รวมเมนูคลายร้อน เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่หน้าร้อน

รวมเมนูคลายร้อน เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่หน้าร้อน

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนแน่นอนว่าการเลือกของหวานหรือน้ำดื่มเย็นๆ เพื่อดับความร้อนคืออะไรที่ตอบโจทย์ หากใครคิดเมนูไม่ออกไม่รู้จะทานอะไรดี ต้องห้ามพลาดกับทาง Tecnogas ที่มาชี้เป้าของหวานและเครื่องดื่มสุดแสนอร่อย สามารถเพิ่มความสดชื่นได้อย่างเต็มที่ และบางอย่างก็ดีต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วตามไปอ่านด้วยกันดีกว่าว่า เมนูคลายร้อน มีอะไรบ้าง

10 เมนูคลายร้อน รับรองอร่อยและสดชื่น

สำหรับ เมนูคลายร้อน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มหรือของหวานต้องบอกว่ามีความอร่อยเป็นอย่างมาก แต่ละอย่างสามารถเติมเต็มความชอบของแต่ละคนได้อย่างแน่นอน โดยรายละเอียดมีดังต่อไปนี้

1. เฉาก๊วยนมสด

เฉาก๊วยนมสดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเป็นเมนูที่ผสมเอาเฉาก๊วย กับ นมสด ซึ่งเมื่อหลายคนได้ยินครั้งแรกอาจจะมองว่าไม่สามารถเข้ากันได้ แต่เมื่อได้ลองชิมแล้ว เชื่อว่าจะติดใจอย่างแน่นอน 

โดยจะมีส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ถือเฉาก๋วยหั่วเต๋า และแบ่งส่วนผสมได้เป็นอีก 2 ส่วนคือ 

1. ส่วนผสมคาราเมล 

จะสามารถแบ่งส่วนผสมได้เป็นน้ำตาลแดงและน้ำตาลอ้อย 

2. ส่วนผสมนมสด 

ประกอบไปด้วยนมสดและครีมเทียมพร่องมันเนย 

2. บิงซู

บิงซู

บิงซูเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10 ปีหลัง เนื่องจากเป็นเมนูที่มีความคล้ายคลึงกับน้ำแข็งไส แต่มีความแตกต่างเล็กน้อยในเรื่องของ Topping ซึ่งบิงซูเป็นเมนูที่เหมาะกับประเทศไทยที่มีอากาศร้อนเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้มีความสดชื่นจากการที่ส่วนผสมหลักจะเป็นน้ำแข็งบด โดยส่วนผสมนั้นจะขึ้นอยู่กับ Topping ที่ต้องการ แต่ส่วนผสมหลักที่ขาดไม่ได้คือน้ำแข็งบด

3. น้ำแข็งไส

น้ำแข็งไส จะสามารถพบเจอได้ง่าย มีขายตามตลาดแทบจะทุกตลาด ดังนั้นจึงเป็นเมนูที่เป็นที่นิยมมากในทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญที่สุดคือสามารถทำได้ด้วยตัวเอง  

4. ลอดช่อง

ขนมไทยโบราณ เป็นเมนูที่มีมานาน และไม่ว่าจะผ่านมีกี่ยุคกี่สมัย ก็ยังถือว่าได้รับความนิยมอยู่ โดยตัวขนมทำจากแป้งข้าวเจ้าใส่ใบเตยสีเขียวมีลักษณะเป็นเส้น โดยผสมกับน้ำกะทิรวมกับน้ำแข็ง ทำให้คนที่รับประทานจะมีความสดชื่น 

5. ลูกตาลลอยแก้ว

เป็นเมนูของหวานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีส่วนผสมหลักเป็นลูกตาล, น้ำเปล่า, น้ำตาลทรายแดง และ ใบเตย พร้อมใส่น้ำแข็งเย็นๆ เหมาะกับการกินในหน้าร้อน

6. ไอศกรีมกะทิ

ไอศกรีมกะทิ

ไอศกรีมกะทิ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และสามารถหาซื้อได้ง่าย หรือถ้าใครมีความต้องการอยากจะลองทำเอง  

มีส่วนผสมคือ 

  • กะทิ 500 ml  
  • น้ำตาลทราย 115 กรัม 
  • เกลือป่น 
  • ถั่วลิสงคั่ว  
  • แป้งข้าวโพด 2-3 ช้อนตวง 
  • กลิ่นวานิลาเพื่อเพิ่มความหอมมัน 1 ช้อนชา 

7. เต้าหู้ฟรุตสลัด

เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับคนชอบของหวานและชอบกินของหลากหลายในเมนูเดียว เนื่องจากมีการนำผลไม้ต่าง ๆ มาผสมผสานกันเพื่อให้เกิดความหลากหลายและมากรสชาติ มีส่วนผสมในส่วนผลไม้คือกีวี่หั่นเต๋า, แก้วมังกรหั่นเต๋า นอกจากนี้ส่วนผสมที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเมนูนี้คือ “ฟรุตสลัด”  

นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่ใส่เพื่อทำการเติมเต็มเมนูให้มีความกลมกล่อมมากขึ้นอีกเช่น น้ำเปล่า, นมสด, ผงวุ้น, กลิ่นมะลิ ฯลฯ โดยส่วนผสมจะสามารถปรับได้ตามรสนิยมความชอบของแต่ละบุคคล หากคนที่ชอบหวานมากอาจใส่นมข้นหวานเพิ่ม หรือหากคนที่ไม่ชอบกินหวานก็อาจจะงดหรือลดปริมาณนมข้นหวาน รวมไปถึงส่วนผสมอื่น ๆ สามารถปรับได้เช่นกัน 

8. น้ำกระเจี๊ยบ

น้ำกระเจี๊ยบเป็นน้ำที่เมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายสดชื่น เนื่องจากมีกรดซิตริกอยู่ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณที่ช่วยลดความดัน ลดความเหนียวของเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น จะเห็นได้เป็นเมนูที่นอกจากจะทำให้คลายร้อนได้แล้ว ยังมีประโยชน์รอบด้านอีกด้วย  

โดยส่วนผสมคือดอกกระเจี๊ยบแห้ง, น้ำเปล่า, เกลือป่นและน้ำตาลทราย 

9. น้ำลิ้นจี่ปั่น

หากใครที่มีการชื่นชอบลิ้นจี่เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว น้ำลิ้นจี่ปั่นถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะว่านอกจากจะทำให้สดชื่นแล้ว ยังได้รับรสชาติของลิ้นจี่อย่างสะใจกันเลยทีเดียว  

แน่นอนว่าเมื่อเมนูคือ”น้ำลิ้นจี่ปั่น” ส่วนผสมหลักของเมนูนี้ก็จะต้องเป็นลิ้นจี่ และที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือน้ำแข็งบดและน้ำเชื่อม โดยนอกจากนี้หากใครที่ต้องการเพิ่มความฟินมากขึ้นไปอีก สามารถใส่เนื้อลิ้นจี่ลงไปได้อีกด้วย  

10. แดงมะนาวโซดา

น้ำแดงมะนาวโซดา นอกจากจะทำให้สดชื่นแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือสามารถทำได้ด้วยตัวเอง มีวิธีการทำที่ไม่ยาก โดยเตรียมเพียงน้ำแดง 100 ml, มะนาว 15 ml และโซดา 250 ml มาเทรวมกันใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง จากนั้นคนให้เข้ากัน ก็จะได้น้ำแดงมะนาวโซดาออกมาแล้ว โดยส่วนผสมของน้ำแดงมะนาวโซดาจะไม่มีสูตรที่ตายตัว อาจมีการปรับเปลี่ยนปริมาณของส่วนผสมได้ตามรสนิยม 

สรุปบทความ 

สำหรับ เมนูคลายร้อน เหล่านี้ สามารถทำได้ง่ายๆที่ ห้องครัว บ้านของคุณ โดยแต่ละอย่างนั้นทำได้ง่ายๆ เหมาะเป็นเมนูคลายร้อนแบบสุดๆ สามารถทานสลับสับเปลี่ยนกันได้อย่างไม่มีเบื่อ สุดท้ายนี้บทความนี้ก็ขอลากันไปก่อน บทความครั้งหน้าจะมีเมนูอะไรอร่อยๆ บ้างนั้นสามารถตามอ่านได้ที่นี่เลย

การทำอาหารด้วยตัวเองมาพร้อมประโยชน์และข้อดีมากมาย

ประโยชน์จากการฝึกทำอาหาร

หลายคนอาจจะรู้สึกการทำอาหารเป็นเรื่องยุ่งยากและต้องใช้เวลาในการทำเป็นอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่าการฝึกทำอาหาร มีประโยชน์และข้อดีมากกว่าที่คิด สำหรับใครที่ไม่ชอบเข้าทำอาหารที่ ห้องครัว ขอแนะนำให้ลองมาเปิดใจสักนิด เพราะจะได้ประสบการณ์ในการทำอาหารมากมายหลายอย่างแน่นอน และถ้าหากตอนนี้ยังนึกไม่ออก ยังลังเลใจว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี มาลองหาประโยชน์และข้อดีของการเข้าครัวกันก่อนดีกว่า

10 ประโยชน์ที่จะได้รับจากการฝึกทำอาหาร

ในฝึกทำอาหาร สำหรับคนที่ไม่เคยเข้าครัวมาก่อนอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าหากได้ลองแล้วหลายคนอาจชื่นชอบ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า 10 ประโยชน์ที่ได้จากการฝึกทำอาหารมากมายหลายประเภทนั้นมีอะไรบ้าง

1. รู้จักการวางแผน

ในการฝึกทำอาหาร สิ่งแรกที่จำได้ก็คือรู้จักการวางแผน เพราะการทำอาหารจะต้องวางแผนตั้งแต่การคิดว่าจะทำเมนูอะไร จะต้องเตรียมวัตถุดิบหรือต้องใช้เครื่องครัวอะไรบ้าง อีกทั้งยังต้องรู้ขั้นตอนการทำอาหารต่างๆ ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การเริ่มปรุงอาหาร และแม้แต่การตกแต่งอาหารให้น่าทาน สิ่งเหล่านี้จะสามารถเพิ่มทักษะในการวางแผนได้ เพราะถ้าหากไม่มีการวางแผนแน่นอนว่าอาหารจะต้องขาดในส่วนใดส่วนหนึ่งอย่างแน่นอน

2. ฝึกสมาธิ

การทำอาหารสามารถช่วยฝึกสมาธิได้

ในการทำอาหารสามารถฝึกสมาธิในการทำได้ตลอดเวลา เพราะการทำอาหารจำเป็นต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน ซึ่งถ้าหากมีสมาธิไม่พออาจเกิดข้อผิดพลาดได้หลายอย่าง เช่น ล้างวัตถุดิบไม่สะอาด ได้รับบาดเจ็บจากการทำอาหาร ปรุงอาหารผิดรส ดังนั้นเพื่อลดความผิดพลาดจึงต้องมีสมาธิในการทำตลอดเวลา เลยทำให้มีสมาธิได้มากยิ่งขึ้น

3. ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น

ในการทำอาหารแต่ละมื้อจะทำให้มีเวลาอยู่กับตัวเองหรือก็คือโฟกัสกับการทำอาหารมากยิ่งขึ้น ไม่ใช้เวลาเปล่าประโยชน์ไปกับโลกโซเชียลหรือยุ่งวุ่นวายกับเรื่องคนอื่น และเวลาทำอาหารเพลินๆ ก็มักจะคิดถึงหรือคุยกับตัวเองในใจบ่อยๆ อีกด้วย

4. ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ใครที่เริ่มฝึกทำอาหาร จะรู้เลยว่าปัญหาระหว่างการทำมีเยอะมากๆ เยอะแบบไม่ทันได้ตั้งตัว และไม่มีสัญญาณใดๆ บอกล่วงหน้า ดังนั้นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้สำเร็จ ก็จะช่วยพัฒนาสกิลในการแก้ปัญหาฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี สามารถนำไปใช้กับเรื่องอื่นๆ ได้

5. ฝึกความอดทน

ในการทำอาหารแต่ละจานจะมีเวลาในการทำของแต่ละเมนู แน่นอนว่าบางจานอาจจะ 5 นาทีเสร็จ แต่ก็มีหลายเมนูเหมือนกันที่ใช้เวลาตั้งแต่ 2 – 3 ชั่วโมงขึ้นไป ในจุดนี้จึงสามารถฝึกความอดทนในการทำอาหารได้เป็นอย่างดี

6. รู้จักการบริหารเวลา

การฝึกทำอาหาร ที่ดีจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหารเวลาให้เป็น ว่าเมนูนี้จะใช้เวลาในการทำกี่นาที ในแต่ละขั้นตอนใช้เวลาเท่าไหร่ เพื่อที่จะสามารถทำเสร็จแล้วทาน ออกไปทำธุระอย่างอื่นได้อย่างตรงเวลา

7. ผ่อนคลายความเครียด

แน่นอนว่าการทำอาหารสามารถสร้างความผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจได้ โดยร่างกายในการทำอาหารจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้แรงในการทำสิ่งต่างๆ ก็จะช่วยยืดเส้น ยืดสายได้ไปในตัว ทำให้ร่างกายสามารถผ่อนคลายได้ ในส่วนของจิตใจก็ทำให้ผ่อนคลายได้เช่นกัน เพราะการทำอาหารทำให้เราสนุกกับการทำอาหาร และที่สำคัญยังสามารถหยุดคิดเรื่องปวดหัว หันมาโฟกัสกับการทำอาหารได้อย่างเดียวอีกด้วย

8. เพิ่มความคิดสร้างสรรค์

ในการทำอาหารสามารถเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ได้หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเมนูอาหารใหม่ๆ การดีไซน์ภาพลักษณ์อาหาร และการตกแต่งอาหารก็สามารถเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างมาก

9. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์

ในการ ฝึกทำอาหาร จะมีสิ่งหนึ่งที่จำเป็นจะต้องศึกษานั่นก็คือการเลือกซื้อวัตถุดิบ ที่จะสามารถเพิ่มความรู้ว่าอันไหนที่เป็นของดีมีประโยชน์ หรืออะไรที่เป็นของเสียไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

10. สานสัมพันธ์กับคนในครอบครัว

การทำอาหารสามารถสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว

การทำอาหารร่วมกันกับคนในบ้าน สามารถสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวได้ในระยะยาว เพราะการทำอาหารร่วมกันก็คล้ายกับการดูแลซึ่งกันและกัน และสามารถทำได้ตลอด 3 มื้ออาหาร

สรุปบทความ 

ใครเห็นก็คงไม่เชื่อว่าการทำอาหารสามารถให้ประโยชน์ได้มากมายอย่างคาดไม่ถึง เพราะสามารถให้ประโยชน์กับตัวเองและคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยเข้าครัวกันมาก่อน ก็แนะนำว่าให้ฝึกทำอาหาร เมนูง่ายๆ กันไปก่อน เพราะถ้าทำเมนูยากๆ หรือมีความซับซ้อนมากเกินไป ก็อาจจะเกลียดการเข้าครัวได้ เพราะจริงๆ แล้วการเข้าครัวก็เป็นเรื่องสนุกๆ ที่สามารถสร้างความสนุกได้ในแต่ละวัน

กิจกรรมแคมป์ปิ้งกับการทำอาหารเป็นของคู่กัน

เมนูแคมป์ปิ้งน่าทาน

ช่วงเวลานี้ก็ใกล้ที่จะสิ้นสุดฤดูหนาวของเมืองไทยแล้ว และกำลังจะเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนภายในตัว สำหรับใครที่มีแพลนออกแคมป์ปิ้งก่อนหมดฤดูหนาวแล้วล่ะก็ ต้องห้ามพลาดกับการทำอาหารที่ถือว่าเป็นมื้อพิเศษ ที่หากได้ทำคู่กับการออกแคมป์ปิ้งรับรองว่าสนุกขึ้นเป็นกอง แค่นั้นไม่พอยังได้เติมเต็มความอร่อยกับบรรยากาศสุดฟินสัมผัสลมหนาวช่วงสุดท้ายอีกด้วย มาดูกันเลยดีกว่าว่า เมนูแคมป์ปิ้ง มีอะไรบ้าง

7 เมนูแคมป์ปิ้ง ส่งท้ายลมหนาว

เมื่อความหนาวใกล้สิ้นสุดลงก็เป็นช่วงที่เหล่านักท่องเที่ยวต่างกอบโกยกันเที่ยวส่งท้ายลมหนาว อีกทั้งยังสามารถเตรียมเมนูแคมป์ปิ้ง สุดปังออกทานอาหารได้อย่างจัดเต็ม โดยเมนูที่ทางเราอยากจะแนะนำมีด้วยกันทั้งหมด 7 เมนู ที่เหมาะแก่การแคมป์ปิ้ง และสามารถอัปลงโซเชียลสวยๆ ได้ โดยรายละเอียดต่างๆ มีดังนี้

1. ข้าวไข่ลาวา

สำหรับอากาศหนาวๆ ที่ต้องการเติมไออุ่นอีกทั้งยังได้สารอาหารครบถ้วนนั่นก็คือ ข้าวไข่ลาวาที่ตัวไข่นั้นมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มละมุน เมื่อได้มีการตัดที่ตัวไข่ก็จะมีน้ำเยิ้มๆ อร่อยๆ ออกมาให้ทานคลุกกับข้าวที่ปรุงอย่างครบรส สามารถอิ่มท้องได้อย่างเต็มที่กันเลยทีเดียว เหมาะทานเป็นข้าวเช้าเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะได้มีแรงเที่ยวทั้งวัน

2. ไข่กระทะ

เมนูแคมป์ปิ้งไข่กระทะ

ถ้าหากกำลังมองหา   เมนูแคมป์ปิ้ง  มื้อเช้าที่เป็นที่นิยม สามารถทำได้ง่ายๆ อีกทั้งยังได้ฟีลสำหรับการมาท่องเที่ยวแบบสุดๆ ก็ขอแนะนำไข่กระทะ ที่ตัวไข่เป็นไข่ดาวจะเลือกแบบดิบหรือแบบสุกก็ได้ แต่ที่พิเศษยิ่งกว่าใครก็คือการเลือกท็อปปิ้งที่คุณชื่นชอบ จะใส่ผัก ใส่เนื้อสัตว์ ใส่อะไรก็ได้พร้อมปรุงรสด้วยซอสรับรองว่าอร่อยเหาะ ทานเพลินๆ ในมื้อเช้าได้แบบเต็มอิ่ม

3. สเต๊กเนื้อ

เมนูแคมป์ปิ้ง ที่ใครอยากจะมาสไตล์ดินเนอร์สุดหรูขอแนะนำให้ทำสเต๊กเนื้อที่ต้องบอกเลยว่า สามารถดื่มด่ำกับการทานตอนพระอาทิตย์ตกดินที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้า แสงไฟสลัวๆ สร้างบรรยากาศที่อิ่มเอมใจ โดยสเต๊กเนื้อมีจุดเด่นตรงที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม สามารถเลือกระดับความนุ่มของเนื้อได้ตามใจชอบ อีกทั้งยังให้สารอาหารที่มาก เหมาะอย่างยิ่งกับการทานคู่กับเครื่องดื่มอย่างเช่น ไวน์ เป็นต้น

4. ขนมปังโทสต์ไข่แฮมชีส

ถ้ากำลังมองหามื้อเช้าแบบพกพาสะดวกไปกินที่ไหนก็ได้แบบชิลล์ๆ อีกทั้งยังได้สารอาหารครบถ้วนเต็มอิ่มแน่นท้องตลอดทั้งวัน ขอแนะนำให้เลือกทำขนมปังโทสต์ไข่แฮมชีส ที่จะใส่ทั้งผัก ทั้งไข่ ทั้งแฮม ชีส ไส้กรอก พร้อมปรุงรสด้วยมายองเนส กับมะเขือเทศ จานนี้รับรองว่าอร่อยเด็ดใครหลายคนทานแล้วติดใจอย่างแน่นอน

5. ชาบู

เมนูแคมป์ปิ้งชาบู

ถ้ามาแคมป์ปิ้งกันเป็นแก๊งอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวๆ การเลือกเมนูยอดฮิตแบบชาบู สามารถช่วยได้ โดยน้ำซุปนี่สามารถเตรียมน้ำซุปมาได้ตามที่ตัวเองชอบ พร้อมบรรดาผักหลากหลายชนิด เห็นนานาสายพันธุ์ ที่พิเศษสุดๆ ก็คือการเตรียมเนื้อสัตว์ทั้งหมู เนื้อ ไก่ หรือจะเป็นสายทะเลอย่างกุ้ง หมึก หอย และอื่นๆ อีกมากมาย ใครที่อยากจะตอกไข่ด้วยก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

6. ข้าวผัดมาม่าหมูสับ

ข้าวผัดมาม่าหมูสับ ถือว่าเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยความอร่อยและที่สำคัญทำง่ายแบบสุดๆ โดยการทำก็จะเป็นการนำข้าวกับมาม่ามาผัดเข้าด้วยกัน ผักและเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่ตัวเองชื่นชอบ พร้อมกันนั้นก็ใส่ไข่ลงไปด้วย ในส่วนของการปรุงรสก็สามารถใช้ผงมาม่าได้เลยรับรองอร่อยเหาะอย่างแน่นอน

7. หม้อไฟเกาหลี

สำหรับเมนูสุดท้ายที่เหมาะแก่การตั้งแคมป์ปิ้งก็คือหม้อไฟเกาหลีหรือบูเดชิเก ที่ตัวน้ำจะเป็นการใส่ซอสโคชูจังตัวซุปก็จะมีความข้นพอประมาณ ซึ่งความข้นนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนเลยว่าชอบข้นน้อย ข้นมากแค่ไหน โดยวัตถุดิบในการใช้หม้อไฟก็จะมีผักที่ชื่นชอบ ต้นหอมญี่ปุ่นซอย แครอท ผักกาดขาว ไส้กรอก เบคอน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือจะใส่เป็นต็อกบกกีก็ได้

สรุปบทความ 

ก็จบกันไปแล้วกับการแนะนำ เมนูแคมป์ปิ้ง ที่สามารถเติมเต็มความอร่อยระหว่างทริปแคมป์ปิ้งได้ ซึ่งต้องบอกเลยว่ากิจกรรมการทำอาหารระหว่างทริปอย่างการเข้า ห้องครัว ก็สามารถเติมเต็มความสัมพันธ์ของคนที่ไปออกทริปด้วยกันให้พัฒนาขึ้นได้ เพราะยิ่งมีกิจกรรมร่วมกันมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะสามารถเพิ่มความสนิทสนมกันได้มากขึ้นด้วยเท่านั้น และที่สำคัญการทำอาหารก็นับเป็นเรื่องสนุกที่เติมเต็มความอิ่มท้องให้กับทุกคนได้อย่างดีอีกด้วย

เมนูวาเลนไทน์ ดื่มด่ำความสุขง่าย ๆ ได้ที่บ้าน

เมนูวาเลนไทน์

เมื่อได้เข้าสู่วาเลนไทน์เทศกาลแห่งความรัก หลายๆ คนอาจจะออกไปเดตนอกบ้าน แต่ความจริงแล้วก็สามารถเดตในบ้านได้เหมือนกัน เพียงแค่เข้า ห้องครัว ทำของอร่อยๆ ร่วมกันกับคู่เดต หรือจะทำเซอร์ไพรส์ให้กับคนรักก็ได้เช่นเดียวกัน และในบทความนี้ทาง Tecnogas ก็พร้อมจะพาทุกคนไปดูเมนูวาเลนไทน์ อร่อยๆ ที่สามารถเพิ่มความหวาน ความฟิน ในช่วงวันวาเลนไทน์ได้อย่างแน่นอน ว่าแต่มีอะไรบ้างนั้นตามไปอ่านด้วยกันได้เลย

10 เมนูวาเลนไทน์ เดตกับคนรักที่บ้าน

วางแผนเตรียมสถานที่ในการเดตที่บ้านพร้อมแล้ว แต่เมนูยังไม่พร้อมเพราะคิดไม่ออกจะทำอะไรดี มาดูกันดีกว่ากับ 10 ไอเดียที่สามารถเติมความหวาน ความฟินให้กับที่บ้าน สร้างดินเนอร์สุดปังให้กลายเป็นความทรงจำดีๆ โดยมีเมนูวาเลนไทน์ ที่น่าแนะนำดังต่อไปนี้

1. พิซซ่า

เมนูวาเลนไทน์ที่น่าสนใจ เมนูพิซซ่า

สำหรับเมนูวาเลนไทน์ ที่น่าสนใจก็คือเมนูพิซซ่าที่สามารถทำแป้งหนานุ่มก็ได้ แป้งบางกรอบก็ได้ ก็สามารถสร้างความอร่อยได้ และแน่นอนว่าการเติมท็อปปิ้งที่ทั้งคู่ชื่นชอบ พร้อมยืดเส้นซีทยาวๆ รับรองอร่อยฟินแน่นอน

2. ซี่โครงหมูบาร์บีคิว

ถ้าหากใครกำลังมองหาอาหารจานหลักที่เต็มไปด้วยความอร่อยแบบอิ่มท้อง ขอแนะนำให้เลือกซี่โครงหมูบาร์บีคิว ที่ตัวซี่โครงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เวลาในการปรุงเพื่อความนุ่ม แน่นอนรสชาติยังเต็มไปด้วยความเข้มข้น สามารถสัมผัสความฟินได้เต็มปากเต็มคำ

3. สเต๊ก

อีกจานเด็ดที่เหมาะกับการดินเนอร์ในช่วงวาเลนไทน์เป็นอย่างมากก็คือ สเต๊ก ที่ทุกคนสามารถไปร้านหรูหรือหากอยากจะทำเองก็สามารถเลือกสเต๊กที่ตัวเองชื่นชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นสเต๊กไก่ เนื้อ หมู ปลา ก็สามารถรังสรรค์ความอร่อยได้ไม่มีเบื่อ เพราะสามารถทำซอสได้หลากหลายสไตล์ตรงกับความต้องการ

4. ขาหมูเยอรมัน

อีกหนึ่งจานที่หากไปร้านอาหารมักจะสั่งกันมาบ่อยๆ ก็คือขาหมูเยอรมันชิ้นโตๆ ที่สามารถกินแบบคู่รัก หรือกินได้แบบครอบครัวโดยตัวเนื้อแนะนำว่าให้สั่งข้างนอกกรอบ ข้างในสัมผัสเนียนนุ่ม จุ่มซอสที่ให้ช่วยในการตัดเลี่ยน นับว่าเป็นอีกหนึ่งจานอร่อยที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด

5. พาสต้า

หากกำลังมองหาเมนูวาเลนไทน์ สไตล์อิตาเลี่ยนต้องห้ามพลาดกับเมนูพาสต้าที่สามารถเติมเต็มความอร่อยได้มากมายหลายแบบ เพราะสามารถเลือกได้ตั้งแต่เส้นพาสต้า หน้าของพาสต้า ซอสของพาสต้า ที่สามารถรังสรรค์ความอร่อยเฉพาะคู่รักได้ เหมาะเป็นเมนูที่สร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี

6. แพนเค้ก

ถ้าหากกำลังมองหาเมนูของหวานที่เหมาะกับช่วงวาเลนไทน์มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นแพนเค้กที่สามารถทำออกมาเป็นรูปหัวใจน่ารักๆ ได้ สามารถใส่ท็อปปิ้งหลากหลายได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นวิปครีม ช็อกโกแลต น้ำผึ้ง สตรอว์เบอร์รี่ กล้วย และอื่นๆ อีกมากมาย

7. วาฟเฟิล

วาฟเฟิลขนมที่เหมาะจะทานในช่วงวาเลนไทน์

ขนมหวานที่เหมาะจะทานในช่วงวาเลนไทน์อีกอย่างหนึ่งก็คือแพนเค้ก ซึ่งเหมาะมากๆ ที่จะทำออกมาหนึ่งจานแล้วทานคู่กันโดยที่ผลัดกันป้อนไปมา โดยตัววาฟเฟิลก็แนะนำให้เป็นแบบหนานุ่มหวานหอมอมเนย แค่นั้นไม่พอสามารถใส่ท็อปปิ้งต่างๆ ที่ตัวเองชื่นชอบได้รับรองอร่อยติดใจ

8. คุกกี้แยม

ถ้าอยากจะมอบของขวัญวันวาเลนไทน์อย่างคุกกี้หรือช็อกโกแลตนับเป็นตัวเลือกที่แสดงความรักได้ดีที่สุด แต่ที่สามารถเติมความหวานแบบซ่อนเปรี้ยวได้คงหนีไม่พ้นคุกกี้แยมที่มีรสชาติต่างๆ ที่สามารถให้ความหวานของผลไม้ได้ ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ส้ม สับปะรด และอื่นๆ อีกมากมาย

9. สตรอว์เบอร์รี่ชอร์ตเค้ก

ของหวานเมนูวาเลนไทน์ ที่เรียกได้ว่าเติมความหวานแบบละมุนสัมผัสความนุ่มได้อย่างเต็มที่ กับสตรอว์เบอร์รี่ชอร์ตเค้ก ที่ตัวครีมจะเป็นสีขาวสะอาดตาดูหน้าทาน ในขณะที่หน้าเค้กเป็นสตรอว์เบอร์รี่เต็มปากเต็มคำโรยทั่ว รับรองว่าจานนี้ฟินอินเลิฟถึงใจแน่นอน

10. คัพเค้กเรดเวลเวท

อยากจะทำขนมให้เป็นของแทนใจขอแนะนำให้มาทำคัพเค้กเรดเวลเวทความอร่อยแบบหวานซ่อนเปรี้ยวที่มาในชิ้นกะทัดรัดดูหน้าตาน่ารักน่าทาน งานนี้เหมาะให้กลับบ้านเอาไปทานแบบอร่อยๆ เพลินๆ หรือจะทานคู่กันสร้างบรรยากาศแห่งความรักก็ได้เหมือนกัน

สรุปบทความ

สำหรับเมนูวาเลนไทน์ ทั้ง 10 เมนูนี้ต้องบอกเลยว่าสามารถเติมความหวานได้แบบสุดๆ ที่สำคัญยังมีแต่ความอร่อยที่อบอวลชวนฝัน ที่จะสร้างโมเมนต์ดีๆ ให้กับคู่รักได้กับทุกคู่อย่างแน่นอน และเหมาะสุดๆ สำหรับใครที่ยังไม่มีของขวัญวาเลนไทน์ก็สามารถทำของหวาน ของคาวเหล่านี้กันได้ แต่ถ้าจะดีต้องแซมดอกกุหลาบกันสักหน่อย เพราะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความรักได้ในหลากหลายมิติ

เผยเคล็ดไม่ลับ ทอดไข่ยังไงให้ไม่ติดกระทะ

เผยเคล็ดไม่ลับ ทอดไข่เจียว ไข่ดาว ยังไงให้ไม่ติดกระทะจนดูเละ

ไข่เจียว ไข่ดาว เมนูไข่ยอดฮิตติดครัวที่ใคร ๆ ก็ต้องเคยรับประทาน แต่จะทอดไข่อย่างไรให้ไม่ติดกระทะกลับเป็นเรื่องที่หลายคนต้องลุ้นกันแทบทุกครั้ง ไม่ว่าจะทอดเองหรือซื้อกินก็มักประสบปัญหาไข่ติดกระทะจนดูเละ กลายเป็นเมนูที่ไม่น่าทาน วันนี้ Tecnogas ขอมาแชร์เทคนิดดีๆ ที่ช่วยให้ทอดไข่กี่ทีก็ไม่มีปัญหาติดกระทะ รับรองว่าทำตามแล้วไข่เจียวและไข่ดาวของคุณจะสวยน่าทานแน่นอน

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว แล้วติดกระทะ เป็นเพราะอะไร

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว แล้วติดกระทะ เป็นเพราะอะไร

ต้องบอกเลยว่าการทอดไข่เจียว ไข่ดาวนับว่าเป็นเมนูที่ทำง่ายๆ หากใครรู้เทคนิค แต่ถ้าหากไม่รู้เทคนิคก็แทบเป็นอะไรที่ปราบเซียนเหมือนกัน ก่อนอื่นมาดูก่อนว่า ทอดไข่เจียว ไข่ดาว แล้วติดกระทะ เป็นเพราะอะไร

  • กระทะไม่สะอาด กระทะที่มีเศษอาหารหรือน้ำมันเก่าติดอยู่ จะทำให้ไข่เกาะติดได้ง่าย แนะนำให้ล้างกระทะให้สะอาดด้วยน้ำยาล้างจาน เช็ดให้แห้ง แล้วทาน้ำมันบาง ๆ เคลือบผิวกระทะก่อนทอด
  • ใช้ไฟแรงเกินไป ไฟแรงจะทำให้ไข่สุกเร็วเกินไป โปรตีนในไข่จะจับตัวเป็นก้อน ยึดติดกับกระทะได้ง่าย แนะนำให้ใช้ไฟกลางหรือไฟอ่อนแทน
  • ใส่ไข่ลงกระทะช้าเกินไป เมื่อใส่ไข่ลงกระทะช้าเกินไป ไข่จะสัมผัสกับกระทะนานเกินไป โปรตีนในไข่จะจับตัวเป็นก้อน ยึดติดกับกระทะได้ง่าย แนะนำให้ใส่ไข่ลงกระทะทันทีที่น้ำมันร้อน
  • ไม่ใช้น้ำมันให้เพียงพอ น้ำมันไม่เพียงพอจะทำให้ไข่สัมผัสกับกระทะโดยตรง โปรตีนในไข่จะจับตัวเป็นก้อน ยึดติดกับกระทะได้ง่าย 
  • ไข่ไม่สด ไข่เก่าจะมีโปรตีนจับตัวกันแน่น ยึดติดกับกระทะได้ง่าย แนะนำให้ใช้ไข่ใหม่ ๆ แทน

นอกจากนี้ การเลือกกระทะที่เหมาะสมก็มีส่วนสำคัญในการทอดไข่ไม่ให้ติดกระทะ กระทะที่ดีควรเป็นกระทะเคลือบสารกันติดหรือกระทะเหล็กหล่อ กระทะเคลือบสารกันติดจะช่วยไม่ให้ไข่เกาะติดกระทะได้ง่าย ส่วนกระทะเหล็กหล่อจะมีความหนา ช่วยกระจายความร้อนได้ดี ทำให้ไข่สุกทั่วกัน ไม่ไหม้ติดกระทะ

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว ยังไงให้ไม่ติดกระทะ

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว ยังไงให้ไม่ติดกระทะ

เมื่อรู้สาเหตุข้างต้นไปแล้วเราก็สามารถป้องกันได้ เพื่อให้การทอดเมนูไข่ไม่ติดกระทะ ดังนี้

  1. ทำความสะอาดกระทะก่อนปรุง ล้างคราบไขมันเก่า ๆ บนกระทะออก
  2. ไข่ไก่ควรตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ไม่ให้มีความชื้นมากเกินไปก่อนนำมาเจียวหรือดาว
  3. ตั้งกระทะให้ร้อนพร้อม ใส่น้ำมันให้พอดีและเกลี่ยน้ำมันให้ทั่วกระทะก่อนทอด
  4. ทอดไข่ด้วยไฟกลาง

ใช้ปริมาณน้ำมันให้เหมาะสม

น้ำมันเป็นตัวกลางสำคัญที่จะทำให้ไข่ไม่ติดกระทะ โดยปริมาณน้ำมันต้องไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ให้อยู่ในระดับกลาง ๆ พอดีกับไข่ที่จะนำลงไปทอด

ใช้กระทะที่มีผิวเคลือบสารกันติด

ตัวกระทะเป็นปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งอย่าง เพราะกระทะที่ผิวไม่มีสารเคลือบกันติดนั้นต่อให้ล้างทำความสะอาดหรือทำตามขั้นตอนทุกวิธีก็ยังมีโอกาสที่ไข่จะติดกระทะได้อยู่ แนะนำให้เลือกใช้กระทะเทฟล่อนที่ผิวเคลือบสารกันติดจาก Tecnogas ที่ช่วยลดปัญหาอาหารติดกระทะได้

ทอดไข่ทีละฟอง

ช่วยให้สามารถควบคุมปริมาณ กำลังไฟ และความสุกของไข่ได้ทั่วถึงมากกว่าการทอดไข่พร้อมกันทีเดียวหลาย ๆ ฟอง ดังนั้นการเลือกใช้เตาแก๊สที่คุมความเสถียรของไฟได้ดีจะลดปัญหาไข่ติดกระทะได้ด้วย

รอให้น้ำมันร้อนได้ที่

ก่อนที่จะเทไข่ไก่ลงกระทะต้องให้ความสำคัญกับน้ำมันด้วยว่ามีความร้อนในระดับได้ที่แล้วหรือยัง ทดสอบง่าย ๆ ด้วยการหยดไข่ที่ผสมแล้วลงไปเล็กน้อย หากน้ำมันเกิดฟองฟู่ขึ้นมาก็เป็นสัญญาณว่าสามารถนำไข่ลงทอดได้

ทอดไข่เจียว ไข่ดาว ยังไงให้น้ำมันไม่กระเด็น

อีกปัญหาที่พบบ่อยคือทอดไข่แล้วน้ำมันกระเด็นจนปวดแสบปวดร้อน วิธีแก้ง่าย ๆ คือ ล้างกระทะด้วยฟองน้ำและน้ำยาล้างทำความสะอาด เช็ดน้ำให้แห้งก่อนนำมาประกอบอาหาร ใส่น้ำมันในปริมาณที่เหมาะสม และเลือก เตาแก๊ส ที่คุมความร้อนได้เสถียร จะช่วยลดปัญหาน้ำมันกระเด็นได้

สรุปบทความ

จะเห็นได้ว่าการทอดไข่เจียว ไข่ดาวให้ไม่ติดกระทะนั้นไม่ได้มีเทคนิคที่ยุ่งยากอะไร เพียงแค่ต้องใส่ใจวัตถุดิบก่อนนำมาทอดไม่ให้มีความชื้นจากการแช่เย็น และกระทะที่ใช่ควรเลือกประเภทที่มีสารเคลือบกันติด เช่น กระทะเทฟล่อน และเตาแก๊สคุณภาพดี มีมาตรฐานสากลจาก Tecnogas ที่จะช่วยให้การเข้าครัวเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

เปิดสูตรไก่ทอด ทอดอย่างไรให้กรอบนาน

สูตรไก่ทอดกรอบไม่อมน้ำมัน

ไก่ทอด เมนูโปรดของใครหลายๆ คน ทำง่ายก็จริงแต่ทำให้อร่อยนั้นอาจจะต้องมีเคล็ดลับกันสักนิด ไม่ว่าจะเป็นการหมัก การทอด ทำยังไงให้กรอบนอกนุ่มใน เนื้อฉ่ำไม่แห้งหยาบ และบอกต่อสูตรน้ำจิ้มเด็ดเป็นของแถมให้นำไปทำตามกันอีกด้วย

วิธีทอดไก่ให้กรอบนานและไม่อมน้ำมัน

ในการทอดไก่ให้สุกกรอบไม่อมน้ำมันนั้นสามารถทำด้วยขั้นตอนง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน เริ่มจาก

1. ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ

การทำความสะอาดไก่ที่จะเอามาทำไก่ทอดนั้นสำคัญมาก การซื้อไก่ในตลาดมาอาจจะยังไม่มีความสะอาดมากพอ ดังนั้นก่อนที่จะเอามาหมักหรือทอดต้องทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดก่อน ล้างจนไม่มีฝุ่นละอองในน้ำแต่ก็ไม่ต้องแช่น้ำไว้จนไก่ซีด เพราะอาจจะทำให้คุณค่าทางโภชนาการหายไปและไก่อมน้ำจนทำให้การหมักมีรสชาติที่แปลกไปด้วย

2. หมักไก่

การหมักนั้นจะมีสูตรไก่ทอดตามแบบของใครของมันจะหมักด้วยซอสปรุงรส อาจจะเพิ่มความหอมด้วยรากผักชี เพิ่มรสเผ็ดเบาๆ ด้วยพริกไทย ใครที่อยากใส่ผงปาปิก้าหรือผงชูรสลงไปด้วยก็ได้ การหมักไก่สำหรับบางคนที่อยากให้ไก่เนื้อหนุ่ม สามารถใส่เบกกิ้งโซดาสักนิดหน่อยหมักไว้สักระยะให้เข้าเนื้อก่อนนำไปชุบแป้งทอด

3. ตรวจดูอุณหภูมิ

อุณหภูมิของไก่ที่จะทอดนั้นต้องใกล้เคียงกับอุณหภูมิปกติ ถ้านำออกมาจากตู้เย็นแล้วต้องพักให้ความเย็นหายไปซะก่อน เพื่อป้องกันการกระเด็นของน้ำมัน ส่วนไก่ที่เพิ่งการล้างจนเปียกมานั้นต้องใช้กระดาษสำหรับทำอาหารหรือผ้าสะอาดซับให้แห้งเสียก่อน

วิธีทอดไก่ให้กรอบนานและไม่อมน้ำมัน

4. รอให้น้ำมันร้อน

อุณหภูมิของน้ำมันที่ใช้ทำไก่ทอดนั้นต้องเป็นน้ำมันที่อยู่ในอุณหภูมิสูง รอให้น้ำมันร้อนจัดก่อน แล้วค่อยๆ ใช้เป็นไฟกลาง การใช้ไฟอ่อนแล้วทอดนานๆ อาจจะทำให้ไก่อมน้ำมันได้ แต่ต้องทอดในปริมาณที่เหมาะสม เพราะถ้าทอดด้วยน้ำมันที่ร้อนจัดแต่ในปริมาณที่น้อยก็อาจจะทำให้เนื้อไก่ไม่สุกได้

5. น้ำส้มสายชูช่วยได้

เคล็ดลับที่คุณต้องร้องว้าวคือ การหยดน้ำส้มสายชูลงไปในน้ำมันที่ใช้ทอดไก่สักนิดจะช่วยให้รสชาติของไก่ทอดดีขึ้น ไม่อมน้ำมัน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องใส่น้ำส้มสายชูเยอะจนทำมันเปลี่ยนรสชาติ ใส่พอดีๆ เพียง 1-2 ช้อนโต๊ะเท่านั้น เป็นวิธีที่ง่ายแต่ได้ผลดีมากเลยทีเดียว 

6. น้ำจิ้มไก่ก็สำคัญ

ไก่ทอดสามารถที่จะเล่นหรือกินกับข้าวได้ บางคนมีการทำน้ำจิ้มด้วย น้ำจิ้มสูตรจิ้มแจ่วที่เป็นการผสมผสานเครื่องปรุงเข้าด้วยกันและใส่ข้าวคั่ว ผักชีลงไปด้วยก็อร่อยไปอีกแบบ หรือน้ำจิ้มที่เป็นแบบสำเร็จรูป บางยี่ห้อก็ให้รสชาติดี ใครอยากจะจิ้มซอสง่ายๆ ก็เพิ่มความอร่อยได้ด้วยเช่นกัน

สรุปเกี่ยวกับเทคนิคทำไก่ทอด

สรุปบทความ 

การทอดไก่ให้หอม กรอบ อร่อยนั้นสามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะใช้เตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้าก็ควรที่จะต้องใส่ใจกับอุณหภูมิความร้อนของน้ำมันให้ดีด้วย ไม่อยากเจ็บตัวเพราะน้ำมันกระเด็นต้องระวังเรื่องไก่ที่ยังเปียกน้ำแล้วลงกระทะ หมักด้วยซอสปรุงรสตัดเลี่ยนด้วยการหยดน้ำส้มสายชูลงไปในน้ำมันก่อนทอด เท่านี้ไก่ทอดของคุณก็จะอร่อยเด็ดไม่มีใครเกินแล้วแหละ

ทำไมต้องใช้ข้าวเก่าทำเมนูข้าวผัด

ทำไมต้องใช้ข้าวเก่ามาผัด

ข้าวผัดเมนูง่ายๆ ที่ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด บางร้านก็จะผัดแฉะเกินไป บางร้านก็แห้งเกินไป แล้วแบบไหนที่จะพอดีเรียกได้เต็มปากว่าเป็นข้าวผัดสุดอร่อยที่คุณพอใจ จะทำข้าวผัดให้อร่อยนั้นมีเคล็ดลับยังไงบ้าง อะไรที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการทำข้าวผัดให้อร่อย มาดูไปพร้อมๆ กันเลย

ข้าวเก่าคืออะไร

ส่วนประกอบสำคัญของข้าวผัดก็คือข้าว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าการใช้ข้าวเก่ามาผัดจะดีกว่าการใช้ข้าวใหม่ ข้าวเก่าคือข้าวที่หุงไว้ข้ามคืน ไม่ใช้ข้าวที่หุงใหม่ แล้วถ้าไม่มีข้าวเก่าก็สามารถแก้ปัญหาด้วยการนำข้าวใหม่ไปแช่ในตู้เย็นสักครู่ได้ก่อนที่จะเอามาลงกระทะผัด

เพราะอะไรควรใช้ข้าวเก่ามากกว่าข้าวใหม่

เพราะอะไรควรใช้ข้าวเก่ามากกว่าข้าวใหม่

ที่ต้องใช้ข้าวเก่าเพราะว่าจะทำให้ข้าวผัดไม่เปียกแฉะจนไม่น่ากิน ซึ่งจะทำให้ข้าวผัดเป็นข้าวร่วนสวยเรียงเม็ด การใช้ข้าวใหม่จะทำให้ไอร้อนจากข้าวที่เพียงหุงสุกออกมาเยอะทำให้ข้าวผัดเละ เกาะกันเป็นก้อนๆ ไม่น่ารับประทาน ยิ่งการใช้ข้าวใหม่มาผัดแล้วคนที่ผัดไม่มีฝีมือพอก็จะทำให้เมนูง่ายๆ นี้กลายเป็นเมนูที่ไม่น่ากินเลยทีเดียว

5 เทคนิคทำเมนูข้าวผัดให้อร่อย

นอกจากการใช้ข้าวเก่าในการผัดข้าวแล้วยังมี 5 เทคนิคที่พ่อครัวแม่ครัวลงความคิดเห็นแล้วว่าทำตามจะได้ข้าวผัดที่อร่อยอย่างแน่นอน เทคนิคเหล่านั้นคือ 

1. เตาแก๊ส

เตาแก๊สต้องเป็นเตาแก๊สหัวฟู่แรงดันสูง เพราะต้องใช้ความร้อนมากกว่าเตาแก๊สปกติในครัว จะทำให้ข้าวผัดไม่จับตัวเป็นก้อน แต่ถ้าไม่มีเตาแก๊สแบบนี้สามารถเปิดไฟแรงในการผัดข้าวได้เลย สำหรับใครที่ไม่มีเตาแก๊สสามารถใช้เตาไฟฟ้าแทนได้ โดยที่ต้องเปิดไฟแรงสุดในการผัดข้าว เท่านี้ก็สามารถเนรมิตเมนูข้าวผัดได้แล้ว

2. กระทะ

กระทะที่ต้องใช้ควรใช้เป็นกระทะเหล็ก กระทะใบบัว กระทะจีนก้นลึก เพราะจะทำให้ความร้อนกระจายความร้อนได้ดี ทำให้เมนูข้าวผัดจานนี้อร่อยมากยิ่งขึ้น หลายคนมองข้ามข้อนี้ไปเพราะคิดว่ากระทะก็เหมือนกันหมดแต่ไม่จริงเลย การเลือกกระทะก็ช่วยให้การผัดข้าวอร่อยมากขึ้นนะ

3. หุงข้าวค้างคืน

ถ้าไม่มีข้าวเก่าสามารถหุงข้าวใหม่ได้แล้วนำไปแช่ตู้เย็น อาจจะมีการตักใส่กล่อง ห่อกระดาษฟรอยด์หรือใบตองก็ได้ จะช่วยให้ตอนผัดข้าวจะไม่แฉะเลย

4. ใช้ข้าวเก่า

มีข้าวเก่าต้องใช้ข้าวเก่ามาทำเป็นข้าวผัดจะดีกว่า แต่หากต้องผัดด้วยข้าวใหม่ให้หุงแบบที่ไม่ต้องใส่น้ำมากนัก เม็ดข้าวจะเรียงตัวสวย ร่วน และจะช่วยให้ปัญหาข้าวแฉะหายไปได้ การใช้ข้าวเก่านี้เป็นเคล็ดลับสำคัญของการผัดข้าวเลยก็ว่าได้นะ

5. ไม่ใส่น้ำมันเยอะ

น้ำมันอย่าใส่มากนักเพราะจะทำให้ข้าวกลับมาแฉะเหมือนเดิม ใส่พอไม่ติดกระทะก็พอ แต่ตอนที่ผัดหมูหรือไข่ในกระทะนั้นต้องใส่มากสักหน่อยเพื่อป้องกันไข่และเนื้อสัตว์ติดกระทะจนไหม้ ทำให้ข้าวผัดไม่น่ารับประทาน

สรุปเกี่ยวกับการใช้ข้าวเก่าทำข้าวผัด

สรุปบทความ 

เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ข้าวผัดของคุณอร่อยคือการใช้ข้าวเก่า ใช้ไฟแรง กระทะที่กระจายความร้อนได้ดี และผัดด้วยการใส่น้ำมันไม่มาก ผัดรวมกันจนเข้าที่แล้วตักเสิร์ฟได้เลย ใครที่อยากทำข้าวผัดให้อร่อยลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปทำตามดูนะ รับรองว่าต้องได้เมนูข้าวผัดที่อร่อยโดนใจแน่นอน

เมนูเส้นบุก อาหารแคลต่ำ ทางเลือกใหม่ของคนคุมอาหาร

รวมเมนูเส้นบุก

เมนูเส้นเพื่อสุขภาพ แคลน้อยอิ่มนานทำด้วยเส้นบุกเมนูแต่ละอย่างมีขั้นตอนการทำยังไง เครื่องปรุงที่นำมาประกอบเมนูนี้มีอะไรบ้าง แต่ละเมนูมีคุณค่าทางโภชนาการยังไง วันนี้มาเก็บสูตรอาหารเส้นบุกกันไปทำตามได้เลย เมนูเพื่อคนรักสุขภาพ ไม่อยากอ้วนแต่ยังครบถ้วนเรื่องรสชาติ จะมีอะไรบ้างมาดูกัน! 

7 เมนูเส้นบุก อาหารแคลต่ำ ช่วยลดน้ำหนักได้ดี

เมนูเส้นบุกนั้นสามารถนำมาทำได้หลายเมนู แต่ละเมนูมีขั้นตอนการปรุงที่ไม่ยากนัก เพราะเป็นการประยุกต์จากเมนูปกติ เพียงแต่เพิ่มเส้นบุกเข้าไปเป็นวัตถุดิบเสริม เมนูยอดฮิตที่มีเส้นบุกเป็นส่วนประกอบมีดังนี้

เมนูเส้นบุก อาหารแคลต่ำ

1. ลาบเส้นบุกแซลมอน

เมนูนี้เห็นชื่อก็แซ่บแล้ว เส้นบุกจะมาทำให้เมนูนี้อยู่ท้องมากขึ้น การนำแซลมอนมายำต้องมีเทคนิคกันสักหน่อย เพราะปลาชนิดนี้ค่อนข้างที่จะสุกง่าย โดนน้ำมะนาวก็มีสีขาวแล้ว ดังนั้นการทำเมนูนี้ควรใส่แซลมอนเป็นวัตถุดิบตัวสุดท้าย และการทำลาบให้อร่อยต้องใช้เครื่องปรุงครบรส มะนาว น้ำปลาพริก และข้าวคั่วเพื่อเพิ่มความหอมด้วย

2. สุกี้แห้งเส้นบุก

ปกติเมนูนี้จะใช้วุ้นเส้นในการทำ การเปลี่ยนมาเป็นเส้นบุกนั้นจะทำให้เมนูนี้ทำให้คุณอิ่มมากขึ้น การทำสุกี้แห้งจะมีการใช้น้ำมันที่เพิ่มเข้ามาเพื่อไม่ให้ผักกับเส้นบุกติดกระทะ เส้นบุกที่ใช้ในเมนูนี้ต้องลวกให้สุกพอดีๆ อย่าให้เละมาก ในขณะที่ผัดนั้นใส่น้ำซุปเพิ่มเข้าไปเพิ่มความกลมกล่อมได้ น้ำจิ้มสุกี้จะใช้เป็นสูตรสำเร็จหรือปรุงเพิ่มตามใจชอบก็ได้ตามใจคุณเลย

3. ผัดไทยเส้นบุก

เมนูไทยๆ ที่เราสามารถนำเส้นบุกมาทำได้ เปลี่ยนอาหารแคลสูงอย่างผัดไทยให้มีความรักสุขภาพมากขึ้น ถ้าอยากที่จะลดแคลอย่างสมบูรณ์แบบต้องใช้น้ำปลาโลโซเดียมหรือซีอิ๊วขาวแทนน้ำปลาที่ใช้ปกติ ผัดไทยค่อนข้างมีเครื่องในการทำเยอะ ถ้าไม่ชอบอะไรหรือไม่อยากใส่อะไรสามารถตัดออกได้ไม่จำเป็นต้องนำทั้งหมดมาผสม แต่สำคัญต้องผัดให้แห้งดีไม่แฉะถึงจะอร่อย

4. สุกี้น้ำเส้นบุก

เปลี่ยนจากเมนูสุกี้วุ้นเส้นใส่น้ำเปนสุกี้เส้นบุกใส่น้ำ ซดน้ำร้อนๆ คล่องคอแล้วยังมีคุณค่าทางอาหารเพิ่มมากขึ้น การทำสุกี้น้ำเพียงแต่นำวัสถุดิบต่างๆ ลงต้มพร้อมกันแล้วใส่น้ำจิ้มลงไป แต่การใส่เส้นบุกต้องกะเวลาดีๆ จะได้ไม่ทำให้เส้นเละมากเกินไป เกี่ยวกับน้ำจิ้มนั้นจะใส่หม้อไปเลยทีเดียวก็ได้ หรือจะใส่แยกก้ได้เหมือนกัน

5. ยำเส้นบุกเห็ดหูหนูขาว

เมนูยำแซ่บๆ อีกเมนูที่สามารถนำเส้นบุกมาทำได้ ก่อนที่จะนำเผ็ดหูหนูขาวมายำต้องแช่น้ำให้มีความนิ่มเสียก่อน เนื้อสัตว์ที่จะนำมาประกอบเข้าด้วยกันก็เช่นเดียวกัน ต้องลวกสุกเสียก่อน ถ้าเป็นกุ้งให้ผ่าหลังเอาเส้นดำออกด้วย นอกจากปรุงรสแบบการทำยำต่างๆ แล้ว ยังเพิ่มความจี้ดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดได้อีก

6. ข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่นเส้นบุก

เมนูนี้บอกได้เลยว่าใครที่กลัวจะไม่อิ่มท้องต้องจัด เพราะจะใช้เส้นบุกเน้นๆ เอามาประกอบเป็นอาหารญี่ปุ่นเมนูดัง เครื่องปรุงก็จะอินเตอร์สักหน่อย เพราะต้องมีสาเก มิริน โซยุ ที่จะมาช่วยชูรสชาติของอาหารจานนี้ การใส่เส้นบุกที่ลวกไว้ควรนำมาใส่เป็นอย่างสุดท้าย ก่อนตักเสิร์ฟและกรอกไข่ออนเซ็น ดูแล้วน่ากินสุดๆ 

7. ผัดงาเส้นบุก

ใครที่เป็นสายมังสวิรัติต้องชอบเมนูนี้ ส่วนประกอบทั้งหมดไม่มีเนื้อสัตว์ แต่ใช้งาขาว งาบดเริ่มความหอม เคล็ดลับคือต้องไม่คั่วงาจนไหม้ ให้คั่วพอหอมเท่านั้น ผักที่จะใช้ในเมนูนี้ก็เป็นผักที่คุณชอบได้เลย แล้วปรุงด้วยการใส่ซีอิ๊วขาว น้ำส้มสายชู พริกป่น น้ำมันงา บอกได้เลยว่าหอมน่ากินมากๆ

สรุปเกี่ยวกับเมนูเส้นบุก

สรุปบทความ 

เส้นบุกวัตถุดิบในการทำอาหารที่คนรักสุขภาพต้องหันมามอง ไม่ใช่แค่ทำอาหารได้ตามนี้เท่านั้นแต่ยังมีเมนูอื่นอีกมากมายให้คุณได้ลองไปประยุกต์ เปลี่ยนเมนูอาหารปกติให้เป็นเมนูแคลน้อยอิ่มท้อง ในการทำทุกๆ นอกจากเครื่องปรุงและวิธีการปรุงแล้ว การใช้ไฟจากเตาแก๊สก็สำคัญ การใช้ไฟแรงเกินไปก็จะทำให้อาหารไหม้ ไม่อร่อยได้ ต้องใช้ไฟให้พอดีเพื่อเมนูอาหารของคุณที่จะอร่อยเด็ดถูกใจ

รวม 10 เมนูปีใหม่ ฉลองได้ทั้งเดือนไม่ซ้ำสไตล์

เมนูปีใหม่

งานปาร์ตี้ปีใหม่ครั้งนี้มีเมนูกันหรือยัง วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 เมนูปีใหม่ที่เด็ดแล้วยังกินได้ทั้งครอบครัว ครบรสเผ็ดเปรี้ยวหวาน ทานเล่นและอิ่มจริงจัง แต่ละเมนูล้วนทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยากมากมาย เพิ่มสีสันให้งานเลี้ยงตั้งแต่เคานต์ดาวน์ ยาวไปยันมกราคมทั้งเดือนให้สนุกสนานต้อนรับปีใหม่ที่มาถึง!

10 เมนูปีใหม่ยอดนิยมต้อนรับเข้าสู่ปีใหม่

สำหรับ 10 เมนูปีใหม่ที่เราจะเอามาแนะนำกันในวันนี้เป็น 10 เมนูเด็ดที่ทำกี่ครั้งก็ยังได้รับความนิยมชมชอบ การเตรียมวัสถุดิบไม่ยาก ขั้นตอนการทำไม่ยากเกินไป จะมีเมนูอะไรกันบ้างมาดูกันเลย

1. ยำปลาร้ากุ้งสด

ยำปลาร้ากุ้งสด

เมนูปีใหม่ประเภทยำอย่าง ยำปลาร้ากุ้งสด เป็นอีกเมนูที่หลายครอบครัวโปรดปราน โดยเครื่องปรุงเป็นสิ่งที่มีประจำทุกครัวเรือนอยู่แล้ว เพิ่มความเปรี้ยวให้กับยำแสนอร่อยด้วยมะม่วงเปรี้ยวสับฝอยสักนิด สำหรับวิธีการทำก็เพียงแค่เอาส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ปรุงรสตามใจชอบ ส่วนปลาร้านั้นเพิ่มความนัวให้เมนูนี้ แต่ใครที่ไม่ชอบจะละไว้ก็ได้ไม่เป็นไร ข้อสำคัญของเมนูนี้คือต้องทำความสะอาดกุ้งที่จะใช้ยำให้ดี และฆ่าเชื้อด้วยโซดาก่อนน้ำมายำด้วย

2. กุ้งแช่น้ำปลา

กุ้งแช่น้ำปลา

อีกเมนูปีใหม่กุ้งสดอย่าง กุ้งแช่น้ำปลา เป็นอีกจานที่เหมาะเป็นกับแกล้มที่กินคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากๆ เป็นเมนูที่ทุกร้านนั่งชิลล์ต้องมีด้วย ซึ่งเมนูนี้มีทีเด็ดที่น้ำจิ้มซีฟู้ดต้องเปรี้ยว หวาน เค็มเผ็ดให้ครบ ทริกที่ต้องจำไว้คือ การทำให้กุ้งเด้งกรอบคือการใช้กุ้งที่สดและหลังจากการราดน้ำยำสุดเด็ดลงบนตัวกุ้งแล้วให้นำไปแช่ช่องแข็งอีก 5 นาที รับรองจะได้กุ้งที่เด้งกรอบอร่อยมากๆ 

3. บาร์บีคิวหมู

บาร์บีคิวหมู

มาที่เมนูปีใหม่ย่างๆ ปิ้งๆ กันบ้างกับ บาร์บีคิวหมู เมนูยอดฮิตสำหรับทุกเทศกาล สูตรลับของเมนูนี้อยู่ที่การหมักหมูหรือเนื้อสัตว์อื่นที่นำมาทำ ต้องปรุงด้วยซอสหอยนางรม และซอสปรุงรสฝาเขียวเพื่อเพิ่มความหอมและรสชาติที่เข้มข้น นอกจากนั้นยังต้องเสริมพริกไทยสักหน่อย แล้วนำพริกหยวก สับปะรดมาเสียบสลับกับเนื้อสัตว์ จากนั้นให้เอาขึ้นมาย่างบนเตาที่ร้อนระอุ ทาเนยเพื่อเพิ่มความหอมและป้องกันการติดกระทะพร้อมยกเสิร์ฟกับซอสพริก และซอสมะเขือเทศ

4. คอหมูย่าง

คอหมูย่าง

เมนูปีใหม่ไทยๆ ที่มีวิธีการหมักคล้ายกับบาร์บีคิว เพียงแต่เมนูนี้จะแซ่บมากกว่าตรงน้ำจิ้มที่เรียกว่าน้ำจิ้มแจ่ว และคอหมูย่างนั้นเป็นส่วนเนื้อที่มีชั้นไขมันแทรกอยู่ ทำให้เมื่อเคี้ยวแล้วรู้สึกละลายในปาก เรียกว่ากี่จานก็ไม่เคยพอ นอกจากจะกินจิ้มน้ำจิ้มแล้ว ยังสามารถนำคอหมูย่างมาทำเป็นยำเพิ่มได้อีก 1 เมนูด้วย

5. ซี่โครงหมูทอด

ซี่โครงหมูทอด

เมนูปีใหม่แบบทอดก็ขาดไม่ได้ โดยซี่โครงหมูทอดต้องผ่านการหมักให้มีรสชาติเสียก่อน เมนูนี้ไม่เพียงแค่เป็นกับแกล้มอย่างดีสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นแต่ยังเป็นเมนูโปรดของเด็กๆ ด้วย ทั้งซี่โครงหมูทอดน้ำปลา ซี่โครงหมูทอดกระเทียม แถมยังสามารถเอามาดัดแปลงเป็นซี่โครงหมูพริกแกง และซี่โครงหมูตุ๋นเปื่อยนุ่มได้อีกด้วย

6. หมูทอดกระเทียมพริกสด

หมูทอดกระเทียมพริกสด

สำหรับเมนูปีใหม่นี้ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู หมูสามชั้น หรือซี่โครงหมูก็สามารถเลือกนำมาประกอบอาหารได้ รสชาติอาหารเผ็ดร้อนตามชื่อเมนูเพราะว่าจะต้องใช้พริกเป็นส่วนประกอบสำคัญ เหมาะมากสำหรับวงสังสรรค์ที่มีเครื่องดื่มร่วมด้วย นอกจากจะได้เมนูสุกเลิศแล้วยังได้ประโยชน์จากสมุนไพรไทยอย่างกระเทียมเป็นของแถมอีก

7. ปลาหมึกทอดน้ำปลา

ปลาหมึกทอดน้ำปลา

อาหารทะเลยอดนิยมสามารถนำมาทำได้หลายเมนู สำหรับเจ้าปลาหมึก เอามาทอดน้ำปลาเคี้ยวหนืดนุ่มๆ กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรเผ็ดแซ่บก็จะช่วยดับคาวของปลาหมึกได้ดี นอกจากการหมักที่ต้องอาศัยการปรุงรสให้กลมกล่อมแล้ว ขั้นตอนทอดก็สำคัญ เพราะต้องทอดที่ไฟกลางเพื่อไม่ให้เนื้อปลาหมึกหดหรือไฟไปเสียก่อน เป็นอีกเมนูปีใหม่ที่น่าสนใจเลยทีเดียว

8. เบคอนม้วนไส้กรอก

เบคอนม้วนไส้กรอก

เมนูปีใหม่นี้เป็นการผสมผสานความอร่อยของสองวัตถุดิบคือ ไส้กรอกและเบคอน ความนุ่มของเบคอนเอามาพันกับไส้กรอกแล้วเสียบไม้ ลงทอดในน้ำมันร้อนๆ สักครู่ก็สามารถนำขึ้นมากินได้แล้ว สำหรับน้ำจิ้มก็สามารถจิ้มกับซอสมะเขือเทศ ซอสพริก หรือใครอยากจะออกแบบสูตรน้ำจิ้มเองก็ทำได้ 

9. ไก่เขย่า

ไก่เขย่า

อาหารทานเล่นจานนี้ต้องมีส่วนผสมพิเศษเพิ่มเข้ามาหน่อยคือ ผงปาปิก้า หรือรสชาติอื่นๆ ตามที่ชอบ ส่วนของไก่ที่นำมาเขย่ากับส่วนผสมเหล่านี้จะเป็นเนื้อล้วนหรือปีก หรือน่องไก่ก็ยังไง แต่ต้องทอดให้กรอบเหลืองก่อนด้วยการชุบแป้งทอดกรอบ ทอดในน้ำมันเดือดๆ ก่อนเอาขึ้นมาเขย่ากับผงนัววิเศษที่เตรียมไว้

10. ต้มซุปเปอร์ตีนไก่

ต้มซุปเปอร์ตีนไก่

เมนูปีใหม่แบบซดน้ำเมนูสุดท้ายคือต้มซุปเปอร์ตีนไก่ เมนูนี้ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่กินได้นะ แต่ยังสามารถปรุงรสให้เด็กๆ รับประทานได้เหมือนกัน อยากกินอร่อยๆ ต้องต้มด้วยไฟอ่อนนานสักหน่อยเพื่อให้ตีนไก่เปื่อย น้ำซุปที่ปรุงก็จะออกแนวเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ รสชาติคล้ายต้มยำ แต่มีความแซ่บมากกว่า  

สรุปบทความ 

และนี้คือ 10 เมนูปีใหม่ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์กับเมนูที่คุณจะจัดเตรียมช่วงวันปีใหม่ได้เลย แต่ละเมนูมีความหลากหลายทั้งขั้นตอนและรสชาติ สามารถกินได้ทั้งครอบครัว นอกจากวัตถุดิบที่ต้องเตรียมแล้วอุปกรณ์ในการทำอย่างกระทะ เตาแก๊ส ถ้วยชามต่างๆ ก็ต้องจัดเตรียมให้ดี เพื่อรับรองแขกที่จะมาปาร์ตี้กันในสุดเหวี่ยงในวันปีใหม่นี้ด้วย!

รวมอ่างล้างจานสีดำน่าใช้งาน พร้อมวิธีในการเลือกซื้อให้ตอบโจทย์

รวมอ่างล้างจานสีดำน่าใช้งาน พร้อมวิธีในการเลือกซื้อให้ตอบโจทย์ - tecnogas

ในการเข้าครัวประกอบอาหาร นอกจากอุปกรณ์เครื่องครัวต่าง ๆ ที่ต้องมีใช้งานอย่างครบครันไม่ให้ขาดแล้ว อ่างล้างจานก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนทำครัวต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการล้าง การหั่นผัก หรือแม้แต่การล้างจานและอุปกรณ์ทำครัวหลังมื้ออาหาร ล้วนแล้วแต่ต้องจบที่อ่างล้างจานทั้งสิ้น ใครที่กำลังมองหาอ่างล้างจานสีดำในการใช้งานในครัว Tecnogas เรามีมาแนะนำแบบจัดเต็ม พร้อมวิธีในการเลือกใช้งานให้ตอบโจทย์

5 ข้อควรรู้ในการเลือกใช้งานซิงค์ล้างจานสีดำ

5 ข้อควรรู้ในการเลือกใช้งานซิงค์ล้างจานสีดำ - tecnogas

ใครที่รู้สึกไม่อินกับซิงค์ล้างจานแบบเดิม ๆ อยากเปลี่ยนมาใช้งานอ่างล้างจานสีดำดูบ้าง เพราะน่าจะตอบโจทย์ดีไซน์ครัวยุคใหม่ได้ลงตัวกว่า Tecnogas เรามีข้อแนะนำเบื้องต้นมาฝากในการเลือกใช้งาน รับรองว่าต้องได้แบบที่ถูกใจพร้อมใช้งานในครัวอย่างแน่นอน

1.ประเภทของซิงค์ล้างจานสีดำ

เมื่อพูดถึงอ่างล้างจานสีดำ หลายคนอาจจะยังไม่ทันได้สังเกตว่ามีกี่ประเภทในการใช้งานกันบ้างตามครัวเรือน ซึ่งโดยมากที่ได้รับความนิยมในการใช้งานมากที่สุด จะแบ่งเป็นแบบอ่างล้างจานหลุมเดี่ยวกับอ่างล้างจานสองหลุม โดยจะดูจากขนาดพื้นที่ในการเลือกใช้งานเป็นหลัก

ซิงค์ล้างจานสีดำหลุมเดี่ยว

อ่างล้างจานสีดำประเภทนี้มีขนาดที่เล็ก เหมาะสำหรับการใช้งานในการทำครัวขนาดย่อม มีภาชนะที่ต้องล้างไม่เยอะ จึงตอบโจทย์สำหรับคนที่มีพื้นที่ครัวจำกัดอย่างการอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม

ซิงค์ล้างจานสีดำสองหลุม

อ่างล้างจานสีดำประเภทนี้เป็นขนาดมาตรฐาน ที่นิยมใช้งานในทุกครัวเรือน เพราะมีขนาดกำลังดีในการใช้งานในการทำครัว ด้วยพื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกหลุมหนึ่งในการจุภาชนะที่ต้องการใช้งานได้มากขึ้น

2.วัสดุที่ใช้ผลิตซิงค์ล้างจานสีดำ

ในส่วนของวัสดุของอ่างล้างจานที่สามารถเลือกซื้อได้ จะมีอยู่เพียง 2 แบบเท่านั้นในท้องตลาด ซึ่งก็คือ แบบสเตนเลสและแบบหินสังเคราะห์ ที่สามารถเลือกใช้งานเป็นสีดำตามที่ต้องการ

สเตนเลส

อ่างล้างจานที่ทำจากวัสดุสเตนเลส เป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีความแข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน อีกทั้งยังไม่เป็นสนิม ดูแลรักษาง่าย ซึ่งมีให้เลือกหลายเกรดราคา โดยจะขึ้นอยู่กับความหนาของสเตนเลสที่ใช้

วัสดุสังเคราะห์

อ่างล้างจานที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ อย่างหินจากธรรมชาติจะมีข้อดีที่ความทนทานสูง เป็นรอยขีดข่วนได้ยาก ดูดีเหมาะกับการตกแต่งครัว และยังทนต่ออุณหภูมิได้ดีกว่าวัสดุแบบอื่น แต่ค่อนข้างจะมีน้ำหนักที่มากเป็นพิเศษ จึงต้องคำนึงถึงโครงสร้างของเคาน์เตอร์ครัวด้วย

3.ดีไซน์ของตัวซิงค์ล้างจานสีดำ

นอกเหนือจากฟังก์ชันการใช้งานที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วน ดีไซน์ก็เป็นอีกสิ่งที่จะช่วยตอบโจทย์ห้องครัวให้ดูดี โดยเฉพาะสีดำที่ลับกับการตกแต่งห้องครัวได้มากกว่าวัสดุสีอื่น ซึ่งโดยมากจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทที่มักจะเห็นกันบ่อย ๆ คือ อ่างล้างจานแบบสี่เหลี่ยม และอ่างล้างจานแบบกลม แต่นอกเหนือจากนี้ อาจจะเป็นตรงส่วนของลวดลายและหัวก๊อกของอ่างล้างจานที่สามารถเลือกตามความชอบได้เลย

4.ขนาดและน้ำหนักของซิงค์ล้างจานสีดำ

อย่างที่รู้กันแล้วว่า วัสดุแต่ละประเภทที่ใช้ในการผลิตอ่างล้างจานนั้นมีน้ำหนักที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงขนาดของตัวอ่างที่ต้องวัดให้ดี ว่าบริเวณครัวที่คุณใช้งานนั้นมีพื้นที่มากน้อยแค่ไหน และเคาน์เตอร์ในครัวนั้นมีความแข็งแรงในการรับน้ำหนักเพียงพอหรือเปล่า จึงเป็นอีกเรื่องสำคัญที่ควรจะเป็นข้อพิจารณาก่อนทำการเลือกอ่างล้างจานเช่นกัน

5.ความลึกตื้นของตัวซิงค์ล้างจานสีดำ

ขนาดความลึกของตัวอ่างก็มีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้บรรจุภาชนะในการล้างได้มากขึ้น ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่จานชามเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์และเครื่องครัวชิ้นอื่น ๆ ที่ต้องทำความสะอาดหลังการใช้งานด้วยเช่นกัน โดยมาตรฐานทั่วไปในปัจจุบัน อ่างล้างจานจะมีความลึกที่ 22-25 เซนติเมตรในการเลือกซื้อใช้งาน

แนะนำ 7 อ่างล้างจานสีดำ คุณภาพดี ดีไซน์สวยจาก Tecnogas

หากคุณกำลังมองหาซิงค์ล้างจานสีดำคุณภาพดี ดีไซน์ตอบโจทย์ในการทำครัว วันนี้ Tecnogas เรามีมาแนะนำกันถึง 7 รุ่นแบบคัดมาแล้ว จบให้ได้ทุกความต้องการในเข้าครัวประกอบอาหารอย่างแน่นอน

1.อ่างล้างจานสีดำแกรนิต 2 หลุม แบบฝัง Tecnoplus รุ่น TNP GIN 2B (BLACK) ขนาด 86 ซม. ลึก 22 ซม.

อ่างล้างจานสีดำแบบฝังรุ่น TNP GIN 2B (BLACK) - tecnogas

เริ่มกันที่ตัวแรกกับอ่างล้างจานที่ผลิตจากหินแกรนิตสังเคราะห์รุ่น TNP GIN 2B (BLACK) มีความแข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน ไม่เกิดการยุบตัวจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และไม่เกิดการสะสมของแบคทีเรีย มาพร้อมกับขนาด 86 ซม. ก้นลึก 22 ซม. จึงตอบโจทย์การใช้งานในการล้างได้อย่างสะดวกสบาย

2.อ่างล้างจานสีดำแกรนิต 2 หลุม 1 ที่พัก แบบฝัง Tecnoplus รุ่น TNP GIN 2B1D (BLACK) ขนาด 116 ซม. ลึก 20 ซม.

อ่างล้างจานสีดำแบบฝังรุ่น TNP GIN 2B1D (BLACK) - tecnogas

มาต่อกันที่ตัวที่สองกับอ่างล้างจานแบบสองหลุม ที่ผลิตจากหินแกรนิตสังเคราะห์รุ่น TNP GIN 2B1D (BLACK) พร้อมกับที่พักจาน ตอบโจทย์การทำครัวเต็มรูปแบบในครอบครัวขนาดกลางขึ้นไป ด้วยขนาดตัวอ่างที่ใหญ่ถึง 116 ซม. ลึก 20 ซม. แต่มีพื้นผิวที่ง่ายต่อการทำความสะอาดโดยไม่สะสมแบคทีเรีย มาพร้อมกับชุดสะดือ ก๊อก และท่อดับกลิ้นในการใช้งาน

3.อ่างล้างจานสีดำแกรนิต 1 หลุม 1 ที่พัก แบบฝัง Tecnoplus รุ่น TNP GIN 1B1D BLACK ขนาด 86 ซม. ลึก 20 ซม.

อ่างล้างจานสีดำแบบฝังรุ่น  TNP GIN 1B1D BLACK - tecnogas

ตัวที่สามที่เราจะแนะนำกันต่อเป็นรุ่น TNP GIN 1B1D BLACK เป็นอ่างล้างจานแบบหลุมเดียว ที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ทำครัวหนักในการใช้งาน แต่ยังคงมีความกว้างและลึกในการใช้งานได้อย่างดี มาในวัสดุหินแกรนิตสังเคราะห์ พร้อมที่พักในการวางจาน หรือจัดเตรียมวัตถุดิบในการประกอบอาหาร

4.อ่างล้างจานสีดำแกรนิต 1 หลุม แบบฝัง Tecnoplus รุ่น TNP 784521 ขนาด 78 ซม. ลึก 22 ซม.

อ่างล้างจานสีดำแบบฝังรุ่น TNP 784521 - tecnogas

อีกหนึ่งอ่างล้างจานดีไซน์เรียบหรู พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในครัว คือรุ่น TNP 784521 ที่ใช้วัสดุอย่างหินแกรนิตสังเคราะห์เช่นเดียวกับรุ่นอื่น ๆ นอกจากความคงทนในการใช้งานแล้ว ยังตอบโจทย์การใช้งานสำหรับครอบครัวขนาด 1-2 คนที่ไม่ได้ทำครัวเป็นประจำได้อย่างดีเยี่ยม

5.อ่างล้างจานสีดำแกรนิต 1 หลุม แบบฝัง Tecnoplus รุ่น TNP 764821 ขนาด 76 ซม. ลึก 21 ซม.

อ่างล้างจานสีดำแบบฝังรุ่น TNP 764821 - tecnogas

ลดขนาดกันลงมาอีกสักนิดกับรุ่น TNP 764821 ที่ผลิตจากหินแกรนิตสังเคราะห์ ที่ตอบโจทย์การใช้งานครัวด้วยดีไซน์เรียบหรู ดีมีระดับ เหมาะสำหรับการใช้งานครัวขนาดย่อม ที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ในการแช่ผัก ล้างผัก หรือล้างจานชามเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีความทนทานต่อรอยขีดข่วน มีอายุการใช้งานได้อย่างยาวนาน

6.อ่างล้างจานสีดำแกรนิต 1 หลุม แบบฝัง Tecnoplus รุ่น TNP 584621 (BLACK) ขนาด 58 ซม. ลึก 21 ซม.

อ่างล้างจานสีดำแบบฝังรุ่น TNP 584621 (BLACK) - tecnogas

ย่อกันลงมาอีกนิดกับอ่างล้างจานรุ่น TNP 584621 (BLACK) ที่มีขนาดกะทัดรัด แต่ยังคงมีความทนทานต่อรอยขีดข่วนในการใช้งาน ด้วยวัสดุหินแกรนิตสังเคราะห์ มาในดีไซน์สุดเรียบมีสไตล์ ตอบรับการใช้งานภายในห้องครัว หรือคอนโดที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

7.อ่างล้างจานสีดำแกรนิต 1 หลุมกลม แบบฝัง Tecnoplus รุ่น TNP 4418 BLACK ขนาด 44 ซม. ลึก 18 ซม.

อ่างล้างจานสีดำแบบฝังรุ่น TNP 4418 BLACK - tecnogas

มาถึงตัวสุดท้ายในขนาดที่เล็กที่สุด กับอ่างล้างจานรุ่น TNP 4418 BLACK ที่มาในดีไซน์กลมมน ดูหรูหรา ตอบโจทย์ครัวโมเดิร์นแบบลงตัว แต่ยังแข็งแรงทนทานตามสไตล์หินแกรนิตสังเคราะห์ ที่ไม่ทิ้งคราบน้ำหลังการใช้งานไว้ จึงเหมาะสำหรับคนที่เข้าครัวไม่ได้บ่อย หรืออยู่อาศัยเพียง 1-2 คนตามคอนโดมิเนียม

การเลือกซื้ออ่างล้างจานสีดำ อาจจะดูไม่สำคัญในความคิดของใครหลายคน แต่หลังจากที่รับรู้ถึงรายละเอียดต่าง ๆ มากขึ้น เชื่อว่าหลายคนน่าจะเข้าใจถึงความสำคัญของการเลือกซิงค์ล้างจานกันมากขึ้นแน่นอน เพราะมันไม่ใช่แค่ฟังก์ชันในการใช้งาน แต่ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ห้องครัวก็เป็นอีกสิ่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศได้การทำครัวได้อย่างมีอรรถรสมากขึ้น และหากคุณกำลังมองหาเครื่องครัวที่ตอบการใช้งานในครัว พร้อมดีไซน์ที่เรียบหรูจากยุโรป ต้องที่ Tecnogas เท่านั้น

Follow Us

TEL. 02-274-3434
EMAIL : webmaster@sbo-brand.com

The Signature Brand Co., Ltd. 
771 Pracha Uthit Road, Samsen Nok,Huai Khwang District, Bangkok 10310