ย้อนวัยไปกับ 5 สูตรขนมโบราณ

5 สูตรขนมโบราณ
ชาวยุค 90 จำได้หรือเปล่าว่าตอนเด็ก ๆ โตมากับขนมอะไรบ้าง ? เรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งความหลากหลายและมีหลายสิ่งที่น่าจดจำและลืมไม่ลง ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ การแต่งกาย ของเล่น หรือแม้แต่ขนมไทยโบราณ ใครที่คิดถึงขนมวัยเด็ก วันนี้ Tecnogas จะพาไปย้อนวัยกับ 5 สูตรขนมยุค 90 ยอดฮิตที่นอกจากอร่อยแล้วยังทำง่าย สร้างรายได้ได้อีกด้วย บอกเลยว่าใครเกิดทัน ไม่เด็กแล้วนะ

5 ขนมโบราณ ยุค 90 ย้อนวัยสไตล์ Y2K

1. เค้กโบราณเค้กโบราณ

ส่วนผสมเนื้อเค้ก
  • แป้งเค้ก 150 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 120 กรัม
  • เนยเค็มละลาย 120 กรัม
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • นมจืด 115 กรัม
  • น้ำส้มสายชู 1 ½ ช้อนชา
ส่วนผสมแยมส้ม
  • แยมส้ม 200 กรัม
  • น้ำส้ม 30 กรัม 
  • เกลือ ¼ ช้อนชา
ส่วนผสมบัตเตอร์ครีม
  • เนยเค็ม 85 กรัม
  • เนยขาว 70 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 80 กรัม
  • น้ำร้อน 2 ½ ช้อนโต๊ะ
  • สีผสมอาหารตามชอบ
วิธีทำเนื้อเค้ก
  1. เริ่มต้นด้วยการทำเนื้อเค้ก ผสมไข่ไก่ เนยเค็มละลาย นมจืด น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และใช้เครื่องตีหรือตะกร้อมือตีให้ส่วนผสมเข้ากัน
  2. ร่อนแป้งเค้กกับผงฟูลงไปในส่วนผสม และตีให้เข้ากัน
  3. เทแป้งเค้กลงในพิมพ์คัพเค้กที่เตรียมไว้ โดยเทเพียง ¾ ของถ้วย เพื่อรอให้แป้งขึ้นฟู
  4. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง ประมาณ 20-25 นาที จากนั้นพักไว้ให้เนื้อเค้กเย็น แนะนำให้ใช้เตาอบที่ได้มาตรฐานสำหรับทำเบเกอร์รีโดยเฉพาะ เพื่อให้ความร้อนสม่ำเสมอทั่วถึง
วิธีทำแยมส้มและบัตเตอร์ครีม
  1. ต่อมาให้เริ่มทำแยมส้ม โดยตั้งหม้อ ใส่แยมส้ม น้ำส้ม และเกลือ แล้วเปิดไฟอ่อน กวนจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี จากนั้นนำมากรองเปลือกส้มออกให้ได้เนื้อละเอียด
  2. มาถึงในส่วนของบัตเตอร์ครีม ให้นำน้ำร้อนผสมกับน้ำตาลไอซิ่ง คนให้ละลายเป็นน้ำเชื่อม
  3. ตั้งหม้อใส่เนยเค็มลงไป แล้วใช้ตะกร้อมือตีให้เนยขึ้นฟู จากนั้นใส่เนยขาวลงไป และตีให้เข้ากันจนขึ้นฟู
  4. เทน้ำเชื่อมที่ผสมไว้ลงไป และตีจนส่วนผสมเข้ากันดี กลายเป็นเนื้อครีมข้นติดตะกร้อมือ แบ่งเนื้อครีมเป็นส่วน ๆ แล้วผสมสีผสมอาหารตามต้องการ
วิธีประกอบเค้กโบราณ
  1. น้ำเค้กจุ่มหรือราดด้วยแยมส้มให้ทั่วบริเวณหน้าเค้ก
  2. นำบัตเตอร์ครีมใส่ถุงบีบ แล้วบีบไปรูปดอกไม้หรือลวดลายตามชอบบนหน้าเค้ก จากนั้นแช่เย็นพร้อมจัดเสิร์ฟ

2. โดนัทโบราณ โดนัทโบราณ

ส่วนผสม
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 500 กรัม
  • ไข่ไก่  160 กรัม (ตอกไข่ทั้งฟองตีให้เข้ากันแล้วชั่งน้ำหนัก)
  • ผงฟู 8 กรัม
  • ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ 
  • นมผง 40 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายขาว 240 กรัม
  • เกลือ 2 ช้อนชา
  • น้ำ 300 กรัม
  • น้ำมันพืช 60 กรัม
  • สีผสมอาหารสีเหลือง 12 หยด
  • น้ำตาลทราย
วิธีทำ 
  1. ร่อนแป้งสาลี นมผง ผงฟู ยีสต์ เกลือ น้ำตาล เข้าด้วยกัน
  2. ใส่ไข่ไก่ น้ำมันพืช และสีผสมอาหารลงในส่วนผสมแป้ง ตามด้วยกลิ่นวานิลลา จากนั้นคนให้เข้ากันจนส่วนผสมละเอียด จากนั้นพักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงให้แป้งขึ้นฟู
  3. นำแป้งที่พักเสร็จแล้วมาตัดแบ่งเป็นชิ้น ๆ คลึงแป้งให้เรียบแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ จากนั้นนำผ้าขาวบางมาคลุมไว้ประมาณ 20 นาที แล้วใช้นิ้วหรือจิ้มทำเป็นรูตรงกลาง พักไว้ 10-15 นาทีก่อนทอด
  4. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน จากนั้นนำโดนัทลงทอดจนมีสีเหลืองสวยเท่ากันทั้งชิ้น แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน แนะนำให้เลือกเตาแก๊สที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ความร้อนสม่ำเสมอ เนื้อโดนัทสุกทั่วถึง
  5. นำโดนัทที่สุกแล้ว ไปคลุกกับน้ำตาลทราย พร้อมเสิร์ฟ

3. ขนมปังฝอยทอง ขนมปังฝอยทอง

ส่วนผสม
  • แป้งขนมปัง 250 กรัม
  • ฝอยทอง
  • น้ำตาลทราย 30 กรัม
  • นมอุ่น 185 กรัม
  • ยีสต์ 3 กรัม
  • เนยอุณหภูมิห้อง 20 กรัม
  • เกลือ 3 กรัม
วิธีทำ
  1. ร่อนแป้งขนมปัง น้ำตาลทราย และเกลือลงในชามผสมให้เข้ากัน
  2. ผสมนมอุ่นกับยีสต์ให้เข้ากัน แล้วพักไว้ประมาณ 10 นาที หรือจนยีสต์ขึ้นฟูเป็นฟองอากาศ
  3. นำยีสต์ที่ขึ้นฟูแล้ว ผสมลงในแป้งที่ร่อนไว้ คนจนส่วนผสมเข้ากันดี
  4. โดยแป้งนวลบนโต๊ะ แล้วนำแป้งมานวด 10 นาที แล้วนำเนยมานวดรวมกับแป้งต่ออีก 10 นาที จากนั้นพักแป้งไว้ให้ขึ้นฟูเป็น 2 เท่า
  5. นำแป้งมาตัดแบ่งเป็นส่วน ๆ ประมาณ 8 ชิ้น คลึงเป็นก้อนกลม ๆ แล้วพักแป้งไว้อีก 10 นาที
  6. เมื่อครบ 10 นาที นำแป้งมาใส่ไส้ฝอยทองมากน้อยตามชอบ แล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เพื่อห่อไส้ให้มิด ทำจนครบทุกก้อนแล้วพักแป้งต่ออีก 40 นาที
  7. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส 10 – 15 นาที จากนั้นทาหน้าขนมปังด้วยไข่บาง ๆ แล้วนำขนมปังเข้าอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ไฟล่าง 10 นาที ไฟบนอีก 5 นาที จนขนมสุก

4. คุกกี้เนยสด

คุกกี้เนยสด ส่วนผสม
  • แป้งอเนกประสงค์  250 กรัม
  • เนยเค็ม 125 กรัม
  • นมข้นจืด  2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลไอซิ่ง 125 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา
  • เบคกิ้งโซดา ½ ช้อนชา
วิธีทำ
  1. ใช้เครื่องตีตีเนยเค็มกับน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกัน จากนี้เทไข่ ตามด้วยกลิ่นวานิลลาใส่ลงไป แล้วตีต่อจนส่วนผสมเนื้อเนียนสวย
  2. ร่อนแป้งให้เรียบร้อย แล้วเทลงไปในส่วนผสมข้อ 1 ตามด้วยเบคกิ้งโซดา แล้วตีต่อไปสักพัก จากนั้นใส่นมข้นจืดลงไป ตีต่อจนส่วนผสมเข้ากัน
  3. นำส่วนผสมใส่ถุงบีบหัวบีบเกลียว
  4. บีบคุกกี้บนถาดสำหรับเข้าอบ แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส 15 นาที เปิดไฟบน-ล่าง ปิดพัดลม
  5. ลดไฟลงเหลือ 130 องศาเซลเซียส แล้วอบต่ออีก 20 นาที จนคุกกี้สุก ตัวคุกกี้จะร่อนออกจากถาดง่าย
  6. พักคุกกี้ให้เย็น พร้อมเสิร์ฟ หรือเก็บใส่ขวดโหลและปิดฝาให้สนิท

5. ขนมปังกรอบเนยน้ำตาลขนมปังกรอบเนยน้ำตาล

ส่วนผสม
  • ขนมปังสไลด์บาง 1 แถว
  • เนยเค็ม 300 กรัม 
  • น้ำตาลทรายขาว 120 กรัม
วิธีทำ
  1. นำขนมปังมาหั่นเป็นชิ้นขนาดตามชอบ เรียงใส่ถาดแล้วนำไปตากแดดประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง
  2. ใช้เครื่องตีตีเนยเค็มด้วยความเร็วกลางจนเป็นเนื้อครีมขาว 
  3. ใส่น้ำตาลทรายลงไป แล้วตีด้วยความเร็วต่ำให้ส่วนผสมเข้ากัน
  4. นำเนยและน้ำตาลที่ผสมเข้ากันดีมาทาบนหน้าขนมปัง
  5. นำเข้าเตาอบ อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง 10 – 15 นาที ปิดพัดลม
  6. พักขนมปังบนตะแกรงให้เย็น พร้อมเสิร์ฟ
5 เมนูขนมโบราณที่เรานำมาฝากกันวันนี้ ล้วนเป็นขนมยุค 90 ที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเค้กยุค 90 โดนัทโบราณ ขนมปังฝอยทอง คุกกี้เนยสด หรือขนมปังกรอบเนยน้ำตาลสุดคลาสสิก ซึ่งทุกคนสามารถหยิบยกสูตรไปลองทำตามกันได้ นอกจากจะได้ลิ้มรสความอร่อยแล้ว ยังได้ย้อนวันวานกลับไปวัยเด็กอีกครั้ง อย่างไรก็ตามถึงเมนูจะเก่าแบบ Y2K แต่ต้องใช้เครื่องครัวแบบใหม่แบบสับ ใช้เตาอบขนมที่ได้มาตรฐานสัญญายุโรปจาก Tecnogas เพื่อให้ได้ขนมคุณภาพดีแสนอร่อย และทำเมนูได้หลากหลายตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

4 วิธีย่างอาหารด้วยเตาแก๊ส ทำตามง่าย อร่อยชัวร์

4 วิธีย่างอาหารด้วยเตาแก๊ส ทำตามง่าย
อาหารยอดฮิตสำหรับงานปาร์ตี้ก็คงหนีไม่พ้นอาหารปิ้งย่าง บาร์บีคิว หมูย่าง เนื้อย่าง แต่บางครั้งก็อยากปาร์ตี้แบบง่าย ๆ ที่บ้าน ไม่อยากไปต่อคิวกินที่ร้าน สาวกของปิ้งย่างคงเกิดคำถามว่าสามารถทำอาหารปิ้งย่างด้วยเตาแก๊สได้หรือไม่ จะปลอดภัยเหมือนไปทานที่ร้านหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วเราสามารถปิ้งหรือย่างอาหารด้วยเตาแก๊สได้ ซึ่งวันนี้ Tecnogas มี 4 วิธีการย่างอาหารง่าย ๆ โดยใช้เตาแก๊สเท่านั้น ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ ไม่ยุ่งยาก ใครที่เตรียมปาร์ตี้วันหยุดยาวที่จะถึงนี้ ตามไปดูกันเลย

วิธีย่างอาหารด้วยเตาแก๊สง่าย ๆ สายปาร์ตี้ห้ามพลาด

1. วางตะแกรงย่างบนเตาแก๊ส

วางตะแกรงย่างบนเตาแก๊ส ขั้นตอนสำคัญคือการเตรียมตะแกรงย่างสำหรับย่างอาหารด้วยเตาแก๊ส โดยการเลือกตะแกรงก็มีความสำคัญ ควรเลือกตะแกรงที่มีความใหญ่กว่าหัวเตาแก๊ส โดยใช้กระดาษฟอยล์ที่ใช้สำหรับห่ออาหาร ห่อตะแกรงให้เรียบร้อยก่อนเปิดเตาแก๊สเพื่อป้องกันการซึมผ่านของน้ำมัน หรือเศษอาหารลงไปบนเตาแก๊ส นอกจากนี้ข้อดีของการห่อฟอยล์ให้กับตะแกรง จะทำให้ตะแกรงไม่สกปรก ไม่เสียเวลาทำความสะอาดหลังทำอาหารเสร็จ โดยการเปิดเตาแก๊สควรเปิดไฟเบา ๆ ก่อนวางตะแกรง หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ เร่งไฟตามต้องการ

2. ห่ออาหารด้วยฟลอยด์ก่อนย่าง

ห่ออาหารด้วยฟลอยด์ก่อนย่าง ก่อนที่จะนำอาหารไปย่างบนเตาแก๊ส ควรนำอาหารที่ต้องการย่างไปล้างให้สะอาด ทำการปรุงรสตามต้องการ จากนั้นห่ออาหารด้วยฟอยล์สำหรับห่ออาหารก่อนจะวางบนตะแกรง เพื่อไม่ให้ไฟโดนอาหารโดยตรง นอกจากนี้ฟอยล์จะช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ ให้อาหารมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ไม่แห้ง และไม่ทำให้อาหารไหม้

3. ห่ออาหารด้วยใบตองก่อนย่างห่ออาหารด้วยใบตองก่อนย่าง

มาถึงเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหารย่าง นั่นก็คือการห่ออาหารด้วยใบตองก่อนนำไปย่าง โดยคุณสามารถเลือกได้ตามต้องการว่าจะห่อด้วยฟอยล์หรือใบตอง ซึ่งการห่อใบตองนอกจากจะช่วยป้องกันอาหารจากสิ่งสกปรกแล้ว ยังป้องกันน้ำมันจากอาหาร หรือเศษอาหารตกลงไปยังหัวแก๊สโดยตรง รวมทั้งทำให้อาหารที่ย่างมีความชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นใบตอง

4. หมั่นกลับด้านอาหารสม่ำเสมอวิธีย่างเนื้อ

ขณะที่ย่างอาหาร ไม่ควรปล่อยอาหารทิ้งไว้บนตะแกรงนาน ควรหมั่นกลับด้านอาหารไปมาเพื่อให้อาหารสุกทั่วถึง และไม่ไหม้เกรียม จะเห็นได้ว่าเราสามารถใช้เตาแก๊สธรรมดาที่มีอยู่ในห้องครัวรังสรรค์เมนูย่างต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญการย่างอาหารด้วยเตาแก๊สสามารถปรับควบคุมความร้อนได้ตามต้องการ แตกต่างจากเตาถ่านที่ควบคุมความร้อนได้ยากกว่า อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าการปิ้งย่างย่อมมีควันและกลิ่นตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งทำให้เสียบรรยากาศปาร์ตี้ไม่น้อย เพื่อกำจัดปัญหาเรื่องควันและกลิ่น Tenogas พร้อมบริการเครื่องครัวอิตาลีคุณภาพอย่าง เตาแก๊สตั้งพื้น ซึ่งเป็นเตาแก๊สพร้อมเตาอบในตัว ให้คุณสามารถทำอาหารด้วยการใช้แก๊สหรือจะทำเมนูอบ ปิ้ง ย่าง อาหารในเตาอบก็ได้ เรียกได้ว่า ครบจบในเครื่องเดียว โดยไม่มีกลิ่นควันให้รำคาญ นอกจากนี้ Tecnogas ยังมีเครื่องครัวอีกหลายชนิดให้บริการ โดยเป็นเครื่องครัวที่ได้รับมาตรฐาน ปลอดภัย เป็นมิตรกับห้องครัว ยกระดับการรังสรรค์เมนูโปรดของคุณ

เมนูอาหารไทย ใช้เตาแก๊สไฟแรงเพิ่มความอร่อย!

เมนูอาหารไทยที่ใช้ไฟแรง
เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเมนูอาหารไทยบางเมนูที่ดูจะง่ายแสนง่าย แต่ทำเองทีไรก็ไม่อร่อยเหมือนที่ร้านทำ ใครเป็นแบบนี้อย่าพึ่งถอดใจ Tecnogas แอบกระซิบว่าเคล็ดลับความอร่อยของอาหารบางเมนูอยู่ที่การใช้ไฟ โดยต้องใช้ไฟแรงเพื่อความหอมอร่อยมากยิ่งขึ้น ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวบรวม 15 เมนู ที่ต้องใช้เตาแก๊สไฟแรงในการทำอาหาร บอกเลยว่ารู้เทคนิคแล้ว ทำไม่ยากแน่นอน!

15 เมนูอาหารไทยี่ต้องใช้เตาแก๊สไฟแรง

1. ผัดซีอิ๊ว

ผัดซีอิ๊ว การใช้เตาแก๊สไฟแรงระหว่างผัดซีอิ๊ว จะทำให้เส้นใหญ่ไม่ติดกระทะ และผัดซีอิ๊วมีกลิ่นหอมคั่วกระทะ วัตถุดิบ
  • เส้นใหญ่ 100 กรัม
  • หมูหรือเนื้อสัตว์ตามชอบ ⅓ ถ้วย 
  • คะน้า 3 ต้น
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว ½ ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น ตามต้องการ
วิธีทำ
  1. หั่นคะน้าเป็นท่อน ๆ เตรียมไว้ 
  2. ตั้งกระทะให้ร้อน เทน้ำมัน แล้วใส่กระเทียมบสับลงไปเจียวให้หอม จากนั้นเร่งไฟ แล้วนำเนื้อหมูลงไปผัดจนสุก
  3. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว จากนั้นใส่เส้นใหญ่ลงไปผัดให้เข้ากัน
  4. ผัดส่วนผสมทั้งหมดไปไว้ข้างหนึ่งของกระทะ แล้วตอกไข่ไป เมื่อไข่เริ่มสุกให้ยกเส้นมากลบไข่
  5. ใส่คะน้าลงไปผัดให้สุกทั่วกัน ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

2. ผักบุ้งไฟแดง

ผักบุ้งไฟแดง ผักบุ้งไฟแดง อาหารจานโปรดของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นเมนูที่ต้องใช้ไฟแรงสมชื่อไฟแดงเพราะจะทำให้ผักกรอบ หากไฟไม่แรงผักบุ้งจะเหี่ยวและหยาบไม่อร่อย วัตถุดิบ
  • ผักบุ้งจีน 1 กำ
  • น้ำตาลทราย ½  ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมปอกเปลือกทุบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกชี้ฟ้าทุบ 2 เม็ด
  • เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ตำกระเทียม และพริกชี้ฟ้า โขลกให้พอหยาบ
  2. นำผักบุ้งใส่จาน ใส่พริกกระเทียม น้ำตาลทราย เต้าเจี้ยว น้ำมันหอย และน้ำเปล่า
  3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน โดยใช้ไฟแรง จากนั้นเทส่วนผสมทั้งลงไปผัดในกระทะให้เข้ากัน จนผักบุ้งสลด เป็นอันเสร็จ

3. กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา

กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา มาถึงอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตที่ต้องมีทุกร้านอย่าง กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา เมนูปราบเซียนที่ดูเหมือนง่าย แต่ทำทีไรก็ไม่อร่อยเหมือนที่ร้าน เพราะมีเคล็ดลับเด็ดคือการใช้ไฟแรงขณะผัด จะทำให้ผักสุกแต่ยังมีความกรอบ และได้กลิ่นหอมของกระทะ วัตถุดิบ
  • กะหล่ำปลี 1 หัว
  • กระเทียมไทยบุบ 4 หัว
  • น้ำปลาแท้ 4 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. แกะกะหล่ำปลีเป็นใบ ๆ แล้วนำไปล้างให้สะอาด
  2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วนำกระเทียมลงไปผัดให้หอม
  3. ใส่ใบกะหล่ำปลีตามลงไป ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยคลุกเคล้ากะหล่ำปลีให้เข้ากับน้ำมัน ขั้นตอนนี้จะใช้ไฟแรง
  4. เกลี่ยกะหล่ำปลีให้อยู่กลางกระทะ จากนั้นเหยาะน้ำปลาที่ขอบกระทะให้รอบ ๆ โดยไม่ให้โดนกะหล่ำปลี
  5. รอจนน้ำปลาแห้งติดกระทะและส่งกลิ่นหอม จากนั้นนำกะหล่ำปลีไปคลุกเคล้ากับน้ำปลารอบ ๆ ขอบกระทะ เป็นอันเสร็จ

4. ผัดขี้เมา

ผัดขี้เมา ผัดขี้เมา เมนูที่อุดมไปด้วยสมุนไพรที่ผัดทีไรก็หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน โดยจะใช้ไฟแรงในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี และได้กลิ่นหอมของสมุนไพรและกลิ่นกระทะ วัตถุดิบ
  • เนื้อสัตว์ตามชอบ 150 กรัม
  • กระเทียมสับ ½ หัว
  • กระชายหั่นละเอียด 50 กรัม
  • ข้าวโพดอ่อน 5 ฝัก
  • พริกชี้ฟ้าแดง 4 เม็ด
  • พริกไทยสด 3 พวง
  • ใบมะกรูด 4-5 ใบ
  • น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน โดยใช้ไฟร้อนปานกลาง จากนั้นใส่พริก กระเทียมสับ และกระชายลงไปผัดจนหอม
  2. ใส่ข้าวโพดอ่อน และเนื้อสัตว์ตามลงไปผัดจนเกือบสุก
  3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำมันหอย และน้ำปลา ตามด้วยใส่ใบมะกรูดและพริกไทยสด
  4. ปรับไฟให้แรงขึ้น แล้วผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันอย่างรวดเร็ว เป็นอันเสร็จพร้อมเสิร์ฟร้อน ๆ

5. ผัดผัก

ผัดผัก ผัดผัก เมนูย่อยง่าย อร่อย และได้ประโยชน์ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องใช้ไฟแรงในการผัด เพื่อให้ผักกรุบกรอบ เคี้ยวง่าย วัตถุดิบ
  • ผักรวมตามชอบ 400 กรัม
  • กระเทียมบุบ 2-3 กลีบ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. นำผักไปลวกในน้ำเดือด แล้วนำไปแช่น้ำเย็นเพื่อความกรอบ
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน โดยใช้ไฟแรงเพื่อให้น้ำมันเซ็ตตัว หลังจากนั้นปรับเป็นไฟกลาง แล้วนำกระเทียมบุบลงไปผัดจนได้กลิ่นหอม
  3. นำผักลวกลงไปผัดในกระทะ และเติมน้ำเล็กน้อย
  4. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทรายจนได้รสตามชอบ คนให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

6. ปีกไก่ทอด

ปีกไก่ทอด ปีกไก่ทอด เมนูแทะเพลินที่ใคร ๆ ก็ตกหลุมรัก ต้องใช้ไฟแรงขณะที่ไก่เริ่มสุกเพื่อให้ไก่ไม่อมน้ำมัน กรอบนอก นุ่มใน วัตถุดิบ
  • ปีกไก่บน 300 กรัม
  • ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. หมักไก่โดยคลุกเคล้ากับผงปรุงรสและเกลือให้เข้ากัน
  2. ตั้งน้ำมันให้เดือด แล้วนำปีกไก่ที่หมักแล้วเทลงไป
  3. ขณะทอดไก่ให้ใช้ไฟกลาง เมื่อใกล้สุกให้เร่งไฟให้แรงเพื่อไล่น้ำมัน จากนั้นปิดไฟพร้อมเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บ

7. ผัดหอยลาย

ผัดหอยลาย ผัดหอยลาย เมนูอร่อยจัดจ้าน ที่ต้องใช้ไฟแรงในการผัดเพื่อให้ความร้อนแผ่ไปทั่วกระทะอย่างทั่วถึง ทำให้พระเอกของจานอย่างหอยลายสุกเร็วขึ้น และสุกอย่างทั่วถึง วัตถุดิบ
  • หอยลายสด 500 กรัม
  • ใบโหระพา 30 กรัม
  • กระเทียมสับละเอียด 1 หัว
  • พริกชี้ฟ้า 1-2 ถ้วย
  • พริกขี้หนูบุบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. นำหอยลายมาล้างให้สะอาด และพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมกับพริกขี้หนูด้วยไฟกลางจนมีกลิ่นหอม แล้วใส่น้ำพริกเผาลงไปผัดให้เข้ากัน
  3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา ซอสหอยนางรม 
  4. เร่งไฟแรง แล้วใส่หอยลายลงไปผัดจนสุก ใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าลงไปผัดให้ผักสลด ปิดเตาแก๊สพร้อมเสิร์ฟได้เลย

8. ข้าวผัด

ข้าวผัด ข้าวผัด เมนูถูกปากของใครหลาย ๆ คน รู้หรือไม่ว่าเคล็ดลับความอร่อยของจานนี้คือการใช้ไฟแรงผัดข้าว เพื่อให้ข้าวร่วนดี มีกลิ่นหอมกระทะนั่นเอง วัตถุดิบ
  • ข้าวสวย 400 กรัม
  • มันหมูแข็ง 80 กรัม
  • เต้าหู้เนื้อแข็ง 90 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กระเทียมสับ 2 กลีบ
  • หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวไชโป๊สับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำพริกเผา 1½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะไฟอ่อน นำมันหมูแข็งลงไปเจียวจนน้ำมันออกจากมันหมู แล้วพักไว้จนสะเด็ดน้ำมัน
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันที่ได้จากการเจียวหมู พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่เต้าหู้ลงไปผัดจนเต้าหู้มีสีน้ำตาลสวย ตักขึ้นพักไว้
  3. นำกระเทียมซับ หอมแดงซอย และหัวไชโป๊สับ ลงไปผัดต่อในกระทะเดิม
  4. ใส่ไข่ไก่ลงไปยีให้แตกทั่วทั้งกระทะ เมื่อไข่เริ่มสุกให้ใส่ข้าวลงไป ใช้ไฟแรงผัดต่อ
  5. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำพริกเผา และน้ำปลาจนได้รสชาติที่พอใจ
  6. ใส่เต้าหู้ที่พักไว้ตามลงไป ผัดให้เข้ากันดี ตักใส่จานโรยด้วยกากหมูเจียวพร้อมเสิร์ฟ

9. ไข่เจียว

ไข่เจียว มาถึงเมนูโปรดของทุกเพศทุกวัยอย่าง ไข่เจียว เคล็ดลับความอร่อยของไข่เจียว คือการใช้ไฟแรงให้น้ำมันร้อน เพื่อให้ได้ไข่เจียวที่ฟูสวย ไม่อมน้ำมัน น่ารับประทาน วัตถุดิบ
  • ไข่ไก่ 2-3 ฟอง
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. ตอกไข่ใส่ถ้วย ปรุงรสด้วยน้ำปลา แล้วตีไข่ให้เข้ากัน
  2. ใช้หม้อในการทอดแทนกระทะ โดยเทน้ำมันลงหม้อ ใช้เตาแก๊สไฟแรงให้ร้อนจนควันขึ้น
  3. เทไข่ลงกระทะ ใช้ไฟกลางจนไข่เริ่มเซ็ตตัวให้พลิกด้านทอดเพื่อให้กรอบฟูทั่วแผ่น
  4. เมื่อไข่สุกให้ใช้ไฟแรงเพื่อไล่น้ำมัน จากนั้นยกพักให้สะเด็ดน้ำมันพร้อมเสิร์ฟ

10. ผัดกะเพรา

ผัดกะเพรา ผัดกะเพรา เมนูยอดฮิตประจำร้านอาหารตามสั่ง เคล็ดลับตอนผัดคือต้องใช้ไฟแรงเพื่อให้มีกลิ่นหอมพริกกระเทียมและใบกะเพรา วัตถุดิบ
  • หมูสับ 2 ขีด
  • กระเทียมไทย 1-2 หัว 
  • พริกแดง 9 เม็ด หรือตามระดับความเผ็ดที่ชอบ
  • น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วดำ ½ ช้อนชา
  • ใบกะเพรา 1 กำมือ
วิธีทำ
  1. นำพริกแดงและกระเทียมไทยมาโขลกให้เข้ากัน
  2. ตั้งกระทะไฟค่อนไปทางแรง ใส่น้ำมัน แล้วนำพริกกระเทียมลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม
  3. ใส่หมูสับตามลงผัด ใส่น้ำเปล่าตามลงไป
  4. ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และซีอิ๊วดำจนได้รสตามชอบ
  5. เร่งไฟแรง ใส่ใบกระเพราลงไปผัดเร็ว ๆ แล้วปิดไฟทันที พร้อมเสิร์ฟคู่ข้าวสวยร้อน ๆ

11. กากหมูกรอบ

กากหมูกรอบ เคยสงสัยไหมว่าทำไมกากหมูกรอบตามร้านก๋วยเตี๋ยวมันกรุบกรอบ และเคี้ยวเพลินขนาดนี้ เพราะใช้ไฟแรง และลงทอดในน้ำมันร้อนจัด ทำให้ได้กากหมูกรอบแสนอร่อย วัตถุดิบ
  • เนื้อหมูสามชั้นติดมัน
  • เกลือ
  • พริกไทย
วิธีทำ
  1. หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นพอดีคำ คลุกเนื้อหมูด้วยเกลือ แล้วนำไปล้างด้วยน้ำเพื่อล้างเมือกสีขาวบนเนื้อหมู
  2. ปรุงรสเนื้อหมูด้วยเกลือและพริกไทย หมักทิ้งไว้ 15-20 นาที
  3. ตั้งกระทะ ใช้ไฟต่ำ นำเนื้อหมูลงไปเจียวจนน้ำมันหมูออก โดยเจียวประมาณ 1-2 ชั่วโมงจนเนื้อหมูหดตัว และได้น้ำมันเกือบท่วมเนื้อหมู
  4. นำเนื้อหมูออกมาพักประมาณ 1 ชั่วโมง
  5. ตั้งกระทะเตรียมทอดครั้งที่สอง โดยใช้น้ำมันที่เจียวได้ เปิดไฟแรงจนน้ำมันร้อนจัด 
  6. นำเนื้อหมูลงไปทอดจนได้สีสวย จากนั้นให้ใช้ไฟกลาง ทอดจนเหลืองกรอบ เป็นอันเสร็จ

12. ไข่ดาวกรอบ

ไข่ดาวกรอบ ไข่ดาวกรอบ เมนูง่าย ๆ แต่จะทำให้กรอบอร่อย แต่ไม่ไหม้ ไม่ง่ายเลย เคล็ดลับคือต้องใช้ไฟแรงทอดตลอด เพื่อให้ไข่ขาวกรอบ ไข่แดงไม่สุกจนเกินไป วัตถุดิบ
  • ไข่สด เพราะจะทำให้ไข่ขึ้นฟูสวยกว่าไข่เก่า
วิธีทำ
  1. ตอกไข่ใส่ถ้วยเตรียมไว้
  2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ใช้ไฟแรง
  3. เมื่อน้ำมันร้อน ให้ลดไฟเหลือไฟกลาง
  4. ค่อย ๆ เทไข่ลงไปในกระทะ จากนั้นใช้ตะหลิวหมุนไข่ไปเรื่อย ๆ 
  5. เมื่อไข่สีเหลืองทองให้กลับด้าน และใช้ตะหลิวหมุนไข่ไปเรื่อย ๆ จนมีสีเหลืองทอง เป็นอันเสร็จ

13. สารพัดเมนูผัดเผ็ด

สารพัดเมนูผัดเผ็ด เอาใจคนรักอาหารรสชาติจัดจ้านถึงเครื่องพริกแกงอย่างเมนูผัดเผ็ด ซึ่งเป็นเมนูที่ต้องใช้ไฟแรงในการผัดตอนท้ายในระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนปิดไฟ เพื่อให้มีกลิ่นหอมไปทั่วทั้งบ้าน วัตถุดิบ
  • เนื้อสัตว์ตามชอบ 500 กรัม
  • พริกแกงเผ็ด 2 ½ ช้อนโต๊ะ
  • ใบกะเพรา 10 กรัม
  • ใบมะกรูด 3 กรัม
  • พริกชี้ฟ้าแดง 20 กรัม
  • พริกไทยอ่อน 15 กรัม
  • น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า
วิธีทำ
  1. หั่นเนื้อสัตว์ให้เป็นชิ้นพอดีคำ
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วนำพริกแกงเผ็ดลงไปผัดจนกลิ่นหอม
  3. ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดกับพริกแกง เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยพอขลุกขลิก
  4. ปรุงรสชาติด้วยน้ำปลา น้ำตาลทรายจนได้รสชาติตามชอบ
  5. ขั้นตอนสุดท้ายใส่พริกชี้ฟ้า พริกไทยอ่อน ใบกะเพรา และใบกรูดตามลงไป เร่งไฟแรง ผัดให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

14. สารพัดเมนูผัดฉ่าสารพัดเมนูผัดฉ่า

ผัดฉ่า เมนูสุดท้ายที่รสจัดถึงใจไม่แพ้ผัดเผ็ด เคล็ดลับความอร่อยคือการใช้ไฟแรง วัตถุดิบ
  • เนื้อสัตว์ตามชอบ 300 กรัม
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • กระชายซอย ¼ ถ้วย
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยสด ตามชอบ
  • พริกสด ตามชอบ
  • ใบมะกรูด ตามชอบ
วิธีทำ
  1. ล้างเนื้อสัตว์ให้สะอาด
  2. ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมัน ตามด้วยพริกสับและกระเทียมสับลงไปผัด
  3. ใส่กระชายซอย พริกไทยสด พริกสด และใบมะกรูดตามลงไป จากนั้นผัดให้พอเข้ากัน
  4. ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมันหอย และน้ำตาลทรายจนได้รสตามชอบ เร่งไฟแรงและผัดเร็ว ๆ ให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

15. คะน้าหมูกรอบ

คะน้าหมูกรอบ มาถึงเมนูสุดท้ายกันแล้วกับ คะน้าหมูกรอบ เมนูยอดฮิตประจำร้านข้าวต้มที่ต้องใช้ไฟแรงในการผัดเพื่อให้ผักคะน้าสุกกรอบ หอมกลิ่นกระทะ วัตถุดิบ
  • คะน้า 400 กรัม
  • กระเทียมทุบ 20 กรัม
  • พริกแดงจินดา 10 กรัม
  • หมูกรอบ 150 กรัม
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1 – 2 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 1 – 2 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 1 – 2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. นำคะน้าไปล้างให้สะอาด เด็ดแยกใบและก้าน
  2. ใส่หมูกรอบ พริกแดงจินดา น้ำมันหอย น้ำปลา พริกไทยป่น น้ำเปล่า กระเทียมทุบ และก้านคะน้าลงในจานเตรียมไว้
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ไฟแรงจัด 
  4. เมื่อกระทะร้อนให้ใส่ส่วนผสมทุกอย่างที่เตรียมไว้ลงไป
  5. ผัดเร็วให้เข้ากันจนก้านคะน้าสุก จากนั้นใส่ใบคะน้าตามลงไป ผัดให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ
จบไปแล้วกับ 15 เมนูไฟแรงที่เรานำมาฝากกัน สามารถลองเอาไปทำตามกันได้ แต่อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของความอร่อยคือ การใช้ไฟแรงจากเตาแก๊สเท่านั้น ดังนั้นจึงควรเลือกเตาแก๊สที่มีคุณภาพ สามารถให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ Tecnogas มีบริการจำหน่ายเตาแก๊สสำหรับประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเตาสุดฮิตสำหรับครัวไทยอย่างเตาแก๊ส 2 หัวไฟแรงแบบตั้งโต๊ะ เตาแก๊สแบบฝังเฟอร์นิเจอร์สำหรับผู้ที่ชอบความหรูหราและสวยงาม ซึ่งให้ไฟแรงไม่แพ้กัน และเตาอินฟาเรดสำหรับชาวคอนโดที่ชื่นชอบการทำอาหารไทย เรียกได้ว่ามีครบจบที่ Tecnogas

5 เมนูวันสงกรานต์ กินแล้วเฮงต้อนรับปีใหม่ไทย

5 เมนูมงคลวันสงกรานต์
เทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาแล้ว! เชื่อว่าหลายคนคงนับวันรอให้ถึงวันสงกรานต์เร็ว ๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนในครอบครัวได้กลับมารวมตัวพร้อมหน้าพร้อมกัน ปีใหม่ไทยทั้งทีนอกจากทำบุญไหว้พระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพรแล้ว อย่าลืมจัดเมนูมงคล เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี ใครที่กำลังเตรียมเมนูวันสงกรานต์ทำทานที่บ้าน วันนี้ Tecnogas ได้รวบรวม 5 เมนูอาหารมงคลเพื่อเสริมความเฮงทั้งครอบครัว

5 เมนูอาหารมงคลสำหรับเทศกาลสงกรานต์

1. ผัดไทยเส้นจันท์

เริ่มด้วยเมนูมงคลที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานอย่าง ผัดไทยเส้นจันท์ เป็นอาหารจานเส้น ซึ่งสื่อความหมายว่ามีอายุมั่นขวัญยืน ชีวิตเจริญก้าวหน้า ทำอะไรก็ราบรื่น ไม่มีอุปสรรค ไม่ขาดตอนเหมือนเส้นจันท์ที่เหนียวนุ่มไม่ขาดออกจากกัน อีกทั้งในผัดไทยยังประกอบด้วยถั่วงอก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงาม การรับประทานผัดไทยเส้นจันท์เป็นเมนูวันสงกรานต์ จึงเหมือนเป็นการอวยพรให้ชีวิตตนเองมีแต่ความเป็นมงคล หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า

2. ลาบ

ลาบ อาหารพื้นบ้านที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก หาทานง่ายและมักพบเห็นตามงานเทศกาล งานบุญ งานบวช หรืองานมงคลต่าง ๆ เพราะนอกจากจะมีรสชาติอร่อยจัดจ้าน ถึงเครื่อง และจัดเต็มเรื่องสมุนไพรซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังจัดเป็นเมนูมงคลสำหรับคนไทย เนื่องจากคำว่า ลาบ พ้องเสียงกับคำว่า ลาภ ซึ่งหมายถึง ลาภยศ โชคลาภ จึงเชื่อกันว่ากินแล้วจะได้โชคได้ลาภ ดังนั้นสงกรานต์ที่จะถึงนี้ห้ามกับเมนูลาบ ทานกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยถูกใจแถมเสริมความเป็นมงคลอีกด้วย

3. ผัดถั่วงอก

ผัดถั่วงอก ใครกำลังมองหาเมนูสงกรานต์นี้ ต้องมี ผัดถั่วงอก ในลิสต์เลย เมนูง่าย ๆ ที่มีถั่วงอกเป็นพระเอก แต่เต็มไปด้วยความเป็นสิริมงคล เพราะถั่วงอกเป็นสัญลักษณ์ของการเจริญงอกงาม ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หากทำการค้าขายก็จะร่ำรวยเงินทอง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย วัตถุดิบหาง่าย แนะนำตอนผัดให้เร่งเตาแก๊สให้ไฟแรง ถั่วงอกจะสุกกรอบ และมีความหอมของก้นกระทะ สงกรานต์นี้ต้องจัดแล้ว

4. เมนูเต้าหู้

เมนูเต้าหู้ เต้าหู้ ในภาษาจีนกลาง คือคำว่า “โต ฟู ฟู” แปลว่า บุญ ซึ่งคำว่า “ฟู” คล้องกับคำว่า “ซิ่งฝู” ที่หมายถึง ความสุข ดังนั้นเต้าหู้จึงเป็นวัตถุดิบที่เป็นมงคลสำหรับชาวจีน แต่ในไทยก็ทานเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลได้เช่นกัน โดยนิยมมาเป็นส่วนประกอบของเมนูต่าง ๆ เช่น ผัดถั่วงอกเต้าหู้ แกงจืดเต้าหู้ หรือทำเป็นเต้าหู้ทอดธรรมทานก็ได้ เชื่อว่าทานแล้วจะเป็นมงคลต่อชีวิต นำมาซึ่งความสุขและความร่ำรวย และยังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี เข้ากับทุกเมนูกินได้ทั้งบ้านไม่มีเบื่อ

5. เมนูปลา

เมนูปลา ปลา ในภาษาจีนออกเสียงว่า “หยูวี้” หมายถึง เหลือใช้ ยังมีอยู่ จึงเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ มีเงินเก็บเหลือกินเหลือใช้ตลอดทั้งปี จึงนิยมนำปลามาปรุงอาหารเพื่อเสริมให้ชีวิตมั่งคั่ง อยู่ดีกินดีตลอดปีและตลอดไป โดยปลาสามารถทำได้หลายเมนู ทั้งทอด นึ่ง ต้ม โดยปลาต้องมีหัวและหางครบ เพื่อสื่อถึงการเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ดีในปีนั้น ยกตัวอย่างเมนูปลา เช่น ปลาลุยสวน ปลานึ่งซีอิ๊ว ปลาทอดราดซอส เป็นต้น เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 เมนูวันสงกรานต์ เรียกได้ว่าเป็นเมนูมงคลที่ทำทานง่าย ได้ประโยชน์ และยังเสริมความเป็นมงคลรับปีใหม่ไทย และแน่นอนว่าการจะทำอาหารมงคลได้สำเร็จ ก็ต้องมาพร้อมกับเครื่องครัวดี ๆ ได้มาตรฐาน ที่ Tecnogas มีเครื่องครัวคุณภาพดีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาอบ เพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ให้สงกรานต์นี้คุณรังสรรค์มื้ออาหารได้อร่อยและปลอดภัย

แนะนำวิธีล้างกระทะไหม้เปลี่ยนให้สะอาดใสปิ๊ง

วิธีล้างกระทะไหม้ให้สะอาดใสปิ๊ง
เวลาเข้าครัวมักจะต้องใช้กระทะเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร ซึ่งต้องบอกว่าบางทีการทำอาหารจะมีเศษอาหารและความมันติดอยู่ที่กระทะ ขัดแล้วขัดอีกก็ยากเกินจะขัดไว งานนี้หากใครมีปัญหาเรื่องกระทะไหม้ ก็สามารถมาตามอ่านวิธีล้างกระทะไหม้ ที่ต้องบอกเลยว่าแต่ละวิธีอีซี่มากๆ ใช้เวลาไม่นาน ไม่เปลืองแรง แถมตัวช่วยในการขัดกระทะให้วิ้งยังสามารถหาซื้อได้ง่ายด้วย ว่าแต่มีอะไรบ้างมาดูกัน วิธีล้างกระทะไหม้ให้สะอาด

รวม 7 วิธีล้างกระทะไหม้ด้วยสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในครัว

1. มันฝรั่ง

สำหรับใครที่มีมันฝรั่งอยู่ในครัวอยู่แล้วก็สามารถนำมาเป็นวิธีล้างกระทะไหม้ที่ไหม้ได้เหมือนกัน ก่อนอื่นหั่นมันฝรั่งเป็นครึ่งลูก จากนั้นให้ใช้เบกเกิ้งโซดาทั่วบริเวณกระทะที่ไหม้ แล้วค่อยนำมันฝรั่งที่ผ่าครึ่งแล้วขัดไปเรื่อยๆ เมื่อขัดทั่วแล้วก็ทิ้งไว้สักพักก่อน แล้วจะสามารถล้างคราบไหม้ให้สะอาดเนี้ยบได้อย่างแน่นอน

2. เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู

วิธีล้างกระทะไหม้ที่นิยมใช้กันบ่อยและสามารถเห็นผลได้จริงคือการนำเบกกิ้งโซดามาผสมกับน้ำส้มสายชูให้มีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้น แล้วทาทิ้งไว้เป็นเวลา 1 วัน แล้วนำเบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูมาใส่อีกขัดจากนั้นจึงค่อยขัดออก ซึ่งวิธีนี้จะทำให้การขัดกระทะที่ไหม้ให้ง่ายมากยิ่งขึ้น

3. น้ำร้อนและเบกกิ้งโซดา

อีกวิธีหนึ่งที่เหมาะแก่การล้างกระทะทั้งใบ นั่นก็คือการนำน้ำร้อนจัดๆ ใส่ถังที่สามารถแช่กระทะได้ทั้งใบ จากนั้นก็โรยด้วยเบกกิ้งโซดา 5 ข้อโต๊ะ คนให้เข้ากับน้ำจนได้ที่ แล้วหลังจากนั้นทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงไปจนถึงหนึ่งชั่วโมง แล้วจึงนำมาขัดต่อ วิธีนี้จะช่วยทำให้การขัดคราบไหม้ทั้งภายนอกและภายในกระทะง่ายยิ่งขึ้น

4. ซอสมะเขือเทศ

วิธีล้างกระทะไหม้ที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยนั่นก็คือการนำซอสมะเขือเทศ ที่ตัวมะเขือเทศมีฤทธิ์เป็นกรด จึงทำให้คราบไหม้ที่ติดกระทะออกได้โดยง่าย โดยสามารถเริ่มจากเทซอสให้ทั่วทิ้งไว้ให้มากกว่า 10 นาทีกรณีที่คราบฝังแน่น จากนั้นค่อยขัดแล้วล้างออก วิธีล้างกระทะไหม้ให้สะอาดด้วยเกลือ

5. น้ำส้มสายชูกับเกลือ

ถ้าหากบ้านในไม่มีเบกกิ้งโซดา ก็สามารถเปลี่ยนวิธีในการล้างกระทะที่ไหม้ ด้วยการใช้น้ำส้มสายชูกับเกลือได้ โดยเริ่มจากนำสองอย่างนี้มาผสมให้เป็นเนื้อเกล็ดๆ จากนั้นก็ให้นำฟองน้ำมาขัดทูบริเวณที่ไหม้ให้สะอาด ซึ่งอันนี้ไม่ต้องรอเวลาแต่อย่างใด สามารถทำการขัดได้เลย

6. น้ำร้อนและน้ำยาล้างจาน

อีกวิธีสุดแสนเบสิคที่คนนิยมใช้บ่อย นั่นก็คือการต้มน้ำร้อนแล้วนำมาผสมกับน้ำยาล้างจาน และราดลงกระทะในจุดนี้แนะนำว่าให้แช่ไปสักพัก เพราะเห็นคราบเริ่มหลุดลอก รวมทั้งไขมันลอยตัว ก็สามารถทำการขัดถูได้ ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับกระทะที่มีคราบไม่ติดฝังแน่น แต่ถ้าฝังแน่นให้เพิ่มขั้นตอนโรยเบกกิ้งโซดาตามลงไปก่อนการขัด

7. แป้งสาลีและน้ำส้มสายชู

สำหรับวิธีล้างกระทะไหม้  วิธีสุดท้ายที่อยากจะแนะนำก็คือการใช้แป้งสาลีและน้ำส้มสายชู คือการนำสิ่งสองสิ่งนี้ในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เทลงบนคราบให้ทั่วจากนั้นก็ค่อยใช้ฟองน้ำในการเช็ดถูกทำความสะอาดเบื้องต้น แล้วให้ต้มน้ำร้อนพร้อมใส่น้ำยาล้างจานเพื่อช่วยในการล้างให้ออกง่ายยิ่งขึ้น วิธีล้างกระทะไหม้ด้วยแป้งสาลีและน้ำส้มสายชู สำหรับ 7 วิธีล้างกระทะไหม้ที่ได้แนะนำไปบอกเลยว่าสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ หมดห่วงเรื่องล้างกระทะไม่ออกอย่างแน่นอน แต่ทางที่ดีการทำอาหารควรเป็นอะไรที่ง่ายๆ ไม่ต้องกลัวเรื่องการติดกระทะ หรือในเรื่องของการทำความสะอาดที่ยากมากเกินไป เพียงแค่ลองมาใช้เครื่องครัวจากทาง Tecnogas ก็สามารถเคลียร์ปัญหาได้หลายอย่าง เพราะทางแบรนด์มีเตาไฟฟ้าที่สามารถควบคุมความร้อนลดการติดกระทะ หรือแม้แต่เครื่องล้างจานที่เปลี่ยนงานยากๆ ให้เป็นเรื่องง่ายๆ ได้

สูตรไก่ทอดเกาหลีอร่อยมัดใจอปป้าอยู่หมัด

แจกสูตรไก่ทอดเกาหลี

ความอร่อยรสเด็ดที่โด่งดังไปทั่วโลก เห็นได้ตามซีรีส์เกาหลีหลายเรื่อง นั่นก็คือไก่ทอดเกาหลี ที่ต้องบอกเลยว่าคนไทยชื่นชอบทานมาก เพราะรสชาติมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีทั้งรสหวาน รสเค็ม และเผ็ด งานนี้ใครเป็นสายเข้าครัวอยากหา สูตรไก่ทอดเกาหลี มาลองทำเองดูสักหน่อยก็น่าสนใจไม่น้อย โดยสูตรที่จะแนะนำต่อไปนี้บอกว่าสามารถทำได้จริง และการันตีความอร่อยอีกด้วย ตามไปอ่านวิธีการทำไก่ทอดเกาหลีกันเลยดีกว่า

แนะนำสูตรไก่ทอดเกาหลี

แนะนำสูตรไก่ทอดเกาหลี

ความอร่อยสไตล์เกาหลี สูตรไก่ทอดเกาหลี นับว่าเป็นความอร่อยที่สุดแล้ว เริ่มแรกจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมวัตถุดิบให้ครบก่อนลงมือทำทั้งในส่วนของวัตถุดิบต่างๆ ห้ามขาด ห้ามเกิน เตรียมให้พร้อมตามปริมาณที่ได้แนะนำไปด้านล่าง แต่ถ้าหากจะเพิ่มหรือลดก็สามารถทำได้โดยการเปลี่ยนปริมาณทุกอย่าง โดยส่วนผสมที่จำเป็นต้องใช้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ส่วนผสมของสูตรไก่ทอดเกาหลี 

  • น่องไก่หรือปีกไก่ จำนวน 2 กิโลกรัม
  • ไข่ไก่ 1 – 2 ฟอง
  • แป้งชุบทอด 1 ถ้วย
  • แป้งมัน 1 ถ้วย
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
  • เกลือป่น
  • พริกไทยป่น
  • กระเทียมป่น
  • น้ำมันพืช 

ส่วนผสมสำหรับทำซอสไก่เกาหลี 

  • โคชูจัง 2/4 ถ้วย
  • ซอสมะเขือ 2/3 ถ้วย
  • น้ำผึ้ง 2/3 ถ้วย
  • น้ำส้มสายชูแอปเปิล 2 ช้อนชา
  • กระเทียม 4 – 5 กลีบ
  • งาขาว

ขั้นตอนทำไก่ทอดเกาหลี

ขั้นตอนการทำไก่ทอดเกาหลี

ต่อมาจะเป็นการแนะวิธีการทำไก่ทอดเกาหลี ที่สามารถกล้าการันตีความอร่อย เพราะสูตรไก่ทอดเกาหลี ที่เลือกใช้ถูกอกถูกใจมาแล้วหลายๆ คน ขั้นตอนอาจจะดูซับซ้อนสักหน่อย หลักๆ ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกน่องไก่หรือปีกไก่ที่จะทอด และอีกส่วนคือน้ำซอสสำหรับเคลือบปีกไก่ โดยลำดับขั้นตอนสามารถทำตามด้านล่างได้ต่อไปนี้

  1. นำน่องไก่หรือปีกไก่ที่เตรียมไว้มาล้างด้วยน้ำให้สะอาด เมื่อล้างเสร็จแล้วนำมาใส่ชามขนาดใหญ่เพื่อเตรียมการหมัก
  2. จากนั้นให้ทำการปรุงรสด้วยการใส่เกลือป่น พริกไทย กระเทียมป่นลงไปในชามคลุกเคล้าให้ทั่วถึง และหมักอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้เครื่องปรุงซึมซับ
  3. ในส่วนต่อมาจะมาทำน้ำซอสกันก่อน โดยเริ่มจากนำกระเทียมที่ได้มีการเตรียมเอาไว้มาสับให้ละเอียด แล้วนำไปเจียวบนกระทะ
  4. กระเทียมที่เจียวเสร็จแล้วให้นำซอสมะเขือเทศ น้ำผึ้ง โคชูจัง และน้ำส้มสายชูแอปเปิลลงไปตามจำนวนที่ได้มีการระบุไว้ ลงคลุกเคล้าให้เข้ากับกระเทียม พอได้เนื้อเข้มข้นก็สามารถปิดเตาได้
  5. หลังจากหมักไก่ประมาณ 30 นาทีแล้ว ให้นำไข่ไก่ตอกเข้าไปคลุกเคล้าให้เข้ากันกับน่องไก่หรือปีกไก่
  6. ต่อมาให้นำแป้งชุบทอด แป้งมัน ผงฟู นำไปคลุกเคล้ากับตัวน่องไก่หรือปีกไก่ โดยจะต้องผสมทั้งสามอย่างให้ละเอียด และทำให้น่องไก่หรือปีกไก่มีสีขาวที่เต็มไปด้วยแป้งต่างๆ
  7. ทีนี้ทำการเทน้ำมันพืชลงบนกระทะสำหรับทอด โดยใช้ไฟที่ไม่แรง จากนั้นก็นำน่องไก่หรือปีกไก่ไปทอดประมาณ 10 นาที แล้วนำขึ้นมา เอาน้ำมันออกจากไก่ให้ได้มากที่สุด ทิ้งไว้ 10 นาที
  8. จากนั้นให้ทำแบบเดิมกับข้อ 7 อีกครั้งหนึ่ง โดยไก่จะต้องให้เห็นสีสุกเหลืองๆ ของแป้งแล้ว
  9. นำส่วนผสมที่ได้ทำไว้ขึ้นตั้งบนเตา แล้วก็เอาน่องไก่หรือปีกไก่ที่ทอดเสร็จแล้ว นำไปคลุกเคล้ากับกระทะให้ทั่วที่สุด จากนั้นก็โรยงาขาว พร้อมเสิร์ฟรับประทานได้เลย

แจกสูตรไก่ทอดเกาหลีง่าย

พออ่านกันจบแล้วเชื่อเลยว่าหลายๆคน คงจะอยากนำสูตรไก่ทอดเกาหลีมาให้อปป้า คนในครอบครัว หรือเพื่อนมาลองทานกันสักครั้งหนึ่ง รับรองว่างานนี้มีแต่ความอร่อย ไม่ต้องกลัวว่าไก่จะไม่กรอบหรือชุ่มด้วยน้ำมันเกินไปเพียงแค่เลือกใช้เตาไฟฟ้า ที่สามารถปรับระดับความร้อนได้ตามที่ใจต้องการ สำหรับใครที่ยังมือใหม่หัดเข้าครัวการเลือกใช้เตาไฟฟ้าจะช่วยทำให้คุณทำอาหารได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

แนะนำ 8 เมนูอกไก่ง่ายๆ อร่อยได้ไม่มีเบื่อ รสชาติเด็ด

รวม 8 เมนูอกไก่ง่ายๆ
สำหรับใครที่เป็นสายเฮลตี้การเลือกทานโปรตีนนับเป็นสิ่งสำคัญและไม่ควรขาด โดยเมนูส่วนใหญ่ที่สายเฮลตี้ชอบทานมักจะเป็นเมนูอกไก่ง่ายๆ ที่ต้องบอกเลยว่าสามารถรังสรรค์อาหารได้หลากหลาย จะมาในแบบสไตล์ฝรั่ง สไตล์ไทย สไตล์จีนๆ ก็สามารถสร้างรสชาติสุดพิเศษที่เพิ่มความอร่อยให้กับจานนั้นๆ ได้ ว่าแต่มีเมนูอะไรบ้างนั้น สามารถตามอ่านไปพร้อมๆ กันได้เลย

รวมเมนูอกไก่ง่าย ๆ คลีนๆ ที่สายเฮลตี้ต้องไม่พลาด

เมนูอกไก่ง่าย ๆ ทานคู่กับมันฝรั่ง

อกไก่ผัดมันฝรั่ง

เมนูแรกอย่างอกไก่ผัดมันฝรั่งเป็นที่ถูกปากถูกใจใครหลายคน วิธีทำเริ่มจากนำเนื้ออกไก่หั่นบางๆ หมักซอสให้อร่อยโดยใช้ซอสหอยนางรม น้ำปลา และน้ำตาลทราย จากนั้นแช่เย็นประมาณ 20 นาที จากนั้นให้มาทำในส่วนของมันฝรั่งและแครอทเอาไปต้มให้สุกไม่มาก ในส่วนสุดท้ายทำการตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช ตามด้วยกระเทียม เนื้อไก่ มันฝรั่ง แครอทนำมาผัดให้เข้ากัน พร้อมปรุงรสให้เรียบร้อย

เกี๊ยวน้ำไก่แดง

เมนูอกไก่ง่ายๆ อย่างเกี๊ยวน้ำไก่แดง เริ่มจากการทำน้ำซุปก่อน โดยใช้น้ำเปล่าในการต้มใส่แครอท หัวไชเท้า รากผักชี พร้อมกับซอสปรุงรสอย่างหอยนางรม รวมทั้งน้ำปลา ในส่วนต่อมาให้ทำอกไก่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ โดยจะต้องหมักด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันงา รากผักชี กระเทียม พริกไทยข้ามคืน จากนั้นนำมาห่อแผ่นเกี๊ยว นำไปต้มให้สุก แล้วจากนั้นก็สามารถเสิร์ฟโดยการราดซุปโรยผักชีได้เลย เมนูอกไก่แสนอร่อย

แกงคั่วอกไก่

อีกเมนูที่มาสไตล์ไทยๆ อย่างแกงคั่วอกไก่ สามารถเริ่มทำได้โดยการนำนมสดไปต้มจนได้ที่ แล้วค่อยใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไป เอาอกไก่หั่นเป็นชิ้นตามลงไป เมื่อไก่เริ่มสุกให้ใส่น้ำปลาและมะเขือเปราะ และตามด้วยใบโหระพาปิดท้ายหลังจากเห็นทุกอย่างได้ที่เรียบร้อย

ข้าวอกไก่ย่างซีอิ๊ว

สำหรับใครที่เป็นสายต้องมีข้าวงานนี้ขอแนะนำ เมนูอกไก่ง่ายๆ อย่างข้าวอกไก่ย่างซีอิ๊ว เริ่มจากนำอกไก่มาลอกหนัง หั่นให้ทานได้ หมักกับน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และซีอิ๊วดำ ทิ้งไว้ที่30 นาที จากนั้นนำไปย่างในกระทะให้สุกก็สามารถเสิร์ฟพร้อมข้าวได้เลย

อกไก่อัลมอนด์

อกไก่อัลมอนด์ เมนูอาหารคลีนอกไก่ ที่น่าลองทานมาก วิธีทำสามารถเริ่มจากนำอกไก่หมักกับเกลือและพริกไทยประมาณ 15 นาที แล้วนำไปทอดบนกระทะให้ยังไม่สุกดี จากนั้นให้ทาน้ำผึ้งใส่อัลมอนด์ตามลงไป และเอาไปอบประมาณ 5 นาที ให้เป็นสีเหลืองสวยก็สามารถทานได้เลย

เบอร์เกอร์อกไก่

ในส่วนต่อมาจะเป็นการทำเบอร์เกอร์อกไก่ เริ่มแรกเตรียมขนมปังสำหรับทำเบอร์เกอร์ไว้ก่อน จากนั้นมาโฟกัสที่ตัวไส้ โดยนำอกไก่ไปสับละเอียด ใส่พริกไทยดำ หอมใหญ่ กระเทียม ซีอิ๊วขาว และไข่ แล้วนำปั้นเป็นไส้แบนๆ บนกระทะจากนั้นไปยางจนสุก แล้วค่อยเอาขนมปังมาจี่ลงกระทะพองามแล้วใส่ไส้ที่ทำไว้เข้าไปได้เลย สามารถราดซอสมะเขือเทศเพิ่มความอร่อยได้ อกไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่ว

อกไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่ว

เมนูอาหารคลีนอกไก่ อกไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่วก็นับเป็นอีกเมนูหนึ่งที่น่าลองทำ สามารถเริ่มได้จากการนำส้อมจิ้มทั่วอกไก่เพื่อให้น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และนมสดหมักให้ถึงข้างไหนทิ้งไว้ 30 นาที และค่อยย่างจนสุก ในส่วนของน้ำจิ้มแจ่วสามารถหาซื้อสำเร็จแล้วมาทานได้เลย

คั่วกลิ้งอกไก่

สุดท้ายเมนูอกไก่ง่ายๆ คั่วกลิ้งอกไก่ สิ่งสำคัญคือการทำพริกแกงสามารถนำวัตถุดิบ พริก หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ให้เป็นเนื้อเดียวกันให้มากที่สุด จากนั้นนำน้ำมันมะกอกใส่ลงกระทะตามพริกแกงที่ได้โขลกไว้ แล้วค่อยนำอกไก่สับละเอียดตามลงไป หลังจากพริกแกงสุกแล้ว นำไปคั่วเรื่อยๆ พอสุกก็พร้อมเสิร์ฟ เมนูอกไก่ง่าย สำหรับเมนูอกไก่ง่ายๆ ที่สามารถทำได้เองที่ได้แนะนำไปนั้น นับว่าเป็นความอร่อยที่มีความหลากหลาย ขอเพียงแค่มี เตาตั้งพื้น พร้อมเตาอบ ที่อยู่ในอันเดียว ทำให้สามารถทำอกไก่หลายๆ เมนูได้ไม่ว่าจะปิ้ง ทอด ต้ม หรือแม้แต่การอบก็สามารถเพิ่มความอร่อยให้กับเมนูนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่เป็นสายเฮลตี้ การเลือกซื้อเครื่องครัว รวมทั้งอุปกรณ์ที่ดีก็สามารถทำอาหารได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

วิธีต้มไข่ยางมะตูมมือใหม่ก็ทำได้เยิ้มสุดๆ

วิธีต้มไข่ยางมะตูมมือใหม่ก็ทำได้

ความอร่อยของไข่ยางมะตูมมักจะอยู่ได้ในหลากหลายเมนู ยิ่งทำให้เยิ้ม ๆ ยิ่งโดนใจคนทานมากเท่านั้น แต่ต้องบอกเลยว่าการต้นนั้นยากเพราะใช้เวลาที่นานไปหรือเร็วเกิดไปงานนี้ไข่ยางมะตูมเป็นล่ม เราจึงจะมาแนะนำวิธีต้มไข่ยางมะตูม ว่าควรทำอย่างไร ถ้าทำไข่ต้มยางมะตูมต้มกี่นาที ในบทความนี้มีคำตอบให้แน่นอน ว่าแล้วตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าสามารถทำได้อย่างไร

วิธีต้มไข่ยางมะตูม

ทำความรู้จักกับไข่ยางมะตูม

ก่อนอื่นเราต้องมารู้ก่อนว่าลักษณะของไข่ยางมะตูมนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งไข่ยางมะตูมสามารถใช้ได้ทั้งไข่ไก่และไข่เป็ดที่นำไปต้มกับน้ำร้อน พอได้ช่วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อแกะเปลือกไข่ขาวจะมีลักษณะเป็นรูปทรงไข่กลมสวย และเมื่อตัดผ่ากลางไข่แดงจะมีลักษณะเยิ้มออกมาหรือก็คือยังไม่สุขดีนั่นเอง การเยิ้มคือมีการเยิ้มคล้าย ๆ เนื้อยาง หากผ่ากลางออกมาแล้วไหลเป็นน้ำแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าไข่ยางมะตูม หรือแม้แต่ถ้าสุกมากเกินไปก็จะจัดว่าเป็นไข่ต้ม

วิธีต้มไข่ยางมะตูมแต่ละชนิด

สำหรับวิธีต้มไข่ยางมะตูมไม่ว่าจะไข่ไก่หรือไข่เป็ด มีสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่ 2 อย่าง คือความเดือดของน้ำร้อนที่ใช้ต้มอยู่ที่เท่าไหร่ และใช้เวลาในการต้มไข่นานเท่าไหร่ ถึงจะสามารถออกมาเป็นไข่มะตูมสวย ไข่แดงไหลเยิ้มออกมาดูน่าทาน ไปดูกันดีกว่าว่าไข่แต่ละชนิดควรต้มอย่างไรบ้าง

วิธีต้มไข่ยางมะตูม ไข่ไก่ ไข่เป็ด

ไข่ไก่ยางมะตูม 

สิ่งที่ต้องเตรียม : ไข่ไก่ น้ำเปล่า และน้ำเย็นผสมน้ำแข็งวิธีต้มไข่ยางมะตูมไข่ไก่

  1. นำไข่ไก่ออกมาล้างเปลือกให้สะอาดเรียบร้อย โดยไข่ไก่ควรอยู่ในอุณหภูมิห้อง แต่ถ้าหากไข่ไก่มีการแช่เย็นแนะนำให้เอาออกมา รอจนกว่าไข่ไม่เย็นหรืออยู่อุณหภูมิห้องถึงจะทำได้
  2. เติมน้ำเปล่าลงไปในหม้อให้มีน้ำระดับที่สูงกว่าไข่ไก่ โดยให้ไข่ไก่สามารถจมน้ำได้ง่ายๆ โดยเปิดไฟแรงหรือค่อนข้างแรงได้
  3. เมื่อน้ำเดือดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการนำไข่ไก่ลงไปในหม้อ ซึ่งจะกี่ใบก็ตามแต่ขนาดของหม้อ แต่ห้ามใส่จนแน่น เพราะระหว่างต้มจำเป็นที่จะต้องคนไข่เบาๆ ให้ครบทุกด้าน ไข่ต้มยางมะตูมต้มกี่นาที ขึ้นอยู่กับความร้อนของหม้อ แต่ถ้ากะประมาณจะอยู่ที่ประมาณ 4 – 5 นาที
  4. จากนั้นเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดให้นำไข่ไก่แช่น้ำเย็นที่ได้มีการใส่น้ำแข็งไว้ เพื่อรักษาอุณหภูมิและความสุกของไข่ ที่ไม่ให้ไข่แดงด้านในสุกมากจนเกินไป เมื่อแช่เย็นแล้วก็สามารถนำมาแกะเปลือกแล้วลองผ่ากลางดูได้เลย

ไข่เป็ดยางมะตูม 

สิ่งที่ต้องเตรียม : ไข่เป็ด น้ำเปล่า และน้ำเย็นผสมน้ำแข็งวิธีต้มไข่ยางมะตูมไข่เป็ด

  1. นำไข่เป็ดออกมาล้างเปลือกให้สะอาดเรียบร้อย โดยไข่เป็ดควรอยู่ในอุณหภูมิห้อง แต่ถ้าหากไข่เป็ดมีการแช่เย็นแนะนำให้เอาออกมา รอจนกว่าไข่ไม่เย็นหรืออยู่อุณหภูมิห้องถึงจะทำได้
  2. เติมน้ำเปล่าลงไปในหม้อให้มีน้ำระดับที่สูงกว่าไข่เป็ด โดยให้ไข่เป็ดสามารถจมน้ำได้ง่าย ๆ โดยเปิดไฟแรงได้เลยเพราะใช้เวลาสุกนานกว่าไข่ไก่
  3. เมื่อน้ำเดือดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการนำไข่เป็ดลงไปในหม้อ โดยจะใส่เท่าไหร่ก็ได้แต่ต้องมีพื้นที่เหลือให้ขนไข่เป็ด โดยจะต้องคนไข่เบา ๆ ให้ครบทุกด้าน ไข่ต้มยางมะตูมต้มกี่นาที ขึ้นอยู่กับความร้อนของหม้อ แต่ถ้ากะประมาณของไข่เป็ดจะอยู่ที่ประมาณ 6– 7 นาที

จากนั้นเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดให้นำไข่เป็ดแช่น้ำเย็นที่ได้มีการใส่น้ำแข็งไว้ เพื่อรักษาอุณหภูมิและความสุกของไข่ ที่ไม่ให้ไข่แดงด้านในสุกมากจนเกินไป เมื่อแช่เย็นแล้วก็สามารถนำมาแกะเปลือกของไข่เป็ดกันได้เลย

ไข่ต้มยางมะตูมต้มกี่นาที

เมื่อได้รู้หลักวิธีต้มไข่ยางมะตูมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็สามารถที่จะเข้าครัวเพื่อทำไข่ยางมะตูมได้เลย แต่การเลือกทำไข่ยางมะตูม ก็สามารถสอดคล้องกับการเลือกซื้อเตาไฟฟ้าที่ดีได้ เพราะถ้าหากมีเตาไฟฟ้าที่ดีก็จะสามารถควบคุมความร้อนปรับได้ว่าอยากได้กี่องศา และแน่นอนว่าเวลาในการต้มไข่ยางมะตูมไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่หรือไข่เป็ด ก็สามารถกะเวลาได้แบบเป๊ะ ๆ หมดห่วงเรื่องทำพลาดได้อย่างแน่นอน

วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะ เพิ่มดีกรีความอร่อยทำง่าย ๆ ได้ที่บ้าน

วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้น ในกระทะ
ความอร่อยของกุ้งอบวุ้นเส้นนับเป็นที่ถูกปากถูกใจของคนไทย แม้แต่คนจีนเองต่างก็ชื่นชอบ ทาง Tecnogas เลยจะมาแนะนำวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะที่ทุกคนสามารถทำเองได้ง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ขอเพียงแค่มีวัตถุดิบให้ครบก็สามารถทำกุ้งอบวุ้นเส้นอร่อยๆ ได้อย่างแน่นอน ขอแค่มีกระทะและเตาแก๊สก็สามารถเอาได้อยู่หมัด อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเราไปดูวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นกันเลยดีกว่า วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะง่าย ๆ

วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะง่าย ๆ

สำหรับวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นนั้น ขอเพียงแค่มีกระทะและเตาดี ๆ ที่จะช่วยทำให้กุ้งอบวุ้นเส้นอร่อยได้มากยิ่งขึ้น เรามาดูกันดีกว่าว่าส่วนประกอบของเมนูนี้ต้องใช้อะไรบ้าง และมีวิธีทำเป็นอย่างไร รับรองทำตามง่าย ๆ ทำได้ไม่ยากเลย

ส่วนประกอบของเมนูกุ้งอบวุ้นเส้น

ในส่วนต่อมาจะเป็นการอธิบายเกี่ยวกับส่วนประกอบของเมนูกุ้งอบวุ้นเส้น ที่ดูเหมือนว่าจะต้องเตรียมเยอะกันสักหน่อย แต่ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งรสชาติเปลี่ยนอย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนเริ่มลงมือทำจริงควรเตรียมของเหล่านี้ให้ครบตั้งแต่แรกจะดีกว่า โดยส่วนประกอบที่ต้องเตรียมมีดังนี้
  • กุ้ง จำนวนแล้วแต่ว่าจะใส่เท่าไหร่แต่ไม่ควรเกิน 5 ตัว
  • วุ้นเส้นที่มีปริมาณ 10 กรัม
  • เบคอนหั่นขนาดพอดี
  • น้ำ 1/4 แก้ว
  • กระเทียม 2 กลีบ
  • รากผักชี 1-2 ราก
  • ขิง 3-4 ชิ้น
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา  1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย
สำหรับส่วนประกอบที่ได้แนะนำไปนั้น เหมาะกับทาน 1 คน ถ้าทานกันหลายคนสามารถเพิ่มปริมาณในแต่ละส่วนเข้าไปได้แบบเท่าตัว ก็จะสามารถทำกุ้งอบวุ้นเส้นในปริมาณที่มากขึ้น และแน่นอนว่าความอร่อยของกุ้งอบวุ้นเส้นยังคงเหมือนเดิม ทีนี้ไปดูวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นกันบ้างดีกว่า ขั้นตอนการทำกุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะ

ขั้นตอนของวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะ

และแล้วก็มาถึงส่วนสำคัญนั่นก็คือวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นที่ต้องบอกว่าส่วนประสมอาจจะดูเยอะสักหน่อย แต่การทำนั้นง่ายมากๆ แม้แต่มือใหม่เองก็สามารถทำตามได้ เพียงแต่จะต้องทำตามให้ถูกหลักตามที่ได้แนะนำไป ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียรสชาติได้ โดยขั้นตอนมีวิธีการทำดังต่อไปนี้ 
  1. เริ่มแรกจะเป็นการจัดเตรียมซอสสำหรับการทำกุ้งอบวุ้นเส้น โดยจะใส่กระเทียม รากผักชี  ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย น้ำมันงา น้ำมันพืช น้ำตาลทราย และพริกไทยนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ซึ่งซีอิ๊วดำจะใส่ที่หลัง (ควรแบ่งออกเป็น 2 ชาม)
  2. จากนั้นให้เอาวุ้นเส้นไปแช่น้ำเพื่อให้เกิดการนิ่ม เมื่อนิ่มแล้วก็นำไปใส่ซอสที่ได้มีการเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ตามด้วยซีอิ๊วดำลงไปและพักในส่วนนี้ก่อน
  3. ทีนี้มาเริ่มเตรียมกระทะ โดยการนำเบคอนมาวางเรียงบนกระทะ จากนั้นก็ตามด้วยวุ้นเส้นที่มีการใส่ซอสเป็นที่เรียบร้อยบนกระทะ
  4. ในส่วนของการใส่กุ้งก่อนจะใส่ลงกระทะ แนะนำว่าให้เอาซอสที่มีอีกชามมาให้กุ้งชุบซึมซอสให้เข้าได้มากที่สุด จากนั้นจึงนำกุ้งเรียงบนวุ้นเส้นให้เรียบร้อย พร้อมเทน้ำซอสที่เหลือตามด้วยน้ำไป
  5. ทำการปิดฝากระทะเพื่ออบเป็นเวลา 10 นาที และสามารถเปิดเพื่อรับประทานได้เลย ซึ่งหากได้ลองทานแล้วจะสัมผัสถึงความเข้มข้นของซอสได้เป็นอย่างดี อีกทั้งวุ้นเส้นยังชุ่มไม่แห้ง และตัวกุ้งเองก็มีรสที่เลิศ
วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะแสนอร่อย วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะ หากมีวัตถุดิบดี มาปรุงเสริมแต่งให้อร่อยก็ทำให้ดูน่าทาน แต่ความจริงแล้วการเลือกกระทะมาใช้ทำกุ้งอบวุ้นเส้นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่น้อย เพราะถ้าหากมีกระทะที่ดีก็ลดการติดกระทะได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ก็จะสามารถทำให้กุ้งอบวุ้นเส้นอร่อยได้มากยิ่งขึ้น เพราะสามารถควบคุมไฟได้ดั่งใจ ซึ่งทาง Tecnogas ก็มีเตาแก๊สและเตาไฟฟ้าให้เลือกซื้อ มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำอาหารให้ดีขึ้นกว่าเดิม

วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ ทำกินเองได้ทุกเทศกาลไหว้เจ้า

วิธีทําบ๊ะจ่างสูตรโบราณ
สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีเชื้อสายจีน ก็อาจจะมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง หรือที่ชาวจีนเรียกกันว่าเทศกาลตวนอู่ หรือ เทศกาลต่วนหงอ จะได้ว่าเป็นเทศกาลที่จะมีการไหว้กันเป็นประจำปีทุกปี สำหรับการไหว้ในแต่ละปี วันไหว้จะไม่ตรงกัน เนื่องจากจะมีการนับวันตามปฏิทินจันทรคติ วันที่ 5 เดือน 5  เป็นเทศกาลที่ได้มีการจัดขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นการระลึกถึงวันที่ ชีหยวน เป็นขุนนางผู้ที่รักชาติ มีความซื่อสัตย์ เป็นที่รักของทุกคน แต่ก็ถูกกลั่นแกล้ง จนถูกเนรเทศ หลังจากนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ชาวบ้านหลายคนจึงออกไปตามหาเพื่อนที่จะไปช่วย แต่ก็กลับหาไม่พบ จึงเป็นต้นเหตุที่ได้มีการคิดค้นเพื่อที่จะทำขนมข้าวเหนียวห่อใบไผ่ โดยจะมีการลงโยนแม่น้ำ เพื่อที่จะให้ปลากินแทน โดยได้มีการกลายมาเป็นต้นกำเนิด ของประเพณี “บ๊ะจ่าง” สำหรับการไหว้แต่ละครั้งหลายคนก็มักที่จะทำเอง เนื่องจากมีวิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณง่าย ๆ แม้ว่าไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง แต่รู้สึกว่าอยากจะกินบ๊ะจ่างขึ้นมา ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาพร้อมกับวิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่ได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำยากเกินความสามารถ เนื่องจากบ๊ะจ่างสูตรโบราณที่เราจะนำเสนอ จะเป็นสูตรที่สามารถช่วยให้ทุกท่านได้ทำบ๊ะจ่างสุดอร่อย กินเองได้ง่าย ๆ สำหรับใครที่อยากลองทำบ๊ะจ่างกินเองแบบง่าย ๆ ไปลุยกันเลย วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณง่าย ๆ

วิธีทําบ๊ะจ่างสูตรโบราณที่ทำเองได้

วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ ง่าย ๆ ทำเองได้ที่บ้าน ส่วนผสมแน่น เรียกได้ว่าเป็นขนมที่ชาวจีนมักนิยมนำไปไหว้เจ้าในเทศกาลต่าง ๆ เป็นอาหารที่คนจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จนมีเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างกันเลยทีเดียว ท่านจะได้เห็น พวงบ๊ะจ่างห้อยขายเต็มไปหมด ถือได้ว่าเป็นช่วงเทศกาลที่กินกันจนอิ่มจนเอียนเลยทีเดียว พร้อมพาทุกท่านไปสัมผัสความอร่อย บ๊ะจ่าง ทำเองได้ง่าย ๆ รีบตามไปส่องกันเลย 

ส่วนประกอบของบ๊ะจ่างที่ต้องเตรียม

ส่วนประกอบวิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ สิ่งที่ต้องเตรียมประกอบไปด้วย เห็ดหอม (แช่น้ำเพื่อที่จะทำให้เห็ดหอมนิ่ม และนำไปหั่นชิ้น)​, กุ้งแห้ง, ​ถั่วลิสงดิบ, ​ข้าวเหนียว (ต้องนำข้าวเหนียวแช่น้ำทิ้งไว้ข้ามคืน), ซีอิ๊วขาว,​ ซีอิ๊วดำ, ​น้ำตาลทราย,​ พริกไทยป่น, ​แปะก๊วย, ​ไข่แดงเค็ม, กุนเชียง, ​เนื้อหมู (หั่นเป็นชิ้นบาง) และใบไผ่ (จะต้องแช่น้ำทิ้งไว้จนนิ่ม 1-2 วัน) วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ

วิธีทำไส้บ๊ะจ่าง

  • สำหรับวิธีการทำไส้บ๊ะจ่าง จะต้องผัดเห็ดหอม ผสมกับน้ำมันหอย จนมีกลิ่นหอม หลังจากนั้นใส่กุ้งแห้ง ใส่ถั่วลิสงดิบ และใส่ข้าวเหนียวที่ได้มีการแช่น้ำไว้ และนำไปผัด
  • ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำเล็กน้อย ใส่น้ำตาลทรายลงไป และใส่พริกไทยป่น ผัดจนให้เข้ากันดี ชิมรสให้มีความเข้มข้น (วิธีนี้ควรนำไปผัดไม่ควรนำไปนึ่ง เพราะถ้าหากนำไปนึ่งจะทำให้รสชาติอ่อนลง)
  • หมักหมูกับซีอิ๊วขาว ที่ได้เตรียมไว้ในเบื้องต้น

วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณทั้งลูก

  • นำใบไผ่มาซ้อนกันจำนวน 2 ใบ พับเข้าหากันให้เป็นรูปทรงกรวย
  • ตักข้าวเหนียวที่ได้มีการผัดลงไป
  • โปะหน้าด้วยเครื่องเคียง ไม่ว่าจะเป็นเม็ดแปะก๊วย กุนเชียง ไข่แดงเค็ม หมู หรือเครื่องเคียงอื่นๆ ที่ได้มีการเตรียมไว้ จากนั้นก็ทับด้วยข้าวเหนียวผัดอีกครั้ง
  • สำหรับการห่อ จะต้องมีการห่อให้เป็นทรงลักษณะสามเหลี่ยม มัดด้วยเชือกฟาง
  • นำบ๊ะจ่างไปนึ่งบนไฟประมาณ 1 ชั่วโมง หรือนึ่งจนให้เข้าเหนียวข้างในนิ่ม เพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะรับประทานได้เลย
ทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณง่าย ๆ สำหรับคนที่คิดว่าบ๊ะจ่างทำยาก เมื่อได้ศึกษาสูตรวิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณที่ได้มีการแนะนำไปในเบื้องต้น ก็คงจะไม่ยากจนเกินไป ดังนั้นก็สามารถตามเรามาทำของอร่อยๆ กินเองที่บ้านได้แบบสบาย ๆ สำหรับใครที่ต้องการทำบ๊ะจ่างที่บ้านด้วยเครื่องครัวที่ดีที่สุด ทางเราก็ขอแนะนำให้ท่านเลือกซื้อเตาไฟฟ้า Tecnogas รับรองเลยว่าเป็นแบรนด์ที่ถูกใจแม่บ้านทั้งหลายอย่างแน่นอน ตอบโจทย์ทุกเมนูอาหาร

Follow Us

TEL. 02-274-3434
EMAIL : webmaster@sbo-brand.com

The Signature Brand Co., Ltd. 
771 Pracha Uthit Road, Samsen Nok,Huai Khwang District, Bangkok 10310