10 เมนูอาหารเพื่อสุขภาพยอดนิยม

10 เมนูอาหารเพื่อสุขภาพยอดนิยม
เดี๋ยวนี้หลายคนหันมาใส่ใจกินเพื่อสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น แต่ครั้นจะซื้อมากินกันทุกมื้อก็ดูจะเป็นการสิ้นเปลืองจนเกินไปเพราะราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ ดังนั้นถ้าหากที่บ้านคุณมี เตาอบ หรือว่า เตาแก๊ส การทำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะวันนี้เรามีเมนู อาหาร เพื่อ สุขภาพ ง่ายๆ มาฝากกันถึง 10 เมนูเลยทีเดียว
  1. ข้าวอบธัญพืช
  2. ข้าวคลุกกะปิ
  3. สลัดโรลล์ไก่อบ
  4. ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน
  5. แซลมอนย่างเทอริยากิ
  6. ข้าวไรซ์เบอร์รีผัดปลานิล
  7. ยำแซลมอนต้นอ่อนทานตะวัน
  8. ข้าวต้มปลาเก๋า
  9. ใบเหลียงผัดไข่
  10. แกงเลียง

1. ข้าวอบธัญพืช

เมนูง่าย ๆ แต่ได้สุขภาพแบบจัดเต็มจากธัญพืชหลากหลายชนิด เพียงแค่เตรียมข้าวสวยหรือถ้าอยากได้สุขภาพมากยิ่งขึ้นก็อาจจะเลือกเป็นข้าวกล้องหุงสุก ผัดกระเทียมกับน้ำมันมะกอกให้หอม จากนั้นนำธัญพืชลงไปผัดตามชอบไม่ว่าจะเป็นถั่วลันเตา ลูกเดือย แปะก๊วย ข้าวโพดหวาน เมล็ดบัว ถั่วลิสง เติมประโยชน์ด้วยเห็ดหอม กุ้งแห้ง เต้าหู้ขาว เพิ่มสีสันด้วยแครอท ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยดำป่น เกลือปลายช้อนชา นำมาคลุกเคล้ากับข้าวที่เตรียมเอาไว้แล้วนำไปใส่เหมาะสำหรับอบหรืออาจจะใช้เป็นกระทะแบบมีฝาตั้งไฟอ่อนประมาณ 5 นาที ตกแต่งด้วยต้นหอมผักชีโรยหน้าเล็กน้อยก็อร่อยได้สุขภาพกันแล้ว

2. ข้าวคลุกกะปิ

เมนูที่หลายคนชื่นชอบด้วยความลงตัวระหว่างข้าวคลุกกะปิหอมกรุ่นและเครื่องเคียงแบบเน้น ๆ ด้วยการนำเอากะปิลงไปผัดให้หอมแล้วใส่ข้าวสวยตามลงไปผัดให้ทั่ว กินกับเครื่องเคียงแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็นหอมแดงซอย กุ้งแห้ง พริกขี้หนูซอย มะม่วงเปรี้ยวสับ แตงกวา หมูหวาน กุนเชียง ไข่เจียวหั่นฝอย พริกแห้ง ถั่วฝักยาวซอย เพิ่มความอร่อยด้วยการบีบมะนาวลงไป 1 ซีก บอกเลยว่าจานเดียวไม่เคยพอ

3. สลัดโรลล์ไก่อบ

เมนู อาหาร เพื่อ สุขภาพ ง่ายๆ ที่ได้ประโยชน์ครบถ้วน ซึ่งเมนูนี้ก็จะใช้แป้งตอติญ่ามาเป็นตัวห่อ ใช้เนื้ออกไก่ปรุงรสด้วยเกลือกับพริกไทยนำไปอบให้สุก โดยตอนห่อก็ให้ใช้ชีสมอสซาเรลล่าโรยลงไปบนแผ่นแป้งก่อน ตามด้วยผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ เนื้ออกไก่ที่หั่นเป็นชิ้น ตักอะโวคาโดบด ซาวครีม ถั่วอบในซอสมะเขือเทศ และซอสซัลซ่าใส่ลงไป แล้วม้วนแผ่นแป้งให้แน่น จะเสิร์ฟทั้งชิ้นหรือจะหันครึ่งก่อนก็ได้ตามสะดวก

4. ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน

เพื่อให้ได้ประโยชน์มากขึ้นและเตรียมวัตถุดิบไม่ยากก็มาลองทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวนทูน่ากันดู ใช้เพียงแค่ทูน่าในน้ำเกลือ หมูสับ เติมประโยชน์ด้วยเห็ดหอม นำไปรวนให้เข้ากันจนหมูสุกปรุงรสด้วยซอสปรุงรสแล้วผัดต่อจนแห้ง ใช้แป้งปอเปี๊ยะญวนแช่น้ำเล็กน้อยหรือใช้ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่นึ่งมาห่อ โดยวางผักกาดหอม กะหล่ำปลีซอย ใบสะระแหน่ ใบโหระพา ผักชีฝรั่ง ทูน่าที่ผัดเอาไว้ แล้วม้วนห่อตัดเป็นชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มลุยสวนก็อร่อยได้สุขภาพดีกันแล้ว

5. แซลมอนย่างเทอริยากิ

เมนู อาหาร เพื่อ สุขภาพ ง่ายๆ ที่หลายคนต้องทำซ้ำกันอยู่บ่อยๆ เพียงแค่ใช้ปลาแซลมอนหมักกับเกลือและพริกไทยเล็กน้อยนำมาย่างให้สุกบนกระทะ ตักออกมาพักไว้ ใช้ซอสเทอริยากิสำเร็จรูปผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 นำมาเคี่ยวต่อบนกระทะที่ย่างปลาแซลมอนเอาไว้ ใส่น้ำมันงาเล็กน้อยเพิ่มความหอม เคี่ยวจนซอสเริ่มข้นขึ้น เบาไฟแล้วนำปลาแซลมอนที่ย่างเอาไว้วางบนกระทะจับพลิกด้านเพื่อให้สัมผัสกับซอสให้ทั่วทั้งชิ้น ตักใส่จานแล้วนำซอสเทอริยากิที่เหลือราดซ้ำปลาอีกที โรยงาคั่วเล็กน้อยแล้วกินกับผักสลัดก็อร่อยและได้ประโยชน์

6. ข้าวไรซ์เบอร์รีผัดปลานิล

ข้าวไรซ์เบอรี่ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์นำมาผัดกับปลานิลทอดแสนอร่อยย่อยง่าย โดยนำข้าวไรซ์เบอรี่หุงสุกพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำเนื้อปลานิลหั่นชิ้นขนาดพอดีคำปรุงรสด้วยเกลือป่นหยาบและพริกไทยป่นเล็กน้อยคลุกลงในแป้งทอดกรอบแล้วทอดจนสุกเหลืองพักให้สะเด็ดน้ำมัน เจียวกระเทียมกับน้ำมันมะกอกให้มีกลิ่นหอม ใส่ผักต่าง ๆ ลงไปไม่ว่าจะเป็นแครอท บล็อกโคลี่ ฟักทอง ข้าวโพดหวาน ถั่วลันเตา ตามด้วยข้าว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวซอสเห็ดหอม และน้ำตาลทราย จัดเสิร์ฟคู่กับเมล็ดทานตะวันอบกรอบและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด พร้อมผักสดอย่างแตงกวา มะเขือเทศ ผักสลัด กินกับพริกน้ำปลาบอกได้คำเดียวว่าฟินสุด ๆ

7. ยำแซลมอนต้นอ่อนทานตะวัน

เมนูยำรสเด็ดที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทำน้ำยำโดยใช้พริกขี้หนูกับกระเทียมจะสับละเอียด ตำด้วยครก หรือปั่นด้วยเครื่องก็ตามสะดวก ปรุงรสด้วยน้ำปลา ผงปรุงรส น้ำตาลทราย มะนาว ใส่หอมแดงซอย ต้นหอมซอย ตะไคร้ซอย ใบมะกรูดซอย กระเทียมซอย ใบสะระแหน่ ลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว นำเนื้อปลาแซลมอนลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำไปราดใส่บนต้นอ่อนทานตะวันพี่เตรียมเอาไว้ในจาน ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่เล็กน้อย เท่านี้ก็ทั้งแซ่บทั้งได้ประโยชน์กันแล้ว

8. ข้าวต้มปลาเก๋า

มาต่อกันที่อาหารเบา ๆ แต่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย เตรียมน้ำซุปกระดูกหมูต้มกับข่าอ่อน ใส่เห็ดหอม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายเล็กน้อย และพริกไทยป่น นำเข้าหอมมะลิไปต้มให้นมจนเมล็ดแตก ตักเฉพาะข้าวขึ้นมาแล้วเทน้ำซุปที่เตรียมไว้ลงไป วางชิ้นปลาเก๋าลวกลงไป โรยหน้าด้วยข่าตำละเอียด กระเทียมเจียว ขึ้นฉ่าย กินร้อน ๆ คู่กับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว บอกเลยว่าคล่องคอและเข้ากันแบบสุด ๆ

9. ใบเหลียงผัดไข่

เมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่หลายคนติดใจ เพราะใช้เพียงแค่ใบเหลียง กระเทียม แล้วก็ไข่ ก็อิ่มอร่อยสุขภาพดีเกินไปอีกมื้อ ตั้งกระทะเจียวกระเทียมให้หอมจากนั้นใส่ไข่ไก่แล้วคนให้ไข่แตกพอจับตัวเป็นก้อน ใส่ใบเหลียงตามลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ผัดพอให้ใบเหลียงสลบก็ตักใส่จานกินคู่กับน้ำพริกกะปิ งานนี้มีขอตักข้าวเพิ่มอีกจานแน่นอน

10. แกงเลียง

อาหารไทยโบราณที่ใครกินก็ต้องติดใจและยกให้เป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ ถ้าได้ก็ให้ทำการโขลกเครื่องแกงเลียงโดยใช้กุ้งแห้ง พริกไทยเม็ด กะปิ หอมแดง อยากให้ออกเผ็ดหน่อยก็ใส่พริกลงไปเล็กน้อย ตั้งหม้อใส่น้ำสะอาดแล้วใส่เครื่องแกงลงไป เมื่อน้ำเดือดก็ใส่ผักที่เตรียมเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นฟักทอง ข้าวโพดอ่อน น้ำเต้า บวบ เห็ดนางฟ้า ใบตำลึง ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย ใส่กุ้งลวกลงไป แล้วใส่ใบแมงลักเป็นลำดับสุดท้าย อยากให้อร่อยมากขึ้นแนะนำให้ใช้น้ำซุปที่เหลือจากการลวกกุ้งมาใช้รับรองว่าเด็ด และทั้งหมดนี้ก็คือเมนู อาหาร เพื่อ สุขภาพ ง่ายๆ ทำกินเองได้ไม่ยากที่บ้านคุณ ให้คุณได้สร้างสรรค์สุขภาพที่ดีกว่าด้วยเมนูอาหารเพื่อสุขภาพง่าย ๆ แสนอร่อยในทุก ๆ วัน  

5 เมนูอาหารอบยอดฮิต

5 เมนูอาหารอบยอดฮิต

ต้องบอกว่าเตาอบนั้นเป็นเครื่องครัวที่สามารถเนรมิตเมนู อาหาร อบแสนอร่อยได้ทั้งอาหารคาวเลิศรสและเบเกอรี่หอมกรุ่น ซึ่งในปัจจุบันก็ต้องบอกว่าทั้ง เตาอบธรรมดา และ เตาอบบิ้วอิน ก็มีราคาไม่แพงอย่างที่คิด โดยเฉพาะเตา อบ Tecnogas ที่บอกเลยว่าสามารถสร้างสรรค์เมนู อาหาร อบได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าหากใครยังไม่มีไอเดียว่าจะทำเมนูไหนกันดี วันนี้ทางเราก็มีเมนู อาหาร อบยอดฮิตมาฝากกันถึง 5 เมนูเลยทีเดียว

รวม 5 เมนูอาหารอบยอดฮิตทำด้วยเตาอบ

1. เมนูกุ้งอบเกลือ

เมนูง่าย ๆ ใช้วัตถุดิบไม่เยอะแต่อร่อยเยอะมาก วัตถุดิบที่ใช้ก็ได้แก่

  • กุ้ง 500 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบเตย 2-3 ใบ

นำกุ้งไปล้างทำความสะอาดโดยให้ใช้ไม้จิ้มฟันดึงเส้นกลางด้านหลังกุ้งออกมาโดยไม่ต้องปอกเปลือก น้ำใบเตยตัดเป็นท่อน ๆ ส่วนหนึ่งรองไว้ในถาดที่สามารถนำเข้าเตาอบได้ นำกุ้งวางเรียงลงไปพยายามอย่าให้ซ้อนกัน โรยเกลือให้ทั่ว จากนั้นก็วางใบเตยเอาไว้ด้านบนกุ้งอีกเล็กน้อย อบด้วยไฟบน-ล่าง จนกุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงตลอดทั้งตัวก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ บอกเลยว่าฟินมาก

2. เมนูล็อบเตอร์อบชีส

ชวนคุณมาทำเมนูคลาสสิคสไตล์ฝรั่งเศสง่าย ๆ แต่ทั้งหรูหราและอร่อยมาก วัตถุดิบที่ใช้ก็ได้แก่

  • ล็อบสเตอร์ 1 ตัว
  • เนย 25 กรัม
  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมหัวใหญ่หั่นเต๋าเล็กครึ่งลูก
  • ใบไทม์แห้ง
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ไวน์ขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • วิปปิ้งครีมสด 50 กรัม
  • ซอสพริก 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ชีสมอซซาเรลลาขูด 1/4 ถ้วย
  • ชีสพาร์เมซานขูด 1/4 ถ้วย
  • พาร์สลีย์สับเอาไว้โรยหน้า
  • เกลือและพริกไทยดำบดหยาบเล็กน้อยสำหรับใช้ปรุงรส
  • Lemon หั่นเสี้ยวสำหรับเสิร์ฟคู่ในจาน

ผ่าล็อบสเตอร์ตามยาวของลำตัวแล้ววางบนถาดสำหรับอบ หรืออาจจะผ่าแบบครึ่งตัวโดยที่ไม่ให้ขาดออกจากกันก็ได้ นำล็อบสเตอร์วางบนถาดสำหรับอบรอไว้ จากนั้นตั้งกระทะไฟกลางแล้วใส่เนยและน้ำมันมะกอกลงไป ผัดหอมหัวใหญ่ กระเทียม ใบไทม์แห้ง ให้มีกลิ่นหอม ใส่ไวน์ขาว วิปปิ้งครีม ซอสพริก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ผัดให้พองวดแล้วนำไปตักราดบนตัวล็อบสเตอร์ที่เตรียมไว้ โรยด้วยชีส นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสไฟบน-ล่างจนสุกดี นำออกมาโรยใบพาสลีย์สับ แต่พร้อมเลมอนหั่นเสี้ยว

3. ไก่อบสมุนไพร

เมนูไก่เพื่อสุขภาพที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว วัตถุดิบที่ใช้ก็ได้แก่

  • น่องติดสะโพกไก่ 1 กิโลกรัม
  • ตะไคร้ 3-4 ต้น
  • ใบมะกรูด 30 กรัม
  • รากผักชี 7-8 ราก
  • กระเทียม 30 กรัม
  • ขมิ้นสด 20 กรัม
  • ข่า 20 กรัม
  • พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา
  • กะทิ 50 กรัม
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

นำไก่มาจิ้มให้ทั่วด้วยส้อมหรือที่จิ้มเนื้อ จากนั้นนำเอาสมุนไพรทั้งหมดยกเว้นใบมะกรูดไปตำให้ละเอียด ปรุงรสด้วยเกลือป่น น้ำมันหอย และซอสปรุงรส ใส่กะทิลงไปด้วยเพื่อให้เนื้อไก่นุ่มหอมยิ่งขึ้น นำไปหมักกับเนื้อไก่ให้ทั่วพักทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงในตู้เย็น ก่อนเข้าอบฉีกใบมะกรูดโรยหน้าแล้วอบที่ 200 องศาเซลเซียสไฟบน-ล่าง จนไก่สุกทั่วทั้งชิ้น

4. เมนูต๊อกบกกี

ทำอาหารเกาหลีกินเองง่าย ๆ ไม่ต้องไปไกลถึงเกาหลี วัตถุดิบที่ใช้ก็มีดังนี้

  • แป้งต๊อกบกกี 100 กรัม
  • ปูอัด 30 กรัม
  • ลูกชิ้น 30 กรัม
  • เต้าหู้ขาว 20 กรัม
  • หมูแฮมหั่นเต๋า 30 กรัม
  • ต้นหอมยักษ์ 1 ต้น
  • หอมหัวใหญ่ซอยครึ่งหัว
  • ชีสมอสซาเรลลาขูด 150 กรัม
  • กิมจิ 100 กรัม
  • ซอสโคชูจัง 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 200 mL
  • นำกระทะขึ้นตั้งไฟ เทน้ำเปล่าลงไป

นำน้ำเปล่าใส่กระทะตั้งไฟให้ร้อนแล้วใส่แป้งต๊อกบกกีตามลงไป ใส่ซอสโคชูจัง จากนั้นตามด้วยวัตถุดิบที่สุกช้าลงไปก่อน แล้วคนให้เข้ากันจนน้ำงวดและแป้งต๊อกบกกีนุ่ม ตักมาใส่กระทะร้อนแล้วโรยด้วยชีสมอสซาเรลล่าที่ขูดเอาไว้ นำเข้าไปอบที่ 180 องศาไฟบนให้ชีสละลายจนหน้าออกเกรียมเล็กน้อยดูสวยงามก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ก็อาจเปลี่ยนเป็นพวกเห็ด ไส้กรอก หรือเบคอนก็ได้ตามชอบ

5. ข้าวอบใบบัว

อาหารไทยโบราณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ วัตถุดิบที่ใช้ก็มีดังนี้

  • ข้าวสารหอมมะลิ 2 ถ้วยตวง
  • น้ำซุป 1 ½ ถ้วยตวง
  • กุนเชียงทอดหั่นบาง 1/4 ถ้วยตวง
  • เนื้อไก่หรือหมูหั่นพอดีคำ 1/4 ถ้วยตวง
  • เห็ดหอมแห้งแช่น้ำให้นุ่ม 2-3 ดอก
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
  • เม็ดบัวต้มสุก 20 กรัม
  • ไข่แดงเค็ม 2 ฟอง
  • เม็ดเก๋ากี้ 5 กรัม
  • เม็ดถั่วลันเตา 20 กรัม
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับผัด
  • ใบผักชีสำหรับตกแต่ง
  • ใบบัวสำหรับห่อ 2 ใบ

ซาวข้าวสารให้สะอาดแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ ตั้งน้ำมันพืชในกระทะให้ร้อนจัดแล้วนำข้าวสารลงไปผัดจนเม็ดข้าวใส นำข้าวที่ได้ไปใส่หม้อหุงข้าวรอไว้ นำวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ลงไปคลุกเคล้ากับข้าวให้ทั่วทั้งหม้อ จากนั้นใส่น้ำซุป ตามด้วยซอสปรุงรสต่าง ๆ รวมไปถึงพริกไทยป่นลงไปคนให้เข้ากันแล้วกดหุงข้าว เมื่อข้าวสุกก็คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้งแล้วตักใส่ใบบัวที่เตรียมไว้ ใส่ไข่แดงเค็ม ห่อใบบัวให้แน่น นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียสไฟบนล่างประมาณ 10 นาที จัดเสิร์ฟตอนร้อน ตกแต่งด้วยใบผักชี

เพียงแค่คุณมีเตาอบ Tecnogas ติดครัวกันเอาไว้ ก็สามารถสร้างสรรค์เมนู อาหาร อบ แสนอร่อยออกมาได้อย่างมากมาย หากยังไม่รู้จะเลือก เตาอบ Tecnogas รุ่นไหนดี ขอแนะนำ “เตาอบ tecnoplus tnp mn 705b” เตาอบแบบฝังขนาด 70 ลิตรที่มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูสวยงามและฟังก์ชั่นการอบที่ครบครัน เตาอบที่พร้อม สร้างสรรค์ทุกเมนู อาหาร อบ แสนอร่อยให้กับคุณได้ในทุกมื้อ

แจกฟรี 9 สูตรเมนูอาหารเกาหลีสุดเด็ดมัดใจอปป้า!

แจกฟรี 9 สูตรเมนูอาหารเกาหลีสุดเด็ดมัดใจอปป้า!
ใครที่เวลาดูซีรีย์เกาหลีแล้วอยากลองทำอาหารเกาหลีดูบ้าง มารวมตัวกันทางนี้ Tesnogas ขอแนะนำ 9 สูตรอาหารเกาหลียอดนิยม ทำตามได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเมนูอาหารเกาหลีเมนูไหน ก็สามารถทำได้ รับรองว่ารสชาติอร่อย ได้รสเกาหลีแท้ ๆ ใช้มัดใจอปป้าได้อย่างแน่นอน

9 สูตรอาหารเกาหลีทำไม่ยากที่ครัวคุณ

1. ต๊อกบกกีชีส

ใครที่ชอบรับประทานต็อกบกกีนุ่ม ๆ ชีสยืด ๆ หอมชีสเต็มคำ ต้องไม่พลาดต๊อกบกกีชีส เมนูอาหารเกาหลีรสชาติอร่อย รับประทานง่าย ไม่ว่าใครที่ได้ลองก็ต้องติดใจ แถมยังทำตามได้ง่าย ๆ ด้วย วัตถุดิบต็อกบกกีชีส
  • เชดด้าชีสสไลด์ 4 แผ่น
  • ผงพาเมซานชีสตามใจชอบ
  • เนยจืด 1 ช้อนโต๊ะ
  • เบคอน 200 กรัม
  • หอมใหญ่ หั่นเต๋า 1 ลูก
  • เห็ดหอมแช่น้ำ หั่นเต๋า 3 ดอก
  • พริกหวาน 3 สี หั่นเต๋า 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า 200 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • พริกป่นญี่ปุ่น 2 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  • ซอสโคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น 2 ช้อนชา
  • ต๊อกบกกีสำเร็จรูป 150 กรัม
ขั้นตอนการทำต็อกบกกีชีส
  • นำเบคอนไปเซียร์บนกระทะให้เหลืองกรอบ แล้วพักไว้
  • ใส่เนยลงไปในกระทะที่ยังมีน้ำมันเบคอนอยู่ แล้วใส่หอมใหญ่ เห็ดหอม และพริกหวานลงไป ผัดให้เข้ากันจนสุก
  • เติมน้ำเปล่า แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย พริกป่นญี่ปุ่น ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น น้ำมันงา และซอสโคชูจัง ให้ได้รสตามใจชอบ
  • ใส่ต๊อกบกกีลงไป ปรับไฟลง แล้วผัดให้เข้ากันจนต๊อกบกกีสุก
  • ตักใส่ชาม โรยผงพาเมซานชีส วางเบคอน และเชดด้าชีสสไลด์ให้คลุมหน้าต๊อกบกกี แล้วนำไปอบในเตาไมโครเวฟประมาณ 45 วินาที เป็นอันเสร็จ

2. หมูสามชั้นผัดกิมจิ

หมูสามชั้นผัดกิมจิรสเข้มข้น เมนูอาหารเกาหลีที่มีรสชาติถูกใจคนไทยส่วนใหญ่ ใครที่เพิ่งเริ่มลองทำอาหารเกาหลี ต้องไม่พลาดเมนูนี้ เพราะเราคัดเลือกสูตรหมูสามชั้นผัดกิมจิที่ทั้งอร่อยและทำง่ายมาให้แล้ว วัตถุดิบหมูสามชั้นผัดกิมจิ
  • เนื้อหมูสามชั้นสไลด์ 200 กรัม
  • กิมจิ หั่นเป็นท่อน ๆ 150 กรัม (เลือกยี่ห้อกิมจิที่ชอบรับประทาน)
  • ซอสโคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมหัวใหญ่ หั่นสไลด์ 1/2 หัว
  • ต้นหอม หั่นท่อน 1 ต้น
  • งาขาวสำหรับโรยหน้า
ขั้นตอนการทำหมูสามชั้นผัดกิมจิ
  • หมักหมูสไลด์ด้วยน้ำมันงา ซอสโคชูจัง เกลือ และซอสปรุงรส พักไว้ 20 – 30 นาที
  • ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใส่หมูที่หมักไว้ลงไป และผัดจนหมูเกือบสุก
  • ใส่กิมจิ หัวหอม และต้นหอมลงไป แล้วผัดให้เข้ากันจนหมูสุก
  • ปรุงรสเพิ่มเติมตามใจชอบ แล้วตักใส่จาน ตกแต่งด้วยงาขาว

3. ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน

ถ้าคิดจะทำอาหารเกาหลีให้ครบครัน ต้องไม่พลาดอีกหนึ่งเมนูอาหารเกาหลีที่ฮิตที่สุด ไม่ว่าจะไปร้านไหนก็ต้องเจอ ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อนสุดเข้มข้น ซดร้อน ๆ คล่องคอ ซึ่งเราได้คัดเลือกสูตรอาหารเกาหลีที่ทำง่าย ๆ แต่ยังได้รสชาติของซุปกิมจิสไตล์เกาหลีแท้ ๆ มาให้แล้ว วัตถุดิบซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน
  • หมูสามชั้น หรือหมูสไลด์ 350 กรัม
  • กิมจิ 250 กรัม (เลือกยี่ห้อกิมจิที่ชอบรับประทาน)
  • เต้าหู้ขาวอ่อน 1 ก้อน
  • เห็ดเข็มทอง 100 กรัม
  • หอมหัวใหญ่ หั่นสไลด์ 1/2 ลูก
  • ต้นหอมญี่ปุ่น หั่นสไลด์ 1 ถ้วยตวง
  • คนอร์ซุปก้อน 1 ก้อน
  • พริกป่นเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสโคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • ต้นหอมซอยและงาขาวสำหรับโรยหน้า
  • น้ำเปล่า 550 มิลลิลิตร
ขั้นตอนการทำซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน
  • ผัดหมูสามชั้น หรือหมูสไลด์กับน้ำมันงาจนเนื้อหมูใกล้สุก
  • ใส่กิมจิ เห็ดเข็มทอง ต้นหอมญี่ปุ่น หอมหัวใหญ่ลงไป ผัดให้เข้ากัน
  • เติมน้ำลงไป พอน้ำเดือดให้ใส่คนอร์ และปรุงรสด้วยซอสโคชูจัง เกลือ และพริกป่นเกาหลี
  • ใส่เต้าหู้ขาวอ่อนและไข่ไก่ลงไป ตั้งไฟกลางตุ๋นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
  • ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยต้นหอมซอยและงาขาว เป็นอันเสร็จ

4. กิมจิผัดไข่

แค่มีกิมจิ ไข่ไก่ และซอสโคชูจังก็สามารถทำอาหารเกาหลีที่อร่อยได้แล้ว เราขอแนะนำกิมจิผัดไข่ เมนูอาหารเกาหลีที่ใช้วัตถุดิบแค่ 3 อย่าง หาซื้อง่าย ไม่ว่าใครก็ทำตามได้ วัตถุดิบกิมจิผัดไข่
  • กิมจิ 150 กรัม (เลือกใช้ยี่ห้อกิมจิที่ชอบรับประทาน)
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ซอสโคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำกิมจิผัดไข่
  • ถ้าต้องการใส่เนื้อสัตว์ สามารถนำเนื้อสัตว์ที่ชอบลงไปผัดกับกระเทียมก่อนได้ แต่ถ้าไม่อยากรับประทานเนื้อสัตว์ สามารถใส่กิมจิลงไปผัดกับน้ำมันได้เลย
  • ใส่ไข่ไก่ลงไป ปรุงรสด้วยซอสโคชูจัง ผัดให้เข้ากันแล้วปิดไฟ ใครที่ชอบไข่นุ่ม ๆ เยิ้ม ๆ ไม่ต้องผัดนาน รับรองว่าอร่อยแน่นอน

5. บูเดชิเก

ทำเมนูอาหารเกาหลีจานเดียวไปหลายเมนูแล้ว เราขอเปลี่ยนไปทำอาหารเกาหลีเอาใจสายปาร์ตี้บ้าง กับ บูเดชิเก หม้อไฟเกาหลีสุดปังที่ใครได้กินก็ติดใจ ทำตามได้ง่าย ๆ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย วัตถุดิบบูเดชิเก
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี
  • ซอสโคชูจังตามใจชอบ
  • เนื้อสัตว์ตามใจชอบ
  • ไส้กรอก แฮม เบคอน ลูกชิ้น หรือปูอัดตามใจชอบ
  • เต้าหู้ขาวอ่อน
  • คนอร์ 1 ก้อน
  • ไข่ไก่
  • ผักสำหรับใส่หม้อไฟ เช่น ต้นหอมญี่ปุ่นซอย หอมหัวใหญ่ แครอท เห็ด ผักกาดขาว กะหล่ำปลี เห็ดเข็มทอง
  • น้ำเปล่า หรือน้ำสต็อก
  • น้ำมันงา
ขั้นตอนการทำบูเดชิเก
  • ใส่น้ำเปล่าลงไปในหม้อชาบู ปรุงรสด้วยคนอร์ ซอสโคชูจัง น้ำมันงา หรือเครื่องปรุงรสอื่น ๆ จนได้รสน้ำซุปที่ชอบ
  • ใส่มาม่า ผัก ไข่ไก่ และเนื้อสัตว์ลงไป รอจนทุกอย่างสุกก็สามารถรับประทานได้เลย จะเพิ่มความหอมด้วยน้ำมันงา หรือเพิ่มความอร่อยด้วยชีสแผ่นก็ได้ทั้งนั้น

6. ซุปต๊อกโบกีเนื้อ

นอกจากบูเดชิเกแล้ว อีกหนึ่งเมนูอาหารเกาหลีที่สายปาร์ตี้ไม่ควรพลาดก็คือ ซุปต๊อกโบกีเนื้อร้อน ๆ เมนูที่ทำรับประทานร่วมกันกับเพื่อน หรือครอบครัว ก็ทำให้มื้ออาหารนั้นพิเศษและสนุกขึ้นกว่าเดิม โดยเราคัดสูตรอาหารเกาหลีแท้ ๆ มาให้แล้ว รับรองว่าอร่อยเหมือนบินไปกินที่เกาหลี วัตถุดิบซุปต๊อกโบกีเนื้อ
  • เนื้อวัว หรือเนื้อหมู 200 กรัม (หมักด้วยไวน์ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ และพริกไทย)
  • ต๊อกโบกีเส้นสด 300 กรัม
  • ลูกชิ้นปลาเกาหลี หั่นพอดีคำ 4 – 5 ลูก
  • ต้นหอมญี่ปุ่น หั่นสไลด์ 1 ต้น
  • กะหล่ำปลี หั่นสไลด์ 2 หัว
  • ใบโอบะ 4 ใบ
  • ไข่ต้ม 2 – 4 ฟอง
  • งาดำ งาขาวสำหรับโรยนา
  • เกี๊ยวซ่าสำเร็จรูป ตามใจชอบ
  • น้ำสต็อก
  • น้ำซอสสำหรับซุปต็อกโบกี (ซอสโคชูจัง พริกผงเกาหลี กระเทียมสับ น้ำตาล น้ำเชื่อมข้าวโพด ผงกะหรี่ ซีอิ๊วขาว และพริกไทย ผสมให้เข้ากัน)
ขั้นตอนการทำซุปต็อกโบกีเนื้อ
  • ทอดเกี๊ยวซ่าให้กรอบ และนำต็อกโบกีไปแช่น้ำ 10 นาที
  • นำหมูที่หมักไว้ลงไปผัดให้เกือบสุก แล้วใส่ต้นหอมญี่ปุ่นและกะหล่ำปลีลงไป ผัดให้เข้ากัน
  • เติมน้ำสต็อกให้ท่วม ใส่น้ำซอสลงไป คนให้เข้ากัน
  • พอน้ำเดือดแล้ว ให้ใส่ต็อกบกกี ลูกชิ้นปลาเกาหลี ไข่ต้ม และใบโอบะลงไป
  • โรยหน้าด้วยงาดำและงาขาวเป็นอันเสร็จ สามารถตักเสิร์ฟได้เลย หรือรับประทานบนหม้อเหมือนบูเดชิเกก็ได้

7. ข้าวผัดกิมจิ

เมื่อพูดถึงเมนูอาหารเกาหลีที่ทำจากกิมจิแล้ว อีกหนึ่งเมนูที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ข้าวผัดกิมจิรสจัดจ้าน รับประทานคู่กับไข่ดาวเยิ้ม ๆ และซุปสาหร่ายหอม ๆ กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ ใครที่ไม่เคยทานต้องลอง วัตถุดิบข้าวผัดกิมจิ
  • ข้าวหอมมะลิ หรือข้าวญี่ปุ่นหุงสุก แช่เย็น 1 ถ้วย
  • กิมจิ 1/2 ถ้วย (เลือกยี่ห้อกิมจิที่ชอบรับประทาน)
  • ซอสโคชูจัง 1 ช้อนโต๊ะ แต่ถ้าชอบเผ็ดสามารถใส่ 2 ช้อนโต๊ะได้
  • เบคอน 1/2 ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่ หั่นสไลด์ 1/2 หัว
  • แครอท หั่นเป็นเส้น 1/3 หัว
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1 หยิบมือ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ขั้นตอนการทำข้าวผัดกิมจิ
  • นำเบคอนลงไปเซียร์ในกระทะจนน้ำมันออกมา หลังจากนั้นให้ใส่หอมหัวใหญ่ แครอท และกระเทียมสับลงไปผัดจนสุก
  • ปรุงรสด้วยเกลือป่น น้ำตาลทราย และซอสโคชูจัง
  • ใส่ข้าวที่เตรียมไว้ลงไป แล้วผัดให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

8. จาจังมยอน

ใครสายเส้นต้องไม่พลาดเมนูนี้ จาจังมยอน เมนูอาหารเกาหลียอดฮิตในซีรีย์เกาหลีที่เห็นพระเอกนางเอกรับประทานทีไร ต้องอยากกินตามทุกที ใครที่อยากลองทำอาหารเกาหลีเมนูนี้ เราได้หาสูตรที่ทำตามง่าย ๆ มาให้แล้ว วัตถุดิบจาจังมยอน
  • เส้นบะหมี่สำหรับทำจาจังเมียน 1 ก้อน
  • หมูสามชั้นหั่นสไลด์ 200 กรัม
  • หัวไชเท้า หั่นสไลด์ 1 ถ้วย
  • มันฝรั่ง หั่นเต๋า 1 ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่ หั่นสไลด์ 1 ถ้วย
  • ซอสชุนจัง 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ ละลายกับน้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
  • น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 2 ถ้วย
  • น้ำมันพืช
  • แตงกวาซอยละเอียด
ขั้นตอนการทำจาจังมยอน
  • ทำซอสจางจังมยอนก่อน โดยการใส่หมูสามชั้นลงไปผัดกับน้ำมันจนเกือบสุก เทน้ำมันออก แล้วใส่หัวไชเท้า หอมหัวใหญ่ และมันฝรั่งลงไปผัดให้เข้ากัน
  • เติมน้ำเปล่าลงไปให้ท่วม ใส่ซอสชุนจัง และปรุงรสด้วยน้ำมันงา น้ำตาลทราย และเกลือ
  • ตุ๋นไฟกลางจนมันฝรั่งสุก แล้วใส่แป้งมันที่ผสมน้ำลงไปเพื่อเพิ่มความข้นของน้ำซอส คนให้น้ำแป้งมันเข้ากับน้ำซอสเป็นอันเสร็จ
  • ลวกเส้นบะหมี่ในน้ำร้อน แล้วนำไปแช่ในน้ำเย็นจัด
  • ตักเส้นใส่จานให้สวยงาม ราดน้ำซอสจาจังมยอนลงไป ตกแต่งด้วยแตงกวาซอย เป็นอันเสร็จ

9. ทัคคาลบี้

เมนูอาหารเกาหลีสุดท้ายที่เรานำมาฝากในวันนี้ก็คือ ทัคคาลบี้ เมนูกระทะร้อนสุดอร่อยที่รับประทานได้ทั้งครอบครัว จะทำเป็นมื้ออาหารปกติ หรือเมนูสำหรับปาร์ตี้ก็เข้ากัน แถมวิธีทำยังง่ายมาก ๆ ด้วย วัตถุดิบทัคคาลบี้
  • เนื้อสะโพกไก่ หั่นเป็นชิ้น ๆ 300 กรัม
  • ต็อกบ็อกกีเส้นสด 1 ถ้วย
  • กะหล่ำปลี หั่นเป็นชิ้น ๆ 3 ถ้วย
  • ต้นหอมญี่ปุ่น หั่นสไลด์ 2 ถ้วย
  • แครอท หั่นสไลด์ 1/2 ถ้วย
  • มันฝรั่ง หั่นสไลด์ 1/2 ถ้วย
  • หอมใหญ่ หั่นสไลด์ 1/2 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าเขียว หั่นสไลด์ 1/4 ถ้วย
  • กระเทียม 3 ช้อนโต๊ะ
  • ขิงสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • โคชูจัง 3 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่นเกาหลี 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป 1/4 ถ้วย
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำทัคคาลบี้
  • หมักเนื้อสะโพกไก่ด้วยกระเทียมสับ ขิงสับ พริกป่นเกาหลี น้ำตาลทราย น้ำมันงา น้ำปลา 15 – 30 นาที
  • ในระหว่างนั้นให้ใส่น้ำมัน และจัดเรียงผักต่าง ๆ ลงไปในกระทะร้อน โดยเหลือที่ว่างตรงกลางไว้
  • ใส่เนื้อสะโพกไก่ที่หมักได้ที่แล้วลงไปตรงกลาง เปิดไฟ เติมน้ำซุป แล้วผัดให้เข้ากันจนส่วนผสมสุก
  • สามารถตักใส่จานเสิร์ฟ หรือรับประทานบนกระทะร้อนได้เลย
9 สูตรอาหารเกาหลีที่เรานำมาฝากในวันนี้ มีเมนูอาหารเกาหลีไหนที่ถูกใจกันบ้าง อย่าลืมไปลองทำกันดูนะ รับรองว่าอร่อยไม่ผิดหวังแน่นอน อย่างไรก็ตาม ถ้าได้เมนูอาหารเกาหลีที่อยากทำแล้ว แต่ยังไม่มีเตาแก๊ส หรือเตาไฟฟ้าที่ถูกใจ ให้ Tesnogas เป็นเพื่อนคู่ครัวของคุณได้ ดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ มาตรฐานระดับสากล นำเข้าจากประเทศอิตาลี<

รวม 10 สูตร “เมนูเนื้อวัว” ยอดฮิต ทำเองได้ไม่ยุ่งยาก

รวม 10 สูตร "เมนูเนื้อวัว" ยอดฮิต ทำเองได้ไม่ยุ่งยาก
ใครที่เป็นสายเนื้อเลิฟเวอร์มารวมกันทางนี้! Tecnogas ได้รวบรวม 10 เมนูเนื้อวัวยอดนิยมมาไว้ที่นี่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เมนูเนื้อไว้กินเล่น ๆ เมนูข้าวจานเดียว แกงเนื้อ รวมครบเมนูจากเนื้อวัวทั้งไทยและเทศ ทำตามได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก เผยเคล็ดลับความอร่อยหมดเปลือก ทั้งวัตถุดิบและวิธีทำ ไปดูกันเลย

รวม 10 เมนูเนื้อวัวยอดฮิตที่ทำเองได้ที่บ้าน

1. เนื้อแดดเดียว

เปิดประเดิมเมนูจากเนื้อวัวแรกด้วย “เนื้อแดดเดียว” เมนูเนื้อวัวสุดโปรดของทุกบ้าน แค่ทอดร้อน ๆ กินคู่กับข้าวเหนียวนุ่ม ๆ ก็อร่อยจนหยุดไม่อยู่ เผลออีกก็หมดไปหลายชิ้นแล้ว สำหรับใครที่ทนหิวไม่ไหว เรามีเคล็ดลับการทำเนื้อแดดเดียวง่าย ๆ เนื้อไม่เหนียว วัตถุดิบน้อย มาฝาก วัตถุดิบเนื้อแดดเดียว
  • เนื้อวัวสันนอก 1,000 กรัม (สามารถเลือกส่วนของเนื้อได้ตามใจชอบ)
  • น้ำปลาแท้ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา
ขั้นตอนทำเนื้อแดดเดียวแบบง่าย ๆ
  • เตรียมเนื้อวัวให้เรียบร้อย โดยการหั่นสไลด์เนื้อเป็นเส้นยาว หั่นตามลายเนื้อ ไม่หั่นตัดขวางลายเนื้อไม่งั้นจะทำให้เนื้อวัวเหนียว
  • เตรียมเครื่องหมัก โขลกพริกไทยเม็ดแบบหยาบ
  • ผสมเนื้อวัวกับเครื่องหมักให้เรียบร้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลาแท้และน้ำตาลทราย
  • นำเนื้อที่ได้ไปวางเรียงบนถาด แล้วนำไปตากแดดจัดประมาณ​ 30 – 60 นาที สามารถพลิกกลับได้ โดยเนื้อจะต้องมีลักษณะตึง ๆ แห้ง ๆ ด้านนอก แต่ยังมีความชื้นด้านใน
  • นำเนื้อแดดเดียวที่ได้ไปทอด หรือย่างตามใจชอบ กินคู่กับข้าวเหนียวนุ่ม ๆ แกล้มกับผักสด

2. เสื้อร้องไห้

เมนูเนื้อถัดมาที่เราจะมาแนะนำ คือ “เสือร้องไห้” เมนูเนื้อวัวทานเล่นสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน จะทำไว้กินเล่น กินคู่กับข้าว หรือเป็นอาหารในปาร์ตี้ก็เข้ากันไปหมด วัตถุดิบเสือร้องไห้
  • เนื้อวัวส่วนอก 400 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 – 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • ส่วนผสมของน้ำจิ้มแจ่ว ได้แก่ น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว พริกป่น ผักชีฝรั่ง และต้นหอม
ขั้นตอนทำเสือร้องไห้
  • นำเนื้อวัวส่วนอกและเครื่องปรุงผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน
  • นำเนื้อวัวที่หมักได้ที่ไปย่างบนเตาถ่าน เตาไฟฟ้า หรือเตาอบก็ได้ ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละบุคคล
  • ทำน้ำจิ้มแจ่ว โดยการผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ปรุงรสตามใจชอบ
  • หั่นสไลด์เนื้อบาง ๆ กินคู่กับน้ำจิ้ม และผักสด อร่อยที่สุด!

3. เนื้อย่างและแจ่ว

ใครสายเมนูอีสาน ชอบกินส้มตำปูปลาร้าเป็นชีวิตใจ ต้องไม่พลาดเมนูเนื้อย่างและแจ่วสุดอร่อย กินคู่กับส้มตำแซ่บ ๆ ข้าวเหนียวนุ่ม ๆ เข้ากันที่สุด ทำตามได้ไม่ยาก วัตถุดิบเนื้อย่างและแจ่ว
  • เนื้อวัวติดมัน 1 กิโลกรัม
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ส่วนผสมของแจ่ว ได้แก่ น้ำมะขามเปียก 2 ถ้วยตวง น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว 1/2 ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่ง 1 ช้อนโต๊ะ และหอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนทำเนื้อย่างและแจ๋ว
  • ใช้ส้อมจิ้มเนื้อเนื้อวัวติดมัน เพื่อให้เนื้อนุ่มขึ้น และเครื่องปรุงเข้าเนื้อมากยิ่งขึ้น
  • นำเนื้อวัวติดมันไปผสมกับน้ำมันหอย ซอสปรุงรส และพริกไทย ให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 นาที
  • ในระหว่างที่รอเนื้อ ให้ไปทำน้ำจิ้มแจ่ว โดยการนำส่วนผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน โรยผักชีฝรั่งและหอมแดงซอย
  • เมื่อเนื้อวัวหมักได้ที่แล้ว ให้นำไปย่างบนเตาถ่าน จะได้เนื้อย่างหอม ๆ แสนอร่อย
  • เนื้อสุกในระดับที่ชอบแล้ว ให้หั่นสไลด์บาง ๆ กินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วสุดแซ่บ!

4. สตูเนื้อ

ทำเมนูเนื้อวัวสายแซ่บมามากแล้ว ขอเอาใจคนรักเนื้อสายละมุนกันบ้าง ด้วยเมนูสตูเนื้อสุดอร่อย เนื้อตุ๋นนุ่ม ๆ สไตล์ตะวันตกที่ใครได้รับประทานรับรองว่าติดใจ เตรียมเครื่องให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลย วัตถุดิบสตูเนื้อ
  • เนื้อวัว หั่นลูกเต๋าใหญ่ ขนาดประมาณ 1 นิ้ว 500 กรัม
  • เนยกระเทียม (เนยสดตีกับกระเทียมและโรสแมรี่) 4 ช้อนโต๊ะ
  • หอมหัวใหญ่ หั่นชิ้นใหญ่ 150 กรัม
  • แครอท หั่นชิ้นใหญ่ 100 กรัม
  • มันฝรั่ง หั่นชิ้นใหญ่ 100 กรัม
  • มะเขือเทศ หั่นชิ้นใหญ่ 4 หัว
  • ซอสมะเขือเทศ 1 1/2 ถ้วยตวง
  • พริกไทย 3 ช้อนชา
  • วูสเตอร์ไชร์ซอส 3 ช้อนชา
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
ขั้นตอนทำสตูเนื้อ
  • ตั้งกระทะให้ร้อน ปรับเป็นไฟกลาง ผัดเนยกระเทียมกับหอมหัวใหญ่จนเริ่มนิ่ม แล้วใส่เนื้อวัวตามลงไป ผัดให้เข้ากัน
  • ใส่เครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ ผัดให้เข้ากันจนเนื้อใกล้สุก
  • นำเนื้อไปใส่ลงหม้อสำหรับตุ๋น ใส่น้ำและผักที่เหลือทั้งหมด
  • ตุ๋นด้วยไฟกลางประมาณ 1 ชั่วโมง หมั่นเปิดฝาและคนอยู่เสมอ เพื่อป้องกันก้นหม้อไหม้
  • ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ จะรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือเส้นสปาเกตตี้ก็เข้ากัน

5. สเต๊กเนื้อ

อีกหนึ่งเมนูโปรดของชาวเนื้อเลิฟเวอร์ที่ห้ามพลาด นั่นก็คือ “สเต๊กเนื้อ” นุ่ม ๆ เมนูดินเนอร์สุดหรูที่ไม่ว่าจะกินเมื่อไรก็สร้างความฟินได้ตลอดเวลา โดยสูตรสเต๊กเนื้อที่เรานำมาฝากในวันนี้รับรองว่าทำตามได้ไม่ยากแน่นอน! วัตถุดิบสเต๊กเนื้อ
  • เนื้อวัวส่วนริบอาย 300 กรัม 1 ชิ้น
  • เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบเล็กน้อย
  • น้ำมันมะกอกเล็กน้อย
ขั้นตอนทำสเต๊กเนื้อง่าย ๆ
  • ปรุงรสเนื้อด้วยเกลือ พริกไทยดำ และน้ำมันมะกอก แล้วนำไปเซียร์ในกระทะจนได้ระดับความสุกตามชอบ
  • จะกินสเต๊กเนื้อเปล่า ๆ กินคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสเกรวี่หอม ๆ ก็เลือกได้ตามใจ

6. ข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่น

เมนูจากเนื้อวัวยอดฮิตจะไม่มีเมนูข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่นรวมอยู่ในนั้นได้อย่างไร ทั้งเนื้อวัวหอม ๆ ข้าวญี่ปุ่นนุ่ม ๆ ใครที่ไม่เคยกินเมนูนี้ห้ามพลาด! เพราะเรามีสูตรข้าวหน้าเนื้อต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่นมาฝาก วัตถุดิบทำข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่น
  • เนื้อวัวสไลด์ 250กรัม
  • หัวหอมใหญ่ หั่นสไลด์ 1 หัว
  • น้ำซุปดาชิ 300 กรัม (น้ำดื่ม 300 กรัม ต้มกับผงซุปปลา 1 ช้อนชา)
  • โชยุชนิดสีอ่อน (Usukuchi Shoyu) 4 ช้อนโต๊ะ (60cc)
  • มิริน 4 ช้อนโต๊ะ
  • ไวน์ขาว 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำแอปเปิล 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำขิงคั้น 1/2 ช้อนชา
  • เกลือและพริกไทย 1 หยิบมือ
ขั้นตอนทำข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่น
  • ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วใส่เนื้อสไลด์กับหัวหอมใหญ่สไลด์ลงไป
  • นำไปตั้งไฟจนเดือด แล้วปรับเป็นไฟกลาง หมั่นตักฟองออก
  • เมื่อเนื้อสุกได้ที่แล้ว ให้ตักราดข้าวญี่ปุ่นเป็นอันเสร็จ หรือจะเพิ่มความอร่อยด้วยไข่ออนเซ็นก็ได้

7. แกงมัสมั่นเนื้อ

ทำเมนูข้าวก็แล้ว เมนูย่างก็แล้ว จะขาดเมนูแกงไปได้อย่างไร ซึ่งแกงเนื้อยอดนิยมที่คนทั่วโลกยกให้เป็นอาหารที่อร่อยอันดับ 1 นั่นก็คือ แกงมัสมั่นเนื้อรสชาติเผ็ดร้อน หอมกลิ่นยี่หร่า แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะทำยาก เพราะเราคัดสูตรแกงมัสมั่นเนื้อง่าย ๆ แต่อร่อยครบรส มาให้แล้ว วัตถุดิบแกงมัสมั่นเนื้อ
  • เนื้อวัว หั่นชิ้นใหญ่ 1 กิโลกรัม
  • มันฝรั่ง หั่นชิ้นใหญ่ 700 กรัม
  • หอมใหญ่ หั่นชิ้นใหญ่ 1 หัว
  • หอมแดง หั่นชิ้นใหญ่ 3 หัว
  • พริกแกงมัสมั่น 200 กรัม
  • อบเชย 2 แท่ง
  • ลูกกระวาน 8 – 10 เม็ด
  • ใบกระวาน 3 – 4 ใบ
  • ถั่วคั่ว 100 กรัม
  • กะทิ 700 มิลลิลิตร
  • น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนทำแกงมัสมั่นเนื้อ
  • ตั้งกระทะ เปิดไฟแรง คั่วหอมใหญ่และหอมแดงให้มีกลิ่นหอม แล้วพักไว้
  • ใส่กะทิครึ่งหนึ่งลงไปในกระทะใบเดิม เคี่ยวให้กะทิแตกมัน แล้วใส่พริกแกงมัสมั่นลงไป
  • ผัดเครื่องแกงจนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อวัวลงไป และผัดให้เข้ากันจนเนื้อวัวใกล้สุก
  • เติมกระทิส่วนที่เหลือลงไป พอแกงเริ่มเดือด ให้ใส่อบเชย ลูกกระวาน ใบกระวาน และถั่วคั่วลงไป
  • เคี่ยวไฟกลางประมาณ​ 1 ชั่วโมง จนเนื้อนิ่ม แล้วใส่มันฝรั่ง หอมใหญ่ และหอมแดงลงไป
  • ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียก เกลือ และน้ำปลา ตามใจชอบ โดยรสชาติของแกงมัสมั่นจะหวานนำ เค็มตาม ปิดท้ายด้วยเปรี้ยวปลาย ๆ
  • เคี่ยวต่อจนมันสุก แล้วตักเสิร์ฟกับข้าวสวย ๆ ร้อน ๆ ได้เลย

8. แกงเขียวหวานเนื้อ

ไหนใครชอบรับประทานแกงเขียวหวานเนื้อนุ่ม ๆ กันบ้าง แกงเขียวหวานเนื้อนั้น เป็นหนึ่งในเมนูเนื้อวัวยอดนิยมของคนไทย จะรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือขนมจีนเส้นสดก็อร่อยไปหมด วัตถุดิบก็หาง่าย ทำตามได้ไม่ยาก วัตถุดิบแกงเขียวหวานเนื้อ
  • เนื้อวัว 500 กรัม
  • มะเขือเปราะ 250 กรัม
  • มะเขือพวง 50 กรัม
  • พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด
  • ใบมะกรูด 10 ใบ
  • ใบโหระพา 30 กรัม
  • พริกขี้หนูสวนตามความชอบ
  • พริกแกงเขียวหวาน 5 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ 400 มิลลิลิตร
  • หางกะทิ 400 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนทำแกงเขียวหวานเนื้อ
  • หั่นมะเขือเปราะขนาดตามใจชอบ แช่ในน้ำเกลือเพื่อไม่ให้มะเขือดำ
  • หั่นพริกชี้ฟ้าแดง และฉีกใบมะกรูดให้เรียบร้อย
  • หั่นสไลด์เนื้อบาง ๆ ตามแนวขวางของลายเนื้อ เพื่อไม่ให้เนื้อเหนียว
  • ตั้งไฟแรง รวนเนื้อกับหางกะทิให้สุกพอประมาณ แล้วพักไว้
  • ใส่หัวกะทิในหม้อส่วนหนึ่ง ผัดให้แตกมัน แล้วทยอยเติมหัวกะทิลงไปเรื่อย ๆ ผัดให้แตกมันจนหมด
  • ใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปผัดกับหัวกะทิที่แตกมันจนสุก
  • ใส่มะเขือเปราะที่แช่เกลือไว้ลงไป ผัดให้เข้ากับพริกแกงจนใกล้สุก เติมหัวกะทิ หรือหางกะทิให้ได้ระดับความข้นตามความชอบ
  • ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และใส่เนื้อที่พักไว้ลงไป
  • โรยพริกชี้ฟ้าแดง ใบโหระพา ใบมะกรูด พริกขี้หนู แล้วคนให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

9. กะเพราเนื้อและไข่ดาว

ผัดกะเพราเป็นเมนูโปรดของใครหลาย ๆ คน ซึ่งหนึ่งในเนื้อสัตว์ที่เข้ากับผัดกะเพราที่สุดก็คือ ผักกะเพราเนื้อนุ่ม ๆ หอม ๆ รสชาติจัดจ้าน รับประทานคู่กับไข่ดาวกรอบ ๆ ไม่ว่าใครได้ลองก็ต้องติดใจ วัตถุดิบกระเพราเนื้อ
  • เนื้อวัวหั่นสไลด์ 250 กรัม
  • พริกแดงจินดา 40 กรัม
  • กระเทียม 30 กรัม
  • ใบกะเพรา 15 กรัม
  • ซอสหอยนางรม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทย 1/2 ช้อนชา
ขั้นตอนการทำผัดกระเพราเนื้อ
  • โขลกพริกแดงจินดากับกระเทียมพอหยาบ
  • ตั้งไฟแรง ใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดกระเทียมและพริกที่โขลกไว้ให้หอม แล้วใส่เนื้อวัวลงไปผัด
  • ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำปลา น้ำตาลทราย พริกไทย
  • ผัดจนเนื้อสุก โรยใบกะเพรา ปิดไฟ แล้วผัดให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

10. เนื้อทอดน้ำมันหอย

เมนูเนื้อวัวสุดท้ายที่เราเอามาฝากในวันนี้ก็คือ เนื้อทอดน้ำมันหอยแสนอร่อย เมนูจากเนื้อวัวที่กินได้ทุกเพศทุกวัย จะทำทานเป็นมื้อหลัก หรือทำใส่กล่องเวลาไปปิกนิกนอกบ้านก็ได้หมด วัตถุดิบน้อย วิธีทำง่ายที่สุด วัตถุดิบเนื้อทอดน้ำมันหอย
  • เนื้อวัว หั่นสไลด์ 350 กรัม
  • ซอสหอยนางรม 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ้วดำหวาน 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย 1/2 ช้อนชา
  • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนทำเนื้อทอดน้ำมันหอย
  • นำเนื้อวัวผสมกับเครื่องปรุงทั้งหมดให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 – 60 นาที
  • นำเนื้อวัวที่หมักไว้ไปทอดในน้ำมัน ตั้งกระทะไฟแรง ทอดจนได้ระดับความสุกที่พอใจ เป็นอันเสร็จ

เมนูเนื้อวัวยอดฮิตที่คนไทยนิยมมาอย่างยาวนาน

10 เมนูเนื้อวัวที่ Tecnogas เอามาฝากในวันนี้ มีเมนูไหนที่โดนใจคุณบ้าง หวังว่าจะได้สูตรเมนูเนื้อเด็ด ๆ ไปทำกินกับคนในครอบครัวในทุก ๆ วัน อย่างไรก็ตาม การทำอาหารให้อร่อยนั้น นอกจากสูตรเด็ด ๆ และวัตถุดิบที่ได้คุณภาพแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คืออุปกรณ์เครื่องครัวที่มีคุณภาพ ควรเลือกใช้เตาไฟฟ้า หรือเตาอบ ที่ได้มาตรฐาน สามารถปล่อยอุณหภูมิความร้อนคงที่ รับรองว่าทำเมนูไหนก็อร่อย!

4 สูตรเมนูประหยัด ทำง่าย ด้วยเตาอบขนาดเล็ก

เมนูประหยัด
เตาอบเล็กถือว่าเป็นเทรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มาแรงไม่แพ้หม้อทอดลมร้อน ด้วยขนาดที่เล็ก ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับทุกครัวเรือน ราคาไม่แพง ทำอาหารได้ทั้งเมนูประหยัดไปจนถึงเมนูราคาแพง วันนี้เราได้นำ 4 เมนูประหยัดที่ทำได้ง่าย ๆ ได้ด้วยเตาอบเล็กมาให้ลองทำ บอกได้เลยว่าอร่อยไม่แพ้ซื้อกินจากร้านแน่นอน

รวม 4 เมนูประหยัดด้วยเตาอบขนาดเล็ก

1. ซาบะย่างเกลือด้วยเตาอบเล็ก

เมนูประหยัดเมนูแรกก็คือ ปลาซาบะย่างเกลือ ที่ตามร้านอาหารญี่ปุ่นมักขายราคาแพง แต่ถ้าเราซื้อวัตถุดิบมาทำเองก็จะกลายเป็นเมนูประหยัดสุดหรูทันที วิธีทำและวัตถุดิบมีดังนี้
  • ปลาซาบะ 1 ตัว
  • เกลือ
  • เลมอน หรือ มะนาว 1 ซีก
  • หัวไช้เท้าขูด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำซาบะย่างเกลือด้วยเตาอบเล็ก
  • แล่ปลาซาบะพร้อมล้างเมือกออกให้หมด ซับปลาด้วยทิชชู่ให้แห้ง
  • วางกระดาษฟอยล์บนถาดรองอบ วางเนื้อปลาให้หนังอยู่ด้านล่าง นำเข้าเตาอบเล็กเป็นเวลา 10 นาที
  • นำปลาออกมาโรยเกลือ จากนั้นพลิกเอาด้านหนังขึ้น โรยเกลือ นำเข้าเตาอบอีก 10 นาที
  • จัดเสิร์ฟพร้อมเลมอนและหัวไช้เท้าขูด
เท่านี้ก็ได้เมนูประหยัดอย่างปลาซาบะย่างเกลือพร้อมเครื่องเคียงไม่ต้องง้อร้านอาหารญี่ปุ่นอีกต่อไป

2. ผักโขมอบชีส

เมนูประหยัดถัดไปเป็นเมนูสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน อย่างผักโขมอบชีส เป็นเมนูประหยัดที่มีวิธีการทำง่ายและวัตถุดิบหาซื้อได้ทั่วไป แถมใส่เครื่องได้มากน้อยตามใจชอบ วัตถุดิบและวิธีทำมีดังนี้
  • ผักโขม
  • หอมใหญ่ 1/2 หัว
  • แฮม
  • เนยสด
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมจืด
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น
  • น้ำตาลทรายเล็กน้อย
  • มอสซาเรลลาชีส
  • เชดดาร์ชีส
  • พาร์มีซานชีส (ใส่ หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • ออริกาโน่ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
วิธีทำผักโขมอบชีส
  • แช่ผักโขมให้นิ่ม
  • หั่นผักโขม หอมใหญ่ แฮม เตรียมเอาไว้
  • ตั้งกระทะใส่เนยผัดหอมใหญ่พอสุก ใส่แป้งอเนกประสงค์ ตามด้วยแฮมและนมจืดส่วนหนึ่งลงไป ผัดให้แป้งเป็นก้อน จากนั้นเติมผักโขม นมจืดที่เหลือ ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล พริกไทย
  • นำผักโขมผัดลงถาดฟอยล์
  • ท็อปหน้าด้วยมอสซาเรลลาชีส เชดดาร์หรือพาร์มีซานเพิ่มกลิ่นหอม (ถ้ามี)
  • นำเข้าเตาอบ 10-12 นาที โรยออริกาโน จัดเสิร์ฟตามชอบ
ใครจะคิดว่าจริง ๆ แล้วผักโขมอบชีสเป็นเมนูประหยัดที่ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้เตาอบเล็กเท่านั้น

3. มาม่าไข่ตุ๋นเตาอบเล็ก

เมนูประหยัดที่ทำง่ายที่สุด เพียงนำทุกอย่างผสมให้เข้ากันก็อิ่มอร่อยได้แล้ว ส่วนผสมและวิธีทำมีดังนี้
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • น้ำปริมาณ 2 เท่าของไข่
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสอะไรก็ได้ 1 ซอง
  • เนื้อสัตว์ตามชอบ
วิธีทำมาม่าไข่ตุ๋นเตาอบเล็ก
  • ตอกไข่ใส่ถ้วย เติมน้ำและเครื่องปรุงบะหมี่ลงไป
  • หักเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงไป ปิดฝา นำเข้าเตาอบเป็นเวลา 10-15 นาที
  • จัดเสิร์ฟ
ถือได้ว่าเป็นเมนูประหยัดอย่างแท้จริง คิดอะไรไม่ออกบอกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับไข่ได้เลย

4. พิซซ่าหน้าแฮมและไส้กรอก

เมนูประหยัดเมนูสุดท้ายกับพิซซ่าที่มีวิธีทำแสนง่าย เป็นเมนูประหยัดที่อิ่มอร่อยได้ทั้งครอบครัว ส่วนผสมและวิธีทำมีดังนี้
  • ส่วนผสม แป้งพิซซ่า (2 ถาด)
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ยีสต์ 1 ช้อนชา
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
  • แป้งขนมปัง 100 กรัม
  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำอุ่น 1 ถ้วย
  • ไส้กรอกหมู 1 ชิ้น
  • แฮมหั่นเต๋า 1 ชิ้น
  • มอสซาเรลลาชีสหั่นเต๋า
  • ผงพาร์มีซานชีส
  • ออริกาโน่
  • ซอสมะเขือเทศ
วิธีทำพิซซ่าหน้าแฮมและไส้กรอก
  • นำเกลือ น้ำตาลทราย และยีสต์ผสมลงในน้ำอุ่น ทิ้งไว้ 10-15 นาที
  • นำแป้งสาลีอเนกประสงค์กับแป้งขนมปังผสมลงในถ้วย ใส่น้ำมันมะกอกและเทส่วนผสมยีสต์ลงไป
  • นวดส่วนผสมประมาณ 30-45 นาทีจนแป้งเนียน ใช้ผ้าขาวคลุมแป้งเอาไว้
  • นำแป้งมาคลึงแบ่งเป็น 2 ส่วนลงฟอยล์
  • ทาซอสมะเขือเทศ โรยท็อปปิ้งต่าง ๆ ตามใจชอบ
  • นำเข้าอบประมาณ 7-10 นาทีให้เกรียม ท็อปด้วยออริกาโน่
พิซซ่าเมนูประหยัดสูตรนี้เป็นแบบแป้งบางกรอบ วัตถุดิบไม่แพงและหาซื้อได้ทั่วไป

สรุปการทำเมนูประหยัดฉบับอินเตอร์

บอกได้เลยว่าแม้เตาอบจะเล็กแต่ความสามารถนั้นไม่เล็กตาม สามารถทำเมนูประหยัดได้หลายต่อหลายเมนู ใครที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของเตาอบเล็กเราก็ขอแนะนำเตาอบจาก Technogas ที่มีราคาไม่แพง คุณภาพดีเยี่ยม ทำได้ทั้งเมนูประหยัด เมนูคาวหวาน มีความทนทานใช้งานได้นาน มีมาตรฐานและความปลอดภัย 100% ที่ครัวชั้นนำต่างไว้วางใจ

20 สูตรขนมทำอะไรขายดี เก็บได้นาน

ทําอะไรขายดี
จะดีแค่ไหนถ้าในยุคโควิดนี้เรามีรายได้เสริมเพิ่มมากขึ้น ถ้าอยากจะลองทำอะไรสักอย่าง เราก็ขอแนะนำอาชีพเสริมง่าย ๆ ไม่ต้องลงทุนเยอะอย่างอาชีพทำขนม แต่หลายคนก็คิดว่า แล้วจะทำอะไรขายดี และเก็บได้นานในปี 2022 วันนี้เราจึงมาเสนอไอเดียสูตรขนมทำขายดี เก็บได้นานสุดปัง 12 สูตร รับรองถูกปากถูกใจทุกคนแน่นอน

รวม 12 สูตรขนมทำอะไรขายดี เก็บได้นาน ทำไม่ยาก!

ทำอะไรขายดี และเก็บได้นาน เป็นปัญหาของหลายคนที่คิดจะทำขนมขาย สูตรขนมในวันนี้ที่เรานำมานั้นทำไม่ยาก รสชาติอร่อยเหมือนซื้อจากร้าน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 1 วุ้นลูกแก้วคริสตัลผลไม้สด

1. ส่วนผสม วุ้นลูกแก้วคริสตัลผลไม้สด

  • น้ำเปล่า 2-¾ ถ้วย
  • ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
  • ผลไม้หั่นเต๋าตามชอบ
  • น้ำเชื่อม น้ำหวาน
  • พิมพ์วงกลม

วิธีทำ วุ้นลูกแก้วคริสตัลผลไม้สด

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานเมนูแรกกับ วุ้นลูกแก้วคริสตัลผลไม้สด เมนูไอเดียสุดสร้างสรรค์มาพร้อมกับรูปร่างหน้าตาสวยงามชวนให้ลิ้มลอง วิธีทำมีดังนี้
  • โรยผงวุ้นในน้ำ ทิ้งไว้ 10 นาที
  • ต้มส่วนผสมให้เดือด ปรับเป็นไฟกลางพร้อมเติมน้ำตาลทราย หมั่นคนให้ละลายจนเดือดอีกครั้งจึงปรับเป็นไฟอ่อน ต้มต่อ 10 นาที จากนั้นปิดไฟ
  • ทิ้งส่วนผสมให้คลายร้อน
  • นำส่วนผสมหยอดลงพิมพ์วงกลม พร้อมใส่ชิ้นผลไม้ตรงกลาง ปิดพิมพ์อีกชิ้นให้สนิทและเติมส่วนผสมให้เต็ม
  • พักทิ้งเอาไว้ 30 นาที แกะวุ้นออกมานำแช่ช่องฟรีซให้เย็น จัดเสิร์ฟตามชอบ

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 2 คุกกี้เนยสด

2. ส่วนผสม คุกกี้เนยสด

  • แป้ง 450 กรัม
  • หัวนมผง 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงฟู ½ ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ ¼ ช้อนโต๊ะ
  • เนยสดเค็มแช่เย็น 350 กรัม
  • น้ำตาลไอซิง 200 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • หัวบีบคุกกี้

วิธีทำ คุกกี้เนยสด

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ คุกกี้เนยสด คุกกี้คลาสสิคที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ ด้วยความหอม กรอบอร่อย วิธีทำมีดังนี้
  • ร่อนของแห้ง (ยกเว้นน้ำตาลไอซิง) เข้าด้วยกัน
  • ตีเนยสดและน้ำตาลไอซิงให้ขึ้นฟู เร็วระดับกลาง ปาดอ่าง 1 รอบ
  • เติมกลิ่นวานิลลา ไข่ไก่ และเกลือ
  • เติมของแห้งที่ร่อนเอาไว้ ตีด้วยความเร็วต่ำจนเข้ากันดี
  • นำส่วนผสมใส่ถุงบีบ บีบลงกระดาษไข
  • เข้าอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเป็นเวลา 18 นาที
  • พักคุกกี้ให้เย็น
  • จัดเสิร์ฟ
เคล็ดลับสำหรับเมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานอย่างคุกกี้เนยสดนี้อยู่ที่อุณหภูมิของเนยที่นำมาตีนั้นจะต้องเย็น เพื่อให้ตีขึ้นฟูได้ง่าย

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 3 น้ำเต้าหู้

3. ส่วนผสม น้ำเต้าหู้

  • ถั่วเหลืองซีก 500 กรัม
  • น้ำเปล่า 4 ลิตร
  • เกลือป่นหยิบมือ
  • ใบเตย

วิธีทำ น้ำเต้าหู้

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ น้ำเต้าหู้ เป็นเครื่องดื่มยามเช้าสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน ใครที่ยังคิดเมนูว่าจะทำอะไรขายดี เก็บได้นาน เราก็ขอแนะนำน้ำเต้าหู้เลย วิธีทำมีดังนี้
  • ซาวถั่วให้น้ำใสและแช่ถั่วเหลือง 10 ชั่วโมง
  • นำถั่วมาปั่นกับน้ำเปล่าจนละเอียด
  • กรองถั่วออกด้วยผ้าขาวบาง บีบน้ำลงหม้อต้ม ปั่นกากอีกครั้งและบีบลงหม้อต้มเหมือนเดิม
  • ต้มด้วยไฟกลาง ใส่ใบเตยในหม้อ หมั่นคน
  • เมื่อร้อนได้ที่แล้วเติมเกลือป่น ปิดแก๊ส
  • จัดเสิร์ฟ

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 4 วุ้นปีโป้นมสด

4. ส่วนผสม วุ้นปีโป้นมสด

  • ปีโป้ 10 ชิ้นหั่นตามชอบ
  • ผงวุ้น 5 กรัม
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • น้ำ 250 กรัม
  • นมสด 250 กรัม
  • พิมพ์ทรงตามชอบ

วิธีทำ วุ้นปีโป้นมสด

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ วุ้นปีโป้นมสด ความหวานของปีโป้ ผสานกับความหอมของนมสด บอกได้เลยว่าเข้ากันได้เป็นอย่างดี วิธีทำมีดังนี้
  • ต้มน้ำกับผงวุ้นให้ละลาย เติมนมและผสมให้เข้ากัน ปิดแก๊ส
  • ใส่ปีโป้ลงในพิมพ์ เทส่วนผสมวุ้นลงไป แช่เย็น 3 ชั่วโมง
  • แกะออกจากพิมพ์ จัดเสิร์ฟตามชอบ

ทําอะไรขายดี

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 5 ขนมปังกรอบคาราเมล

5. ส่วนผสม ขนมปังกรอบคาราเมล

  • ขนมปัง 6-7 แผ่น
  • นมจืด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ
  • กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา
  • งาหรือธัญพืชตามชอบ

วิธีทำ ขนมปังกรอบคาราเมล

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานเมนูถัดไปกับ ขนมปังกรอบราดคาราเมล วิธีทำมีดังนี้
  • นำขนมปังไปตากลมจนแห้ง ตัดเป็นรูปทรงตามต้องการ
  • นำนมจืดกับน้ำตาลทรายเข้าไมโครเวฟ 1 นาที ผสมให้เข้ากัน เวฟอีก 1 นาทีให้เป็นสีน้ำตาลอ่อน เติมกลิ่นวานิลลา
  • นำขนมปังมาจุ่มลงส่วนผสมคาราเมล โรยงา เข้าอบ 150 องศา 10 นาทีจนกรอบ
  • พักให้เย็น
  • จัดเสิร์ฟ
เคล็ดลับเมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานอย่างขนมปังกรอบคาราเมล สามารถเก็บได้นานยิ่งขึ้นโดยการนำบรรจุลงภาชนะขวดโหลที่มีฝาปิด หลีกเลี่ยงความชื้น

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 6 ฝอยทองใบเตย

6. ส่วนผสม ฝอยทองใบเตย

  • ไข่เป็ด 8 ฟอง
  • ไข่ไก่ 15 ฟอง
  • ไข่น้ำค้าง 50 กรัม
  • ใบเตย 5-6 ใบ
  • สีผสมอาหารสีเขียวแอปเปิล 10-15 หยด

วิธีทำ ฝอยทองใบเตย

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ ฝอยทองใบเตย ถ้าเบื่อฝอยทองสีส้มแล้ว ลองมาทำฝอยทองสีเขียวดูดีกว่า วิธีทำมีดังนี้
  • แยกไข่แดงไข่เป็ดและไข่ไก่ แยกไข่น้ำค้างเอาไว้ผสมกับไข่แดง
  • ตีไข่แดงให้เข้ากัน และนำไปปั่นรวมกับใบเตย
  • กรองส่วนผสมด้วยผ้าขาวบาง
  • ใส่สีเขียวและไข่น้ำค้างไปผสม กรองอีกรอบ
  • ทำน้ำเชื่อมโดยต้มน้ำ น้ำตาล ใบเตยด้วยไฟกลางให้ละลาย
  • ตักไข่ใส่กรวย เทลงน้ำเชื่อมวนประมาณ 40 รอบ รอสุก ใช้ไม้ตักให้เป็นแพ
  • พักบนตะแกรง
  • จัดเสิร์ฟ
เคล็ดลับของเมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานฝอยทองใบเตยอยู่ที่ไข่น้ำค้าง เป็นน้ำที่เหลวกว่าไข่ขาว เวลาตอกไข่ออกมามักจะอยู่ในเปลือกด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อนำไปผสมแล้วจะทำให้ฝอยทองเป็นเงาสวย เส้นไม่ขาด

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 7 บลูเบอร์รี่ชีสพาย

7. ส่วนผสม บลูเบอร์รี่ชีสพาย

  • แครกเกอร์ 200 กรัม
  • เนยสดชนิดจืด 1/2 ก้อน
  • ครีมชีส 250 กรัม
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ถ้วย
  • นมข้นหวาน 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • บลูเบอร์รี่
  • ถ้วยฟอยล์

วิธีทำ บลูเบอร์รี่ชีสพาย

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ บลูเบอร์รี่ชีสพาย รสเนียนนุ่ม หอมชีสเค้ก ตัดเปรี้ยวเล็กน้อยจากบลูเบอร์รี่ วิธีทำมีดังนี้
  • กรุแครกเกอร์บดผสมเนยลงพิมพ์
  • ผสมครีมชีส โยเกิร์ต นมข้นหวาน และน้ำมะนาว ตีให้เข้ากันจนเนียน
  • ตักส่วนผสมครีมชีสลงในพิมพ์ วางบลูเบอร์รี่ด้านบน
  • จัดเสิร์ฟ

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 8 ขนมปังกระเทียม

8. ส่วนผสม ขนมปังกระเทียม

  • ขนมปัง 1 ห่อ
  • เนยสดจืด 1 ถ้วย
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น ½ ช้อนชา

วิธีทำ ขนมปังกระเทียม

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ ขนมปังกระเทียม วิธีทำมีดังนี้
  • วอร์มเตาอบ 20 นาที อุณหภูมิ 150 องศา
  • หั่นขนมปั่งครึ่งหนึ่ง นำไปตากให้แห้ง
  • ตีเนยอุณหภูมิห้องให้ฟู ใส่ส่วนผสมแห้งลงไปตีให้เข้ากัน
  • ทาเนยกระเทียมบนขนมปัง
  • นำเข้าอบ 10 นาทีหมั่นเช็คให้กรอบได้ที่
  • นำออกมาพักให้เย็น จัดเสิร์ฟ
เคล็ดลับเมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นานอย่างขนมปังกระเทียม ถ้ามีเตาอบก็สามารถใช้อบขนมปังให้แห้งแทนการตากลมได้

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 9 วาฟเฟิลบราวนี่

9. ส่วนผสม วาฟเฟิลบราวนี่

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 65 กรัม
  • ผงโกโก้ 25 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • เนยจืด(ละลาย) 4 ช้อนโต๊ะ
  • ช็อคโกแลตชิพ 120 กรัม
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา

วิธีทำ วาฟเฟิลบราวนี่

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ วาฟเฟิลบราวนี่ ขนมไฮบริดที่เป็นบราวนี่นุ่มหนึบรูปทรงวาฟเฟิล รสชาติเข้มข้น วิธีทำมีดังนี้
  • ร่อนแป้ง เกลือ ผงโกโก้เข้าด้วยกัน
  • ผสมเนยสด ไข่ไก่ กลิ่นวานิลลา และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน
  • ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เติมช็อคชิพ ตักแป้งลงเตาวอฟเฟิล 2 นาที
  • จัดเสิร์ฟ
ส่วนผสมเมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน วาฟเฟิลบราวนี่นั้นสามารถนำไปอบในเตาอบได้เช่นเดียวกัน ทําอะไรขายดี

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 10 ทาร์ตไข่

10. ส่วนผสม ทาร์ตไข่

  • นมสดจืด 300 กรัม
  • น้ำตาลทราย 150 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 700 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • ไข่แดง 7 ฟอง
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ ทาร์ตไข่

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ ทาร์ตไข่ รสชาตินุ่มละมุน วิธีทำมีดังนี้
  • วอร์มเตาที่ 180 องศา
  • ผสมน้ำตาล เกลือ วิปปิ้งครีม กลิ่นวานิลลาในนมสด
  • ใส่ไข่แดงในนม ผสมอย่างเบามือ
  • กรอง 1 รอบและผสมเบา ๆ อีกรอบ
  • เข้าอบ 30 นาที

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 11 คุกกี้บราวนี่

11. ส่วนผสม คุกกี้บราวนี่

  • ไข่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 65 กรัม
  • กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
  • เนยสดจืด 10 กรัม
  • ดาร์กช็อกโกแลต 70% 100 กรัม
  • แป้งอเนกประสงค์ 20 กรัม
  • ผงฟู 1/8 ช้อนชา
  • เกลือ 1/8 ช้อนชา
  • ช็อคโกแลตชิพ 50 กรัม

วิธีทำ คุกกี้บราวนี่

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ คุกกี้บราวนี่นุ่มหนึบ รสชาติเข้มข้น วิธีทำมีดังนี้
  • ละลายเนย ช็อคโกแลตในไมโครเวฟ
  • ตีไข่กับน้ำตาลทรายให้ละลาย
  • เติมส่วนผสมช็อคโกแลต ผสมให้เข้ากัน
  • ร่อนส่วนผสมแห้งทั้งหมดและนำไปผสมในช็อคโกแลต
  • ตักลงกระดาษรองอบ
  • อบที่ 180 องศา 15 นาที

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 12 ขนมปังกรอบหน้าหนึบรสนมสด

12. ส่วนผสม ขนมปังกรอบหน้าหนึบรสนมสด

  • เนยสดจืด 180 กรัม
  • เกลือ ¼ ช้อนชา
  • น้ำตาลไอซิ่ง 160 กรัม
  • ไข่แดง 1 ฟอง
  • นมข้นหวาน 40 กรัม
  • นมผง 100 กรัม
  • แป้งเอนกประสงค์ 20 กรัม

วิธีทำ ขนมปังกรอบหน้าหนึบรสนมสด

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ ขนมปังกรอบหน้าหนึบรสนมสด ขนมสุดฮิตที่ขายกันทั่วบ้านทั่วเมือง วิธีทำมีดังนี้
  • หั่นครึ่งขนมปัง นำเข้าเตาอบไฟบนล่าง 150 องศา 5 นาที พักให้เย็น
  • ตีเนยสดเย็น น้ำตาลไอซิง ไข่แดง และนมข้นหวานให้เข้ากัน
  • ลดความเร็วการตี ใส่นมผง เกลือ และแป้งลงไปผสมให้เข้ากัน ปรับเป็นความเร็วกลาง
  • ตีต่อ 1-2 นาทีและนำไปปาดบนหน้าขนมปัง
  • อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเป็นเวลา 15 นาที
  • พักให้เย็น จัดเสิร์ฟ
ในปี 2022 นี้ถ้าใครยังคิดเมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นานอยู่ ขนมปังหน้าหนึบก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทำง่าย ไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่มีรสชาติถูกปาก เป็นเมนูที่ขายดีมาก ๆ อีกหนึ่งเมนู

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 13 เต้าฮวยน้ำขิง

13. ส่วนผสม เต้าฮวยน้ำขิง

  • ขิงแก่ปอกเปลือกหั่นแว่น 500 กรัม
  • น้ำเปล่า 3000 ml.
  • น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 1 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลโอทึ้ง 1/2 ถ้วยตวง
  • ถั่วเหลืองซีกดิบ 500 กรัม
  • น้ำเปล่า 3750 ml.
  • แป้งมัน 5 ชต.
  • ผงเจี๊ยะกอ 2+1/2 ชช.
  • น้ำเปล่า 1+1/4 ถ้วยตวง (ใช้ละลายผงเจี๊ยะกอ)

วิธีทำ เต้าฮวยน้ำขิง

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ เต้าฮวยน้ำขิง มีวิธีทำดังนี้
  • นำถั่วเหลืองซีกมาแช่น้ำ 3-4 ชั่วโมง
  • นำถั่วเหลืองใส่โถปั่นจนละเอียด นำไปกรองใส่หม้อที่จะต้มน้ำเต้าหู้ คั้นให้น้ำออกมาจนหมด และเก็บกากไว้ ทำแบบนี้จนหมด
  • นำแป้งมัน ผงเจี๊ยะกอ น้ำเปล่า คนให้ละลายเข้ากันดี
  • ต้มด้วยไฟอ่อน คนตลอดเวลา ใช้เวลา 15-20 นาที เสร็จแล้วทิ้งไว้จนเย็น และปรุงความหวานได้ตามชอบใจ

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 14 ขนมเต่า

14. ส่วนผสม ขนมเต่า

  • มันเทศสีส้ม 1000 กรัม (ก่อนนึ่ง)
  • แป้งมันตราหมีคู่ดาว 500 กรัม
  • น้ำตาลทราย 350 กรัม
  • หัวกะทิ 160 มิลลิลิตร
  • เกลือป่น 2 ช้อนชา
  • น้ำมันปาล์มสำหรับทอด

วิธีทำ ขนมเต่า

  • หั่นมันเทศสีส้มเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปนึ่ง 20 นาที
  • เทมันเทศนึ่งสุก บดให้ละเอียด ขณะที่กำลังร้อน
  • ใส่น้ำตาลทรายขาว เกลือป่น คลุกเคล้าให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลายดี
  • จากนั้นใส่แป้งมันลงไป ขยำให้เข้ากัน ตามด้วยหัวกะทิ นวดจนแป้งเนียน
  • นำแป้งปั้นเป็นก้อนกลมๆ ตามใจชอบ พักเอาไว้
  • ทอดด้วยน้ำมันร้อน ใส่แป้งลงไปทอด
  • กดๆ คลึงๆ ที่แป้ง จะทำให้ขนมฟูและกลวง
  • ทอดต่อจนขนมออกสีน้ำตาลทอง จากนั้นตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมันได้เลย

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 15 ขนมครก

15. ส่วนผสม ขนมครก

  • น้ำเปล่า 1000 มิลลิลิตร
  • ปูนแดงกินหมาก 2 ช้อนตวง (คนให้ละลายทิ้งไว้ข้ามคืน)
  • แป้งข้าวเจ้า 250 กรัม
  • ข้าวหอมมะลิหุงสุก 100 กรัม
  • น้ำปูนใส 120 กรัม (หาไม่ได้ใช้น้ำเปล่าแทนได้)
  • หัวกะทิคั้นสดแบบเข้มข้น 500 มิลลิลิตร
  • หางกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 60 กรัม
  • เกลือสมุทร 2 ช้อนชา

วิธีทำ ขนมครก

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานเมนูถัดไปกับ ขนมครก วิธีทำมีดังนี้
  • นำ แป้งข้าวเจ้า ข้าวสวย น้ำปูนใส กะทิ เกลือ ปั่นให้เข้ากันจนละเอียด พักแป้งไว้ 30 นาที
  • นำแป้งข้าวเจ้า หัวกะทิแบบคั้นสดเข้มข้น น้ำตาลทรายขาว และเกลือสมุทรผสมเข้าด้วยกัน และคนจนทุกอย่างละลายเข้ากันดี
  • เทส่วนผสมทั้งสองอย่างลงไปในกาน้ำหัวแหลม เพื่อสะดวกในการเทลงถาดหลุม
  • หยอดส่วนผสมลงถาดหลุม ให้ครบแล้วทุกหลุม
  • นำฝาปิด ใช้เวลาประมาณ 5 นาที หรือดูว่าขอบด้านนอกออกสีน้ำตาล ถือว่าใช้ได้
  • นำช้อนมาตักออกทีละหลุม จัดเรียงให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 16 ขนมโป๊งเหน่ง

16. ส่วนผสม ขนมโป๊งเหน่ง

  • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 200 กรัม
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 600 มล.
  • น้ำสะอาด 1 ถ้วย
  • ไส้กรอก 1 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง (เบอร์ 0)

วิธีทำ ขนมโป๊งเหน่ง

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ ขนมโป๊งเหน่ง วิธีทำมีดังนี้
  • ร่อนแป้ง ใส่แป้งสาลี ผงฟู เกลือ กลิ่นวนิลาผง ร่อนใส่ชามเตรียมไว้ก่อน
  • เตรียมชามผสม ตอกไข่ใส่ลงไป ตีให้แตกด้วยตะกร้อไฟฟ้า
  • ค่อยๆ แบ่งใส่น้ำตาลทราย แล้วตีจนไข่ขึ้นฟู
  • นำแป้งที่ร่อนไว้ใส่แล้วตีให้เข้ากันดี พักแป้งไว้ประมาณ 20 นาที
  • เตรียมไม้เสียบไส้กรอกไว้ แล้วเอาไปจุ่มในแป้งที่พักไว้
  • และนำลงไปจุ่มทอดในน้ำมันไฟกลางๆ น้ำมันร้อนจัด แล้วทอดให้ออกสีเหลืองอมน้ำตาล
  • พักไว้บนตะแกรง ก่อนเอาไปจุ่มแป้งแล้วทอดต่ออีกรอบ
  • ทอดจนได้ความหนาตามต้องการได้เลย
ทําอะไรขายดี

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 17 คาราเมลเฉาก๊วยนมสด

17. ส่วนผสม คาราเมลเฉาก๊วยนมสด

  • น้ำตาลอ้อย 500 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม
  • น้ำสะอาด 500 กรัม
  • แบะแซ ½ ถ้วย
  • นมข้นจืด 3 ถุง
  • เฉาก๊วย 3 โล
  • คาราเมล
  • น้ำตาลอ้อย สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ คาราเมลเฉาก๊วยนมสด

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ คาราเมลเฉาก๊วยนมสด วิธีทำมีดังนี้
  • เตรียมหม้อ ใส่น้ำตาลอ้อย น้ำตาลทรายแดง น้ำสะอาด และแบะแซลงไป คนทุกอย่างให้พอเข้ากัน
  • นำหม้อขึ้น ใช้ไฟอ่อน อย่าปล่อยให้เหนียวจนเกินไป
  • ใส่โหล พักไว้ให้เย็น
  • หั่นเฉาก๊วยเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ
  • ใส่คาราเมลลงไปในเฉาก๊วยเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • เทนมข้นจืดใส่ภาชนะที่เตรียมไว้
  • ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทนมลงไป ตามด้วยเฉาก๊วย แค่นี้ก็อร่อยสุดๆ

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 18 บิสกิตชีสเค้ก

18. ส่วนผสม บิสกิตชีสเค้ก

  • ครีมชีส 200 กรัม
  • น้ำตาล 53 กรัม
  • ครีมเปรี้ยว 100 กรัม
  • วิปปิ้งครีม 80 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • วนิลา เล็กน้อย
  • แป้งข้าวโพด 7 กรัม
  • บิสคอฟฟบิสกิต 15 ชิ้น

วิธีทำ บิสกิตชีสเค้ก

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ ขนมสุดแสนจะเกาหลีอย่าง บิสกิตชีสเค้ก มีวิธีทำดังนี้
  • นำครีมชีสไปเข้าไมโครเวฟ แล้วใช้ตะกร้อตีจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  • ตามด้วย น้ำตาล ครีมเปรี้ยว วิปปิ้งครีม กลิ่นวานิลลา ไข่ไก่ ผสมให้เข้ากัน
  • และร่อนแป้งข้าวโพดลงไปในส่วนผสม คนให้เข้ากัน
  • วาง Biscoff Biscuits วางเรียงใส่ในพิมพ์เค้ก
  • เทส่วนผสมเค้กตามลงไปในพิมพ์ แล้วใส่น้ำอุ่น
  • นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 165 องศา เวลา 55-60 นาที
  • วาง Biscoff Biscuits ลงด้านบนตกแต่ง
  • แช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน แกะออกจากแป้นพิมพ์ หั่นเป็นชิ้นๆ พร้อมขายทำกำไรกันแน่นอน

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 19 ครอฟเฟิล

19. ส่วนผสม ครอฟเฟิล

  • ครัวซองต์สำเร็จรูปแช่แข็ง
  • เนยเค็มละลาย 200 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 60 กรัม

วิธีทำ ครอฟเฟิล

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ ครอฟเฟิล ขนมไฮบริดระหว่างครัวซองต์และวาฟเฟิลสุดฮิต ที่มีวิธีทำดังนี้
  • นำครัวซองต์ เรียงใส่ถาด โดยมีกระดาษรองอบรองอยู่ นำไปละลายน้ำแข็ง โดยการตั้งไว้ในห้องอุ่นๆ ประมาณ 1 ชม. ตัวครัวซองต์จะฟูขึ้น
  • ตั้งเตาวัฟเฟิลให้ร้อน และทาเนยทั้งสองฝา นำครัวซองต์มาวางตรงกลาง ปิดฝาอบ
  • เมื่อสุก ทาเนย โรยน้ำตาลทรายแดง แล้วอบต่อจนน้ำตาลทรายแดงละลายเป็นคาราเมล ติดไปกับตัวครัวซองต์
  • เสิร์ฟคู่กับไอศครีม เพิ่มความอร่อยเหมือนกินที่คาเฟ่กัน

เมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นาน เมนูที่ 20 มาเดอแลน

20. ส่วนผสม มาเดอแลน

  • เนยจืดละลาย 80 กรัม
  • ไข่ 140 กรัม
  • น้ำตาลเบเกอรี่ 110 กรัม
  • ผิวเลมอน 1 ผล
  • น้ำเลมอน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • นม 30 กรัม
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 155 กรัม
  • ผงฟู 6 กรัม

วิธีทำ มาเดอแลน

เมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานถัดไปกับ “ขนมเปลือกหอย” หรือ “ขนมไข่ฝรั่งเศสมาเดอแลน” ส่งตรงจากฝรั่งเศส ซึ่งมีวิธีทำดังนี้
  • วอร์มเตาอบ เตรียมไว้ที่อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส
  • ตีไข่กับน้ำตาลจนเป็นสีขาว ใส่ผิวเลมอนและน้ำเลมอน
  • คนให้เข้ากัน แล้วเติมนมครึ่งนึง ตามลงไป
  • ผสมแป้งสาลีและผงฟู ใส่ลงในส่วนผสมไข่
  • จากนั้นเติมเนยละลายที่เย็นแล้วลงไป คนด้วยพาย
  • ใส่นมที่เหลือตามลงไป จากนั้นนำส่วนผสมแช่ช่องแช่แข็ง 20 นาที
  • บีบส่วนผสมลงบนพิมพ์ นำเข้าเตาอบที่จะลดอุณหภูมิลงเหลือ 200 องศาเซลเซียส
  • อบนาน 10-12 นาที และพร้อมอร่อยสไตล์ฝรั่งเศสกันได้เลย

สรุปรวมเมนูทำอะไรขายดีเก็บได้นานทำไม่ยาก

สูตรเมนูทำอะไรขายดี เก็บได้นานที่นำมาในวันนี้เป็นเมนูที่ทำได้ไม่ยาก รสชาติดี ทำง่ายขายคล่อง สร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี ใครที่อยากลองทำแต่ยังไม่มีเตาอบหรืออุปกรณ์ เราขอแนะนำเตาอบจาก Technogas ที่จะเป็นตัวช่วยทำให้ขนมออกมาสวย หอมอร่อยเหมือนเชฟขนมมือโปรมาเนรมิตให้ ตอบทุกโจทย์เรื่องอาหารได้อย่างแน่นอน

รวม 12 เมนูอบทำเองได้ด้วยเตาอบที่บ้าน

เมนูอบ
การทำอาหาร ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งเช่นกัน การที่มีแขกมาบ้านหรือโอกาสพิเศษทั้งที ก็ควรต้องมีการโชว์สกิลทำอาหารกันสักหน่อย เราได้รวบรวม 12 เมนูอบหลากสไตล์ ที่คุณสามารถทำเองได้บ้าน เพียงแค่มี เตาอบ ก็สามารถทำได้แล้ว อาหารที่อบนั้นมีข้อดีตรงไม่ได้ยุ่งยากมากนัก และไม่ต้องกลัวน้ำมันกระเด็นใส่ แถมยังมีหน้าตาหรูหรา น่ากิน งั้นมาดูกันดีกว่าว่าเมนูอบแบบคนเล่นใหญ่ทำเองได้ที่บ้านจะมีอะไรบ้าง

12 เมนูอาหารที่อบทำเองได้! อร่อยด้วย!

1. ข้าวอบใบบัว

เมนูอบแรกคือ ข้าวอบใบบัว เริ่มโดยการนำใบบัวหลวงมาล้างน้ำและเช็ดให้สะอาด และต้องนำใบบัวหลวงไปนึ่ง เพื่อให้ใบบัวหลวงอ่อนตัว และไม่แตกเวลานำไปห่อข้าวนั่นเอง จากนั้น ใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอม ตามด้วยใส่กุนเชียงลงไปผัด และหัวหอมใหญ่ ลูกชิ้นปลาสไตล์ญี่ปุ่นหั่นชิ้น ถั่วแระญี่ปุ่น หน่อไม้ญี่ปุ่น พร้อมปรุงเห็ดหอมซอยแล้วผัดให้ส่วนผสมทั้งหมดสุก ใส่ข้าวญี่ปุ่นหุงสุกลงไปในกระทะ แล้วปรุงรสด้วย โชยุ พริกไทย และ สาหร่าย ผัดให้เข้ากันจนข้าวเริ่มมีสีเข้มขึ้นค่ะ ยกกระทะลงจากเตา จากนั้นนำใบบัวหลวงที่นึ่งไว้ ใส่ลงถ้วย ตามด้วยเห็ดหอมและข้าวญี่ปุ่นที่ผัดเสร็จ ห่อใบบัวให้เรียบร้อยแล้วกลับด้านลงบนจานก่อนนำไปนึ่ง และนำข้าวที่ห่อด้วยใบบัว มานึ่งในลัง 5 – 10 นาที ให้กลิ่นของใบบัวออกมาทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น เมนูอบ

2. ไก่อบน้ำผึ้ง

อาหารที่อบที่เราได้ยินบ่อย ๆ อีกอย่างคือ ไก่อบน้ำผึ้ง เริ่มจากการนำรากผักชี และกระเทียมมาตำให้ละเอียด เอาพริกไทยป่น น้ำตาลปี๊บ น้ำผึ้ง นมสด ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม กระเทียมและรากผักชีที่โขลกไว้มาผสมให้เข้ากัน และนำสะโพกไก่ติดน่องลงมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปหมักทิ้งไว้ 2 – 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นตั้งน้ำมันใส่กระทะให้ร้อน ใช้ไฟกลาง นำไก่ที่หมักมาวางในกระทะ เอาด้านหนังลงมาจี่ในกระทะก่อน ประมาณ 3 – 5 นาที เพื่อให้เกิดสีที่สวยงาม แล้วพลิกเนื้อไก่กลับด้าน นำฝาหม้อมาปิดไว้ อบต่อไปอีกประมาณ 15 – 20 นาที นำไก่ที่อบเสร็จแล้วนำมาจัดใส่จาน เสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียว และน้ำจิ้มแจ่ว เมนูอบ

3. ขนมปังหน้าหมูอบ

ขนมปังหน้าหมูอบก็เป็นอีกเมนูอบที่ทำเองได้ง่าย ๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เป็นของทานเล่นที่ใคร ๆ ก็ชอบ ขั้นตอนแรกคือต้องวอร์มเตาอบไฟบน – ล่าง 200 องศาเซลเซียส 15 นาที แล้วค่อยปรับเป็น 180 องศาเซลเซียส โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย แล้วนำหมูสับใส่ในชามผสมด้วยส่วนผสมที่โขลกไว้ ตามด้วยไข่ไก่ ต้นหอมซอย คนให้เข้ากัน นำหมูที่ผสมไว้โปะลงบนขนมปังที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ หลังจากนั้นวางพริกแดงสไลซ์ลงไป และนำไปอบ 15 นาที จากนั้นนำออกจากเตาและพักไว้ กินคู่กับน้ำจิ้มไก่หรือน้ำจิ้มบ๊วยก็ได้

4. กุ้งอบวุ้นเส้น

เมนูที่ใครก็ต้องรู้จักอย่างกุ้งอบวุ้นเส้น เป็นอาหารที่อบที่มีวิธีการทำง่ายแสนง่าย โดยเริ่มแรกนำซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วดำ น้ำตาลทราย และน้ำมันงา ลงในหม้อ แล้วเทน้ำตามลงไป ปิดหม้อรอให้น้ำเดือดจนทุกอย่างละลายเข้ากัน ใส่เบคอนลงไปรองก้นหม้อ ตามด้วยขิง วุ้นเส้น กุ้ง โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย ปิดฝาแล้วรอจนสุก

5. ข้าวอบต้มยำกุ้ง

ใครที่ไม่อยากกินเมนูกับข้าวแบบเดิม ๆ ก็สามารถนำทั้งสองอย่างมาผสมกันได้อย่างเมนูข้าวอบต้มยำกุ้ง ที่มีวิธีทำคือการนำเครื่องต้มยำ เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ลงในหม้อ ปิดฝาหม้อรอให้เดือดแล้วค่อยใส่ข้าว เห็ด กุ้ง ใบมะกรูดตามลงไปปิดฝา รอจนข้าวสุก เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

6. ล็อบสเตอร์อบชีส

วัตถุดิบอย่างล็อบสเตอร์เอาไปทำอะไรก็อร่อย แต่ต้องรู้จักทำด้วยนะ ครั้งนี้เราขอเสนอเมนูอบอย่างล็อบสเตอร์อบชีส วิธีการทำไม่ยากเลยเริ่มด้วย นำล็อบสเตอร์มาตัดเปลือกส่วนท้อง และนำมาเรียงลงบนถาดอบพักไว้เตรียมใส่ซอส แล้วตั้งกระทะบนเตาไฟกลาง ใส่น้ำมันมะกอกลงไปในกระทะ เมื่อน้ำมันร้อนจึงใส่หอมแขกหั่นเต๋า แล้วใส่ไวน์ขาวลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม หลังจากนั้นใส่เนยลงไป คนให้เนยละลาย แล้วใส่แป้งอเนกประสงค์ลงไปผัดให้เข้ากันกับเนย ใส่คุกกิ้งครีมคนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย พาร์สลีย์อบแห้งคนให้เข้ากัน เมื่อครีมเริ่มเซตตัวแล้วค่อยยกลงจากเตา หลังจากนั้นให้นำล็อบสเตอร์ที่เตรียมไว้ นำมาใส่ซอสลงไปให้ทั่ว ๆ โรยชีสพาร์เมซานลงไป อบด้วยไฟบนล่าง อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25 นาที

7. ผักโขมอบชีส

อีกหนึ่งเมนูอาหารที่อบไม่ว่าใครไปกินร้านอาหารข้างนอกก็ต้องสั่งนั่นก็คือ เมนูผักโขมอบชีสนั่นเอง มาดูกันดีกว่าถ้าจะทำเองมีขั้นตอนการทำยังไงบ้าง ขั้นตอนแรกนำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่เนยจืดรอจนละลาย นำหอมหัวใหญ่ที่สับหยาบผัดจนเหลือง และใส่แป้งอเนกประสงค์ และแฮมลงไปผัดให้เข้ากัน ตามด้วยการใส่ผักโขมลงไป ปรุงรสได้ตามใจชอบ ผัดให้เข้ากันอีกครั้งแล้วยกออกจากเตา หลังจากนั้นใส่ผักโขมที่ผัดไว้ลงในชาม โรยชีสมอซซาเรลลาให้ทั่วด้านหน้า นำไปอบในเตาอบความร้อน 800 วัตต์ เป็นเวลา 3 นาที

8. กุ้งอบเกลือ

เมนูนี้ไม่มีอะไรยากเลย แต่ส่วนที่เด็ดที่สุดก็คือการปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดนั่นเอง ขั้นตอนจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย เริ่มด้วยการทำความสะอาดกุ้งให้เรียบร้อย นำขี้ด้านหลังออก ตัดหนวดออกแล้วใส่ลงในกระทะ โรยด้วยเกลือ ทุบตะไคร้ และใบมะกรูด แล้วใส่ตามลงไป ปิดฝาอบไว้ 20 นาทีจนสุก แล้วระหว่างนี้ไปทำน้ำจิ้มโดย ใส่พริกขี้หนู กระเทียม น้ำตาลปี๊บ เกลือ น้ำมะนาว น้ำต้มสุก และรากผักชี ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดเท่านี้ก็เสร็จ

9. ซี่โครงหมูอบซอส

นำซอสบาร์บีคิวที่เตรียมไว้ ใส่ลงกระทะ แล้วตั้งไฟอ่อน ทำการใส่ซี่โครงหมูลงไปตุ๋นด้วยไฟอ่อน 20 นาทีเพื่อให้ซี่โครงหมูสุกและตัวซอสบาร์บีคิวซึมเข้าในซี่โครงหมู เมื่อตุ๋นครบเวลาแล้วจึงนำซี่โครงหมูมาอบต่อในเตาอบ โดยใช้ฟอยล์รองถาดอบ แล้วนำซี่โครงหมูมาวางลงบนถาดอบ ทาด้วยซอสบาร์บีคิวบนซี่โครงหมูเพื่อให้ซี่โครงหมูมีความฉ่ำมากขึ้น และนำซี่โครงหมูไปอบต่อด้วยอุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียล 2 – 3 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย

10. ขนมปังกระเทียม

เมนูขนมปังกระเทียมนั้นกินง่าย ทำก็ง่าย เป็นเมนูอบที่ทำได้เองที่บ้านเลย ใช้ส่วนผสมไม่เยอะ ไม่วุ่นวาย โดยจะเริ่มจากการนำขนมปังฝรั่งเศสมาหั่นตามขวางแล้วพักไว้ ต่อมานำเนยจืดผสมกับเกลือ พริกไทย น้ำตาลทราย พาร์สลีย์สับละเอียด ใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทาให้ทั่วบนขนมปัง ก่อนอบต้องวอร์มเตาอบ ด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เมื่อเตาร้อนได้ที่แล้ว ให้นำขนมปังที่ทาหน้าแล้ว นำมาวางเข้าเตาอบ และใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 5 – 6 นาที หรือจนสุกกรอบ เท่านี้ก็ได้ขนมปังกระเทียมหน้าตาน่ารับประทานแล้ว

11. ไก่ย่าง

เมนูไก่ย่างเราก็สามารถทำได้ ถ้าที่บ้านมีเตาอบ แถมยังเป็นเมนูที่ไม่ยุ่งยากด้วย วิธีการทำง่าย ๆ คือ เริ่มต้นด้วยการนำไก่แช่ในน้ำที่เราผสมไว้โดยจะใช้ น้ำเปล่า เกลือทะเล ใบกระวาน เมล็ดผักชีพริกไทย น้ำตาลทรายแดง มาผสมกัน แล้วนำไก่ทั้งตัวแช่ในน้ำสูตรนี้ 1 คืนในตู้เย็น เมื่อแช่ไก่ในน้ำเกลือได้ที่ แล้วนำไก่ไปล้างน้ำเปล่าสักนิด และนำออกมาตากทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศา เสร็จแล้วพัไก่ไว้สักหน่อยแล้วค่อยรับประทาน

12. มะเขือม่วงอบซอสเนื้อ

เมนูนี้หลายคนอาจจะยังไม่เคยลอง แต่บอกเลยว่ามะเขือม่วงอบซอสเนื้อ ทำง่าย กินอร่อย วิธีทำนั้นไม่ยาก ขั้นตอนแรกคือ ตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันเล็กน้อย ตามด้วยกระเทียม หอมหัวใหญ่ และแครอทลงไปผัดให้เข้ากัน หลังจากนั้นตามด้วยเนื้อวัวบด แล้วผัดให้พอสุก อาจเพิ่มกลิ่นหอมด้วยใบ ไทม์ โรสแมรี่ และใบกระวาน หลังจากนั้นปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทย วูสเตอร์ไชร์ซอส มะเขือเทศบดละเอียด ต่อไปให้นำมะเขือม่วงผ่าครึ่ง ต้องตัดตรงฐานเล็กน้อยเพื่อให้ตั้งได้ แล้วให้บั้งเนื้อมะเขือเป็นตาราง แล้วนำไปทอดในน้ำมันให้พอนุ่ม ตักมะเขือขึ้นแล้วโปะด้วยซอสเนื้อที่ทำไว้ โรยมอสซาเรลลาชีสปิดท้าย แล้วนำเข้าเตาอบ ใช้ไฟบน 150 องศาเป็นเวลา 15 นาที จนชีสละลาย เท่านี้ก็เสร็จ เมนูอบ

เมนูอบไม่ยากอย่างที่คิด

จะเห็นได้ว่าเมนูอบนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ยิ่งที่บ้านไหนมีเตาอบอยู่แล้วก็ไม่ต้องกลัวเลย คุณสามารถทำอาหารที่อบได้อย่างหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะทำกินเองหรือทำต้อนรับแขกที่มาบ้านก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารที่จริงจัง หรือของทานเล่น ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เมนูอบก็เป็นอีกเมนูที่ไม่ต้องมีขั้นตอนเยอะ และยังสะดวกสำหรับการทำที่บ้านอีกด้วย เลือกดูได้เลยว่าอยากทำเมนูไหน เรามีขั้นตอนการทำบอกไว้หมดแล้ว

10 สูตร “เมนูเบอเกอรี่ที่ใช้เตาอบ”

เมนูเบเกอรี่
เมนูเบเกอรี่ดูจะเป็นเมนูที่ใครหลายคนชอบกัน เวลาไปร้านอาหารข้างนอก พอกินของคาวเสร็จก็ต้องตามด้วยของหวานปิดท้าย เป็นเมนูเบเกอรี่กันทั้งนั้น ในบทความนี้เราจะมาแจกสูตรทำเบเกอรี่ง่าย ๆ แบบที่มีแค่ เตาอบ ตัวเดียวก็สามารถทำเมนูเบเกอรี่เหล่านี้ได้ด้วยตัวคุณ

รวมสูตรเมนูเบเกอรี่อบที่คุณก็ทำเองได้

1. มัฟฟินช็อกโกแลต

เมนูเบเกอรี่แรกที่น่าทำ สำหรับคนรักช็อกโกแลตจะต้องชอบแน่นอน เพราะมีส่วนผสมของช็อกโกแลตอยู่เต็ม ๆ เข้มข้น นั้นก็คือมัฟฟินช็อกโกแลต โดยวิธีทำก็ไม่ได้ยุ่งยากเกินไป สามารถทำได้เอง วิธีทำคือ
  • เพียงละลายเนย
  • นำดาร์กช็อกโกแลตที่เตรียมไว้มาสับไม่ต้องละเอียดมาก และนำดาร์กช็อกโกแลตที่เตรียมไว้ส่วนที่ 2 มาสับด้วย
  • นำไข่ไก่ ใส่น้ำมันพืช ตีให้เข้ากัน ใส่นมจืด ตามด้วยกลิ่นวานิลลา และเนยที่ละลายลงไปตีให้เข้ากัน
  • ผสมแป้งอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย ผงโกโก้ ผงฟู เบกกิ้งโซดา มาคนให้เข้ากัน
  • เทส่วนผสมไข่ใส่ลงไป คนให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว
  • ใส่ดาร์กช็อกโกแลต ส่วนที่ 1 ลงไป ผสมให้เข้ากัน
  • ตักแป้งใส่ในพิมพ์มัฟฟิน นำดาร์กช็อกโกแลตที่สับแล้ว ส่วนที่ 2 โรยแต่งหน้ามัฟฟิน
  • นำไปอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส 3 นาที และจึงค่อยปรับอุณหภูมิของเตาอบลง 175 องศา และอบต่อไปอีกประมาณ 15 – 18 นาที หรือจนกว่ามัฟฟินจะสุก

เมนูเบเกอรี่

2. คุกกี้บราวนี่

คุกกี้บราวนี่ เป็นอีกเมนูเบเกอรี่ยอดฮิตที่เห็นขายกันอยู่ทั่วไป อาจจะดูเหมือนทำยาก แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ยากขนาดนั้น เพียงแต่ต้องมีการใช้สัดส่วนของส่วนผสมต่าง ๆ ให้พอดีและแม่นยำ แล้วค่อยปรับเปลี่ยนรสชาติได้ตามความชอบ วิธีทำคือ
  • ให้นำดาร์กช็อกโกแลตกับละเนยไปละลาย
  • ผสมไข่ไก่ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง และกลิ่นวานิลลา ตีให้เข้ากันและต้องตีอย่างน้อย 5 นาที
  • นำเนยกับช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว มาผสมให้เข้ากัน
  • นำผงโกโก้ ผงฟู แป้งและเกลือที่ร่อนแล้วมาผสมไข่ให้เข้ากัน ตามด้วยใส่ดาร์กช็อกโกแลตชิพแล้วคนให้เข้ากัน นำที่ตักไอศกรีมมาตักแป้งคุกกี้ โดยเว้นให้ระยะห่างกัน และกดแป้งคุกกี้ให้แบนเล็กน้อย
  • อบคุกกี้ที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 12 – 14 นาที

3. คุกกี้สติ๊ก

ใครที่อยากจะทำขนมอบแบบไซส์เล็ก ๆ น่ารัก ไม่ต้องมีขั้นตอนเยอะ ต้องลองทำคุกกี้สติ๊ก ซึ่งเราสามารถออกแบบตกแต่งเองได้ อาจจะทำในวันสำคัญ งานเลี้ยงวันเกิด ก็สามารถทำได้เอง แค่มีเตาอบอยู่ที่บ้านก็ทำได้แล้ว วิธีทำคือ
  • เริ่มจากร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ตามด้วยร่อนน้ำตาลทรายป่นหรือไอซิ่ง ผงฟู เกลือป่น และอัลมอนด์ป่น
  • ใส่ชอร์ตเทนนิ่ง น้ำมันรำข้าว ตามด้วยกลิ่นวานิลลา นวดจนแป้งจับตัวกันเป็นก้อน แล้วรีดเป็นแผ่นหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร และตัดเป็นแท่งขนาดเล็ก
  • อบด้วยเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศา 12 – 15 นาที เสร็จแล้วพักบนตะแกรงจนเย็น
  • แล้วตกแต่งด้วยช็อกโกแลตโค้ทติ้งหรือจะเป็นรสชาติอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน แล้วตกแต่งลวดลายตามใจชอบ

4. เค้กฝอยทองครีมสดมะพร้าวอ่อน

อีกหนึ่งเมนูเบเกอรี่ยอดฮิตก็คือ เค้กฝอยทองครีมสดมะพร้าวอ่อนที่เคยเป็นกระแสอยู่ในช่วงหนึ่ง ด้วยการผสมผสานระหว่างฝอยทองที่เป็นขนมหวานไทย มาจับคู่กับเค้กครีมสดมะพร้าวอ่อน แล้วทำออกมาได้อย่างลงตัว วิธีทำคือ
  • นำฝอยทองใส่ลงไปในพิมพ์
  • นำแป้งอเนกประสงค์ ผงฟู และเกลือ ร่อนเข้าด้วยกัน ผสมไข่แดงน้ำตาลทราย ตีให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย
  • ใส่กลิ่นวานิลลา นมสด ส่วนของแป้งที่ร่อนไว้ ตีให้เข้ากัน เทน้ำมันรำข้าว พร้อมกับตีไปด้วยและสังเกตว่าเนื้อเข้ากันแล้ว จึงพักไว้
  • ทำการตีเมอแรงก์ โดยนำไข่ขาวใส่ลงไปในชามผสม ตีให้ขึ้นฟอง จากนั้นค่อย ๆ ใส่น้ำตาลลงไป และตีต่อ
  • นำเมอแรงก์มาผสมกับแป้งเตรียมไว้ จากนั้นนำไปใส่พิมพ์ที่ใส่ฝอยทองเตรียมไว้
  • อบด้วยไฟอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 7 นาที และพักไว้บนตะแกรง

5. ขนมปังช็อกโกแลตเนยสด

เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบในการทำน้อยมาก ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากเป็น สูตรทำเบเกอรี่ง่าย ๆ เหมาะกับการทำที่ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ แต่ทำออกมาแล้วอร่อย น่ากิน ใครที่ชอบความเข้มของช็อกโกแลตในขนมปัง ต้องลองทำกันดู วิธีทำ
  • ร่อนแป้ง ผงโกโก้ และเกลือ ผสมกับน้ำตาลทรายและยีสต์ และผสมนมข้นจืด ไข่ไก่ น้ำอุ่น ให้เข้ากัน
  • ค่อย ๆ เทส่วนผสมต่าง ๆ และสลับกับนวดให้เข้ากันทีละนิด
  • ใส่เนยจืด และนวดจนเข้ากัน แล้วพักไว้ 40 – 60 นาที ให้จนเห็นว่าแป้งขึ้นฟูมากกว่าเดิมแล้ว
  • ใช้ไฟอ่อนใส่นมข้นหวาน นมสด แป้งข้าวโพดละลายน้ำ คนจนกว่าส่วนผสมจะมีความข้นจากนั้นใส่เนยจืดลงไป และพักไว้ให้ทั้งหมดอุ่น
  • ใส่ไข่ไก่ กลิ่นวานิลลาลงไปในส่วนผสม และคนให้เข้ากัน เปิดไฟอ่อนอีกครั้ง จากนั้นคนอีกเรื่อย ๆ แล้วนำไปใส่ถุงบีบและทำการแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็น
  • นำแป้งที่ขึ้นฟูแล้วมา ใส่ในภาชนะที่ทาเนยเอาไว้ นำแป้งไปพักอีกครั้งประมาณ 40 – 60 นาที จนขนาดแป้งขึ้นฟู
  • ทานมผสมเนยบนตัวแป้ง ก่อนนำไปอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส 20 นาที
  • เมื่อตัวแป้งสุกดีแล้ว นำมาเจาะรูข้างบน แล้วบีบไส้จากถุงบีบที่แช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นลงไป ตามด้วยการทาเนยสดที่ตีไว้ด้านบนขนมปัง และโรยผงโกโก้ปิดท้าย

6. พัฟฟ์ผลไม้สด

พัฟฟ์ผลไม้สด แค่เห็นหน้าตาก็รู้แล้วว่าต้องอร่อยแน่นอน วิธีทำเมนูเบเกอรี่นี้ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด จะทำไปเป็นของฝาก ทำเป็นเค้กวันเกิด หรือจะเอาไปต่อยอดสร้างอาชีพ ทำขายก็ได้เช่นกัน ไปดูกันเลยว่ามีวิธีทำอย่างไรบ้าง
  • อย่างแรก คือ การวอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส
  • นำแป้งพัฟฟ์สำเร็จรูปมาพักในตู้เย็นช่องธรรมดา จนแป้งอ่อนตัวจนรีดได้
  • ก่อนรีดแป้งพัฟฟ์ให้แผ่ออก แล้วตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 5 x 10 เซนติเมตร
  • รองถาดอบด้วยกระดาษไข แล้วเรียงแผ่นแป้งลงไป วางกระดาษไขทับด้วยถาดอีกชั้นก่อนนำไปอบประมาณ 15 นาที
  • ทำตัวครีม ด้วยการใส่นมสดลงในหม้อตั้งไฟกลางให้ร้อน
  • ตีไข่แดง น้ำตาลทราย กลิ่นวานิลลาเข้าด้วยกันจนขึ้นฟู
  • ทำการร่อนแป้งข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากัน แล้วค่อย ๆ เทนมร้อนลงไป และค่อย ๆ ใส่ทีละนิดสลับกับการคนให้เข้ากัน คนเรื่อย ๆ จนข้นเซตตัวเป็นครีมดี เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็น
  • นำแป้งพัฟฟ์ที่อบเสร็จแล้วออกจากเตา แล้วนำมาประกอบกับครีมที่ทำไว้ โดยวางแป้งพัฟฟ์ชั้นแรก แล้วบีบครีมลงไปจนเต็มแผ่น แล้ววางทับด้วยแป้งพัฟฟ์อีกชั้น ทำซ้ำกันจนได้ครีมสองชั้น และแป้งพัฟฟ์สามชั้น
  • ตกแต่งด้านบนด้วยผลไม้ตามชอบได้เลย

7. ชูครีม

ชูครีม เป็นเมนูโปรดสำหรับใครหลาย ๆ คนจุดเด่นคือ รสชาติด้านในที่มีความหวานกำลังดี ผสมกับตัวแป้งข้างนอก เมื่อกินแล้วจะผสมกันออกมาอย่างลงตัว แล้วต้องทำยังไงให้ออกมาอร่อย เรามีสูตรเบเกอรี่ง่าย ๆ มาให้ทุกคนได้ลองทำตามกันดู
  • วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส
  • ใส่น้ำเปล่า เนยเค็มลงในหม้อ ตั้งไฟให้เนยละลายจนหมด แล้วจึงใส่แป้งขนมปังลงไป รีบคนให้เข้ากัน จนแป้งจับตัวกันเป็นก้อน
  • นำแป้งที่ผัดจนเป็นก้อนแล้วมาเทใส่ชาม แล้วนำไข่ไก่ที่ตีพอแตกไว้แล้วค่อย ๆ เทลงไปทีละนิด
  • ใช้ไม้พายคนแป้งให้เข้ากับไข่ ตัวแป้งกับไข่เข้ากันดี
  • นำส่วนผสมแป้งใส่ถุงบีบ บีบแป้งลงไปเป็นวงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว
  • นำเข้าเตาอบ อบเป็นเวลา 30 นาที
  • ทำครีมด้วยการใส่นมข้นจืด และนมข้นหวาน นำขึ้นตั้งไฟกลางให้ร้อน
  • ผสม ไข่แดง น้ำตาลทราย กับกลิ่นวานิลลาเข้าด้วยกันจนขึ้นฟู ร่อนแป้งข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ เทนมร้อนที่ตั้งไฟไว้เมื่อสักครู่ลงไป
  • เทวิปปิ้งครีมในชามผสม ตีจนขึ้นฟูตั้งยอดแข็ง แล้วนำครีมที่พักไว้เมื่อสักครู่มาตะล่อมให้เข้ากันด้วยไม้พาย
  • ตักครีมใส่ถุงบีบเตรียมไว้ บีบครีมลงไปให้เต็มแป้งส่วนล่าง ปิดด้วยแป้งส่วนบน

เมนูเบเกอรี่

8. มาเดอลีนช็อกโกแลต

ขนมที่หน้าตาสวย และถ่ายรูปออกมาดูดีอย่าง มาเดอลีนช็อกโกแลต ก็มีขั้นตอนการทำที่ไม่ได้ยุ่งยาก เนื้อนุ่มหอมเนย และยังได้รสเข้มข้นจากโกโก้ด้วย ใครเบื่อขนมไทยแล้ว ลองมาทำ มาเดอลีนช็อกโกแลตกินกันดูนะ วิธีทำไม่ยากเลย
  • ใส่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย เกลือ และเติมกลิ่นวานิลลากับน้ำผึ้ง คนจนเข้ากัน
  • ร่อนแป้ง ผงฟู และผงโกโก้ลงไปในส่วนผสมของไข่ไก่ ใส่เนยเค็มละลาย แบ่งใส่สัก 2 – 3 รอบ คนจนเข้ากัน แล้วคลุมพลาสติกถนอมอาหารไว้ แช่ตู้เย็นไว้ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
  • หยอดขนมใส่พิมพ์ อบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน – ล่าง ประมาณ 15 นาที

9. ขนมปังกรอบเนยกระเทียม

เมนูที่เราคุ้นเคยกันดี อย่าง ขนมปังกรอบเนยกระเทียม กินเพลิน กินกับอะไรก็ได้ แล้วจริง ๆ วิธีการทำก็ง่ายแสนง่าย ไม่มีขั้นตอนอะไรที่ยุ่งยาก ก็สามารถทำเองได้ที่บ้านเลย และเมนูนี้ยังใช้วัตถุดิบน้อยด้วย ทำยังไงบ้างไปดูกัน
  • นำขนมปังไปอบจนมีความแห้ง
  • ตีเนยสดรสเค็มกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน
  • นำกระเทียมไปสับหรือปั่น ผสมเนย ตามด้วยพาร์สลีย์ ผสมจนเข้ากัน
  • ทาเนยกระเทียมลงไปบนขนมปัง และนำไปอบที่อุณหภูมิ 145 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 – 12 นาที

10. เค้กไข่ญี่ปุ่น

เค้กไข่ญี่ปุ่นเป็นอีกเมนูเบเกอรี่ที่สามารถทำกินได้ ทุกวัย เพราะรสชาติจะไม่หวานจนเกินไป จะทานเดี่ยว ๆ หรือทานคู่กับเครื่องดื่มใด ๆ ก็ได้ตามความชอบ วิธีการทำไม่ได้ยุ่งยากมากมายสามารถลองทำกินเองได้
  • นำน้ำมันพืชเข้าไมโครเวฟ 1 นาที เทน้ำมันใส่อีกภาชนะแล้วร่อนแป้งเค้กลงไป คนให้เข้ากัน
  • ใส่นมลงไป ตามด้วยไข่แดง และคนให้เนื้อเนียนสีอ่อน
  • ตีไข่ขาวให้เป็นฟองหยาบ ๆ และใส่เกลือลงไป ใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไป คนพอเข้ากัน
  • เทส่วนผสมของไข่แดงลงไปในไข่ขาว คนให้เข้ากัน
  • เทใส่พิมพ์เค้ก นำเข้าเตาอบ ใช้ไฟบน – ล่าง 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 35 – 40 นาที

เมนูเบเกอรี่อบที่สามารถต่อยอดอาชีพได้

เมนูเบเกอรี่ที่เรารวบรวมมาให้ในวันนี้ สามารถทำได้เองทั้งหมด เพียงแค่ต้องมีเตาอบเท่านั้นเอง เบเกอรี่แต่ละชนิดก็มีวิธีการทำที่แตกต่างกันไป ระยะเวลาในการทำก็แตกต่างกันไปเช่นกัน แต่รับประกันมือใหม่สามารถหัดทำได้และอร่อยแน่นอน รวมถึงเมนูเบเกอรี่ง่าย ๆ เหล่านี้ คุณยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้อีกด้วย

10 สูตรอาหารเช้าง่าย ๆ ทำได้เองที่ครัว

อาหารเช้าง่ายๆ
อาหารเช้าง่าย ๆ ถือเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวันเลยก็ว่าได้ เพราะอาหารเช้าเป็นมื้อที่ให้พลังงาน ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ และช่วยทำให้ให้เรามีสุขภาพที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดเกี่ยวกับอาหารเช้า คือ ควรเลือกสิ่งที่มีประโยชน์และให้พลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นอกจากการที่อาหารเช้าสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองแล้ว ยังสามารถช่วยให้คุณควบคุมอาหารได้ดี มีพลังงานไปเลี้ยงสมองได้ตลอดทั้งวัน ในบทความนี้เรามี 10 สูตรอาหารเช้าง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่ครัวของบ้านคุณ

10 สูตรอาหารเช้าง่าย ๆ ทำเองได้ทันที

1. ไข่กระทะ

ไข่กระทะถือเป็นเมนูที่ทำได้ง่ายมาก และเราสามารถเพิ่มวัตถุดิบที่แต่ละคนชอบตามไปได้ ซึ่งใช้อุปกรณ์น้อยมาก แค่มีเพียงมีกระทะและ เตาแก๊ส ก็สามารถทำอาหารเช้าง่าย ๆ ได้แล้ว ไม่ต้องปรุงรสชาติอะไรมาก ทำได้ง่ายไม่มีขั้นตอนยุ่งยากอีกด้วย วัตถุดิบของไข่กระทา
  1. ไข่ไก่
  2. หมูสับผัด
  3. กุนเชียงทอด
  4. หมูยอ
  5. ไส้กรอก
  6. ต้นหอมซอย
  7. พริกไทยป่น

2. ข้าวผัดอเมริกัน

เมนูข้าวผัดอเมริกัน ก็สามารถนำมาเป็นเมนูอาหารเช้าง่าย ๆ ได้ เป็นเมนูที่หลายคนนิยมทำด้วยตัวเองในเวลาเช้าของวัน ใช้เวลาไม่นาน เพียงมีข้าวเป็นวัตถุดิบหลัก อุปกรณ์เครื่องครัวที่ใช้ก็มีเพียงตะหลิว กระทะ เตาไฟฟ้า ก็สามารถสร้างสรรค์เมนูข้าวผัดอเมริกันแสนอร่อยได้แล้ว วัตถุดิบของข้าวผัดอเมริกัน
  1. ข้าวสวย
  2. หอมใหญ่
  3. แครอท
  4. ลูกเกด
  5. ไส้กรอก
  6. ไข่ไก่
  7. ซอสมะเขือเทศ
  8. แป้งทอดกรอบ
  9. น้ำปลา
  10. น้ำตาลทราย
  11. พริกไทย

3. ต้มจืดไข่น้ำหมูสับ

ต้มจืดไข่น้ำหมูสับ ถือเป็นอีกเมนูอาหารเช้าง่าย ๆ ที่สามารถให้พลังงานได้ดี และวิธีทำง่าย ไม่ยุ่งยาก ใช้วัตถุดิบไม่เยอะมาก เป็นรสชาติอาหารอ่อน ๆ ที่คุณสามารถรับประทานพร้อมกับข้าวได้เหมาะกับการทำเป็นอาหารเช้าง่าย ๆ ในการเริ่มต้นวันสุดพิเศษของคุณ วัตถุดิบของต้มจืดไข่น้ำหมูสับ
  1. ไข่ไก่
  2. หมูสับ
  3. ขึ้นฉ่าย
  4. ผักชี
  5. รากผักชี
  6. น้ำ

4.ผัดมักกะโรนีกุ้งสดใส่ไข่

ในเมนูผัดมักกะโรนีกุ้งสดใส่ไข่นี้ก็สามารถนำมาเป็นอาหารเช้าง่าย ๆ ได้เช่นกัน เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาสักนิด แต่การทำผัดมักกะโรนีกุ้งสดใส่ไข่ นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ และต้องมีการเตรียมวัตถุดิบเอาไว้ก่อนจะทำ วัตถุดิบของผัดมักกะโรนีกุ้งสดใส่ไข่
  1. เส้นมักกะโรนีดิบ
  2. น้ำมันพืช
  3. กุ้งขาว
  4. ไข่ไก่
  5. หอมใหญ่
  6. แครอท
  7. มะเขือเทศ
  8. ต้นหอม
  9. ซอสมะเขือเทศ 4 ช้อนโต๊ะ

อาหารเช้าง่ายๆ

5. แซนวิชไข่ข้น Omelette Sandwich

ใครที่เบื่อเมนูข้าวแบบเดิม ๆ ต้องลองแซนวิชไข่ข้น Omelette Sandwich ที่ เป็นเมนูอาหารเช้าง่าย ๆ ที่จะทานคู่กับเครื่องดื่มอะไรก็ได้ สามารถทำได้ง่าย เป็นเมนูแซนวิซที่น่าสนใจทำให้ไม่น่าเบื่อ และยังให้พลังงานได้เพียงพอด้วย วัตถุดิบแซนวิชไข่ข้น Omelette Sandwich
  1. ไข่ไก่
  2. ขนมปัง
  3. เนย
  4. ชีสสไลด์
  5. เชดด้าชีส
  6. เครื่องปรุงเกลือ, พริกไทย

6. เต้าหู้ไข่ทอดสามรส

เมนูเต้าหู้ไข่ทอดสามรส สามารถทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน ในเมนูนี้วัตถุดิบหลักคือเต้าหู้ไข่ ซึ่งส่วนประกอบอีกอย่างที่สำคัญซอสที่ใช้ราดเต้าหู้ไข่นั่นเอง ซึ่งจะมีการเตรียมวัตถุดิบไว้เยอะสักหน่อย แต่สามารถกินกับข้าวเช้าได้ง่าย ๆ เลย วัตถุดิบเต้าหู้ไข่ทอดสามรส
  1. เต้าหู้ไข่ไก่
  2. แป้งทอดกรอบ
  3. พริกชี้ฟ้าแดงสับ
  4. น้ำตาลทราย
  5. น้ำตาลปี๊บ
  6. น้ำมะขามเปียก
  7. น้ำปลา
  8. น้ำมันพืชสำหรับผัด
  9. น้ำมันพืชสำหรับทอด
อาหารเช้าง่ายๆ

7. French Toast เฟรนช์โทสต์

เฟรนช์โทสต์ เป็นอีกเมนูอาหารเช้าง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้เวลาเยอะมาก เหมาะกับเช้าที่เร่งรีบ และใช้วัตถุดิบน้อย สามารถเลือกวัตถุดิบที่เป็นส่วนของไส้ตรงกลางได้ ไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอก แฮม ชีส ใช้วัตถุดิบน้อย ทำได้เองง่าย ๆ ทุกเช้า วัตถุดิบFrench Toast เฟรนช์โทสต์
  1. ไข่เบอร์
  2. นมสด
  3. ขนมปังแผ่น
  4. เนย
  5. ไส้กรอก
  6. แฮม
  7. ชีสแท่ง

8. ข้าวไข่ข้นกุ้ง

เมนูนี้ก็ทำได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งจะเน้นกับการปรุงที่ตัวไข่ข้น และในเมนูนี้ยังมีเนื้อสัตว์ที่จะทำให้มื้ออาหารมีความครบถ้วนมากขึ้น ขั้นตอนการทำก็ไม่ได้เยอะ สามารถทำเป็นอาหารเช้าเองได้ทุกวัน รสชาติอาหารเหมาะกับการทานเป็นมื้อเช้าอย่างมาก วัตถุดิบข้าวไข่ข้นกุ้ง
  1. กุ้ง
  2. ไข่ไก่
  3. นมสดรสจืด
  4. พริกไทยดำ
  5. ดอกเกลือ
  6. เนยสดรสจืด

9. ข้าวผัดกิมจิ

มาทางฝั่งเกาหลีกันบ้าง เหมาะกับมื้อเช้าที่ต้องการให้มีรสจัดจ้านสักหน่อย โดยจะใช้วัตถุดิบหลักคือข้าวญี่ปุ่น ซอสโคชูจัง กิมจิ ไข่ไก่ นำมาผัดและคลุกเคล้าให้เข้ากัน ถือเป็นมื้อเช้าที่ให้พลังงานได้อย่างเต็มที่ มีรสเผ็ดให้รู้สึกว่าไม่เลี่ยนจนเกินไปด้วย วัตถุดิบของข้าวผัดกิมจิ
  1. ข้าวสวย/ข้าวญี่ปุ่น
  2. กิมจิ
  3. ซอสโคชูจัง
  4. เนื้อสัตว์หรือเบคอน
  5. หอมใหญ่
  6. แครอท
  7. กระเทียม
  8. ไข่ไก่

10. สปาเกตตี้ซอสมะเขือเทศ

เป็นเมนูที่หลายคนคุ้นเคยกันดี เมนูสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ เป็นเมนูเบสิคทำได้ง่ายไม่ใช่แค่มื้อเช้า แต่ยังสามารถทำกินเองได้ทุกมื้อ ด้วยวิธีการทำที่ง่ายขั้นตอนไม่เยอะมาก หากทำเป็นอาหารสำหรับมื้อเช้าง่าย ๆ เองก็ได้เช่นกัน วัตถุดิบสปาเกตตี้ซอสมะเขือเทศ
  1. เส้นสปาเก็ตตี้
  2. หอมหัวใหญ่
  3. มะเขือเทศ
  4. ซอสมะเขือเทศ
  5. หมูสับ
  6. น้ำตาล
  7. พริกไทย
  8. ซีอิ๊วขาว

อาหารเช้าง่ายๆ

อาหารเช้าง่าย ๆ คือแหล่งพลังงานสำคัญของวันใหม่

อาหารเช้าถือเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญอย่างมาก เพราะเป็นมื้อแรกเริ่มของวันที่ให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ ในตอนเช้าสำหรับบางคนอาจมีเวลาที่เร่งรีบ แต่ก็จะขาดอาหารเช้าไม่ได้ ในบทความเราได้แนะนำเมนูอาหารเช้าที่ง่าย ๆ ทำเองได้ในครัว มาให้ทุกคนได้ลองไปทำตามกันดู รับรองว่าได้อร่อย และได้รับพลังงานเพียงพอตลอดทั้งวันแน่นอน

HOW TO อร่อยแบบอินเตอร์ได้ง่ายๆ กับไก่งวงอบ

เตาอบนับเป็นเครื่องครัวที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทำให้คุณกลายเป็นแม่ครัวมืออาชีพได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถทำอาหารได้หลากหลายและประหยัดเวลาในการปรุงอีกด้วย เพราะมีโปรแกรมอาหารสำเร็จรูปไว้ให้เลือกตามเมนูที่คุณต้องการ เพียงแค่เลือกและรอเวลาเท่านั้น คุณก็จะได้อาหารสมดังใจต้องการแล้ว วันนี้มาดูอีกหนึ่งเมนูอาหารอินเตอร์ที่เป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างชาติกันบ้าง เป็นเมนูที่ดูเหมือนจะยุ่งยาก แต่ความจริงนั้นไม่ยากเลย แค่คุณมีตัวช่วยอย่างเตาอบดี ๆ สักเครื่อง

วิธีการทำไก่งวงอบ

ส่วนประกอบและเครื่องปรุงที่ต้องเตรียม

-ไก่งวงขนาดตามต้องการ 1 ตัว
-แครอท
-หอมใหญ่
-พริกไทยป่น
-เกลือป่น
-ใบกระวานแห้ง

-ผงปรุงรสไก่

-กระเทียมหัวใหญ่

-มันฝรั่ง

วิธีทำ

1.นำไก่งวงล้างทำความสะอาด โดยให้ล้วงทำความสะอาดเครื่องในไก่งวงด้วย สามารถล้างไก่ในซิงค์ล้างจานได้เลย เพื่อเป็นการสะดวกและลดเวลาในการเตรียมอาหาร

2.นำพริกไทยป่น เกลือป่น และผงปรุงรสไก่ทาให้ทั่วตัวไก่ โดยทริคความอร่อยให้นำเครื่องในไก่ออกมาหมักเครื่องปรุงเหล่านี้ด้วย และนำเครื่องในที่หมักเรียบร้อยแล้วใส่กลับเข้าไปในตัวไก่ตามเดิม

3.ล้างแครอท มันฝรั่ง หอมใหญ่ และหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และนำไปวางรอบ ๆ ตัวไก่ นำกระเทียมหัวใหญ่วางไว้รอบ ๆ ตัวไก่เช่นกัน โดยแบ่งบางส่วนใส่ไว้ในตัวไก่กับเครื่องในไก่ด้วย เพื่อจะช่วยลดความคาวของเครื่องในไก่

4.นำเข้าเตาอบโดยใช้ไฟปานกลางประมาณ 190 องศา อบโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งมีเทคนิคการอบไก่ให้กรอบ อร่อย ให้น้ำไก่และผักแทรกซึมลงเนื้อไก่ด้วย โดยเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ให้ตักน้ำที่ละลายออกจากผักและตัวไก่ ราดลงไปบนตัวไก่เพื่อให้น้ำแทรกซึมลงเนื้อไก่นั่นเอง หลังจากนั้นจึงนำเข้าเตาอบอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปอีกประมาณ 30 นาทีก็ทำแบบเดิมซ้ำอีก จนครบเวลาอบ คุณจะได้ไก่งวงอบที่กรอบนอกและนุ่มใน พร้อมน้ำผักและน้ำที่ละลายจากตัวไก่เองที่ซึมลงสู่เนื้อไก่ ทำให้ได้รสชาติความอร่อยเพิ่มมากขึ้นด้วย

วิธีจัดจานเสิร์ฟอาจจะหั่นไก่ออกเป็น 2 ท่อน หรือจะจัดเสิร์ฟทั้งตัวแบบต้นตำรับเลยก็ดูน่าทานทั้งนั้น ซึ่งเมนูนี้ไม่ต้องทำให้คุณแม่บ้านกังวลเรื่องควันและกลิ่นเหม็นของอาหารติดตัว ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้เครื่องดูดควันยี่ห้อไหนดีให้ปวดหัวด้วย

เตาอบนับเป็นพระเอกของเมนูนี้เลยทีเดียว ดังนั้นหากคุณมีตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้คุณเชื่อมั่นและวางใจได้ในทุกขณะและทุกเมนูที่คุณเลือกทำแล้ว นั่นจะทำให้เมนูทุกอย่างของคุณแม่บ้านง่ายและรวดเร็วขึ้นมาทันตา ซึ่งเตาอบจาก Tecnogas ก็นับเป็นตัวช่วยเด็ด ที่คุณควรมีติดครัวไว้ เพราะไม่ว่าจะเป็นเมนูอะไรหรือยากแค่ไหนก็ตาม ก็สามารถช่วยให้คุณจัดสรรเมนูต่าง ๆ ได้อย่างอร่อยพร้อมหน้าตาที่น่าทาน คล้ายมืออาชีพเป็นคนปรุงเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีหลายรุ่นหลายขนาดให้คุณได้เลือกใช้ตามความต้องการ เพื่อให้ตอบโจทย์ครัวของคุณที่สุดนั่นเอง

Follow Us

TEL. 02-274-3434
EMAIL : webmaster@sbo-brand.com

The Signature Brand Co., Ltd. 
771 Pracha Uthit Road, Samsen Nok,Huai Khwang District, Bangkok 10310