เคาน์เตอร์ครัวมีกี่แบบเลือกยังไงให้ถูกใจ

เคาน์เตอร์ครัวมีกี่แบบเลือกยังไงให้ถูกใจ
ปัจจุบันเคาน์เตอร์ครัวมีมาตรฐานและมีให้เลือกหลากหลายแบบ ผู้ที่ต้องการทำห้องครัวหรือออกแบบห้องครัวควรรู้จักเลือกแบบเคาน์เตอร์ครัวให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อวางแผนติดตั้งอุปกรณ์ครัวแบบบิ้วอินที่ใช้กับครัวได้ เช่น เตาแก๊สแบบฝัง อ่างล้างจานแกรนิต และ เตาอบบิ้วอิน ทั้ง 3 นี้นับว่าเป็นสิ่งที่ต้องมีในห้องครัวเป็นอย่างมาก และต้องมีพื้นที่วางในการทำอาหารหรือเคาน์เตอร์การทำครัวของแต่ละครอบครัวด้วย

แบบเคาน์เตอร์ครัวที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน

1. เคาน์เตอร์ครัวปูน

แบบเคาน์เตอร์ครัวครัวปูน จะเป็นการหล่อปูน และก่อฉาบตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยใช้เหล็กเส้นและปูนในการก่อสร้างเพื่อสร้างเคาน์เตอร์ให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง ข้อดีของการทำเคาน์เตอร์ครัวปูนคือ แข็งแรง ทนทาน เหมาะกับที่คนชอบทำอาหาร เสียค่าใช้จ่ายน้อยเมื่อเทียบกับเคาน์เตอร์ครัวแบบอื่น ในส่วนของการดูแลรักษา สามารถเช็ดคราบและทำความสะอาดง่าย ข้อจำกัดอาจใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานพอสมควร และมีแบบให้เลือกน้อย

2. เคาน์เตอร์ครัวบิ้วต์อิน

หากต้องการครัวที่สามารถออกแบบหรือจัดวางอุปกรณ์ให้เข้ากับพื้นที่ในห้องครัวโดยเฉพาะ แนะนำเคาน์เตอร์ครัวแบบบิ้วต์อิน เคาน์เตอร์ประเภทนี้มีดีไซน์สวยงาม สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย แต่มีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องออกแบบชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อประกอบและติดตั้งอย่างละเอียด ซึ่งต้องทำหน้างานเท่านั้น ป้องกันความผิดพลาดและแก้ไขได้ทันที หากต้องการเคลื่อนย้ายเคาน์เตอร์ในอนาคตต้องรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่เท่านั้น แต่ถ้าหากเลือกทำแบบเคาน์เตอร์ครัวแบบปูนก็สามารถการันตีความคงทนได้เป็นอย่างดีเลย

3. เคาน์เตอร์ครัวสำเร็จรูป

แบบเคาน์เตอร์ครัวสำเร็จรูป นิยมติดตั้งในคอนโดหรือบ้านที่มีห้องครัวขนาดเล็ก มีฟังก์ชันการใช้งานให้ครบครัน ใช้ประโยชน์ได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็น ตู้เคาน์เตอร์ อ่างล้างจาน ชั้นวางของ วางเตา เป็นต้น สามารถดีไซน์เคาน์เตอร์ครัวได้ตามใจชอบ เลือกได้ทั้งวัสดุและสีได้ตามต้องการ ไม่เพียงเท่านั้นยังจัดวางวางหรือปรับเปลี่ยนมุมเคาน์เตอร์ได้ แต่ทั้งนี้จะมีข้อเสียตรงที่เคาน์เตอร์อาจจะไม่พอดีกับพื้นที่ หรือเกิดช่องว่างบริเวณด้านหลังหรือบริเวณใต้เคาน์เตอร์ได้

ขนาดของเคาน์เตอร์ครัวสำคัญยังไงเลือกยังไงให้เหมาะ

การเลือกขนาดของเคาน์เตอร์ครัวนั้น มีวิธีการเลือกมากมายโดยสามารถยึดขนาดห้อง หรือจะดูจากการวางเลย์เอาท์ของห้องครัวก็ได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ดังนี้
  1. ครัวขนาดเล็กหรือครัวในคอนโดที่มีพื้นที่ห้องประมาณ 3-5 ตารางเมตร แนะนำให้จัดวางเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว I โดยให้เคาน์เตอร์ครัวอยู่ติดกับผนังไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง เวลาทำครัวจะเหมาะกับการทำคนเดียว และมีงานครัวที่ไม่เยอะ หากใครไม่ได้ชื่นชอบการทำอาหารก็สามารถเลือกครัวแบบนี้ได้เช่นเดียวกัน เพราะถือว่าเป็นแบบที่มีราคาประหยัดพอสมควร
  2. ครัวที่มีพื้นที่ห้อง 6 ตารางเมตรขึ้นไป แนะนำให้จัดวางแบบเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว L ตกแต่งด้วยโต๊ะ ซึ่งทรงนี้นับว่าเป็นที่นิยมเพราะสามารถทำครัวแบบเข้ามุมได้ทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่การทำครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และถ้าหากอยากเพิ่มโต๊ะรับประทานอาหารเล็ก ๆ ก็สามารถนำมาอยู่ในห้องเดียวกันกับห้องครัวได้เช่นเดียวกัน
  3. ครัวที่มีพื้นที่ห้อง 9 ตารางเมตรขึ้นไป แนะนำให้จัดวางเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว U แต่จะเชื่อมเคาน์เตอร์ครัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพื้นที่หรือผนังด้านเชื่อมว่ามีช่องแสงมากน้อยเพียงใด ซึ่งถ้าหากมีความยาวของช่องแสงจากพื้นถึงฝ้าผนัง ไม่ควรสร้างเคาน์เตอร์ครัวบังหน้าต่าง เพราะอาจทำให้ห้องครัวตันได้
  4. ครัวที่มีพื้นที่ห้อง 12 ตารางเมตรขึ้นไป แนะนำให้จัดแบบเคาน์เตอร์ครัวที่มีเกาะกลาง โดยทำเป็นขนาดเล็กหรือใหญ่ตามความเหมาะสม เหมาะกับครัวทุกแบบ แต่ครัวแบบนี้จะนิยมใช้กับคอนโดแบบ Open Plan เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหาร แต่ต้องมีพื้นที่เยอะพอสมควร เช่น มีพื้นที่ครัวกว้างไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร เป็นต้น

สรุปบทความ

เคาน์เตอร์ครัวสามารถดีไซน์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนชอบทำอาหาร คนไม่ชอบทำอาหาร หรือคนชอบตกแต่งบ้าน ซึ่งต้องมีการวัดขนาดพื้นที่ตามสัดส่วนการใช้งาน เพื่อความสวยงามและสะดวก และถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องครัวที่มีคุณภาพสามารถลงล็อคกับพื้นที่ห้องครัวได้ทุกขนาด หรือหากสนใจอยากเลือกแบบบิ้วอินก็สามารถมาดูเครื่องครัวของทาง Tecnogas กันได้เลย

รวมเทคนิคทำความสะอาดสแตนเลสในห้องครัว

รวมเทคนิคทำความสะอาดสแตนเลสในห้องครัว
ในห้องครัวความสะอาดคือสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อที่จะสามารถมั่นใจได้ว่าอาหารที่ทำออกมาอร่อยและไร้สิ่งปนเปื้อน แต่ต้องบอกว่าเครื่องใช้ เครื่องครัว หรือว่าอาจจะเป็นภาชนะที่ทำมาจากสแตนเลสต้องบอกเลยว่าการทำความสะอาดเป็นอะไรที่ต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะสามารถเกิดคราบได้หลายรูปแบบ และแต่ละแบบต่างใช้วิธีทำความสะอาดสแตนเลสที่แตกต่างกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาตามไปดูวิธีการกำจัดคราบต่างๆ กันเลยดีกว่า

วิธีทำความสะอาดสแตนเลสในห้องครัว

1. รอยนิ้วมือที่เปื้อนติดมานาน

วิธีทำความสะอาดสแตนเลส ที่มีรอยนิ้วมือเปื้อนมานาน ซึ่งต้องบอกเลยว่าสามารถพบเจอได้บ่อยมากๆ แต่ทีนี้จะแยกออกเป็น 2 วิธีที่สามารถทำตามได้และรับรองว่ารอยนิ้วมือหายชัวร์ๆ อย่างแน่นอน
  • การใช้โซดาไฟ : เริ่มแรกให้ทำการสวมถุงมือยาง จากนั้นก็ค่อยหยิบโซดาไฟพร้อมกับแผ่นยางถูเบาๆ ในบริเวณที่มีรอยเปื้อนให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็ให้นำผ้าเปียกหมาดๆ มาเช็ดโซดาไฟออก แล้วค่อยล้างน้ำให้สะอาดอีกรอบหนึ่ง
  • การใช้น้ำยาเช็ดกระจก : การใช้น้ำยาเช็ดกระจกสามารถเริ่มทำได้จากการฉีดน้ำยาเช็ดกระจกลงบนผ้าไฟเบอร์หลังจากนั้นก็ทำการถูไปยังรอยเปื้อนนิ้วมือ เพียงแค่นี้รอยเปื้อนก็จะหายไป

2. รอยเปื้อนจากฝุ่นผงและดิน

วิธีทำความสะอาดสแตนเลสกับรอยเปื้อนฝุ่นผงและดิน หรือแม้แต่รอยนิ้วมือก็สามารถใช้วิธีเหล่านี้ได้ โดยวิธีการนั้นจะขอแนะนำอยู่ 2 วิธีสามารถเลือกตามที่สะดวกกันได้เลย
  • การใช้สบู่กับน้ำอุ่น : วิธีการนี้เพียงแค่เตรียมน้ำอุ่นนำมาผสมกับสบู่ให้เข้าด้วยกัน จากนั้นก็เช็ดด้วยผ้าให้แห้งรอยเปื้อนก็สามารถหายได้ง่ายๆ
  • การใช้ผงซักฟอกกับน้ำอุ่น : เตรียมผงซักฟอกให้พร้อมนำมาผสมกับน้ำอุ่น แล้วเช็ดด้วยผ้าในจุดที่เป็นรอยเปื้อน

3. คราบชาและกาแฟ

สำหรับคราบชาหรือกาแฟมักจะพบได้บ่อยเมื่อใช้กับหม้อต้มสแตนเลสหรือกาน้ำร้อนสแตนเลสที่หากล้างไม่ดีก็อาจทำให้เกิดคราบฝังแน่นได้ โดยวิธีการทำความสะอาดสามารถเริ่มได้จากการนำน้ำผสมกับโซดาไบคาร์บอเนตมาต้ม เมื่อทำการต้มเสร็จก็ให้ใช้น้ำที่ผสมสบู่แล้วก็ล้างออก และล้างด้วยน้ำอุ่นอีกครั้งหนึ่งเพียงเท่านี้รอยเปื้อนคราบชาและกาแฟก็หายไปเรียบร้อย

4. คราบจากมะนาวและสารที่เป็นกรด

วิธีทำความสะอาดสแตนเลส จากคราบมะนาวหรือสารที่เป็นกรด สามารถเริ่มได้จากการเตรียมน้ำส้มสายชูมาผสมกับน้ำโดยน้ำส้มสายชูใช้ประมาณ 1  ส่วน 4 จากปริมาณน้ำทั้งหมด แล้วนำสแตนเลสต่างๆ มาแช่ลงในภาชนะที่ได้มีการเตรียมน้ำเอาไว้ เพื่อจุ้มเสร็จให้นำมาล้างด้วยสบู่กับน้ำอีกรอบหนึ่ง และตามด้วยน้ำอุ่นการทำความสะอาดคราบก็เป็นอันเสร็จสิ้น

5. สิ่งสกปรกที่แข็งจนติดกับเนื้อสแตนเลส

ในกรณีที่สิ่งสกปรกเกาะติดแน่น เสียจนทำความสะอาดออกยาก ก็ขอแนะนำมาให้ใช้วิธีการนำผงขัด มาทาเคลือบผิวบริเวณคราบที่ติดอยู่ จากนั้นก็ทำการขัดไปในทางเดียวกันทำแบบนั้นเรื่อยๆ จากนั้นก็ตามด้วยการล้างน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง

6. คราบดำที่เกิดจากเตาแก๊ส

วิธีทำความสะอาดสแตนเลส คราบดำที่เกิดจากเตาแก๊ส ที่เชื่อเลยว่าทุกบ้านต้องเจอ วิธีการที่แนะนำก็คือการต้มน้ำให้ร้อนที่มีการผสมน้ำยาล้างจานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ให้นำสแตนเลสลงไปแช่แล้วทำความสะอาดก็เป็นอันเรียบร้อย แต่ถ้าหากวิธีนี้ไม่ได้ผลแนะนำให้ใช้น้ำร้อนผสมกับเกลือแทนแล้วค่อยนำมาทำความสะอาด

7. คราบกาวจากสติกเกอร์

เวลาเราซื้อเครื่องสแตนเลสมากลับพบว่ามีการติดสติกเกอร์หรือติดป้ายราคาที่เอาออกได้ยากมากๆ แต่ปัญหานี้จะหมดไปเพียงแค่เตรียมน้ำอุ่นที่ผสมกับสบู่ แล้วนำเครื่องสแตนเลสลงไปแช่ จากนั้นก็ค่อยๆ ลอกป้ายนั้นออก แล้วล้างให้สะอาดอีกทีคราบกาวก็จะหายไปอย่างแน่นอน

8. คราบสนิมบนสแตนเลส

วิธีทำความสะอาดสแตนเลสที่เป็นสนิม ถือว่าเป็นงานยากของใครหลายคน แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วยการใช้น้ำอุ่นผสมกับสารละลายกรดไนตริก ในอัตราส่วน 9 ต่อ 1 หรือก็คือมีน้ำเยอะมากๆ จากนั้นก็ให้นำสแตนเลสที่เป็นคราบลงไปแช่ ราวๆ 1 ชั่วโมงจากนั้นก็ล้างออกหลายๆ รอบ

สรุปบทความ

ถ้าหากใครได้เข้าไปตรวจเช็คอุปกรณ์ เครื่องครัว หรือแม้แต่ภาชนะที่ทำจากสแตนเลส ลองสังเกตคราบเหล่านั้นและมาเลือกวิธีทำความสะอาดสแตนเลสกันได้เลย รับรองว่าคราบหายได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าหากไม่อยากให้เกิดคราบบ่อยๆ การทำความสะอาดสแตนเลสหลังใช้งานเสร็จ พร้อมทั้งเช็ดคราบน้ำสะอาดก็จะช่วยลดการเกิดคราบลักษณะได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญการเลือกใช้สแตนเลสฟู้ดเกรดคือสิ่งที่สุด โดยสามารถเข้ามาดู เครื่องครัวนำเข้า ที่มีมาตรฐานระดับโลกจากทางแบรนด์ Tecnogas กันได้เลย

รู้จักกับส่วนประกอบต่าง ๆ ของแซลมอน

รู้จักกับส่วนประกอบต่าง ๆ ของแซลมอน
“แซลมอน” นับเป็นปลาที่แต่ละส่วนมีความอร่อยที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังสามารถนำไปทำเมนูได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้ความอร่อยของปลาแซลมอนในแต่ละจุดแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แถมเนื้อปลาแซลมอนยังเป็นที่นิยมของใครหลายคนอีกต่างหาก งานนี้ถ้าอยากจะทำเมนูจานอาหารแซลมอนให้อร่อยยิ่งกว่าเดิม จำเป็นอย่างยิ่งต้องทำให้เหมาะกับเมนูนั้นๆ ถ้าพร้อมแล้วตามไปหาคำตอบปลาแซลมอนส่วนไหนอร่อยสุดทั้งหมดกันเลยดีกว่า

ปลาแซลมอนส่วนไหนอร่อยสุด

เนื้อส่วนบริเวณซี่โครง (Top Loin)

สำหรับเนื้อส่วนบริเวณซี่โครง นับว่าเป็นเนื้อชั้นเลิศ โดยเนื้อส่วนนี้อยู่บริเวณด้านบนเนื้อปลาส่วนหน้า จะมีเนื้อที่แน่น นุ่ม อร่อย พร้อมกับสอดแทรกชั้นไขมันที่เพิ่มอรรถรสให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าทานปุ๊บสามารถละลายในปากได้ปั๊บ เนื้อจุดนี้เลยเหมาะกับการทำอาหารได้หลากหลายเมนูมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการทานแบบสดๆ ย่าง ผัด หรือแม้แต่นำมารมควัน ก็สามารถชูเมนูอาหารจานนี้ให้มีความอร่อยได้ทุกมิติกันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นปลาแซลมอนส่วนไหนอร่อยสุดอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้

เนื้อสัน (Loin)

สำหรับเนื้อสันนับว่าเป็นเนื้อที่อยู่ด้านบนของปลาแซลมอนในตำแหน่งตรงกลาง นับว่าเป็นตำแหน่งที่มีเนื้อแน่นเป็นอย่างมาก แต่ไขมันจะแทรกน้อยกว่าเนื้อส่วนบริเวณซี่โครง ในส่วนนี้ต้องบอกว่าสามารถนำไปรังสรรค์ได้ทุกเมนู เพราะมีส่วนเนื้อที่อร่อยๆ มากจริงๆ อยากจะเสิร์ฟแบบสดๆ หรือนำไปทำสเต็กก็เข้าท่าไม่ใช่น้อย หากมื้อนี้คุณอยากกินแซลมอนแต่ยังไม่รู้จะเลือกแบบไหน การเลือกเนื้อสันไปทานอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดก็ว่าได้ เพราะปลาแซลมอนส่วนไหนอร่อยสุดที่สามารถทำได้ทุกเมนู

เนื้อกลางลำตัว (Second Cut)

เนื้อกลางลำตัวนับว่าเป็นปลาแซลมอนส่วนไหนอร่อยสุดสำหรับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ สำหรับเนื้อส่วนนี้จะอยู่กลางลำตัวค่อนไปถึงหาง จึงมีเนื้อปลาที่ค่อนข้างเยอะ แต่ว่าไขมันถือว่ามีน้อยมากๆ สำหรับใครที่เป็นสายคลีนหรือกำลังลดน้ำหนักอยู่การเลือกเนื้อส่วนนี้นับว่าเป็นอะไรที่ตอบโจทย์มากที่สุด โดยเหมาะทำเมนูที่นำเอาไปย่างหรือนำไปปรุงสุกมากกว่าการทานแบบสดๆ

ท้องปลาแซลมอน (Belly)

อีกส่วนหนึ่งที่เรียกได้ว่ามีไขมันเยอะมากๆ ก็คือส่วนที่เป็นท้องปลาแซลมอน ที่นับว่าเป็นส่วนที่มีน้อยเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ แต่ความอร่อยบอกเลยว่าไม่แพ้เนื้อส่วนอื่นๆ แต่อย่างใด เพราะเนื้อส่วนนี้เวลาทานแล้วจะได้สัมผัสนุ่มละลายในปาก เรียกได้ว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจ ดังนั้นเนื้อส่วนนี้จะเหมาะกับการทำเมนูย่าง ทอดรับรองไม่แห้งชุ่มฉ่ำแน่นอน

หางปลาแซลมอน (Tail)

สำหรับเนื้อหางปลาแซลมอนต้องบอกเลยว่าเป็นเนื้อที่แตกต่างจากส่วนอื่นๆ เพราะเนื้อมีน้อย แถมไขมันก็ยังมีน้อย ใครหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถูกจัดในหมวดปลาแซลมอนส่วนไหนอร่อยสุดเพราะเนื้อปลาส่วนนี้เหมาะกับการไปนึ่งหรือไปต้มนั่นเอง เรียกได้ว่าสามารถนำไปรังสรรค์เมนูหลายๆ อย่างให้น่าสนใจได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

หนังปลาแซลมอน (Skin)

ในส่วนสุดท้ายที่เรียกว่าหนังปลาแซลมอน ก็คือส่วนหนังที่ใครหลายคนนึกออกว่านำหนังไปทำอะไรแล้วอร่อย นั่นก็คือการนำหนังปลาแซลมอนไปทอดกรอบให้อร่อยนั่นเอง สามารถนำไปเคี้ยวเล่นแบบเพลินๆ หรืออาจเพิ่มเนื้อสัมผัสให้อาหารจานอื่นๆ มีความกรุบกรอบก็สามารถเข้ากันได้ดีแบบลงตัวมากๆ เลยนับว่าเป็นปลาแซลมอนส่วนไหนอร่อยสุด ที่ไม่ควรพลาดอีกจานหนึ่งก็ว่าได้

สรุปบทความ

ทุกคนคงจะได้คำตอบแล้วใช่หรือไม่ว่า “ปลาแซลมอนส่วนไหนอร่อยสุด” ต้องบอกเลยว่าแต่ละส่วนนั้นมีความอร่อยมากๆ แต่อร่อยแตกต่างกันทั้งในรสชาติของแต่ละส่วน วิธีการปรุงอาหาร วิธีการทำให้สุก หรือแม้แต่ทานดิบๆ ก็จะมีเนื้อที่โดดเด่นตามแต่ละเมนู ซึ่งการทำปลาแซลมอนให้อร่อยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เตาแก๊ส เกรดคุณภาพของทาง Tecnogas ที่สามารถควบคุมความแรงของไฟได้ตามที่ต้องการ เลยทำให้ได้เนื้อแซลมอนที่มีความอร่อยกำลังดี

5 วิธีละลายเนื้อแช่แข็งที่ถูกต้อง

5 วิธีละลายเนื้อแช่แข็งที่ถูกต้อง
เวลาไปซื้อเนื้อสดหรือเนื้อแช่แข็ง การที่จะเอามาฟรีซนับว่าเป็นการถนอมอาหารได้เป็นอย่างดีที่สุด แต่พอจะนำมาใช้ทำอาหารต้องบอกเลยว่าการละลายเนื้อแช่แข็งไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ เพราะไม่เพียงแต่จะใช้เวลาที่นาน อีกทั้ง วิธีละลายเนื้อแช่แข็ง ที่ทำกันเป็นประจำ ไม่รู้ว่าจะถูกหรือผิดเพราะในหลายๆ ครั้งพอนำเนื้อมาใช้รสชาติกลับไม่เดิม งานนี้มาดูวิธีการละลายเนื้อแช่แข็งแบบถูกวิธี ที่สามารถการันตีรสชาติไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งคุณค่าโภชนาการก็ยังครบถ้วนเหมือนเดิมอีกด้วยโดยรายละเอียดทั้งหมดมีดังต่อไปนี้

วิธีละลายเนื้อแช่แข็งในแบบต่าง ๆ

1. ละลายในตู้เย็น

วิธีละลายเนื้อแช่แข็งในตู้เย็น นับว่าเป็นการละลายเนื้อที่มีความปลอดภัยมากที่สุด เพราะสามารถลดการเกิดของแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี ด้วยความเย็นจากช่องฟรีซมาสู่ความเย็นแบบตู้เย็น จะเป็นการละลายเนื้อแช่แข็งแบบช้าๆ ใช้เวลานานเป็นอย่างมาก อย่างน้อยต้องใช้เวลา 1 วันกันเลยทีเดียว แต่ถ้าหากละลายด้วยวิธีนี้บอกได้คำเดียวว่าเนื้อสัตว์จะมีรสชาติที่อร่อยอย่างแน่นอน หรือว่าง่ายๆ ความอร่อยไม่จางลงไปนั่นเอง ทีนี้ในกรณีใช้เนื้อไม่หมด หลังแบ่งเนื้อเสร็จก็แนะนำว่าให้นำกลับไปแช่ฟรีซทันทีจะเป็นการดีที่สุด โดยวิธีการนำเนื้อซีลกับถุงหาชามรองกันน้ำละลายก็เป็นอันเสร็จ

2. ละลายด้วยเตาไมโครเวฟ

วิธีละลายเนื้อแช่แข็งด้วยเตาไมโครเวฟ จะเหมาะกับการทำอาหารที่เร่งด่วน โดยวิธีการก็คือนำเนื้อที่จะใช้แยกออกมาใส่ลงในภาชนะแล้วทำการเลือกโหมดละลายเนื้อแช่แข็งทันที ตัวไมโครเวฟก็จะทำความร้อนทำให้อาหารแช่แข็งละลายได้อย่างรวดเร็ว ในจุดนี้เนื้อที่แบ่งมาจะต้องนำไปทำอาหารให้หมดทันที เพราะเนื้อเริ่มมีการสร้างแบคทีเรียและเริ่มสุกแล้วนั่นเอง อย่างไรก็ตามวิธีการนี้เหมาะแค่เร่งด่วนเท่านั้น เพราะเมื่อนำไปปรุงอาหารจริงๆ เนื้อจะเสียรสชาติเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

3. ละลายด้วยน้ำเย็น

ในส่วนต่อมาที่ถือว่าใครหลายๆ คนใช้กันบ่อยนั่นก็คือการใช้วิธีละลายเนื้อแช่แข็งด้วยน้ำเย็น โดยการละลายน้ำเย็นนี้จะเป็นการคงสภาพเนื้อให้อยู่ในความเย็นที่ทำให้เกิดแบคทีเรียที่ช้าขึ้น โดยวิธีการจำเป็นจะต้องหาถุงซีลให้เรียบร้อย จากนั้นนำน้ำเย็นมาใส่ในภาชนะ แล้วนำถุงเนื้อแช่ให้ท่วมเพื่อให้อุณหภูมิของเนื้ออยู่ในระดับที่เท่ากัน และทำการเปลี่ยนน้ำทุกๆครึ่งชั่วโมง จนกว่าจะเห็นว่าเนื้อได้ละลายตามที่ต้องการแล้ว และจำเป็นต้องนำเนื้อนั้นไปปรุงสุกให้หมดห้ามเก็บกลับไปแช่ฟรีซอีก

4. ละลายในหม้อสแตนเลส

สำหรับการละลายเนื้อด้วยหม้อสแตนเลส อาจเป็นวิธีที่ใครหลายๆ คนไม่ขาดคิด โดยวิธีละลายเนื้อแช่แข็ง แบบนี้จะเริ่มจากการนำเนื้อใส่ถุงซีลหรือห่อหุ้มเนื้อเป็นที่เรียบร้อย โดยไม่ให้ตัวเนื้อสัมผัสกับสแตนเลสโดยตรง จากนั้นให้นำเนื้อเข้าหม้อสแตนเลสโดยใบหนึ่งใส่เนื้อ อีกใบหนึ่งปิดคว่ำ วิธีการนี้จะทำให้ความเย็นของเนื้อถ่ายเทไปยังสแตนเลสเลยทำให้เนื้อสามารถละลายเร็วได้นั่นเอง สำหรับวิธีนี้อยู่ราว 20 นาที เท่านั้น แต่เนื้อที่ละลายมาต้องปรุงสุกรวดเดียวหมดอย่านำกลับเข้าตู้เย็นอีก

สรุปบทความ

สำหรับวิธีละลายเนื้อแช่แข็ง ทั้ง 5 วิธีนั้นจะเป็นการละลายเนื้อที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก และสามารถนำไปทำอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยอย่างแน่นอน แต่หลายครั้งจำเป็นจะต้องใช้เนื้อที่ละลายมาให้หมด และรีบปรุงสุกให้เร็วก็จะสามารถลดการเกิดแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี และ สุดท้ายนี้ทาง Tecnogas ก็ขอลากันไปก่อน รอบหน้าไม่ลืมที่จะเอาบทความความรู้ในครัวหรือเกี่ยวกับ เตาแก๊ส มาให้ทุกคนมาอ่านกันอย่างแน่นอน

9 อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็นเป็นอันขาด

9 อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็นเป็นอันขาด
ใครที่เข้าครัวกันอยู่เป็นประจำคงจะรู้แล้วว่าวัตถุดิบบางชนิดหรืออาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็นมีอะไรกันบ้าง แต่หลายครั้งคนทำครัวเองก็เอาวัตถุดิบหรืออาหารเข้าไปแช่กันแบบผิดๆ ไม่ใช่น้อย และยิ่งคนที่ไม่ทำครัวจะไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย ดังนั้นทุกคนมาดูกันดีกว่าว่าอะไรบ้างที่ไม่ควรแช่ในตู้เย็น เพราะถ้าหากแช่วัตถุดิบและอาหารเหล่านี้จะเสียรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลารีบไปตามอ่านกันเลยดีกว่า

รวมอาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น

1. กระเทียม

กระเทียมนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรแช่ไว้อย่างยิ่ง เพราะกระเทียมเมื่ออยู่ในตู้เย็นจะมีความชื้น ทำให้คุณภาพของกระเทียมเสื่อมและไม่สามารถนำไปทำอาหารได้ อย่างแรกคือกระเทียมจะกลายเป็นมีเชื้อราหรือไม่ก็เป็นยาง และที่น่าเซอร์ไพรซ์กว่าถ้าแช่นานวันไปอาจจะกลายเป็นต้นอ่อนของกระเทียมเกิดขึ้นได้ ดังนั้นกระเทียมควรเอาออกมาจากตู้เย็น ใส่ตะกร้าที่มีรูให้กระเทียมระบายอากาศ วางไว้ในอุณหภูมิห้องก็เป็นอันจบ

2. หอมใหญ่

สำหรับหอมใหญ่นับว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็นเช่นเดียวกันกับกระเทียม เชื่อเลยว่าหลายคนต้องเผลอแช่กันบ้างแน่ ๆ แต่การแช่จะทำให้หอมใหญ่มีความชื้น อีกทั้งยังมีเนื้อสัมผัสที่นิ่ม จนนำไปสู่การเกิดเชื้อราหรือว่าทำให้นิ่มได้อีกด้วย

3. มะเขือเทศ

อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็นอย่างมะเขือเทศเป็นอันต้องสร้างความตกใจ เพราะเชื่อเลยว่าแทบทุกครัวเอามะเขือเทศเข้าไปแช่อย่างแน่นอน อย่างแรกคือจะทำให้มะเขือเทศมีความอร่อยที่น้อยลง เปลือกด้านนอกของมะเขือจะมีความนิ่ม ในขณะเนื้อในก็นิ่มความกรุบกรอบหายไป แน่นอนว่ารสชาติของมะเขือเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน แต่ที่น่าเสียได้ที่สุด คือ คุณค่าโภชนาการหายไปอีกด้วย

4. ฟักทอง

ฟักทองนับว่าเป็นอีกวัตถุดิบที่ไม่ควรแช่ ไม่ว่าจะมาเป็นทั้งลูกหรือหั่นออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะจะยิ่งเป็นการเร่งให้ฟักทองเน่าเสียได้ไวยิ่งขึ้นเพราะความชื้น นอกเหนือจากนี้เนื้อสัมผัสของฟักทองจะไม่อร่อยเหมือนปกติ แน่นอนว่าความหวานของฟักทองจะเสียไปเป็นอย่างมาก

5. กล้วย

กล้วยเป็นที่รู้กันอยู่แล้วควรวางไว้ที่อุณหภูมิห้องจะเป็นการดีกว่า เพราะตัวกล้วยจะค่อยๆ สุกและสร้างรสชาติที่อร่อยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งตัวกล้วยจะมีรอยดำที่น้อยลง แต่ถ้าหากเลือกที่จะนำกล้วยเข้าตู้เย็น ตัวเปลือกจะมีรอยดำ ทำให้กล้วยดูไม่น่ารับประทาน แทบรสชาติอาจจะแย่ลงด้วยได้นั่นเอง

6. อะโวคาโด

อะโวคาโดคนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยเพราะไม่ได้นำวัตถุดิบนี้มาใช้เท่าไหร่นัก แต่อะโวคาโดเป็นอาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น เพราะโดยปกติเวลาไปซื้ออะโวคาโดมา อะโวคาโดจะยังไม่สุกดีและมีเนื้อแข็ง และถ้าหากเลือกนำไปแช่ก็เหมือนเป็นการไปฟรีซทำให้สุกช้ามากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าถ้าอยากจะใช้ทำอาหารเลย คงไม่สามารถทำได้ แนะนำว่าให้วางไว้ข้างนอกรอสุกจะเป็นการดีกว่า

7. แอปเปิ้ล

สำหรับแอปเปิ้ลนับว่าเป็นสิ่งที่สามารถวางข้างนอกได้ เพราะตัวแอปเปิ้ลจะสุกช้ามากๆ เพราะมีการเคลือบผิวด้วยแว็กซ์ที่แอปเปิ้ลเพื่อคงความสดเป็นที่เรียบร้อย และแน่นอนว่าการวางข้างนอกจะทำให้รสชาติของแอปเปิ้ลหวานอร่อยกว่าการแช่ตู้เย็นอย่างแน่นอน

8. กาแฟ

สำหรับกาแฟไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม ไม่ควรนำเข้าไปแช่ตู้เย็นเป็นอันขาด เพราะตัวกาแฟจะมีสรรพคุณในการดูดกลิ่นได้เป็นอย่างดี และเมื่อไปวางในตู้เย็นก็จะทำการดูดกลิ่นต่างๆ ได้ และเมื่อนำออกมาชงก็จะกลายเป็นว่ารสชาติของกาแฟจะไม่เหมือนเดิม

9. น้ำผึ้ง

ถ้าหากใครเคยเอาน้ำผึ้งเข้าตู้เย็นก็จะรู้ทันทีว่าน้ำผึ้งไม่ควรเอาเข้าเด็ดขาด เพราะตัวน้ำผึ้งจะกลายเป็นผลึกที่มีเนื้อสีขุ่นๆ แน่นอนว่าเวลาบีบหรือตักเพื่อนำมาปรุงบอกเลยว่าใช้งานยากมากๆ จึงนับว่าเป็น  อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น แต่ขอแนะนำให้ตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้องปิดแบบมิดชิด

สรุปบทความ

สรุปแล้ววัตถุดิบหรือ อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น จะมีด้วยกันอยู่ 9 อย่างที่ได้มีการอธิบายไป ดังนั้นหากใครมีความเข้าใจผิดอยู่ๆ รีบเอาวัตถุดิบออกมาเลยดีกว่า ไม่ต้องกลัวว่าเก็บข้างนอกจะไม่ปลอดภัย ทาง Tecnogas ขอการันตียืนยันว่าสามารถวางข้างนอกได้หายห่วง สุดท้ายทางเราก็ขอลากันไปก่อน หากใครที่กำลังมองหา เครื่องครัวอิตาลี เกรดพรีเมี่ยมมีหลายแบบให้เลือกสรรได้ดังใจ เข้ากับครัวคุณได้อย่างลงตัว สามารถมาดูเครื่องครัวที่หน้าเว็บไซต์กันได้

6 น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพต้องติดบ้านไว้

6 น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพต้องติดบ้านไว้
สำหรับใครที่ต้องใช้น้ำมันในการทำอาหารอยู่บ่อยๆ ก็คงจะรู้กันอยู่แล้วว่าน้ำมันบางชนิดไม่ได้ช่วยทำให้สุขภาพร่างกายดีสักเท่าไหร่ และแม้แต่น้ำมันถั่วเหลืองเองก็อาจยังไม่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ เพราะนอกจากน้ำมันถั่วเหลืองแล้ว ยังมีน้ำมันชนิดอื่นๆ ที่ทุกคนสามารถนำมาเข้าครัว เทได้แบบไม่ยั้ง อีกทั้งยังสามารถเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารเมนูนั้น ๆ แบบไม่น่าเชื่อ ถ้าพร้อมแล้วตามไปอ่านด้วยกันดีกว่าว่ามีน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมีชนิดไหนบ้าง

รวมน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ

น้ำมัน คือ สิ่งที่จำเป็นต่อร่างกายที่มาในรูปแบบของไขมัน อย่างที่ทุกคนรู้ว่าคนเราจะต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหนึ่งในนั้นก็คือไขมัน แต่การจะทานไขมันก็ต้องเลือกสักหน่อย ก็เหมือนกับน้ำมันที่จะต้องเลือกเช่นกัน ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลเสียได้ ทีนี้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา 6 มีน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมีอะไรบ้างมาดูกัน

1. น้ำมันมะพร้าว

สำหรับใครที่ทำอาหารทอดบ่อยๆ ขอแนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าว ที่ถือว่าเป็นไขมันที่มีความอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว โดยรวมคือเป็นไขมันที่ดีต่อร่างกายนั่นเอง วิธีการสามารถใช้ทอดได้อย่างไม่มีลิมิต หรือก็คือสามารถเทน้ำมันท่วมๆ ระหว่างทอดได้เลย เพียงแต่เมื่อทอดเสร็จแล้ว ก็ให้ทำการสะเด็ดน้ำมันออกให้เยอะที่่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้ร่างกายรับไขมันที่มากจนเกินไป แต่ต้องบอกเลยว่าน้ำมันมะพร้าวส่งผลดีต่อผิวเหมาะแก่การบำรุงเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็สามารถนำมาใช้ในการลดน้ำหนักได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพจริงๆ

2. น้ำมันรำข้าว

น้ำมันรำข้าว นับว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะตัวน้ำมันทำจากเปลือกข้าวที่ผ่านการสกัด โดยไขมันที่จะได้ก็เป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยบำรุงประสาท สมอง ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดน้ำตาลในเลือดจึงนับว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ในการนำไปใช้เหมาะแก่การใช้สดอย่างเช่นราดลงบนสลัด การนำไปทอด ผัด ก็สามารถเลือกใช้ได้ เพียงแต่เมื่อเจอความร้อนรสชาติอาหารอาจเปลี่ยนแปลงได้

3. น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอก นับว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพเพราะมีกรดไขมันต่ำ ให้แคลเลอรี่ต่ำ ซึ่งเป็นอะไรที่ดีต่อร่างกาย สามารถทานในปริมาณมากๆ ได้ โดยน้ำมันมะกอกนิยมใส่ลงในสลัด เป็นซอสปรุงรส หรือนำไปผัดด้วยไฟอ่อนๆ ได้ ทั้งนี้ไม่เหมาะแก่การทอดเป็นอันขาด

4. น้ำมันอะโวคาโด

น้ำมันอะโวคาโด คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้กันบ่อย แต่ต้องบอกว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ช่วยลดคอเลสเตอรอล บำรุงหัวใจ ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และแน่นอนว่ายังสามารถขับสารพิษได้อีกด้วย สำหรับน้ำมันชนิดเหมาะแก่การทอดมากที่สุด เพราะสามารถทอดอุณหภูมิสูงๆ ได้นั่นเอง

5. น้ำมันหมู

น้ำมันหมู ก็นับว่าเป็นน้ำมันที่คนไทยใช้กันบ่อยมากที่สุด โดยเฉพาะเมนูทอดที่ไม่เพียงแต่จะทอดให้กรอบ ได้ความร้อนตามที่ต้องการแล้ว ยังสามารถเพิ่มรสชาติอาหารให้อร่อยได้เป็นกองอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นที่ถูกอกฤูกใจ

6. น้ำมันปาล์ม

น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพอย่างน้ำมันปาล์ม เหมาะแก่การทอดแบบน้ำมันท่วม  ไม่มีกลิ่นหืนและทอดอาหารได้กรอบได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญสามารถลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สำหรับน้ำมันชนิดนี้ก็เป็นที่นิยมในการทำอาหารเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่ใช่น้อย

สรุปบทความ

สำหรับน้ำมัน 6 ชนิดนี้ นับว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ น้ำมันบางชนิดอาจต้องใช้ในปริมาณพอเหมาะ และที่สำคัญจะต้องเหมาะกับเมนูที่จะทำด้วย เพราะถ้าหากเลือกผิดชีวิตอาจจะเปลี่ยนได้ จากอาหารที่เป็นจานอร่อยๆ อาจกลายเป็นไม่อร่อยขึ้นมาก็ได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนเลือกทำเมนูอะไรจำเป็นจะต้องเช็คน้ำมันที่มีก่อน แล้วค่อยลงมือทำจะเป็นการดีที่สุด และแน่นอนว่าการเลือก เครื่องครัวอิตาลี จากทางแบรนด์รับรองทำอาหารได้อร่อยขึ้น สามารถเร่งระดับความร้อนได้สะดวก อีกทั้งยังกะอุณหภูมิได้อย่างชัดเจน และยังสามารถใช้งานได้ง่ายอีกด้วย หากใครที่สนใจเข้ามาดูกันที่หน้าเว็บไซต์กันได้เลย

วิธีดับกลิ่นคาวปลาและอาหารติดมือง่ายๆ

วิธีดับกลิ่นคาวปลาและอาหารติดมือง่ายๆ
ในการทำครัวแต่ละครั้งแน่นอนว่ามือของเราจะต้องจับเนื้อสัตว์ เนื้อปลา หรือเนื้อทะเลต่างๆ หลังจากที่ทำครัวเสร็จจะพบเลยว่ามีกลิ่นคาวติดมืออยู่เสมอ ๆ แน่นอนว่าสร้างความไม่ชอบใจให้กับใครหลายๆ คนที่เข้าทำครัวเป็นอย่างมาก ในบทความนี้ทาง Tecnogas จึงจะมาแนะนำวิธีดับกลิ่นคาวปลาและอาหารชนิดอื่นๆ ที่ติดมือกันง่ายๆ แล้วที่สำคัญต้องบอกด้วยว่าหาได้ในห้องครัวอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วตามไปอ่านกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

รวมวิธีดับกลิ่นคาวปลาและอาหารติดมือ

สำหรับวิธีดับกลิ่นคาวปลาและอาหารติดมือได้อย่างหมดจด ซึ่งจะมาแนะนำวัตถุดิบทั้งหมด 7 อย่างด้วยกัน หากทำแล้วกลิ่นจางหาย และบางทีอาจได้กลิ่นหอมกลับไปด้วย มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1. ถูมือด้วยเกลือ

วิธีดับกลิ่นติดมือ วิธีแรกก็คือการหยิบเกลือที่เป็นผงๆ ในบ้าน นำมาถูทั่วๆ มือ ทั้งบริเวณซอกเล็บและซอกนิ้วให้ทั่ว โดยปริมาณแนะนำว่าให้ใช้เยอะๆ หน่อย ก็จะสามารถขจัดกลิ่นได้ดีมากยิ่งขึ้น เมื่อทำการถูเสร็จก็ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า เพียงเท่านี้มือของคุณก็ไม่มีกลิ่นแล้ว

2. ใช้น้ำส้มสายชู

สำหรับน้ำส้มสายชูก็นับว่าเป็นวัตถุดิบที่สามารถดับกลิ่นได้เป็นอย่างดี โดยน้ำส้มสายชูจะมีด้วยกันอยู่ 2 สูตร ที่ขึ้นอยู่กับความต้องการเลยว่าจะเลือกใช้สูตรไหน ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
  • วิธีดับกลิ่นติดมือด้วยน้ำส้มสายชูสูตรที่ 1 : นำน้ำส้มสายชูผสมกับเกลือที่มีอยู่ถูไปทั่วๆมือเน้นให้ครบทุกจุด จากนั้นก็ใช้สบู่ทำการล้างออก กลิ่นคาวของอาหารก็จะหายไป
  • วิธีดับกลิ่นติดมือด้วยน้ำส้มสายชูสูตรที่ 2 : นำน้ำส้มสายชูมาใส่กะละมังตามด้วยน้ำเปล่าน้ำมาผสมกัน จากนั้นให้เอามือลงไปแช่สักพักเพื่อให้กลิ่นคาวหมดไป และเมื่อกลิ่นคาวหมด ก็สามารถใช้สบู่ล้างตามเลยได้เช่นกัน

3. เบรกกิ้งโซดาล้างได้ทุกอย่าง

วิธีดับกลิ่นติดมืออีกวิธีหนึ่งที่ฮิตมากๆ คือ การใช้เบรกกิ้งโซดาเทลงบนมือในปริมาณที่ไม่เยอะทำการถูไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ล้างน้ำสะอาดออก ตามด้วยสบู่อีกครั้งหนึ่ง กลิ่นคาวที่อยู่ในมือก็หายไปอย่างแน่นอน

4. มะนาวหรือมะกรูดช่วยได้

สำหรับใครเป็นสายเข้าครัวอยู่บ่อยๆ ก็คือจะรู้ว่ามะนาวหรือมะกรูดสามารถดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี โดยวิธีการก็คือ ให้นำเปลือกมาถูกบริเวณมือทั่วๆ โดยเปลือกนี้จะช่วยทำให้กลิ่นคาวเจือจางลง หรือสามารถหายได้เลย จากนั้นก็สามารถล้างน้ำสะอาดตามได้ แต่คิดว่าใช้เปลือกลูกเดียวอาจจะไม่พอ ลองเผื่อไว้สัก 2 ลูกน่าจะแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นคาวได้ดีมากยิ่งขึ้น

5. น้ำชาผสมน้ำมะนาว

สำหรับวิธีนี้นับว่าเป็นอีกวิธีที่ได้ผลเป็นอย่างดีเป็นอย่างมาก เริ่มแรกเตรียมชงชาให้พร้อมนำไปผสมกับน้ำเย็นๆ จากนั้นก็ฝานมะนาวบางๆ เอาน้ำชากับมะนาวมาใส่กะละมังจากนั้นให้นำมือลงไปแช่ พร้อมกับถูกมือไปทั่ว โดยเน้นบริเวณซอกนิ้วและซอกเล็บ  เพียงเท่านี้มือของคุณก็ไม่มีกลิ่นแล้ว

6. ใบสาระแหน่

วิธีดับกลิ่นติดมือด้วยการใช้ใบสาระแหน่จะสามารถดับกลิ่นได้เป็นอย่างดี วิธีการเพียงแค่เตรียมใบสาระแหน่เยอะๆ มาทำการถูกทั่วมือไปมา ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนกว่ากลิ่นคาวที่มือจะหายไป จากนั้นค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดก็เป็นการจบสิ้นกระบวนการ

7. น้ำซาวข้าว

สำหรับวิธีสุดท้ายก็คือการใช้น้ำซาวข้าว ซึ่งวิธีการหลังจากซาวข้าวเพื่อที่จะเตรียมหุงข้าวเสร็จ ให้แยกเทใส่กะละมังอีกใบหนึ่ง จากนั้นก็ใช้มือแช่ลงไปที่น้ำซาวข้าวถูไปมา ตัวน้ำก็จะทับการดูดซับกลิ่นทำให้กลิ่นคาวต่างๆ สามารถหายไปได้นั่นเอง

สรุปบทความ

ก็จบกันไปแล้วกับ 7 อุปกรณ์ในครัวที่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาดับกลิ่นคาวที่มือได้อย่างไม่น่าเชื่อ แน่นอนวัตถุดิบเหล่านี้สามารถหาซื้อกันได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน งานนี้การเข้าครัวเป็นเรื่องสนุกไม่ต้องกลัวกลิ่นคาวติดมือ อีกทั้งยังเพลิดเพลินกับอาหารได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่ากลิ่นคาวที่มือจะไปติดกับอาหารที่ต้องทานบอกเลยว่าความอร่อยเพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง สุดท้ายนี้การทำครัวที่เรียกได้ว่าสะดวกยิ่งกว่าเดิม ขอแนะนำให้มาซื้อ เครื่องครัวอิตาลี ของทาง Tecnogas ที่ออกแบบให้ใช้งาน ดีไซน์สวย ดูแล้วโมเดิร์นตอบโจทย์ทุกครอบครัว

รวมอุปกรณ์ที่ควรมีติดเครื่องล้างจาน

รวมอุปกรณ์ที่ควรมีติดเครื่องล้างจาน
ในยุคนี้หากใครที่ต้องทำงานแถมยังเป็นแม่บ้านหรือพ่อบ้านในการดูแลบ้าน สิ่งที่สามารถช่วยลดแรงได้เป็นอย่างดีก็คือเครื่องล้างจาน ที่ต้องบอกเลยว่ากินข้าวมื้อเช้า สาย บ่าย เย็น ไม่ต้องล้าเองทุกรอบ ก็สามารถซื้อเครื่องล้างจานมาใช้ได้ ทีนี้หลายคนอาจจะมองหาอุปกรณ์เครื่องล้างจาน ที่เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะซื้ออันไหนดี มาดูอุปกรณ์ที่ควรมีติดในเครื่องล้างจานกันเลยดีกว่า

5 อุปกรณ์เสริมเครื่องล้างจาน

สำหรับอุปกรณ์เสริมโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นอุปกรณ์ดีไซน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด หรือการจัดระเบียบตำแหน่งของการใช้เครื่องล้างจานเพื่อล้างภาชนะแต่ละชนิดได้อย่างลงตัว เอาเป็นว่าไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าว่า 5 อุปกรณ์เครื่องล้างจานมีอะไรบ้าง โดยรายละเอียดมีดังต่อไปนี้

1. หัวสเปรย์สำหรับถาดเตาอบ

อุปกรณ์เสริมที่ควรจะติดตั้งกับเครื่องล้างจานก็คือ หัวสเปรย์ที่ออกแบบดีไซน์ให้เพิ่มความแรงของน้ำ เพื่อที่ว่าน้ำจะพุ่งตรงไปขจัดคราบต่างๆ ที่คิดอยู่ในถาดเตาอบ หรือหากมีในส่วนของตะแกรงก็สามารถเพิ่มแรงดันน้ำทำให้เครื่องล้างจานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก เพราะสามารถเคลียร์เศษอาหาร คราบชนิดต่างๆ รวมถึงคราบไขมันได้หมด นับว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องล้างจานที่ควรติดตั้งเป็นอย่างมาก.

2. ถาดคว่ำจานและแก้วน้ำ

ระหว่างการล้างเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้ภาชนะ การเฟ้นหาถาดคว้ำจานและแก้วน้ำ นับว่าเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ เพราะจะทำให้ตัวภาชนะถูกล็อคในตำแหน่งที่ควร โดยสามารถเลือกว่าจะเอาถาดที่สามารถวางแก้วน้ำได้กี่อันตามสมาชิกภายในครอบครัว สมมติมี 4 ก็เลือกแบบที่มี 4 หรือถ้าหากมีมากกว่านั้นก็สามารถเลือกถาดที่สามารถจุเพิ่มได้เช่นกัน

3. อุปกรณ์สำหรับยึดขวด

เวลาอยู่ในบ้านหลายคนมักจะมีขวดน้ำดื่มหลายๆ ขวด เพื่อที่สามารถนำไปแช่ตู้เย็นแล้วเท หรือโยกย้ายไปตำแหน่งต่างๆ ของบ้านได้ แต่ถ้าใครเคยล้างขวดด้วยมือตัวเองมาก่อน จะพบว่าการล้างขวดให้สะอาดเป็นเรื่องยากมากๆ หากไม่มีแปรงเฉพาะ และเครื่องล้างจานก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยง่าย โดยจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์สำหรับยึดขวด เพียงแค่เปิดฝาขวดน้ำ แล้วให้ตัวยึดอยู่ที่บริเวณคอขวด เพียงแค่นี้ขวดน้ำก็สามารถล้างได้งานๆ ผ่านเครื่องล้างจาน

4. อุปกรณ์หนีบขวดนม

สำหรับครอบครัวใดที่กำลังมีลูกน้อย แต่ก็รู้สึกว่าการล้างขวดนมด้วยตัวเองเป็นอะไรที่ไม่สะดวก หรือต่อให้แม้มีเครื่องล้างจานก็ไม่รู้จัดวางตำแหน่งไหนดี จึงได้มีการออกแบบอุปกรณ์เครื่องล้างจานอย่างที่หนีบขวด ที่หนีบยึดจะดีไซน์ให้เครื่องล้างจานทำความสะอาดขวดน้ำได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยสามารถล้างหลายๆ ขวดพร้อมกันได้ แต่ทั้งนี้การล้างก็เป็นเพียงการทำความสะอาดเบื้องต้น หากต้องการฆ่าเชื้อก็แนะนำให้ทำตามปกติที่ควรจะทำเพื่อสุขอนามัยของลูกน้อยนับว่าเป็นการดีที่สุด

5. กล่องสำหรับล้างช้อนส้อม

การจัดระเบียบเครื่องล้างจานก็นับเป็นสิ่งจำเป็นที่จะสามารถเพิ่มความสะดวกสบายในการล้างจานได้ดีมากขึ้น ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และแน่นอนว่าการล้างช้อนส้อมก็สามารถทำได้ดีมากขึ้น เพียงแค่คุณมีกล่องใส่สำหรับช้อนส้อมปิดล็อคอย่างแน่นหนา ในขณะเดียวกันก็มีรูระบายที่จะสามารถทำความสะอาดช้อนและส้อมได้ทุกส่วน แต่อย่าลืมว่ากล่องล้างช้อนส้อมไม่ควรใส่แน่นจนเกินไป ไม่เช่นนั้นการทำความสะอาดจะไม่มีประสิทธิภาพ คำแนะนำคือเลือกซื้อกล่องที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น หรือเลือกที่จะล้างน้อยลงก็ได้เช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณเลย

สรุปบทความ

สำหรับอุปกรณ์เครื่องล้างจานที่ได้มีการแนะนำทุกคนกันไปแล้ว นับว่าเป็น 5 อุปกรณ์ที่ต้องมีหรือหากใครไม่สะดวกก็อาจจะเลือกแค่บางอย่างก็ได้ แต่สามารถรับประกันได้ว่าถ้ามีครบ เครื่องล้างจานทำความได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน และถ้าหากใครกำลังมองหาเครื่องล้างจาน คุณภาพดี เกรดพรีเมียม ดีไซน์แบบโมเดิร์น สามารถเข้ากับห้องครัวได้หลายสไตล์ ก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อผ่านหน้าเว็บ Tecnogas กันได้เลย

รวมฮวงจุ้ยห้องครัวตำแหน่งเตาไฟที่ช่วยเสริมความโชคดี

รวมฮวงจุ้ยตำแหน่งเตาไฟที่ควรเลี่ยง ช่วยเสริมดวงเฮงและโชคปัง ๆ
ในการเสริมฮวงจุ้ยให้กับบ้านตำแหน่งของห้องครัวนับว่าเป็นที่ต้องใส่ใจในเรื่องของฮวงจุ้ยเป็นอย่างมาก โดยฮวงจุ้ยห้องครัวตําแหน่งเตาไฟอย่างเตาอบและเตาแก๊สที่จำเป็นจะต้องวางในตำแหน่งที่ถูกหลัก เพื่อนำความสิริมงคลเข้ามาในบ้าน รวมทั้งหลีกเลี่ยงจุดที่ไม่ควรเพราะอาจทำให้ความมงคลจางหายไปได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่าเตาอบและเตาแก๊สควรวางไว้ตรงไหนดี

5 ฮวงจุ้ยห้องครัวตำแหน่งเตาไฟที่แนะนำ

1. เลี่ยงการตั้งเตาไฟใกล้น้ำ

ก่อนอื่นมาดูฮวงจุ้ยห้องครัวตําแหน่งเตาไฟควรหลีกเลี่ยงในการติดตั้งก็คือการติดตั้งใกล้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างจาน ก๊อกน้ำ หรือถังเก็บน้ำ สิ่งเหล่านี้ควรแยกออกมาให้ห่าง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าน้ำกับไฟไม่ถูกกัน ดังนั้นครอบครัวที่อยู่อาศัยจะทะเลาะเบาะแว้งกันตลอดอยู่แล้วไม่มีความสุข และถ้าหากเกิดวางเตาไฟตรงข้ามกับอ่างล้างจาน หรือก๊อกน้ำจะส่งผลต่อสุขภาพในครอบครัวที่จะแย่ลงได้

2. ไม่ควรตั้งเตาไฟตรงกันประตูห้องน้ำ

ฮวงจุ้ยห้องครัวตําแหน่งเตาไฟไม่ควรวางตรงกันข้ามกับประตูห้องน้ำ เพราะจะทำให้เงินทองในบ้านรั่วไหล สูญเสียทรัพย์สินในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ในแง่ของสุขภาพก็ถือว่าส่งผลหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโรคไต โรคนิ่ว หรือลุกลามกลายเป็นโรคมะเร็งได้ ดังนั้นการปรับทิศเตาไฟไม่ให้ตรงกับประตูห้องน้ำจะเป็นการดีที่สุด

3. เลี่ยงตำแหน่งเตาไฟบริเวณใต้คาน

อีกหนึ่งตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะจะส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้านเต็มๆ ก็คือการวางเตาไฟเหนือหัวคานของบ้านนั่นเอง ซึ่งตำแหน่งนี้ถ้าวางแล้วจะทำให้คนในบ้านป่วยง่ายขึ้น เป็นๆ หายๆ อยู่บ่อย นอกเหนือจากนี้อาจป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับ คอ จมูก ตา และโรคอื่นๆ อีกมากมาย เพราะตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าคานที่อยู่ด้านบน จะส่งผลเสียขณะการปรุงอาหารอยู่ที่เตานั่นเอง

4. ควรตั้งเตาไฟให้ติดผนัง

การตั้งเตาไฟที่ควรคือให้ด้านหลังของเตาติดผนังให้ไร้รอยต่อ ไร้ช่องว่าง แนะนำว่าให้เลือกเตาแบบบิ้วอินจะเป็นการดีที่สุด เพราะถ้าหากเหลือพื้นที่ว่าง ตามหลักฮวงจุ้ยบอกเลยว่าฐานะไม่มั่นคง ไม่มีโชคลาภทางการเงิน ได้เงินมาเงินก็ไหลออกวนเวียนแบบนี้ซ้ำๆ ดังนั้นอยากจะเสริมฮวงจุ้ยให้ดีก็แนะนำเลยให้ชิดติดกำแพงสถานเดียว ก็จะทำให้สถานะการเงินที่บ้านดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

5. ตั้งเตาไฟให้เยื้องกับประตู

การตั้งเตาไฟให้เยื้องกับประตูนับว่าเป็นการดีที่สุด ถ้าในแง่ของการทำอาหาร หากประตูอยู่ตรงกับเตาไฟแล้วมีคนเปิดเข้ามาก็จะเป็นอันตรายขณะทำอาหารได้ แน่นอนว่าถ้าเปิดประตูเบาๆ อุณหภูมิของไฟจะไม่มีความเสถียรเพราะมีลมพัดเข้า – ออกอยู่เสมอนั่นเอง  ในขณะเดียวกันหากเลือกวางตรงประตูในแง่ฮวงจุ้ยบอกเลยว่าจะเผาผลาญสิ่งดีๆ ในบ้านได้

6. เลือกเตาอบและเตาแก๊สที่ที่ได้มาตรฐาน

การเลือกเตาอบและเตาแก๊สที่มีคุณภาพก็นับว่าสิ่งที่สามารถสร้างความปลอดภัยหรือยกระดับการทำอาหารได้มากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าทาง Tecnogas มี เตาอบตั้งโต๊ะ และ เตาแก๊ส ให้เลือกซื้อ ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าใช้ทน ใช้ได้นาน มีรับประกัน ที่สำคัญเป็นเตาที่นำเข้าจากทางอิตาลีอีกด้วย แต่ถ้าเลือกใช้เตาอบหรือเตาแก๊สที่ไม่ดี แล้วเกิดการชำรุด หัก หรืออะไรก็ตามแต่ ก็จะทำให้ฮวงจุ้ยบ้านแย่ลงได้ เพราะการมีของในบ้านที่แตกหักจะกลายเป็นว่านำพาสิ่งแย่ๆ เข้ามาในชีวิต

สรุปบทความ

ในการเสริมฮวงจุ้ยให้กับห้องครัว ทุกคนคงจะเห็นแล้วว่าสามารถเสริมความสิริมงคลได้อย่างไรบ้าง แต่ถ้าหากมาลองสังเกตดีๆ จะพบวางตำแหน่งที่ควรวาง นับว่าเป็นตำแหน่งที่เหมาะกับการทำครัวเป็นอย่างมาก เพราะสามารถใช้การได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งในจุดที่หลีกเลี่ยงก็นับว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่เหมาะ เพราะจะทำครัวได้ยากขึ้น สุดท้ายนี้ทาง Tecnogas ก็ขอลากันไปก่อน หาอยากซื้อ เตาอบตั้งโต๊ะ และ เตาแก๊ส ก็สามารถคลิกตามลิ้งค์กันได้เลย

Follow Us

TEL. 02-274-3434
EMAIL : webmaster@sbo-brand.com

The Signature Brand Co., Ltd. 
771 Pracha Uthit Road, Samsen Nok,Huai Khwang District, Bangkok 10310