท่ เช่น การเลือกเตาแบบฝังเฟอร์นิเจอร์ (Built-in) ที่มีดีไซน์ดิบ เท่ ที่เลือกใช้วัสดุสเตนเลส เป็นต้น

3. ใช้เฟอร์นิเจอร์ช่วยคุมโทน

ใช้เฟอร์นิเจอร์ช่วยคุมโทน

สีของเฟอร์นิเจอร์ในห้องครัวเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยคุมโทนห้องให้มีเอกลักษณ์มากขึ้นได้ โดยคุณอาจจะนำสไตล์ของห้องครัวมาใช้ในการพิจารณาเพื่อเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เช่น หากเป็นห้องครัวสีขาวดำสไตล์โมเดิร์น ก็ให้เลือกเฟอร์นิเจอร์สีดำที่มีความเรียบหรู ฟังก์ชันครบครันในชิ้นเดียว หรือหากเป็นห้องครัวสไตล์มินิมอล ก็ให้เลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน เพื่อเพิ่มอารมณ์ที่ดูอบอุ่นให้มากขึ้น

4. เน้นความสบายตาด้วยครัวสไตล์ธรรมชาติ

เน้นความสบายตาด้วยครัวสไตล์ธรรมชาติ

การมีธรรมชาติรายล้อมอยู่ภายในบ้านจะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดูอบอุ่น สบายตา และอบอุ่นได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ต้นไม้บางชนิดยังช่วยฟอกอากาศภายในบ้านให้สดชื่นได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งการแต่งห้องครัวให้เป็นสไตล์ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุเฟอร์นิเจอร์ที่มีความธรรมชาติอย่างการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้หรือหินอ่อน หรือจะเป็นการปลูกต้นไม้ที่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้ เช่น ต้นกะเพรา ต้นโรสแมรี่ ต้นไทม์ ต้นสะระแหน่ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะนำมาประกอบอาหารได้แล้ว ยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับบริเวณนั้นได้อีกด้วย

 

ได้ทราบไอเดียการแต่งห้องครัวทั้ง 4 ไอเดียที่ Tecnogas รวบรวมมาให้แล้ว ก็คงจะทำให้ใครหลายคนได้ข้อมูลในการรีโนเวทห้องครัวกันบ้างแล้ว แน่นอนว่าการคุมโทนห้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งสี วัสดุเฟอร์นิเจอร์ และสไตล์ห้องจะช่วยให้ห้องครัวของคุณดูมีเอกลักษณ์ ดูสบายตา และเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นได้ 

ซึ่งถ้าหากคุณกำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังสามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ของการดีไซน์ที่สวยงาม และเรียบหรูได้อยู่ก็ต้องเลือก เตาอบแบบฝังเฟอร์นิเจอร์ (Built-in) จาก Tecnogas ที่ดีไซน์ออกมาให้มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ให้เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านสามารถทำอาหารได้อย่างสะดวกสบาย

แจก 4 สูตรขนมอบด้วยเตาอบเล็ก

สูตรขนมอบด้วยเตาอบเล็ก
ซื้อเตาอบขนาดเล็กมา แต่ถ้าจะให้ตั้งไว้ประดับครัวเฉย ๆ ก็คงจะเป็นการสิ้นเปลืองเงินเกินไป มาลองทำขนมอบแสนอร่อยที่ทำง่าย แถมกินได้ทุกเทศกาลกันดีกว่า! ซึ่งในวันนี้ Tecnogas ได้รวบรวมเอาสูตรขนมอบด้วยเตาอบขนาดเล็กมาแจกให้คุณได้ไปลองทำกันดู รับรองว่าขนมแต่ละอย่างที่เรารวบรวมมา มีวิธีทำที่ง่ายมาก ๆ จะทำขายหรือทำแจกก็อร่อยจนหยุดกินไม่ได้แน่นอน! อยากรู้กันแล้วล่ะสิว่าจะมีสูตรขนมอบอะไรบ้าง ไปดูกัน!

แจก 4 สูตรขนมอบด้วยเตาอบเล็ก ทำง่ายแต่อร่อยชัวร์!

เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง

1. เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง

เอาใจคนรักช็อกโกแลตแต่กลัวอ้วนกันด้วยสูตรขนมอบยอดฮิตเมนูนี้! เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง เมนูที่สามารถทำทานได้ง่าย ๆ แถมทานได้เพลิน ๆ ไม่ต้องกลัวอ้วนอีกด้วย!

ส่วนผสมสำหรับทำเค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง

  • เนย สำหรับทาพิมพ์
  • น้ำตาลทราย สำหรับเคลือบพิมพ์
  • ดาร์กช็อกโกแลต 70% 140 กรัม
  • เนยจืด 50 กรัม
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  • พิมพ์เค้กทรงกลมขนาด 8 นิ้ว
  • กระดาษรองอบ
  • อ่างผสมทนความร้อน
  • หม้อต้มน้ำ
  • ชามผสม 2 ใบ
  • เครื่องผสมอาหาร (หากไม่มีสามารถใช้ตะกร้อมือแทนได้)

วิธีทำเค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง

  1. ทาเนยบริเวณพิมพ์เค้กและโรยน้ำตาลทรายบาง ๆ ให้ทั่วพิมพ์เค้ก เคาะน้ำตาลส่วนเกินออก แล้วนำกระดาษรองอบมารองที่ก้นของพิมพ์เค้ก
  2. นำช็อกโกแลต เนย และน้ำมันพืชใส่ในอ่างผสม และนำไปวางบนหม้อที่มีน้ำร้อนเพื่อละลายช็อกโกแลต เนย และน้ำมันพืช จากนั้นคนให้เข้ากัน
  3. ตอกไข่ไก่ 2 ฟอง โดยแยกถ้วยไข่แดงและถ้วยไข่ขาว จากนั้นตอกไข่ไก่ที่เหลือ 1 ฟองลงไปในถ้วยที่มีไข่แดง ร่อนผงโกโก้ลงไป และผสมให้เข้ากัน
  4. นำช็อกโกแลตที่ละลายกับเนยมาผสมลงในถ้วยที่มีไข่แดง และตีให้เข้ากัน
  5. ใช้เครื่องผสมอาหารตีผสมไข่ขาวที่แยกไว้จนขึ้นฟู โดยในระหว่างนั้นให้แบ่งเติมน้ำตาล 3 รอบ ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน
  6. แบ่งตักไข่ขาวลงไปผสมกับช็อกโกแลตและผสมให้เข้ากันอย่างเบามือ
  7. เทส่วนผสมลงไปพิมพ์เค้กที่เตรียมไว้ นำไปอบที่อุณหภูมิ 165 องศาเซลเซียส ประมาณ 35 นาทีหรือจนเค้กสุก พักให้เย็นแล้วนำออกจากพิมพ์ หั่นเป็นชิ้นตามต้องการ

ขนมหม้อแกงไข่

2. ขนมหม้อแกงไข่

เมนูที่ 2 ขอเป็นเมนูเอาใจคนรักขนมไทยกันสักหน่อย กับเมนูหม้อแกงไข่ ที่สามารถทำได้ไม่ยาก แถมจะใส่เครื่องเยอะแค่ไหนก็จัดเต็มได้ตามต้องการ

ส่วนผสมสำหรับทำขนมหม้อแกงไข่

  • หอมแดงซอย 12 หัว
  • น้ำมันพืช
  • ไข่เป็ด 8 ฟอง
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • กะทิ 500 กรัม
  • แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
  • ใบเตย 6 ใบ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  • กระทะ
  • ชามผสม
  • ผ้าขาวบาง
  • พิมพ์ทรงเหลี่ยม (หรือตามต้องการ)

วิธีทำขนมหม้อแกงไข่

  1. นำหอมแดงมาเจียวในกระทะให้พอเป็นสีเหลืองน่าทาน เมื่อได้ที่แล้วให้ตักหอมแดง และน้ำมันแยกใส่ถ้วยไว้
  2. ตอกไข่ใส่ชาม ใส่เกลือป่น และตีให้ขึ้นฟู จากนั้นผสมกะทิ แป้ง น้ำตาลโตนด และใบเตย ขยำให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย และนำส่วนผสมที่ได้ไปกรองกับผ้าขาวบาง
  3. ใช้น้ำมันที่เหลือจากการเจียวหอมมาทาให้ทั่วพิมพ์ เทส่วนผสมที่กรองแล้วใส่ถาด
  4. นำขนมเข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าจะสุก
  5. ทาหน้าขนมด้วยน้ำมันที่ใช้เจียวหอม จากนั้นโรยหอมเจียวตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

บลูเบอร์รี่มัฟฟิน

3. บลูเบอร์รี่มัฟฟิน

มาต่อกันที่เมนูบลูเบอร์รี่มัฟฟิน เมนูแสนอร่อยที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แถมได้รสหวานอมเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่ทุกคำที่ทานรับรองว่าถ้าได้ทานแล้วจะหยุดทานไม่ได้!

ส่วนผสมสำหรับทำบลูเบอร์รี่มัฟฟิน

  • แป้งอเนกประสงค์ 145 กรัม
  • น้ำตาลทราย 75 กรัม
  • ผงฟู 5 กรัม
  • เกลือ ¼ ช้อนชา
  • ไข่ไก่ (เบอร์ 1) 1 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา
  • เนยจืดละลาย 25 กรัม
  • นมสด 110 กรัม
  • บลูเบอร์รี่ 80 กรัม

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  • ชามผสม
  • ไม้พายผสมแป้ง
  • พิมพ์มัฟฟิน
  • กระดาษรอง

วิธีทำบลูเบอร์รี่มัฟฟิน

  1. นำแป้งอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย ผงฟู และเกลือใส่ลงในชามผสม จากนั้นคนให้เข้ากันและพักไว้
  2. นำไข่ไก่ กลิ่นวานิลลา นมจืด และเนยละลายมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นเทใส่ลงในชามผสมแป้ง ตีให้พอเข้ากัน จากนั้นใส่บลูเบอร์รี่ลงไปและคนให้พอเข้ากันอีกครั้ง
  3. ตักแป้งมัฟฟินลงในพิมพ์มัฟฟินที่รองด้วยกระดาษรอง จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-25 นาที นำออกมาพักไว้ให้เย็นแล้วจัดเสิร์ฟ

เมอแรงค์กาแฟ

4. เมอแรงค์กาแฟ

ใครที่หาขนมทานคู่กับกาแฟอยู่ต้องเมนูนี้เลย เมอแรงค์กาแฟ ที่มีวิธีทำแสนง่าย แถมวัตถุดิบที่ต้องเตรียมก็สามารถหาได้ในครัวอยู่แล้ว ซื้อเพิ่มแค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง

ส่วนผสมสำหรับทำเมอแรงค์กาแฟ

  • ผงกาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำอุ่น 30 มิลลิลิตร
  • ไข่ขาว (เบอร์ 2) 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 150 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 20 กรัม

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  • ตะกร้ามืออัตโนมัติ
  • อ่างผสม
  • ถุงบีบ
  • ถาดอบขนม

วิธีทำเมอแรงค์กาแฟ

  1. วอร์มเตาอบไว้ให้มีความร้อนทั่วก่อนเริ่มเตรียมส่วนผสม
  2. ละลายผงกาแฟในน้ำอุ่น และพักไว้ให้เย็น
  3. ตีไข่ขาวในชามผสมให้ขึ้นฟู แบ่งใส่น้ำตาลทราย 3 รอบ ตีด้วยตะกร้อมืออัตโนมัติ ใช้ความเร็วสูงสุดต่อเนื่องจนไข่ขาวตั้งยอด
  4. นำกาแฟที่เย็นแล้วใสอ่างผสมอีกใบ ร่อนแป้งข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากันจนแป้งละลาย จากนั้นนำไข่ขาวที่ตีไว้แบ่งใส่ลงไปผสม 2 รอบ คนให้เข้ากัน
  5. ตักใส่ถุงบีบ แล้วบีบใส่ถาดตามรูปทรงที่ชอบ นำเข้าเตาอบใช้ไฟบน-ล่าง 120 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมง
และทั้งหมดนี้ก็คือสูตรขนมอบที่มีวิธีการทำแสนง่ายที่ Tecnogas ได้รวบรวมมาให้คุณ หากใครที่มีเตาอบขนาดเล็กแล้วยังไม่รู้จะทำให้ขนมอะไรทาน ก็สามารถนำสูตรขนมที่เรารวบรวมมาไปทำตามกันได้เลย! รับรองว่า ทำง่าย แต่อร่อยได้ทุกเทศกาลแน่นอน แต่ถ้าหากใครยังไม่มีเตาอบขนาดเล็กก็อย่าลืมเข้ามาเลือกชมสินค้าของ Tecnogas และเลือกเตาอบที่ถูกใจคุณไปใช้งานกันได้เลย!

แนะนำเตาอบพื้น (Freestanding) ที่แม่บ้านเลิฟ จะอบจะย่างก็ทำได้

เตาอบพื้น (Freestanding) 3 รุ่นยอดฮิต
เตาอบไฟฟ้า เป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเหล่าแม่บ้านพ่อบ้าน หรือคนที่ชื่นชอบการทำอาหาร เพราะเตาอบถือเป็นอุปกรณ์หลัก ๆ ที่ใช้ในการประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารฝรั่ง หรือเบเกอรี่ ซึ่งในปัจจุบันก็มีเตาอบไฟฟ้าหลายรูปแบบให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ทั้งเตาอบแบบตั้งโต๊ะ เตาอบแบบฝังเฟอร์นิเจอร์ และเตาอบพื้น (Freestanding) ซึ่งในวันนี้ Tecnogas จะมาแนะนำเตาอบพื้น (Freestanding) 3 รุ่นฟังก์ชันครบ ที่จะช่วยปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณให้กลับมาอีกครั้ง! แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเตาอบพื้น (Freestanding) ตัวนี้กันสักหน่อยดีกว่าว่ามันมีลักษณะแบบใด และแตกต่างจากเตาอบรูปแบบอื่นอย่างไร ไปดูกัน

ทำความรู้จักเตาอบพื้น (Freestanding) คืออะไร

เตาอบพื้น (Freestanding) หรือจะเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เตาตั้งพื้นพร้อมเตาอบ เป็นอุปกรณ์เครื่องครัวที่ถูกพัฒนามาให้ใช้งานได้ในลักษณะแบบตั้งพื้น นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานระหว่างเตาแก๊สและเตาอบที่เป็นอุปกรณ์เครื่องครัวสุดจำเป็นเข้าไว้ด้วยกันในชิ้นเดียว ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีอีกด้วย โดยเตาอบพื้นหรือเตาตั้งพื้นส่วนใหญ่ มักจะเป็นระบบแก๊สทั้งส่วนของเตาแก๊สและเตาอบ ทำให้ควบคุมไฟหรือใช้งานได้ค่อนข้างยาก แต่เตาอบพื้นของ Tecnogas มีการพัฒนาระบบไฟฟ้าที่สามารถใช้งานและควบคุมได้ง่ายเข้ามาแทนที่ระบบแก๊สแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นไปอีก

3 รุ่นเตาอบพื้น (Freestanding) ที่ใช้ในบ้าน จาก Tecnogas

ได้ทำความรู้จักกับเตาอบพื้น (Freestanding) กันไปแล้ว อันดับต่อไปก็ได้เวลาแนะนำเตาอบพื้นทั้ง 3 รุ่นจาก Tecnogas ที่ต้องบอกเลยว่า ฟังก์ชันครบครัน ดีไซน์ทันสมัย มาพร้อมความสะดวกสบายในราคาจับต้องได้ จะมีรุ่นใดที่น่าสนใจและโดนใจคุณบ้าง ไปดูกันเลย

1. เตาอบพื้นรุ่น TNP FS 640 EE

เตาอบพื้นรุ่น TNP FS 640 EE เป็นรุ่นที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีราคาไม่สูงมาก ทำให้เหมาะสำหรับเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเข้าครัว แล้วต้องการความสะดวกสบายควบคู่ไปกับราคาที่สามารถจับต้องได้สุด ๆ นอกจากนี้หัวเตาเพลทไฟฟ้าของรุ่นนี้ยังสามารถใช้งานได้กับภาชนะทุกประเภท แถมยังมีความทนทานและสามารถซ่อมแซมได้ง่าย เตาอบพื้นรุ่น TNP FS 640 EE
  • เตาตั้งพื้นโครงสร้างสเตนเลสขนาด 60 เซนติเมตร ความจุ 56 ลิตร
  • สามารถอบและย่างอาหารด้วยระบบไฟฟ้าที่อุณหภูมิตั้งแต่ 40-250 องศาเซลเซียส
  • สามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้สูงสุด 90 นาที
  • 7 โปรแกรมการทำงาน ควบคุมด้วยลูกบิดและปุ่มกด พร้อมจอแสดงผลแบบดิจิทัล
  • มาพร้อมลิ้นชักอุ่นอาหารและแกนย่าง
  • เตาหัวเพลทไฟฟ้า 4 หัว หัวเตาใหญ่กำลังไฟ 2,000 วัตต์ หัวเตากลางกำลังไฟ 1,500 วัตต์ และหัวเตาเล็กกำลังไฟ 1,000 วัตต์
  • ประตูกระจกนิรภัย ช่วยป้องกันความร้อนแผ่ออกด้านนอก
  • ราคา 25,900 บาท (ยังไม่รวมค่าบริการติดตั้ง)

2. เตาอบพื้นรุ่น TNP FS CHB 6004 S

เตาอบพื้นรุ่น TNP FS CHB 6004 S เป็นเตาอบพื้นขนาดความจุ 65 ลิตร เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือ มีโปรแกรมการทำงานให้เลือกถึง 10 โปรแกรม! มาพร้อมหัวเตาเซรามิกที่สามารถใช้ได้กับภาชนะทุกประเภท เตาอบพื้นรุ่น TNP FS CHB 6004 S
  • เตาตั้งพื้นโครงสร้างสเตนเลส ขนาด 60 เซนติเมตร ความจุ 65 ลิตร
  • สามารถอบและย่างอาหารด้วยระบบไฟฟ้าที่อุณหภูมิสูงสุด 240 องศาเซลเซียส
  • 10 โปรแกรมการทำงาน ควบคุมด้วยลูกบิด
  • สามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้สูงสุด 120 นาที
  • ประตูกระจกนิรภัย ช่วยป้องกันความร้อนแผ่ออกด้านนอก
  • หัวเตาเซรามิก 4 หัว กำลังไฟ 1,800 วัตต์ 2 หัว และกำลังไฟ 1,200 วัตต์ 2 หัว
  • มาพร้อมแกนย่าง
  • ราคา 29,900 บาท (ยังไม่รวมค่าบริการติดตั้ง)

3. เตาอบพื้นรุ่น TNP FS IHB 6004 S

เตาอบพื้นรุ่น TNP FS IHB 6004 S ถือเป็นรุ่นที่เราแนะนำให้เลือกซื้อมาใช้งานสุด ๆ เพราะมีความจุถึง 65 ลิตร พร้อมโปรแกรมการทำงานถึง 9 โปรแกรม ที่สำคัญคือ หัวเตาของรุ่นนี้เลือกใช้เป็นหัวเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ช่วยปรับความร้อนได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดไฟสูง ตอบโจทย์สำหรับการใช้งานในบ้านสุด ๆ เตาอบพื้นรุ่น TNP FS IHB 6004 S
  • เตาตั้งพื้นโครงสร้างสเตนเลส ขนาด 60 เซนติเมตร ความจุ 65 ลิตร
  • สามารถอบและย่างอาหารด้วยระบบไฟฟ้าที่อุณหภูมิสูงสุด 240 องศาเซลเซียส
  • 9 โปรแกรมการทำงาน ควบคุมด้วยลูกบิดและปุ่มกด พร้อมจอแสดงผลแบบดิจิทัล
  • สามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้สูงสุด 120 นาที
  • ประตูกระจกนิรภัย ช่วยป้องกันความร้อนแผ่ออกด้านนอก
  • หัวเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว กำลังไฟ 1,500 วัตต์ 2 หัว และกำลังไฟ 2,000 วัตต์ 2 หัว
  • มาพร้อมแกนย่าง
  • ราคา 33,900 บาท (ยังไม่รวมค่าบริการติดตั้ง)
และนี่ก็คือเตาอบพื้น (Freestanding) ทั้ง 3 รุ่นจาก Tecnogas โดยแต่ละรุ่นก็มีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาสุด ๆ และถ้าหากคุณต้องการจะเลือกซื้อเตาอบพื้นไปใช้งานที่บ้าน ก็อย่าลืมนำฟังก์ชันเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับราคา และความจำเป็นในการใช้งานก่อนเลือกซื้อเสมอ เพื่อให้คุณได้ใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างคุ้มค่า และถ้าหากจะให้เราแนะนำเตาอบพื้นรุ่นที่น่าจะตอบโจทย์มากที่สุดก็คงจะต้องเป็น เตาอบพื้นรุ่น TNP FS IHB 6004 S เพราะเลือกใช้หัวเตาแม่เหล็กไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดไฟ เหมาะสำหรับยุคที่ค่าไฟแพงแบบนี้สุด ๆ

5 รุ่นเตาอบราคาถูก น่าใช้งาน 2024 จาก Tecnogas

รวมรุ่นเตาอบราคาถูก Tecnogas สำหรับชาวคอนโด

ใครกำลังหาเตาอบราคาถูกที่เหมาะสำหรับการใช้งานในคอนโดอยู่ มารวมกันตรงนี้! เพราะวันนี้ Technogas รวบรวมรุ่นเตาอบราคาไม่เกิน 10,000 บาทที่เหมาะสำหรับการใช้งานในคอนโดมาให้คุณได้ทราบถึงจุดเด่นในการใช้งาน และไปเลือกซื้อกัน โดยในวันนี้เราจะแนะนำเตาอบถึง 4 รุ่น แต่ก่อนที่จะไปทราบจุดเด่นของเตาอบทั้ง 4 รุ่นของเรา Tecnogas จะขอพาคุณไปรู้จักเทคนิคการเลือกซื้อเตาอบราคาถูกกันเสียก่อน เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อเตาอบที่เหมาะสมกับการใช้งาน และขนาดพื้นที่ห้องของคุณได้ ไปดูกันเลยดีกว่า

เทคนิคเลือกซื้อเตาอบราคาถูกให้เหมาะกับการใช้งาน

การเลือกซื้อเตาอบที่เหมาะสมกับการใช้งาน และขนาดพื้นที่เป็นสิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะหากคุณเลือกซื้อเตาอบที่ไม่ตอบโจทย์กับการใช้งานและขนาดพื้นที่ไป ก็จะทำให้คุณไม่ได้ใช้งานและเป็นการเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยเทคนิคการเลือกซื้อเตาอบที่เราได้รวบรวมมา มีดังนี้

1.เลือกขนาดของเตาอบให้เหมาะสม

การเลือกขนาดของเตาอบ ควรเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ตั้ง ความถี่ในการทำอาหาร และรูปแบบของอาหารที่จะทำ เพราะยิ่งเตาอบมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ ความจุก็ยิ่งเยอะ รวมถึงมีราคาสูงและต้องใช้พื้นที่ในการวางมากขึ้นตามไปด้วย หากคุณอาศัยอยู่คนเดียว และเน้นการทำอาหารง่าย ๆ ก็อาจจะเลือกเตาอบที่มีความจุน้อยกว่า 20 ลิตร

แต่หากต้องการทำอาหารสำหรับทานภายในครอบครัว ก็อาจจะเลือกเตาอบไฟฟ้าตั้งโต๊ะที่มีขนาดประมาณ 20 ลิตร และถ้าหากคุณเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ก็ควรเลือกเตาอบไฟฟ้าหรือเตาอบลมร้อนที่มีขนาดตั้งแต่ 45-60 ลิตรขึ้นไป

2.ตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งเตาอบ

ควรเลือกตำแหน่งที่จะติดตั้งเตาอบไฟฟ้าให้อยู่ใกล้กับปลั๊กไฟและห่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ พอสมควร นอกจากนี้ยังไม่ควรวางไว้ชิดผนังเพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้อย่างสะดวก และหากเลือกเตาอบไฟฟ้าแบบบิลท์อิน ก็ควรจะเลือกซื้อก่อนที่จะเริ่มทำเคาน์เตอร์ครัว เพื่อให้ช่างสามารถวัดพื้นที่และออกแบบเคาน์เตอร์ให้เหมาะกับการวางเตาอบได้

3.ฟังก์ชันการใช้งานของเตาอบ

การเลือกฟังก์ชันการใช้งานของเตาอบที่สะดวกสบาย อย่างน้อยควรจะสามารถปรับอุณหภูมิได้หลากหลาย และมีให้ปรับใช้ไฟบน-ไฟล่าง เพื่อให้สามารถใช้งานได้กับเมนูที่หลากหลาย หรือหากคุณใช้งานเป็นประจำและต้องการฟังก์ชันที่ครบครันมากขึ้นก็อาจจะเลือกแบบที่มีไม้เสียบย่างสำหรับเนื้อสัตว์ที่สามารถติดตั้งแทนตะแกรงได้

รวม 5 อันดับเตาอบราคาถูก น่าใช้งานประจำปี 2024 จาก Tecnogas

เตาอบราคาถูก tecnogasthai

1. เตาอบตั้งโต๊ะรุ่น TNP 2038Q-H7 ความจุ 36 ลิตร ราคา 3,990 บาท

เตาอบราคาถูกแบบตั้งโต๊ะรุ่น TNP 2038Q-H7

หนึ่งในเตาอบราคาถูก 2024 จาก Tecnogas ที่คุ้มที่สุดในตอนนี้ กับเตาอบรุ่น TNP 2038Q-H7 เตาอบระบบไฟฟ้าแบบตั้งโต๊ะ กำลังไฟ 1,500 วัตต์ ความจุ 36 ลิตร ที่สามารถใช้งานในคอนโดได้เช่นกัน และมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้าที่เราได้แนะนำไปคือ สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 100-250 องศาเซลเซียส มาพร้อมอุปกรณ์ที่ทำให้สามารถอบ ปิ้ง หรือย่างอาหารได้อย่างสะดวกสบาย สามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้นานสูงสุด 60 นาที และปลอดภัยด้วยระบบตัดการทำงานอัตโนมัติรวมถึงเสียงสัญญาณเตือน ในราคาเพียง 3,990 บาท

2. เตาอบตั้งโต๊ะรุ่น TNP SO 863 B ความจุ 63 ลิตร ราคา 4,990 บาท

เตาอบราคาถูกแบบตั้งโต๊ะรุ่น TNP SO 863 B

เตาอบรุ่น TNP SO 863 B เป็นเตาอบและย่างด้วยระบบไฟฟ้าแบบตั้งโต๊ะ กำลังไฟ 2,200 วัตต์ ความจุ 63 ลิตร สามารถใช้งานในคอนโดหรือจะเป็นโฮมคาเฟ่ขนาดเล็กในคอนโดก็ได้เช่นกัน โดยรุ่นนี้สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 100-250 องศาเซลเซียส รวมถึงสามารถตั้งเวลาการปรุงอาหารได้นานสูงสุด 60 นาที และปลอดภัยด้วยระบบตัดการทำงานอัตโนมัติพร้อมเสียงสัญญาณเตือนเช่นเดียวกับรุ่นอื่น ๆ แต่มีฟังก์ชันเพิ่มเติมที่ค่อนข้างหลากหลายได้แก่ พัดลมกระจายความร้อน, แกนย่าง, โปรแกรมอบไฟบน, โปรแกรมอบไฟล่าง และโปรแกรมอบมาตรฐาน (ไฟบน-ล่าง) ในราคา 4,990 บาท

3. เตาอบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น TNP MN 706 GS ความจุ 70 ลิตร ราคา 8,900 บาท

เตาอบราคาถูกแบบฝังรุ่น TNP MN 706 GS

เตาอบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น รุ่น TNP MN 706 GS สามารถอบและย่างอาหารด้วยระบบไฟฟ้า กำลังไฟ 2,300 วัตต์ ความจุ 70 ลิตร โดยรุ่นนี้สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 50-250 องศาเซลเซียส และสามารถตั้งเวลาในการปรุงอาหารได้นานสูงสุด 120 นาที นอกจากนี้ยังมีประตูกระจกนิรภัยสีดำ 3 ชั้นที่ช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้แผ่ออกมาด้านนอก รวมถึงระบบ Cooling Fan ที่ช่วยระบายความร้อนในเตาอบได้อีกด้วย ซึ่งเตาอบรุ่นนี้ถือว่าเหมาะมากสำหรับคนที่มีโฮมคาเฟ่ขนาดเล็กในคอนโด เพราะสามารถประหยัดพลังงานได้ในระดับ Class A ในราคา 8,900 บาท

4. เตาอบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น TNP MN 705 B ความจุ 70 ลิตร ราคา 9,900 บาท

เตาอบราคาถูกแบบฝังรุ่น TNP MN 705 B

อีกหนึ่งเตาอบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น TNP MN 705 B มาพร้อมระบบการย่างและอบอาหารด้วยระบบไฟฟ้า กับกำลังไฟ 2,300 วัตต์ ในความจุ 70 ลิตรเท่ากับตัวก่อนหน้า สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 50-250 องศาเซลเซียส ด้วยการควบคุมด้วยลูกบิด พร้อม 6 โปรแกรมการทำงานสุดตอบโจทย์ และกระจกนิรภัยสีดำ 3 ชั้น ที่ช่วยป้องกันความร้อนแผ่ออกมาด้านนอก อีกทั้งยังมีระบบ ระบบ Cooling Fan ระบายความร้อนในเตาอบ แต่ประหยัดพลังงานในระดับ Class A 

5. เตาอบแบบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น TNP 807 B ความจุ 80 ลิตร ราคา 15,900 บาท

เตาอบราคาถูกแบบฝังเฟอร์นิเจอร์รุ่น TNP 807 B

ขยับความจุเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย แต่ยังคงความคุ้มค่าในด้านราคา ก็คือรุ่น  TNP 807 B ที่มาพร้อมฟังก์ชันการอบและย่างด้วยระบบไฟฟ้าในกำลังไฟ 3,150 วัตต์ กับความจุ 80 ลิตร สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 50-250 องศาเซลเซียส พร้อม 8 ระบบการทำงานที่ควบคุมด้วยลูกบิด และจอแสดงผลแบบดิจิทัล ตั้งเวลาในการอบล่วงหน้าสูงสุด 10 ชม. มีระบบ Cooling Fan ระบายความร้อนในเตาอบ และระบบ Safety Lock ป้องกันการสัมผัสโดยบังเอิญ อีกทั้งยังสามารถถอดประตูเตาอบออกเพื่อทำความสะอาดได้ง่าย และยังคงประหยัดพลังงานใน Class A เช่นเดิม

สรุป 5 รุ่นเตาอบราคาถูก น่าใช้งาน 2024 จาก Tecnogas

ในการเลือกเตาอบราคาถูกไว้ใช้งาน ต้องไม่ดูเพียงราคาเท่านั้น แต่ต้องดูถึงคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุมการปรุงอาหารทุกประเภท ซึ่งเป็นอีกสิ่งสำคัญที่คนรักการเข้าครัวไม่ควรมองข้าม เตาอบ Tecnogas คือหนึ่งในแบรนด์ที่พร้อมตอบโจทย์งานครัวอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความเป็นผู้นำในด้านแบรนด์เครื่องครัวนำเข้าจากยุโรป และอิตาลีที่อยู่มายาวนานกว่า 60 ปี

Follow Us

TEL. 02-274-3434
EMAIL : webmaster@sbo-brand.com

The Signature Brand Co., Ltd. 
771 Pracha Uthit Road, Samsen Nok,Huai Khwang District, Bangkok 10310