สูตรไก่ทอดเกาหลีอร่อยมัดใจอปป้าอยู่หมัด

แจกสูตรไก่ทอดเกาหลี

ความอร่อยรสเด็ดที่โด่งดังไปทั่วโลก เห็นได้ตามซีรีส์เกาหลีหลายเรื่อง นั่นก็คือไก่ทอดเกาหลี ที่ต้องบอกเลยว่าคนไทยชื่นชอบทานมาก เพราะรสชาติมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีทั้งรสหวาน รสเค็ม และเผ็ด งานนี้ใครเป็นสายเข้าครัวอยากหา สูตรไก่ทอดเกาหลี มาลองทำเองดูสักหน่อยก็น่าสนใจไม่น้อย โดยสูตรที่จะแนะนำต่อไปนี้บอกว่าสามารถทำได้จริง และการันตีความอร่อยอีกด้วย ตามไปอ่านวิธีการทำไก่ทอดเกาหลีกันเลยดีกว่า

แนะนำสูตรไก่ทอดเกาหลี

แนะนำสูตรไก่ทอดเกาหลี

ความอร่อยสไตล์เกาหลี สูตรไก่ทอดเกาหลี นับว่าเป็นความอร่อยที่สุดแล้ว เริ่มแรกจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมวัตถุดิบให้ครบก่อนลงมือทำทั้งในส่วนของวัตถุดิบต่างๆ ห้ามขาด ห้ามเกิน เตรียมให้พร้อมตามปริมาณที่ได้แนะนำไปด้านล่าง แต่ถ้าหากจะเพิ่มหรือลดก็สามารถทำได้โดยการเปลี่ยนปริมาณทุกอย่าง โดยส่วนผสมที่จำเป็นต้องใช้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ส่วนผสมของสูตรไก่ทอดเกาหลี 

  • น่องไก่หรือปีกไก่ จำนวน 2 กิโลกรัม
  • ไข่ไก่ 1 – 2 ฟอง
  • แป้งชุบทอด 1 ถ้วย
  • แป้งมัน 1 ถ้วย
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
  • เกลือป่น
  • พริกไทยป่น
  • กระเทียมป่น
  • น้ำมันพืช 

ส่วนผสมสำหรับทำซอสไก่เกาหลี 

  • โคชูจัง 2/4 ถ้วย
  • ซอสมะเขือ 2/3 ถ้วย
  • น้ำผึ้ง 2/3 ถ้วย
  • น้ำส้มสายชูแอปเปิล 2 ช้อนชา
  • กระเทียม 4 – 5 กลีบ
  • งาขาว

ขั้นตอนทำไก่ทอดเกาหลี

ขั้นตอนการทำไก่ทอดเกาหลี

ต่อมาจะเป็นการแนะวิธีการทำไก่ทอดเกาหลี ที่สามารถกล้าการันตีความอร่อย เพราะสูตรไก่ทอดเกาหลี ที่เลือกใช้ถูกอกถูกใจมาแล้วหลายๆ คน ขั้นตอนอาจจะดูซับซ้อนสักหน่อย หลักๆ ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกน่องไก่หรือปีกไก่ที่จะทอด และอีกส่วนคือน้ำซอสสำหรับเคลือบปีกไก่ โดยลำดับขั้นตอนสามารถทำตามด้านล่างได้ต่อไปนี้

  1. นำน่องไก่หรือปีกไก่ที่เตรียมไว้มาล้างด้วยน้ำให้สะอาด เมื่อล้างเสร็จแล้วนำมาใส่ชามขนาดใหญ่เพื่อเตรียมการหมัก
  2. จากนั้นให้ทำการปรุงรสด้วยการใส่เกลือป่น พริกไทย กระเทียมป่นลงไปในชามคลุกเคล้าให้ทั่วถึง และหมักอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้เครื่องปรุงซึมซับ
  3. ในส่วนต่อมาจะมาทำน้ำซอสกันก่อน โดยเริ่มจากนำกระเทียมที่ได้มีการเตรียมเอาไว้มาสับให้ละเอียด แล้วนำไปเจียวบนกระทะ
  4. กระเทียมที่เจียวเสร็จแล้วให้นำซอสมะเขือเทศ น้ำผึ้ง โคชูจัง และน้ำส้มสายชูแอปเปิลลงไปตามจำนวนที่ได้มีการระบุไว้ ลงคลุกเคล้าให้เข้ากับกระเทียม พอได้เนื้อเข้มข้นก็สามารถปิดเตาได้
  5. หลังจากหมักไก่ประมาณ 30 นาทีแล้ว ให้นำไข่ไก่ตอกเข้าไปคลุกเคล้าให้เข้ากันกับน่องไก่หรือปีกไก่
  6. ต่อมาให้นำแป้งชุบทอด แป้งมัน ผงฟู นำไปคลุกเคล้ากับตัวน่องไก่หรือปีกไก่ โดยจะต้องผสมทั้งสามอย่างให้ละเอียด และทำให้น่องไก่หรือปีกไก่มีสีขาวที่เต็มไปด้วยแป้งต่างๆ
  7. ทีนี้ทำการเทน้ำมันพืชลงบนกระทะสำหรับทอด โดยใช้ไฟที่ไม่แรง จากนั้นก็นำน่องไก่หรือปีกไก่ไปทอดประมาณ 10 นาที แล้วนำขึ้นมา เอาน้ำมันออกจากไก่ให้ได้มากที่สุด ทิ้งไว้ 10 นาที
  8. จากนั้นให้ทำแบบเดิมกับข้อ 7 อีกครั้งหนึ่ง โดยไก่จะต้องให้เห็นสีสุกเหลืองๆ ของแป้งแล้ว
  9. นำส่วนผสมที่ได้ทำไว้ขึ้นตั้งบนเตา แล้วก็เอาน่องไก่หรือปีกไก่ที่ทอดเสร็จแล้ว นำไปคลุกเคล้ากับกระทะให้ทั่วที่สุด จากนั้นก็โรยงาขาว พร้อมเสิร์ฟรับประทานได้เลย

แจกสูตรไก่ทอดเกาหลีง่าย

พออ่านกันจบแล้วเชื่อเลยว่าหลายๆคน คงจะอยากนำสูตรไก่ทอดเกาหลีมาให้อปป้า คนในครอบครัว หรือเพื่อนมาลองทานกันสักครั้งหนึ่ง รับรองว่างานนี้มีแต่ความอร่อย ไม่ต้องกลัวว่าไก่จะไม่กรอบหรือชุ่มด้วยน้ำมันเกินไปเพียงแค่เลือกใช้เตาไฟฟ้า ที่สามารถปรับระดับความร้อนได้ตามที่ใจต้องการ สำหรับใครที่ยังมือใหม่หัดเข้าครัวการเลือกใช้เตาไฟฟ้าจะช่วยทำให้คุณทำอาหารได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

แนะนำ 8 เมนูอกไก่ง่ายๆ อร่อยได้ไม่มีเบื่อ รสชาติเด็ด

รวม 8 เมนูอกไก่ง่ายๆ
สำหรับใครที่เป็นสายเฮลตี้การเลือกทานโปรตีนนับเป็นสิ่งสำคัญและไม่ควรขาด โดยเมนูส่วนใหญ่ที่สายเฮลตี้ชอบทานมักจะเป็นเมนูอกไก่ง่ายๆ ที่ต้องบอกเลยว่าสามารถรังสรรค์อาหารได้หลากหลาย จะมาในแบบสไตล์ฝรั่ง สไตล์ไทย สไตล์จีนๆ ก็สามารถสร้างรสชาติสุดพิเศษที่เพิ่มความอร่อยให้กับจานนั้นๆ ได้ ว่าแต่มีเมนูอะไรบ้างนั้น สามารถตามอ่านไปพร้อมๆ กันได้เลย

รวมเมนูอกไก่ง่าย ๆ คลีนๆ ที่สายเฮลตี้ต้องไม่พลาด

เมนูอกไก่ง่าย ๆ ทานคู่กับมันฝรั่ง

อกไก่ผัดมันฝรั่ง

เมนูแรกอย่างอกไก่ผัดมันฝรั่งเป็นที่ถูกปากถูกใจใครหลายคน วิธีทำเริ่มจากนำเนื้ออกไก่หั่นบางๆ หมักซอสให้อร่อยโดยใช้ซอสหอยนางรม น้ำปลา และน้ำตาลทราย จากนั้นแช่เย็นประมาณ 20 นาที จากนั้นให้มาทำในส่วนของมันฝรั่งและแครอทเอาไปต้มให้สุกไม่มาก ในส่วนสุดท้ายทำการตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช ตามด้วยกระเทียม เนื้อไก่ มันฝรั่ง แครอทนำมาผัดให้เข้ากัน พร้อมปรุงรสให้เรียบร้อย

เกี๊ยวน้ำไก่แดง

เมนูอกไก่ง่ายๆ อย่างเกี๊ยวน้ำไก่แดง เริ่มจากการทำน้ำซุปก่อน โดยใช้น้ำเปล่าในการต้มใส่แครอท หัวไชเท้า รากผักชี พร้อมกับซอสปรุงรสอย่างหอยนางรม รวมทั้งน้ำปลา ในส่วนต่อมาให้ทำอกไก่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ โดยจะต้องหมักด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันงา รากผักชี กระเทียม พริกไทยข้ามคืน จากนั้นนำมาห่อแผ่นเกี๊ยว นำไปต้มให้สุก แล้วจากนั้นก็สามารถเสิร์ฟโดยการราดซุปโรยผักชีได้เลย เมนูอกไก่แสนอร่อย

แกงคั่วอกไก่

อีกเมนูที่มาสไตล์ไทยๆ อย่างแกงคั่วอกไก่ สามารถเริ่มทำได้โดยการนำนมสดไปต้มจนได้ที่ แล้วค่อยใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไป เอาอกไก่หั่นเป็นชิ้นตามลงไป เมื่อไก่เริ่มสุกให้ใส่น้ำปลาและมะเขือเปราะ และตามด้วยใบโหระพาปิดท้ายหลังจากเห็นทุกอย่างได้ที่เรียบร้อย

ข้าวอกไก่ย่างซีอิ๊ว

สำหรับใครที่เป็นสายต้องมีข้าวงานนี้ขอแนะนำ เมนูอกไก่ง่ายๆ อย่างข้าวอกไก่ย่างซีอิ๊ว เริ่มจากนำอกไก่มาลอกหนัง หั่นให้ทานได้ หมักกับน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และซีอิ๊วดำ ทิ้งไว้ที่30 นาที จากนั้นนำไปย่างในกระทะให้สุกก็สามารถเสิร์ฟพร้อมข้าวได้เลย

อกไก่อัลมอนด์

อกไก่อัลมอนด์ เมนูอาหารคลีนอกไก่ ที่น่าลองทานมาก วิธีทำสามารถเริ่มจากนำอกไก่หมักกับเกลือและพริกไทยประมาณ 15 นาที แล้วนำไปทอดบนกระทะให้ยังไม่สุกดี จากนั้นให้ทาน้ำผึ้งใส่อัลมอนด์ตามลงไป และเอาไปอบประมาณ 5 นาที ให้เป็นสีเหลืองสวยก็สามารถทานได้เลย

เบอร์เกอร์อกไก่

ในส่วนต่อมาจะเป็นการทำเบอร์เกอร์อกไก่ เริ่มแรกเตรียมขนมปังสำหรับทำเบอร์เกอร์ไว้ก่อน จากนั้นมาโฟกัสที่ตัวไส้ โดยนำอกไก่ไปสับละเอียด ใส่พริกไทยดำ หอมใหญ่ กระเทียม ซีอิ๊วขาว และไข่ แล้วนำปั้นเป็นไส้แบนๆ บนกระทะจากนั้นไปยางจนสุก แล้วค่อยเอาขนมปังมาจี่ลงกระทะพองามแล้วใส่ไส้ที่ทำไว้เข้าไปได้เลย สามารถราดซอสมะเขือเทศเพิ่มความอร่อยได้ อกไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่ว

อกไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่ว

เมนูอาหารคลีนอกไก่ อกไก่ย่างน้ำจิ้มแจ่วก็นับเป็นอีกเมนูหนึ่งที่น่าลองทำ สามารถเริ่มได้จากการนำส้อมจิ้มทั่วอกไก่เพื่อให้น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และนมสดหมักให้ถึงข้างไหนทิ้งไว้ 30 นาที และค่อยย่างจนสุก ในส่วนของน้ำจิ้มแจ่วสามารถหาซื้อสำเร็จแล้วมาทานได้เลย

คั่วกลิ้งอกไก่

สุดท้ายเมนูอกไก่ง่ายๆ คั่วกลิ้งอกไก่ สิ่งสำคัญคือการทำพริกแกงสามารถนำวัตถุดิบ พริก หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ให้เป็นเนื้อเดียวกันให้มากที่สุด จากนั้นนำน้ำมันมะกอกใส่ลงกระทะตามพริกแกงที่ได้โขลกไว้ แล้วค่อยนำอกไก่สับละเอียดตามลงไป หลังจากพริกแกงสุกแล้ว นำไปคั่วเรื่อยๆ พอสุกก็พร้อมเสิร์ฟ เมนูอกไก่ง่าย สำหรับเมนูอกไก่ง่ายๆ ที่สามารถทำได้เองที่ได้แนะนำไปนั้น นับว่าเป็นความอร่อยที่มีความหลากหลาย ขอเพียงแค่มี เตาตั้งพื้น พร้อมเตาอบ ที่อยู่ในอันเดียว ทำให้สามารถทำอกไก่หลายๆ เมนูได้ไม่ว่าจะปิ้ง ทอด ต้ม หรือแม้แต่การอบก็สามารถเพิ่มความอร่อยให้กับเมนูนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่เป็นสายเฮลตี้ การเลือกซื้อเครื่องครัว รวมทั้งอุปกรณ์ที่ดีก็สามารถทำอาหารได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะ เพิ่มดีกรีความอร่อยทำง่าย ๆ ได้ที่บ้าน

วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้น ในกระทะ
ความอร่อยของกุ้งอบวุ้นเส้นนับเป็นที่ถูกปากถูกใจของคนไทย แม้แต่คนจีนเองต่างก็ชื่นชอบ ทาง Tecnogas เลยจะมาแนะนำวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะที่ทุกคนสามารถทำเองได้ง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ขอเพียงแค่มีวัตถุดิบให้ครบก็สามารถทำกุ้งอบวุ้นเส้นอร่อยๆ ได้อย่างแน่นอน ขอแค่มีกระทะและเตาแก๊สก็สามารถเอาได้อยู่หมัด อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเราไปดูวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นกันเลยดีกว่า วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะง่าย ๆ

วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะง่าย ๆ

สำหรับวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นนั้น ขอเพียงแค่มีกระทะและเตาดี ๆ ที่จะช่วยทำให้กุ้งอบวุ้นเส้นอร่อยได้มากยิ่งขึ้น เรามาดูกันดีกว่าว่าส่วนประกอบของเมนูนี้ต้องใช้อะไรบ้าง และมีวิธีทำเป็นอย่างไร รับรองทำตามง่าย ๆ ทำได้ไม่ยากเลย

ส่วนประกอบของเมนูกุ้งอบวุ้นเส้น

ในส่วนต่อมาจะเป็นการอธิบายเกี่ยวกับส่วนประกอบของเมนูกุ้งอบวุ้นเส้น ที่ดูเหมือนว่าจะต้องเตรียมเยอะกันสักหน่อย แต่ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งรสชาติเปลี่ยนอย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนเริ่มลงมือทำจริงควรเตรียมของเหล่านี้ให้ครบตั้งแต่แรกจะดีกว่า โดยส่วนประกอบที่ต้องเตรียมมีดังนี้
  • กุ้ง จำนวนแล้วแต่ว่าจะใส่เท่าไหร่แต่ไม่ควรเกิน 5 ตัว
  • วุ้นเส้นที่มีปริมาณ 10 กรัม
  • เบคอนหั่นขนาดพอดี
  • น้ำ 1/4 แก้ว
  • กระเทียม 2 กลีบ
  • รากผักชี 1-2 ราก
  • ขิง 3-4 ชิ้น
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา  1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย
สำหรับส่วนประกอบที่ได้แนะนำไปนั้น เหมาะกับทาน 1 คน ถ้าทานกันหลายคนสามารถเพิ่มปริมาณในแต่ละส่วนเข้าไปได้แบบเท่าตัว ก็จะสามารถทำกุ้งอบวุ้นเส้นในปริมาณที่มากขึ้น และแน่นอนว่าความอร่อยของกุ้งอบวุ้นเส้นยังคงเหมือนเดิม ทีนี้ไปดูวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นกันบ้างดีกว่า ขั้นตอนการทำกุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะ

ขั้นตอนของวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะ

และแล้วก็มาถึงส่วนสำคัญนั่นก็คือวิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นที่ต้องบอกว่าส่วนประสมอาจจะดูเยอะสักหน่อย แต่การทำนั้นง่ายมากๆ แม้แต่มือใหม่เองก็สามารถทำตามได้ เพียงแต่จะต้องทำตามให้ถูกหลักตามที่ได้แนะนำไป ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียรสชาติได้ โดยขั้นตอนมีวิธีการทำดังต่อไปนี้ 
  1. เริ่มแรกจะเป็นการจัดเตรียมซอสสำหรับการทำกุ้งอบวุ้นเส้น โดยจะใส่กระเทียม รากผักชี  ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย น้ำมันงา น้ำมันพืช น้ำตาลทราย และพริกไทยนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ซึ่งซีอิ๊วดำจะใส่ที่หลัง (ควรแบ่งออกเป็น 2 ชาม)
  2. จากนั้นให้เอาวุ้นเส้นไปแช่น้ำเพื่อให้เกิดการนิ่ม เมื่อนิ่มแล้วก็นำไปใส่ซอสที่ได้มีการเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ตามด้วยซีอิ๊วดำลงไปและพักในส่วนนี้ก่อน
  3. ทีนี้มาเริ่มเตรียมกระทะ โดยการนำเบคอนมาวางเรียงบนกระทะ จากนั้นก็ตามด้วยวุ้นเส้นที่มีการใส่ซอสเป็นที่เรียบร้อยบนกระทะ
  4. ในส่วนของการใส่กุ้งก่อนจะใส่ลงกระทะ แนะนำว่าให้เอาซอสที่มีอีกชามมาให้กุ้งชุบซึมซอสให้เข้าได้มากที่สุด จากนั้นจึงนำกุ้งเรียงบนวุ้นเส้นให้เรียบร้อย พร้อมเทน้ำซอสที่เหลือตามด้วยน้ำไป
  5. ทำการปิดฝากระทะเพื่ออบเป็นเวลา 10 นาที และสามารถเปิดเพื่อรับประทานได้เลย ซึ่งหากได้ลองทานแล้วจะสัมผัสถึงความเข้มข้นของซอสได้เป็นอย่างดี อีกทั้งวุ้นเส้นยังชุ่มไม่แห้ง และตัวกุ้งเองก็มีรสที่เลิศ
วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะแสนอร่อย วิธีทํากุ้งอบวุ้นเส้นในกระทะ หากมีวัตถุดิบดี มาปรุงเสริมแต่งให้อร่อยก็ทำให้ดูน่าทาน แต่ความจริงแล้วการเลือกกระทะมาใช้ทำกุ้งอบวุ้นเส้นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่น้อย เพราะถ้าหากมีกระทะที่ดีก็ลดการติดกระทะได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ก็จะสามารถทำให้กุ้งอบวุ้นเส้นอร่อยได้มากยิ่งขึ้น เพราะสามารถควบคุมไฟได้ดั่งใจ ซึ่งทาง Tecnogas ก็มีเตาแก๊สและเตาไฟฟ้าให้เลือกซื้อ มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำอาหารให้ดีขึ้นกว่าเดิม

วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ ทำกินเองได้ทุกเทศกาลไหว้เจ้า

วิธีทําบ๊ะจ่างสูตรโบราณ
สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีเชื้อสายจีน ก็อาจจะมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง หรือที่ชาวจีนเรียกกันว่าเทศกาลตวนอู่ หรือ เทศกาลต่วนหงอ จะได้ว่าเป็นเทศกาลที่จะมีการไหว้กันเป็นประจำปีทุกปี สำหรับการไหว้ในแต่ละปี วันไหว้จะไม่ตรงกัน เนื่องจากจะมีการนับวันตามปฏิทินจันทรคติ วันที่ 5 เดือน 5  เป็นเทศกาลที่ได้มีการจัดขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นการระลึกถึงวันที่ ชีหยวน เป็นขุนนางผู้ที่รักชาติ มีความซื่อสัตย์ เป็นที่รักของทุกคน แต่ก็ถูกกลั่นแกล้ง จนถูกเนรเทศ หลังจากนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ชาวบ้านหลายคนจึงออกไปตามหาเพื่อนที่จะไปช่วย แต่ก็กลับหาไม่พบ จึงเป็นต้นเหตุที่ได้มีการคิดค้นเพื่อที่จะทำขนมข้าวเหนียวห่อใบไผ่ โดยจะมีการลงโยนแม่น้ำ เพื่อที่จะให้ปลากินแทน โดยได้มีการกลายมาเป็นต้นกำเนิด ของประเพณี “บ๊ะจ่าง” สำหรับการไหว้แต่ละครั้งหลายคนก็มักที่จะทำเอง เนื่องจากมีวิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณง่าย ๆ แม้ว่าไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง แต่รู้สึกว่าอยากจะกินบ๊ะจ่างขึ้นมา ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาพร้อมกับวิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่ได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำยากเกินความสามารถ เนื่องจากบ๊ะจ่างสูตรโบราณที่เราจะนำเสนอ จะเป็นสูตรที่สามารถช่วยให้ทุกท่านได้ทำบ๊ะจ่างสุดอร่อย กินเองได้ง่าย ๆ สำหรับใครที่อยากลองทำบ๊ะจ่างกินเองแบบง่าย ๆ ไปลุยกันเลย วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณง่าย ๆ

วิธีทําบ๊ะจ่างสูตรโบราณที่ทำเองได้

วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ ง่าย ๆ ทำเองได้ที่บ้าน ส่วนผสมแน่น เรียกได้ว่าเป็นขนมที่ชาวจีนมักนิยมนำไปไหว้เจ้าในเทศกาลต่าง ๆ เป็นอาหารที่คนจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จนมีเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างกันเลยทีเดียว ท่านจะได้เห็น พวงบ๊ะจ่างห้อยขายเต็มไปหมด ถือได้ว่าเป็นช่วงเทศกาลที่กินกันจนอิ่มจนเอียนเลยทีเดียว พร้อมพาทุกท่านไปสัมผัสความอร่อย บ๊ะจ่าง ทำเองได้ง่าย ๆ รีบตามไปส่องกันเลย 

ส่วนประกอบของบ๊ะจ่างที่ต้องเตรียม

ส่วนประกอบวิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ สิ่งที่ต้องเตรียมประกอบไปด้วย เห็ดหอม (แช่น้ำเพื่อที่จะทำให้เห็ดหอมนิ่ม และนำไปหั่นชิ้น)​, กุ้งแห้ง, ​ถั่วลิสงดิบ, ​ข้าวเหนียว (ต้องนำข้าวเหนียวแช่น้ำทิ้งไว้ข้ามคืน), ซีอิ๊วขาว,​ ซีอิ๊วดำ, ​น้ำตาลทราย,​ พริกไทยป่น, ​แปะก๊วย, ​ไข่แดงเค็ม, กุนเชียง, ​เนื้อหมู (หั่นเป็นชิ้นบาง) และใบไผ่ (จะต้องแช่น้ำทิ้งไว้จนนิ่ม 1-2 วัน) วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณ

วิธีทำไส้บ๊ะจ่าง

  • สำหรับวิธีการทำไส้บ๊ะจ่าง จะต้องผัดเห็ดหอม ผสมกับน้ำมันหอย จนมีกลิ่นหอม หลังจากนั้นใส่กุ้งแห้ง ใส่ถั่วลิสงดิบ และใส่ข้าวเหนียวที่ได้มีการแช่น้ำไว้ และนำไปผัด
  • ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำเล็กน้อย ใส่น้ำตาลทรายลงไป และใส่พริกไทยป่น ผัดจนให้เข้ากันดี ชิมรสให้มีความเข้มข้น (วิธีนี้ควรนำไปผัดไม่ควรนำไปนึ่ง เพราะถ้าหากนำไปนึ่งจะทำให้รสชาติอ่อนลง)
  • หมักหมูกับซีอิ๊วขาว ที่ได้เตรียมไว้ในเบื้องต้น

วิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณทั้งลูก

  • นำใบไผ่มาซ้อนกันจำนวน 2 ใบ พับเข้าหากันให้เป็นรูปทรงกรวย
  • ตักข้าวเหนียวที่ได้มีการผัดลงไป
  • โปะหน้าด้วยเครื่องเคียง ไม่ว่าจะเป็นเม็ดแปะก๊วย กุนเชียง ไข่แดงเค็ม หมู หรือเครื่องเคียงอื่นๆ ที่ได้มีการเตรียมไว้ จากนั้นก็ทับด้วยข้าวเหนียวผัดอีกครั้ง
  • สำหรับการห่อ จะต้องมีการห่อให้เป็นทรงลักษณะสามเหลี่ยม มัดด้วยเชือกฟาง
  • นำบ๊ะจ่างไปนึ่งบนไฟประมาณ 1 ชั่วโมง หรือนึ่งจนให้เข้าเหนียวข้างในนิ่ม เพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะรับประทานได้เลย
ทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณง่าย ๆ สำหรับคนที่คิดว่าบ๊ะจ่างทำยาก เมื่อได้ศึกษาสูตรวิธีทำบ๊ะจ่างสูตรโบราณที่ได้มีการแนะนำไปในเบื้องต้น ก็คงจะไม่ยากจนเกินไป ดังนั้นก็สามารถตามเรามาทำของอร่อยๆ กินเองที่บ้านได้แบบสบาย ๆ สำหรับใครที่ต้องการทำบ๊ะจ่างที่บ้านด้วยเครื่องครัวที่ดีที่สุด ทางเราก็ขอแนะนำให้ท่านเลือกซื้อเตาไฟฟ้า Tecnogas รับรองเลยว่าเป็นแบรนด์ที่ถูกใจแม่บ้านทั้งหลายอย่างแน่นอน ตอบโจทย์ทุกเมนูอาหาร

แนะนำ วิธีทำกิมจิ เมนูสุดพิเศษเอาใจอบป้า กินกับเมนูไหน ๆ ก็อร่อย!

แจกสูตรวิธีทำกิมจิ
สำหรับใครที่เป็นติ่งเกาหลี อยากจะลองทำเมนูอาหารเกาหลี เพื่อเอาใจคนพิเศษ เราขอแนะนำให้เริ่มจากเครื่องเคียงเกาหลีที่ขาดไม่ได้เลยอย่าง “กิมจิ” โดยในบทความนี้ Tecnogas มาพร้อมกับสูตรวิธีทำกิมจิหลากหลายสไตล์ สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น กิมจิหัวไชเท้า กิมจิผักกาดขาว กิมจิแตงกวา และกิมจิโคชูจัง ยิ่งถ้าใครมีเครื่องผสมแป้งของเราติดครัวไว้ รับรองเลยว่าการทำกิมจิของท่าน จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันเลย วิธีทํากิมจิ

วิธีทํากิมจิมัดใจอบป้าทำได้ที่บ้านคุณ

วิธีทำกิมจิโคชูจัง

สำหรับใครที่ชอบความเผ็ดของโคชูจัง ต้องไม่พลาดสูตรวิธีทำกิมจิโคชูจังเลย ทำได้ง่าย รสชาติสุดอร่อย สีสันจัดจ้านโดนใจ มีวิธีการทำดังนี้
  • นำผักกาดขาวที่เตรียมไว้ไปแช่น้ำ ผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย แช่ทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 15 นาที เมื่อครบเวลาที่กำหนด ให้นำผักกาดขาวไปใส่ลงในกะละมังใบใหญ่ ใส่หัวไชเท้า เกลือ และน้ำตามลงไปในปริมาณที่เหมาะสมกับผัก พักทิ้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง 
  • เมื่อครบเวลาที่กำหนด ให้นำผักมาล้างน้ำจำนวน 3 ครั้ง เพื่อให้รสชาติเค็มหายไป และบีบน้ำออกจากผักให้หมด
  • นำขิง กระเทียม และพริกชี้ฟ้า ไปปั่นให้ละเอียด หลังจากนั้นใส่ลงไปผสมในผักกาดขาว แครอท ต้นหอม ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย  โคชูจัง และน้ำปลา คลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน ชิมรสตามชอบ
  • จัดเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิด หรือใส่กล่อง ทิ้งไว้ในอุณหภูมิปกติไม่ต้องแช่ตู้เย็น ประมาณ 14 – 18 ชั่วโมง

วิธีทำกิมจิผักกาดขาวตำรับเกาหลี 

กิมจิสูตรคลาสสิค กิมจิผักกาดขาวต้นตำรับเกาหลี น่ารับประทาน พร้อมเติมสีสันสดใสจากพริกป่นเกาหลี ผสมผสานด้วยกลิ่นขิงอ่อน ๆ เคี้ยวสัมผัสผักกรุบกรอบ รสชาติอร่อยเข้าได้กับทุกเมนู จะมีวิธีทำกิมจิผักกาดขาวตำรับเกาหลี ดังต่อไปนี้ 
  • เตรียมน้ำเปล่า และเติมเกลือลงไปการเหมาะสม ใส่ผักกาดที่มีการหั่นชิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วลงไปแช่ไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง หรือจนผักกาดขาวนิ่ม ก็สามารถนำขึ้นมาเพื่อใส่อ่างผสม และพักไว้
  • ใส่น้ำเปล่าประมาณ 1 ถ้วยลงในหม้อที่มีขนาดเล็ก ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปคนเรื่อย ๆ บนไฟกลางประมาณ 5 นาที หลังจากนั้นให้เทลงไปในชามเพื่อผสมปรุงรสด้วยพริกป่นเกาหลี น้ำปลา และน้ำตาลทราย ผสมผสานให้เข้ากันพักทิ้งไว้จนเย็น
  • ใส่หอมใหญ่ ต้นหอม ขิง ลงไปผสมผสานให้เข้ากัน เทลงในอ่างที่ได้มีการใส่ผักกาดขาวไว้ แล้วทำการนวดจนเข้ากัน ตักใส่ขวดโหล หรือตักใส่ถ้วยพร้อมรับประทานได้เลย
วิธีทำกิมจิต้นตำรับเกาหลี 

วิธีทำกิมจิแตงกวา 

ถ้าใครอยากเปลี่ยนผักกาดเป็นอย่างอื่น ลองมาเปลี่ยนเป็นการทำเมนูกิมจิแตงกวากัน เพียงแค่นำแตงกวามาหมักกับพริกป่นเกาหลี ซอสถั่วเหลือง ก็สามารถทำเองได้แล้ว ตามไปดูวิธีทำกิมจิแตงกวาฉบับเต็มกันได้เลย
  • นำแตงกวามาหั่นเป็นแท่งยาว แล้วนำไปใส่ในอ่างเพื่อที่จะผสม แล้วโรยเกลือ พริกป่น ขิงสับ ซอสถั่วเหลือง ต้นหอม และกระเทียม นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน
  • ตักใส่ขวดโหลที่มีฝาปิด เติมน้ำเปล่า ปิดฝาไว้ แล้วนำไปแช่เย็นทิ้งไว้ข้ามคืน

วิธีทำกิมจิหัวไช้เท้า 

วิธีทำกิมจิหัวไชเท้าสูตรพิเศษ ผสมนมสดกับซอสกะปิ แถมยังใส่ข้าวสูตรเพื่อที่จะเพิ่มความละมุน หอมอร่อย จะมีวิธีการทำอย่างไรกันบ้าง ตามไปดูกันได้เลย 
  • นำหัวไชเท้ามาปอกเปลือก แล้วหั่นสี่เหลี่ยมจากนั้นโรยเกลือ แล้วพักทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 45 ถึง 60 นาที หลังจากนั้นนำไปล้างให้หมดความเค็ม และพักทิ้งไว้จนสะเด็ดน้ำ
  • ใส่หอมหัวใหญ่ ขิง ข้าวสวย กระเทียม และนมสดลงไปเพื่อที่จะนำไปปั่นจนให้มีความละเอียด เทผสมเพื่อที่จะเติมพริกป่นเกาหลี น้ำปลา น้ำตาลทราย และซอสกะปิ คนให้ส่วนผสมเข้ากัน พักทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 5 นาที
  • เมื่อครบกำหนดตามเวลา ใส่หัวไชเท้าลงไป นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน ปรุงรสได้ตามชอบ ใส่ขวดโหลที่มีฝาปิด วางไว้ในอุณหภูมิปกติจำนวน 2 วัน แล้วต่อด้วยนำไปแช่เย็น 5-6 วัน
วิธีทำกิมจิหัวไช้เท้า สำหรับใครที่อยากทำเมนูกิมจิเอาใจอบป้า ทางเราก็ได้มีการแนะนำวิธีทำกิมจิเบื้องต้น หลากหลายสไตล์ รับรองอร่อยเด็ด ถูกสุดแน่นอน และหากใครต้องการทำเมนูกิมจิด้วยเครื่องครัวดี ๆ ต้องเลือกซื้อ Tecnogas ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ตอบโจทย์ทุกเมนู ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

แจกสูตรทำช็อกโกแลตเฟอเรโร่ อร่อยฟิน ทำกินเองได้ง่าย ๆ สัมผัสความฟิลแบบเต็ม ๆ

แจกสูตรทำช็อกโกแลตเฟอเรโร่
เฟอเรโร่ รอชเชอร์ (Ferrero Rocher) เป็นช็อกโกแลตยี่ห้อดังสุดโปรดของใครหลายคน ส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อเพื่อที่จะนำไปเป็นของขวัญให้กับคนรัก แต่ขอบอกตามตรงเลยว่า แม้จะมีรสชาติที่อร่อย แต่ก็มีราคาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าสักเท่าไร หากซื้อกินบ่อย ๆ ก็คงจะหมดตัวกันพอดี สำหรับใครที่มีความชื่นชอบช็อกโกแลตเฟอเรโร่ หรือต้องการที่จะซื้อช็อกโกแลตเฟอเรโร่เป็นของฝาก Tecnogas มีวิธีทำขนมมช็อกโกแลตโฮมเมดแบบเฟอเรโร่ รอชเชอร์ ที่หลายคนชอบมาฝาก มีขั้นตอนการทำง่าย ๆ สามารถทำได้เองที่ จะลองทำเป็นขนมกินเล่นที่บ้าน หรือจะทำเป็นของฝากก็เข้าท่า! เฟอเรโร่ รอชเชอร์ (Ferrero Rocher)

วิธีทําช็อกโกแลตเฟอเรโร่โฮมเมดง่าย ๆ ไม่ว่าใครก็ทำได้

สูตรการทำช็อกโกแลตเฟอเรโร่ที่เรานำมาฝากนั้น สามารถทำเองได้ที่บ้าน มีส่วนผสมที่ต้องเตรียมแค่เพียงไม่กี่อย่าง มีวิธีการทำที่ง่าย ๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ สำหรับใครที่อยากลองทำดูแล้ว รีบตามไปดูกันเลยว่า จะต้องเตรียมส่วนผสมอะไรบ้าง และมีขั้นตอนการทำอย่างไร

ส่วนประกอบของการทำช็อกโกแลตเฟอเรโร่ มีอะไรบ้าง?

สำหรับส่วนผสมที่ต้องเตรียมในการทำช็อกโกแลตเฟอเรโร่มีแค่เพียงไม่กี่อย่าง สามารถหาซื้อได้ง่าย ๆ วางขายตามท้องตลาดทั่วไป ดังนี้
  • นูเทลล่า (Nutella) 1 ถ้วย
  • ถั่วเฮเซลนัท 1/4 ถ้วย
  • โคนไอศกรีมชนิดเวเฟอร์ 4 โคน
  • ช็อกโกแลตนม สูตรหวานน้อย หรือดาร์คช็อกโกแลต จำนวน 3.5 ออนซ์ หรือประมาณ 100 กรัม
ส่วนประกอบของการทำช็อกโกแลตเฟอเรโร่

ขั้นตอนการทำช็อกโกแลตเฟอเรโร่สไตล์โฮมเมด

ขั้นตอนการทำช็อกโกแลตเฟอเรโร่สไตล์โฮมเมด มีเพียงแค่ 8 ขั้นตอนเท่านั้น เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก สามารถลองทำไปพร้อม ๆ กันทีละสเต็ปได้เลย
  1. นำนูเทลล่าไปแช่ช่องฟรีซ เพื่อให้แข็งตัว หลังจากนั้นให้ใส่ถั่วเฮเซลนัทลงไปในถุงพลาสติกซิปล็อก
  2. แยกถั่วเฮเซลนัทประมาณ 10 เม็ด มาทุบจนแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือบดให้ละเอียดจนแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  3. นำโคนไอศกรีมลงในถุงพลาสติกซิปล็อก และทุบให้แตกเช่นเดียวกัน
  4. เทแยกลงใส่ในจานที่เตรียมไว้
  5. ใช้ช้อนตักนูเทลล่าที่แช่ไว้ในช่องฟรีซออกมาเป็นก้อน ขนาดประมาณ 1/2 นิ้ว พร้อมกับวางถั่วที่แยกไว้ตรงกลาง แล้วใช้ช้อนอีกคันปั่นให้เป็นรูปทรงกลมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  6. เมื่อปั้นเป็นรูปทรงกลมแล้ว ให้นำไปคลุกกับถั่วที่บดไว้ แล้วนำไปคลุกกับเศษโคนไอศกรีมตามลำดับ เสร็จแล้วให้นำไปแช่ช่องฟรีซจนส่วนผสมเซตตัวอีกรอบตัว (ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)
  7. ละลายช็อกโกแลตนม หรือดาร์กช็อกโกแลตด้วยเตาอบไมโครเวฟ จนกลายเป็นของเหลว
  8. นำขนมที่เซตตัวแล้วมาคลุกเคล้าให้ทั่วทั้งชิ้น เพียงเท่านี้ก็สามารถวางเรียงบนจาน แล้วนำไปเสิร์ฟได้เลย! แต่ถ้าใครอยากเพิ่มความอร่อย ก็สามารถนำไปแช่ตู้เย็นเป็นรอบสุดท้ายได้ โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 10 – 15 นาที
ช็อกโกแลตเฟอเรโร่สไตล์โฮมเมด เป็นอย่างไรกันบ้างกับสูตรทำช็อกโกแลตเฟอเรโร่ที่เรานำมาแนะนำในบทความนี้ จะเห็นได้เลยว่า ใช้วัตถุดิบแค่ไม่กี่อย่าง และมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน สามารถทำตามได้ไม่ยากเลย ใครที่เป็นสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์อย่าลืมลองไปทำตามกันดู รับรองว่าจะมีขนมอร่อย ๆ ไว้กิน ไว้ให้ได้ลิ้มรสช็อกโกแลตเข้มข้นถึงใจ ผสมผสานไปกับถั่วเฮเซลนัทกรุบกรอบ เคี้ยวมัน ๆ ฟินสุด ๆ อย่างแน่นอน!

แจก 5 สูตรหมักหมูนุ่ม เอาใจสายหมูกระทะและชาบู

แจก 5 สูตรหมักหมูนุ่ม เอาใจสายหมูกระทะและชาบู
สายหมูกระทะและชาบูที่อยากกินหมูนุ่ม ๆ มารวมกันตรงนี้! Tecnogas เชื่อว่าคงจะมีหลายคนที่เคยไปกินหมูกระทะหรือชาบูแล้วเจอเนื้อหมูที่เหนียวจนกลืนไม่ลงและทำให้การกินอาหารมื้อนั้นไม่อร่อยกันอยู่บ้าง แน่นอนว่าในวันนี้ Tecnogas จะพาคุณมาหมักหมูนุ่มด้วยสูตรหมักหมูที่เหมาะสำหรับการทานหมูกระทะและชาบู แต่ก่อนจะไปดูว่ามีสูตรใดที่ถูกใจคุณบ้าง เราขอแนะนำเคล็ดลับการเลือกเนื้อหมูมาหมักหมูนุ่มให้คุณได้ทราบกันก่อน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

เคล็ดลับการเลือกเนื้อหมูมาหมักหมูนุ่ม

  • เลือกเนื้อหมู
เริ่มต้นด้วยการเลือกเนื้อหมูที่สดใหม่ และถูกสุขลักษณะ โดยเนื้อหมูจะต้องมีสีแดงอมชมพูเป็นธรรมชาติ ไม่มีสีเขียวคล้ำ หรือเม็ดขาว ๆ นอกจากนี้จะต้องไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า และเมื่อใช้นิ้วกดลงไป เนื้อหมูจะต้องเด้งคืนตัวขึ้นมา ไม่เป็นรอยบุ๋ม
  • ชิ้นส่วนที่นำมาใช้หมักหมูนุ่ม
สำหรับชิ้นส่วนที่เหมาะกับการนำมาหมักหมูนุ่ม จะต้องเลือกชิ้นส่วนที่มีมันแทรก และมีความชุ่มฉ่ำ โดยชิ้นส่วนที่นิยมใช้ได้แก่ สันคอ, สันนอก, และสามชั้น
  • วิธีหั่นเนื้อหมู
ต้องหั่นขวางตามแนวกล้ามเนื้อ หรือหากเป็นชิ้นใหญ่ก็ควรจะหั่นเป็นไว้ก่อน เพื่อให้น้ำหมักสามารถซึมเข้าไปในเนื้อหมูได้อย่างทั่วถึงและทำให้เนื้อหมูนุ่ม
  • ระยะเวลาในการหมัก
การหมักหมูนุ่มในเวลาที่เหมาะสม จะทำให้น้ำหมักหรือเครื่องปรุงต่าง ๆ ซึมเข้าเนื้อหมูได้อย่างทั่วถึง โดยจะใช้เวลาในการหมักอย่างน้อย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

5 สูตรหมักหมูนุ่มแสนอร่อย ตอบโจทย์ทั้งสายหมูกระทะ และสายชาบู

1.สูตรหมักหมูน้ำมันงา

1.สูตรหมักหมูน้ำมันงา เริ่มจากการนำน้ำมันงา ½ ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง และงาขาวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับเนื้อหมูสไลด์ 500 กรัม คลุกเคล้าให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี แล้วหมักทิ้งไป 1 ชั่วโมง

2.สูตรหมักหมูน้ำผึ้ง

2.สูตรหมักหมูน้ำผึ้ง โขลกพริกไทย รากผักชี และกระเทียมให้เข้ากัน จากนั้นใส่ซอสปรุงรส 5 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ พริกไทยเม็ด 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 5 ช้อนโต๊ะ ผสมกับเนื้อหมู นวดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็จะได้เนื้อหมูที่มีความนุ่ม และมีรสหวานกลมกล่อมจากน้ำผึ้งแล้ว

3.สูตรหมักหมูหม่าล่า

3.สูตรหมักหมูหม่าล่า สูตรหมักหมูหม่าล่า เป็นสูตรที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ด้วยรสชาติเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์ของหม่าล่า ทำให้สามารถทานได้เรื่อย ๆ โดยไม่เลี่ยน สำหรับวิธีหมักหมูนุ่มหม่าล่าให้เริ่มจากการเตรียมซอสหม่าล่า 2 ช้อนโต๊ะ นมข้นจืดหรือหัวกะทิ 3 ช้อนโต๊ะ เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา น้ำสะอาด 2-3 ช้อนโต๊ะ และเนื้อหมู 500 กรัม ผสมส่วนผสมทั้งหมดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน และหมักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที เท่านี้ก็จะได้เนื้อหมูหมักซอสหม่าล่าสำหรับทานหมูกระทะแล้ว

4.สูตรหมักหมูย่างเกาหลีซอสโคชูจัง

4.สูตรหมักหมูย่างเกาหลีซอสโคชูจัง มาถึงสูตรหมักหมูนุ่มที่เอาใจสายเกาหลีกันสักหน่อยกับการหมักหมูนุ่มเกาหลีซอสโคชูจัง โดยเริ่มจากการเตรียมส่วนผสมสำหรับซอสโคชูจัง ได้แก่ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ พริกโคชูจัง 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา ¼ ถ้วย และน้ำเปล่า ½ ถ้วย จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาคนให้เข้ากัน จากนั้นนำเนื้อหมู 500 กรัม มาผสมและหมักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง

5.สูตรหมักหมูนมสด

5.สูตรหมักหมูนมสด มาถึงสูตรสุดท้ายซึ่งเป็นสูตรที่หลายคนชื่นชอบ กับสูตรหมักหมูนุ่มนมสด โดยเริ่มจากการใส่นมสดจืด ผงฟู ½ ช้อนชา เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา และพริกไทยกับกระเทียมที่โขลกไว้ ลงไปขยำกับเนื้อหมู 1 กิโลกรัมแล้วพักทิ้งไว้ จากนั้นใส่ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำหวาน 1/2 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ และเกลือ 1 ช้อนชา มาผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นหมักทิ้งไว้ 1 คืน หรืออย่างน้อย 2 ชั่วโมง และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 สูตรหมักหมูนุ่มที่ Tecnogas นำมาแบ่งปันกันในวันนี้ ใครที่อยากทานหมูกระทะหรือชาบูให้อร่อยขึ้นก็สามารถนำสูตรเหล่านี้ไปลองหมักหมูนุ่มกันได้เลย รับรองว่าเนื้อหมูของคุณจะนุ่มขึ้นอย่างแน่นอน สุดท้ายนี้หากคุณกำลังมองหาเครื่องครัวดีไซน์ทันสมัย พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวกสบาย ก็อย่าลืมนึกถึง Tecnogas เพราะเราผลิตแต่สินค้าที่มีคุณภาพ และแข็งแรงทนทาน ที่สำคัญคือได้รับมาตรฐานสากล โดยมีสินค้าให้คุณเลือกหลากหลาย ทั้งเตาแก๊ส เตาอบ อ่างล้างจาน เครื่องล้างจาน และเครื่องดูดควัน ให้คุณเลือกซื้อไปใช้งานในห้องครัวได้อย่างครบครัน

4 เมนูไมโครเวฟสไตล์เด็กหอ ทำง่าย

4 เมนูไมโครเวฟสไตล์เด็กหอ ทำง่าย
การทำอาหารด้วยเตาแก๊สเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในหอพักหรือคอนโดฯ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคในการทำอาหารทานด้วยตัวเองอย่างมาก แต่ไม่ต้องกังวลไป! เพียงแค่มีเตาอบไมโครเวฟ รุ่น TNP MG 820 LBS จาก Tecnogas มาเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำอาหาร สำหรับคนที่ยังคิดไม่ออกว่า เมนูอะไรที่สามารถใช้ไมโครเวฟเป็นเครื่องครัวหลักในการทำได้บ้างก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะ Tecnogas รวมเมนูไมโครเวฟที่มีวิธีทำแสนง่ายมาให้แล้ว

แจกสูตร 4 เมนูไมโครเวฟสไตล์เด็กหอ

1.ไข่ตุ๋นหมูสับ

1.ไข่ตุ๋นหมูสับ เริ่มด้วยเมนูไมโครเวฟที่สามารถทำได้ง่าย ๆ และเหมาะสำหรับการทานในตอนเช้าอย่างเมนูไข่ตุ๋นหมูสับ โดยเริ่มจากการเตรียม ไข่ไก่ หมูสับ ซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย น้ำเปล่า และต้นหอมซอย ในส่วนของวิธีทำให้ตอกไข่และเติมน้ำเปล่า รวมถึงเครื่องปรุงต่าง ๆ ลงไปตีให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าเตาอบไมโครเวฟ ปรับไปที่อุณหภูมิค่อนข้างต่ำ (Medium Low) ประมาณ 7-10 นาที เมื่อไข่ตุ๋นได้ที่แล้วให้โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย หรือหมูสับที่เหลืออยู่

2.มันบดไมโครเวฟ

2.มันบดไมโครเวฟ มีมันฝรั่งเหลืออยู่ ก็ต้องลองเอามาทำเมนูมันบดเนื้อเนียนนุ่มด้วยไมโครเวฟ สำหรับส่วนผสมที่ต้องเตรียมได้แก่ มันฝรั่ง เนยสดชนิดเค็ม นมสดรสจืด เกลือป่นและพริกไทยสำหรับปรุงรส สำหรับวิธีทำให้เริ่มจากการนำมันฝรั่งมาล้างและปอกเปลือกออกจนหมด จากนั้นใช้ส้อมจิ้มให้ทั่ว และนำเข้าอบในไมโครเวฟด้วยไฟแรงประมาณ 5-7 นาที อันดับต่อไปให้ใช้ส้อมหรือกระชอนตาถี่บดมันฝรั่งให้ละเอียดขณะร้อน ๆ ใส่เนยและนมสดลงไปคนให้เข้ากัน ใส่เกลือหรือพริกไทยเพื่อปรุงรสให้กลมกล่อมขึ้น เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว 

3.มัฟฟินข้าวโอ๊ตไร้แป้ง

3.มัฟฟินข้าวโอ๊ตไร้แป้ง มาต่อกันที่เมนูไมโครเวฟสุด Healthy กับเมนูมัฟฟินข้าวโอ๊ตไร้แป้ง สำหรับวัตถุดิบที่ต้องเตรียมมีแค่ 6 อย่างเท่านั้น ได้แก่ ข้าวโอ๊ตกล้วยหอมสุกบดละเอียด ผงไมโล นมจืด ผงฟูและเกลือป่นเล็กน้อย เริ่มด้วยการผสมกล้วยหอม ข้าวโอ๊ต ผงฟู เกลือ ผงไมโล และนมสดเข้าด้วยกัน ตัดส่วนผสมใส่ถ้วย นำเข้าอบด้วยไฟ Medium High ครั้งที่ 1 ประมาณ 4 นาที แล้วพักไว้ 1 นาที จากนั้นอบครั้งที่ 2 อีก 3 นาที แล้วนำออกมาพักให้เย็นลง จะนำมาทานเปล่า ๆ หรือทานคู่กับนมสดก็อร่อยไม่แพ้กัน

4.พิซซ่าโฮมเมดแบบง่าย ๆ

4.พิซซ่าโฮมเมดแบบง่าย ๆ ใครว่าไมโครเวฟจะไม่สามารถทำอาหารอิตาเลียนได้ต้องมาลองเมนูไมโครเวฟที่ไม่ธรรมดากับเมนูพิซซ่าโฮมเมด โดยให้เตรียมซอสมะเขือเทศสำหรับทำพิซซ่าหรือซอสที่ใช้กันทั่วไป ชีส แฮม ไส้กรอก ปูอัด หอมใหญ่ สับปะรด เบคอน หรือเครื่องพิซซ่าอื่น ๆ ตามชอบ เริ่มจากการนำซอสมะเขือเทศทาบนขนมปัง แป้งโรตี หรือแครกเกอร์ โรยชีสและท็อปปิ้งต่าง ๆ ลงไป แล้วนำเข้าอบในไมโครเวฟด้วยไฟแรงประมาณ 2 นาที 

เลือกเตาอบคุณภาพ ฟังก์ชันครบ จะเมนูไมโครเวฟไหน ๆ ก็ทำได้สบาย ๆ

แน่นอนว่าสำหรับการทำเมนูไมโครเวฟ อุปกรณ์เครื่องครัวที่สำคัญที่สุดก็คงไม่พ้นเตาอบไมโครเวฟ ซึ่งหากคุณเลือกไมโครเวฟที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครันและหลากหลาย รวมถึงมีคุณภาพดีและได้รับมาตรฐานสากล คุณก็จะสามารถใช้งานไมโครเวฟได้อย่างสะดวกสบาย  เตาอบไมโครเวฟ รุ่น TNP MG 820 LBS จาก Tecnogas (1) และสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกไมโครเวฟยี่ห้อหรือรุ่นไหนดี เราขอแนะนำ เตาอบไมโครเวฟ รุ่น TNP MG 820 LBS จาก Tecnogas ที่มีโปรแกรมให้เลือกใช้งานถึง 8 โปรแกรม มาพร้อมจานแก้วหมุนขนาดใหญ่ และระบบ Safety Child Lock ที่ช่วยเรื่องความปลอดภัย  และทั้งหมดนี้ก็คือเมนูไมโครเวฟทั้ง 4 เมนูที่ Tecnogas ได้รวบรวมมา สำหรับเด็กหอหรือชาวคอนโดคนไหนที่อยากทำอาหารอร่อย ๆ ทานด้วยตัวเองก็สามารถนำสูตรเมนูไมโครเวฟทั้ง 4 เมนูที่เรารวบรวมมานี้ไปลองทำกันได้เลย รับรองว่า อร่อยและรวดเร็วแน่นอน! และสุดท้าย หากคุณกำลังหาซื้อไมโครเวฟคุณภาพดีมาใช้งานอยู่ Tecnogas ขอแนะนำเตาอบไมโครเวฟ รุ่น TNP MG 820 LBS จาก Tecnogas ซึ่งเป็นรุ่นที่มีฟังก์ชันหลากหลายในเครื่องเดียว เหมาะกับการใช้งานในหอพักหรือคอนโดสุด ๆ ซึ่งนอกจากรุ่นนี้แล้ว เรายังมีอีกหลากหลายรุ่นให้คุณเลือกซื้อได้ตามต้องการ

5 เทคนิคทำอาหารสไตล์ยุโรป

5 เทคนิคทำอาหารสไตล์ยุโรป
เวลาดูรายการทำอาหาร เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเหล่าเชฟมืออาชีพถึงมีวิธีประกอบอาหารให้อร่อยได้ทุกเมนู ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เทคนิคการทำอาหารที่เหล่าเชฟใช้ก็ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก หรือต้องใช้เครื่องครัวแปลก ๆ อย่างที่เราคิดกัน แน่นอนว่าในวันนี้ Tecnogas จะพาทุกคนมาเรียนรู้ 5 เทคนิคการทำอาหารแบบมืออาชีพ ให้คุณทำอาหารอร่อย และเซียนเหมือนเรียบจนเชฟมา! จะมีเทคนิคอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย!

แนะนำ 5 เทคนิคการทำอาหารสไตล์ยุโรป

1.รูลาด (Roulade)

1.Roulade Roulade เป็นคำภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า To Roll หรือการม้วนให้เป็นก้อน และอาจจะมีการสอดไส้ต่าง ๆ ก่อนนำไปทำให้สุก โดยจะนิยมนำเนื้อสัตว์มาม้วนเป็นก้อนและห่อด้วยไส้ต่าง ๆ เช่น ชีส ผัก หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้กับการทำขนมได้ เช่น แยมโรล

2.ซอเต้ (sauté)

2.ซอเต้ (sauté) เป็นเทคนิคทำอาหารด้วยการผัดอาหารให้ลอยขึ้นจากกระทะ  ทำให้อาหารสุกเท่ากันทั่วด้าน และไม่อมน้ำมัน โดยเทคนิคของวิธี Sauté จะเน้นการใช้น้ำมันน้อย และความร้อนสูง รวมถึงกระทะที่ใช้จะต้องร้อนจัดก่อนที่จะนำวัตถุดิบลงไปผัด ดังนั้นจึงเหมาะกับการใช้เตาแก๊ส เนื่องจากให้ความร้อนได้มากกว่าเตาไฟฟ้า สำหรับเทคนิคนี้ถือเป็นเทคนิคที่เหมาะกับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ เพราะอาหารที่ได้จะไม่อมน้ำมัน แต่ยังได้ความหอมของน้ำมันและมีความคลีนอยู่

3.เทอร์รีน (Terrine)

3.เทอร์รีน (Terrine) เป็นการนำเนื้อสัตว์หรือผักไปบดปรุงรสให้ได้ที่ แล้วนำไปขึ้นรูปใหม่ในภาชนะทรงเหลี่ยม จากนั้นจะนำไปทำให้สุกในเตาอบตั้งโต๊ะด้วยวิธีการอบแบบรองน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อไหม้ และคงความฉ่ำเอาไว้ เมื่อได้ที่แล้วก็ตัดเสิร์ฟเป็นชิ้นพอดีคำได้เลย วิธีนี้จะทำให้เนื้อที่นำไปอบมีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม และคงความฉ่ำเอาไว้

4.กงฟีต์ (Confit)

4.กงฟีต์ (Confit) เป็นเทคนิคการตุ๋นในน้ำมันด้วยความร้อนต่ำเป็นเวลานาน โดยจะใช้ความร้อนอยู่ที่ 75 องศาเซลเซียสเท่านั้น ทำให้เนื้อสัตว์ค่อย ๆ สุกอย่างช้า และเสียความชุ่มชื้นไปเพียงเล็กน้อย ซึ่งเทคนิคกงฟีต์จะใช้เวลานาน 2-3 ชั่วโมง และเหมาะกับเนื้อสัตว์ที่มีความเหนียวและแห้ง เช่น เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อลูกวัว เป็นต้น

5.ซูวี (Sous Vide)

5.ซูวี (Sous Vide) เป็นเทคนิคทำอาหารที่หลายคนอาจจะคุ้นหูกันอยู่บ้าง กับเทคนิคการซูวี โดยจะเป็นการนำวัตถุดิบใส่ในถุงสุญญากาศสำหรับซูวีโดยเฉพาะ แล้วไล่อากาศออกด้วยน้ำหรือเครื่องซีลสุญญากาศ จากนั้นนำไปแช่ในน้ำที่อุณหภูมิที่เหมาะกับขนาดและชนิดของเนื้อ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถควบคุมอุณหภูมิ และระดับความสุกของเนื้อสัตว์ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงยังสามารถรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อสัตว์เอาไว้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เหมาะกับเนื้อสเต๊กทุกชนิด   และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 เทคนิคทำอาหารสไตล์ยุโรปที่ Tecnogas รวบรวมมา เป็นอย่างไรกันบ้างคะ บอกแล้วว่าเทคนิคเหล่านี้สามารถทำได้ง่ายกว่าที่คิด แถมบางเทคนิคก็ไม่ได้ใช้อุปกรณ์เครื่องครัวแปลก ๆ เลยแม้แต่น้อย สำหรับใครที่อยากลองทำอาหารด้วยตัวเองสำหรับมื้อพิเศษ ก็สามารถนำเทคนิคที่เราแนะนำไปลองใช้กันได้ รับรองว่า อาหารมื้อนั้นจะต้องอร่อยเป็นพิเศษอย่างแน่นอน! และสุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำอาหารก็คงไม่พ้นการเลือกซื้อเตาแก๊สที่มีคุณภาพ เพื่อให้สามารถทำความร้อนได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากเทคนิคต่าง ๆ ที่เราได้กล่าวไปข้างต้นจำเป็นจะต้องใช้ความร้อนสูง และใช้เป็นเวลานาน ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์เครื่องครัวต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ ก็อย่าลืมนึกถึง Tecnogas

15 เมนูอาหารเช้าง่าย ๆ อร่อยอิ่มท้อง

15 เมนูอาหารเช้าง่าย ๆ

มื้อเช้า เป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เนื่องจากการทานอาหารเช้าจะช่วยเติมพลังให้เราพร้อมทำกิจกรรมหรืองานต่าง ๆ ได้อย่างสดชื่น และเต็มที่ แน่นอนว่าในวันนี้ Tecnogas คนชอบตื่นเช้าด้วยเมนูอาหารเช้าง่าย ๆ หลากหลายเมนู และแน่นอนว่าต้องเป็นเมนูอาหารสำหรับคนไม่มีเวลามีวิธีทำไม่ยุ่งยาก ใครที่เบื่อการทานแต่ขนมปัง ไข่ดาว และไส้กรอก ก็สามารถเอาเมนูที่เรารวบรวมมาไปเป็นไอเดียในการทำอาหารเช้าได้เลย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีสูตรอาหารเช้าเมนูไหนที่น่าสนใจบ้าง!

แนะนำ 15 เมนูอาหารเช้าง่าย ๆ เอาใจคนตื่นเช้า

การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้าที่ดีมีส่วนสำคัญต่อพลังงานและอารมณ์ตลอดทั้งวัน สำหรับผู้ที่ตื่นเช้าและต้องการเมนูที่ทำได้รวดเร็วแต่ยังคงความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการ Tecnogas ขอเสนอ 15 เมนู อาหารเช้า ที่หลากหลายเพื่อให้คุณมีตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะชอบแบบเบา ๆ หรือแบบอิ่มท้องก็ตาม

1.เฟรนช์โทสต์ (French Toast)

ส่วนผสมเมนู French Toast

  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  • นมสด 1 ถ้วยตวง
  • ผงซินนามอน ¼ ช้อนชา
  • กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา
  • เกลือเล็กน้อย
  • ขนมปังตามต้องการ

วิธีทำเมนู French Toast

  • ตอกไข่ลงในถ้วยผสม ใส่น้ำตาล ผงซินนามอน และเกลือลงไป ตามด้วยนมสดและกลิ่นวานิลลา จากนั้นตีส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน นำขนมปังจุ่มลงไปแล้วแช่ทิ้งไว้ 2-3 นาทีเพื่อให้ส่วนผสมซึมเข้าไปในขนมปัง
  • ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันเล็กน้อย และนำขนมปังที่เตรียมไว้ลงไปทอดให้เป็นสีเหลืองน่าทาน จัดเสิร์ฟใส่จาน โดยสามารถทานคู่กับซอสช็อกโกแลต แยมผลไม้ หรือเมเปิลไซรัปได้ตามต้องการ

2. ไข่กระทะ

ส่วนผสมเมนูไข่กระทะ

  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • เนื้อสัตว์ตามต้องการ เช่น กุนเชียง หมูสับ หมูยอ ไก่หยอง เป็นต้น
  • ผักตามต้องการ เช่น แครอท ต้นหอมซอย ข้าวโพดมะเขือเทศ เป็นต้น 
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น
  • เนยหรือน้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเมนูไข่กระทะ

  • ตั้งกระทะบนเตาไฟฟ้า ใส่เนยหรือน้ำมันลงไปและรอให้ร้อนได้ที่ ตอกไข่ลงไป ปิดฝารอให้ได้ความสุกที่ต้องการ
  • เมื่อได้ความสุกที่ต้องการแล้ว ให้วางเนื้อสัตว์และผักที่ชอบทานลงไป ปิดฝารอให้สุก
  • โรยต้นหอมและพริกไทยป่น เหยาะซอสปรุงรสเล็กน้อย เท่านี้ก็พร้อมทานแล้ว

3. แซนด์วิชไข่แฮมชีส

ส่วนผสมเมนูแซนด์วิชไข่แฮมชีส

  • ขนมปัง 2 แผ่น
  • เชดด้าชีส 1-2 แผ่นหรือตามความชอบ
  • แฮม 1-2 แผ่น หรือตามความชอบ 
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง

วิธีทำเมนูแซนด์วิชไข่แฮมชีส

  • ตอกไข่และนำไปทอดเป็นไข่ดาวเตรียมไว้ 
  • วางเชดด้าชีส และแฮมลงบนขนมปัง ตามด้วยไข่ดาวที่ทอดไว้ จากนั้นนำขนมปังอีกแผ่นมาประกบ
  • นำขนมปังที่ได้ไปวางในเครื่องอบแซนด์วิช หากไม่มีสามารถนำไปทำให้ชีสละลายและมีสีเหลืองน่าทานด้วยการตั้งกระทะบนเตาไฟฟ้าและนำขนมปังไปจี่ให้มีสีสวยก็ได้เช่นกัน ถือเป็นเมนูอาหารที่ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก

4. แพนเค้กกล้วยหอม

ส่วนผสมเมนูแพนเค้กกล้วยหอม

  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กล้วยหอมบดละเอียด 1-2 ลูก
  • กล้วยหอมฝานบาง 1 ลูก
  • เนยสด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเชื่อม เมเปิลไซรัป หรือนูเทล่า ตามชอบ

วิธีทำเมนูแพนเค้กกล้วยหอม

  • ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีผสมกับกล้วยหอมบดและกล้วยหอมฝานบางให้เข้ากัน
  • ตั้งไฟ ใส่เนยในกระทะ เมื่อกระทะร้อนให้ใส่ส่วนผสมที่เตรียมไว้ หยอดเป็นแผ่นหรือรูปร่างที่ต้องการลงในกระทะ รอจนสุกทั้ง 2 ด้าน ตัดใส่จานและราดน้ำเชื่อมหรือนูเทล่าตามต้องการ 

5. ข้าวต้มหมูสับ

ส่วนผสมเมนูข้าวต้มหมูสับ

  • ข้าวสวย 2 ถ้วย
  • หมูสับ 200 กรัม
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • น้ำซุปไก่ 2 ถ้วย
  • รากผักชี 2 ราก
  • ขึ้นฉ่าย 2 ต้น
  • กระเทียมเจียว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเมนูข้าวต้มหมูสับ

  • ใช้ไฟกลางต้มน้ำซุปและรากผักชีในหม้อให้เดือด จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไปต้มและปรุงรสด้วยเกลือ ต้มต่อให้เดือด
  • เมื่อน้ำเดือดอีกครั้งแล้วให้ใส่หมูสับลงไป ต้มจนสุก ตักใส่ถ้วยและโรยด้วยกระเทียมเจียว ขึ้นฉ่าย และพริกไทยป่น เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นเมนูอาหารเช้าง่าย ๆ ที่ให้พลังงานเพียงพอ และทำให้อิ่มท้องอีกด้วย 

6. ต้มเลือดหมู

ส่วนผสมเมนูต้มเลือกหมู

  • เลือดหมู 1 ก้อน
  • หมูสับปรุงรส 200 กรัม
  • เนื้อหมู 100กรัม
  • ตำลึง 50 กรัม
  • ตั้งฉ่าย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซุปก้อน 1 ก้อน
  • ขึ้นฉ่าย 50 กรัม
  • ต้นหอม 1 ต้น
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเมนูต้มเลือกหมู

  • ตั้งหม้อใส่น้ำ ซุปก้อน และตั้งฉ่ายลงไป เมื่อน้ำเดือด ปั้นหมูสับเป็นก้อนขนาดพอดีคำใส่ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา และซอสปรุงรส
  • ใส่เลือดหมูลงไป ต้มจนเดือด ใส่ขึ้นฉ่ายกับต้นหอม เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้ใส่ตำลึงในถ้วยที่จะทาน จากนั้นตักต้มเลือดหมูราดลงไป เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว

7. โจ๊กหมูเด้ง

ส่วนผสมเมนูโจ๊กหมูเด้ง

  • ข้าวหอมมะลิบดละเอียด 2 ทัพพี
  • หมูเด้ง 300 กรัม
  • น้ำซุปกระดูกหมู 100 มิลลิลิตร
  • ต้นหอม 1 ต้น
  • ขิงซอยตามชอบ
  • แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเมนูโจ๊กหมูเด้ง

  • นำข้าวหอมมะลิบดละเอียดไปต้มในน้ำซุปกระดูกหมูจนข้าวเริ่มหนืดและเหนียวขึ้น ตามด้วยใส่หมูเด้งต้มในน้ำซุปจนสุก
  • ตักโจ๊กและหมูเด้งใส่ชาม โรยพริกไทย ต้นหอม ขิงซอย หรือใส่ไข่ลวกได้ตามชอบ

8. ข้าวผัดไข่

ข้าวผัดไข่

ส่วนผสมเมนูข้าวผัดไข่

  • ข้าวสวย 1 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 1-2 ฟอง
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอยสำหรับโรยหน้า

วิธีทำเมนูข้าวผัดไข่

  • ตั้งกระทะบนเตาไฟฟ้า ใส่น้ำมันลงไป เมื่อกระทะร้อน ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวให้หอม
  • ตอกไข่ใส่ลงไปในกระทะ ยีให้ไข่พอสุก จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ผัดต่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี ตักใส่จาน โรยต้นหอมซอยพร้อมเสิร์ฟเป็นอาหารเช้า

9. สลัดผักอกไก่ย่าง

ส่วนผสมเมนูสลัดผักอกไก่ย่าง

  • อกไก่ 1 ชิ้น
  • ผักสลัดหลากหลายชนิดตามชอบ
  • มะเขือเทศเชอร์รี่ ผ่าครึ่ง
  • แตงกวาหั่นแว่น
  • น้ำสลัดไขมันต่ำหรือน้ำสลัดบัลซามิก
  • เกลือและพริกไทยดำสำหรับหมักไก่

วิธีทำเมนูสลัดผักอกไก่ย่าง

  • หมักอกไก่ด้วยเกลือและพริกไทยดำ นำไปย่างหรืออบจนสุก หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
  • จัดวางผักสลัด มะเขือเทศ และแตงกวาลงในจาน วางอกไก่ย่างที่หั่นไว้ด้านบน
  • ราดด้วยน้ำสลัดที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทานเป็นอาหารเช้าที่สดชื่น

10. โยเกิร์ตธัญพืชผลไม้

ส่วนผสมเมนูโยเกิร์ตธัญพืชผลไม้

  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
  • ธัญพืชไม่ขัดสี (กราโนล่า คอร์นเฟลกส์) ½ ถ้วย
  • ผลไม้สดตามชอบ (เบอร์รี่ กล้วยหอม กีวี) หั่นเป็นชิ้น
  • น้ำผึ้งเล็กน้อย (ตามความชอบ)

วิธีทำเมนูโยเกิร์ตธัญพืชผลไม้

  • ตักโยเกิร์ตใส่ถ้วย
  • โรยด้วยธัญพืชและผลไม้สดที่หั่นเตรียมไว้
  • หากต้องการเพิ่มรสชาติหวาน สามารถราดน้ำผึ้งเล็กน้อย
  • เมนูอาหารเช้านี้ทำง่ายและรวดเร็ว เหมาะสำหรับวันเร่งรีบ

11. แซนด์วิชทูน่า

ส่วนผสมเมนูแซนด์วิชทูน่า

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ทูน่าในน้ำแร่หรือน้ำมันพืช 1 กระป๋อง (สะเด็ดน้ำ)
  • มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ (เลือกแบบไขมันต่ำได้)
  • หอมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักกาดหอม หรือผักอื่น ๆ ตามชอบ

วิธีทำเมนูแซนด์วิชทูน่า

  • ผสมทูน่ากับมายองเนสและหอมใหญ่สับละเอียด คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • วางผักกาดหอมลงบนขนมปัง 1 แผ่น ตามด้วยส่วนผสมทูน่า
  • นำขนมปังอีกแผ่นมาประกบ อาจนำไปปิ้งเล็กน้อยเพื่อความกรอบ อร่อยเป็นอาหารเช้าได้ทันที

12. ข้าวไข่ข้น

ส่วนผสมเมนูข้าวไข่ข้น

  • ข้าวสวย 1 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
  • เนย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส หรือซีอิ๊วขาว
  • ต้นหอมซอยสำหรับโรยหน้า

วิธีทำเมนูข้าวไข่ข้น

  • ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีผสมกับนมสด ปรุงรสด้วยซอสปรุงรสเล็กน้อย
  • ตั้งกระทะบนเตาไฟฟ้า ใส่เนยลงไป เมื่อเนยละลาย ใส่ไข่ที่ตีไว้ลงไป
  • คนไข่เบา ๆ ให้เป็นลิ่ม ๆ จนได้ความข้นตามต้องการ
  • ตักข้าวสวยใส่จาน ราดด้วยไข่ข้นที่ทำไว้ โรยต้นหอมซอย พร้อมเสิร์ฟเป็นอาหารเช้า

13. ซุปเห็ดครีม

ส่วนผสมเมนูซุปเห็ดครีม

  • เห็ดแชมปิญองหั่นแว่น 1 ถ้วย
  • หอมใหญ่สับละเอียด ½ หัว
  • นมสด 1 ถ้วย (สามารถใช้นมสดไขมันต่ำได้)
  • เนย 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุปไก่ 1 ถ้วย
  • เกลือและพริกไทยดำ
  • พาร์สลีย์สับสำหรับตกแต่ง

วิธีทำเมนูซุปเห็ดครีม

  • ตั้งหม้อบนเตาไฟฟ้า ใส่เนยลงไป เมื่อเนยละลาย ใส่หอมใหญ่สับลงไปผัดจนสุกใส
  • ใส่เห็ดแชมปิญองลงไปผัดจนเห็ดนิ่ม ใส่แป้งอเนกประสงค์ลงไปผัดให้เข้ากัน
  • ค่อย ๆ เทน้ำซุปไก่และนมสดลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันไม่จับตัวเป็นก้อน
  • เคี่ยวจนซุปข้นขึ้น ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำ ตักใส่ถ้วย โรยพาร์สลีย์สับ พร้อมรับประทานเป็น อาหารเช้า

14. โจ๊กข้าวโอ๊ต

ส่วนผสมเมนูโจ๊กข้าวโอ๊ต

  • ข้าวโอ๊ต ½ ถ้วย
  • นมสด หรือนมจากพืช 1 ถ้วย
  • ผลไม้สดตามชอบ (เบอร์รี กล้วย แอปเปิล)
  • ถั่วต่าง ๆ หรือเมล็ดพืช (เช่น เมล็ดเจีย)
  • น้ำผึ้ง หรือเมเปิลไซรัป (ตามความชอบ)

วิธีทำเมนูโจ๊กข้าวโอ๊ต

  • นำข้าวโอ๊ตและนมสดใส่หม้อ ตั้งไฟกลาง คนไปเรื่อย ๆ จนข้าวโอ๊ตสุกและข้นขึ้น
  • ตักใส่ถ้วย จัดวางผลไม้สด ถั่ว หรือเมล็ดพืชที่ชอบลงไป
  • ราดด้วยน้ำผึ้ง หรือเมเปิลไซรัปเพื่อเพิ่มรสชาติ อาหารเช้านี้ทำได้รวดเร็วและดีต่อสุขภาพ

15. ขนมปังปิ้งหน้าไข่คน

ส่วนผสมเมนูขนมปังปิ้งหน้าไข่คน

  • ขนมปัง 2 แผ่น
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • เนย 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมสด 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือและพริกไทยดำ
  • ต้นหอมซอย (สำหรับตกแต่ง)

วิธีทำเมนูขนมปังปิ้งหน้าไข่คน

  • ปิ้งขนมปังในเครื่องปิ้งขนมปังหรือบนกระทะจนเหลืองกรอบ
  • ตอกไข่ใส่ถ้วย ใส่นมสด เกลือ และพริกไทยดำ ตีให้เข้ากัน
  • ตั้งกระทะบนเตาไฟฟ้า ใส่เนยลงไป เมื่อเนยละลาย เทไข่ที่ตีไว้ลงไป
  • คนไข่ไปมาด้วยตะหลิวจนไข่สุกเป็นลิ่ม ๆ ตามความต้องการ
  • ตักไข่คนที่ได้วางลงบนขนมปังปิ้ง โรยต้นหอมซอย พร้อมเสิร์ฟเป็นอาหารเช้าที่อร่อยและง่าย

สรุปบทความ

เมนูอาหารสำหรับคนไม่มีเวลาตอนเช้า

และทั้งหมดนี้ก็คือเมนูอาหารเช้าง่าย ๆ ซึ่งเป็นเมนูอาหารสำหรับคนไม่มีเวลา ซึ่งแน่นอนว่า เพียงแค่คุณมีเครื่องครัวที่ฟังก์ชันหลากหลายและครบครัน ก็สามารถทำอาหารมื้อเช้าทานเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเองได้แล้ว แน่นอนว่า Tecnogas มีเครื่องครัวที่ทันสมัย ฟังก์ชันครบให้คุณเลือกซื้อได้ตามต้องการ

Follow Us

TEL. 02-274-3434
EMAIL : webmaster@sbo-brand.com

The Signature Brand Co., Ltd. 
771 Pracha Uthit Road, Samsen Nok,Huai Khwang District, Bangkok 10310